Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 742 พิธีไหว้พระจันทร์

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 742 พิธีไหว้พระจันทร์
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 742 พิธีไหว้พระจันทร์

“กลับมาแล้ว!”

ทันทีที่ซื่อเหนียงและซานหลางเห็นรถม้าแล่นเข้ามาจากปากตรอกก็รีบตะโกนเสียงดังลั่นลานบ้าน

สองพี่น้องสวมเสื้อคลุมผ้าโปร่งและกางเกงขาสั้นที่มีสีสันและเนื้อผ้าเหมือนกันเปี๊ยบ เกล้าผมมวยคู่เหมือนกัน ผูกเชือกถักสีเหลืองใบไม้ร่วงสีเดียวกัน ทั้งคู่ชะโงกหน้าออกมาพร้อมกัน คนหนึ่งอยู่ซ้ายคนหนึ่งอยู่ขวา สมมาตรกันพอดีราวกับเด็กเฝ้าประตูตัวน้อยสองคน มองดูแล้วช่างน่าเอ็นดู

อินเยว่ได้ยินเสียงก็รีบวิ่งออกมา คว้าตัวทั้งสองคนไว้ข้างละคน ขยี้แก้มยุ้ยๆ สองข้างนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว แทบอยากจะกัดลงท้องสักคำ

อาวั่งและคนอื่นๆ ก็ตามออกมาต้อนรับ ต่างพากันมองรถม้าที่หยุดลงด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าสองสามีภรรยาฉินเหยาไปทำอะไรกันแน่ ไหนบอกว่าไปครู่เดียว แต่หายไปนานถึงครึ่งชั่วยาม

ฉินเหยากระโดดลงจากรถม้าเป็นคนแรกแล้วเปิดประตูท้ายรถม้าออก

“อาวั่ง มาช่วยข้าหน่อย” ฉินเหยาร้องเรียก

อาวั่งก็รีบก้าวเข้าไป จากนั้นก็เห็นว่าภายในประตูท้ายรถที่เปิดอ้าอยู่ กงเหลียงเหลียวกำลังนั่งหน้าเจื่อนอยู่บนรถเข็น ข้างๆ มีหลิวจี้นั่งยองๆ กำลังพยายามจะเข็นเขาลงมาจากรถอย่างทุลักทุเล

“ท่านอาจารย์!”

อาวั่งตกใจ แต่พอมองดูสองสามีภรรยาที่ทำท่าทางนิ่งเฉยราวกับแค่ออกไปรับสหายธรรมดาๆ คนหนึ่งกลับมาก็ลอบปาดเหงื่อ รีบกวาดตามองซ้ายมองขวาไปรอบๆ จนแน่ใจว่าไม่มีสายสืบหรือคนจับตามอง ถึงค่อยวางใจ

เขาโบกมือเป็นเชิงให้นายท่านใหญ่ที่มือไม้อ่อนปวกเปียกหลบไป ส่วนตัวเองมุดเข้าไปในตัวรถม้าแล้วแบกกงเหลียงเหลียวลงมาตรงๆ

ฉินเหยามอบรถม้าให้หลิวจี้ไปจัดการ นางยกรถเข็นอันหนักอึ้งลงมาแล้วเดินตามเข้าลานบ้านไปติดๆ

เมื่อทุกคนในบ้านเห็นกงเหลียงเหลียวต่างก็พากันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

ทว่าเพียงไม่นานก็รู้ใจกัน ต่างรีบกุลีกุจอทำหน้าที่ของตน

หลิวเฝยไม่พูดพร่ำทำเพลงวิ่งไปช่วยหลิวจี้ลากรถม้า เอ้อร์หลาง ซานหลาง และซื่อเหนียงต่างก็รีบตามเข้าลานบ้าน หาแผ่นไม้มาวางพาดบันไดหน้าจวน เพื่อให้กงเหลียงเหลียวขึ้นลงได้สะดวก

เอ้อร์หลางค่อนข้างละเอียดรอบคอบ เขาได้ย้ายถังถ่ายทุกข์ใบสะอาดที่อยู่ใต้ตั่งในห้องหนังสือของท่านพ่อออกมาไว้ที่ประตูข้าง เพื่อให้สะดวกต่อการหยิบใช้ได้ทุกเมื่อ

ต้าหลางและอินเยว่รั้งอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ ทั้งสองทำตัวลับๆ ล่อๆ ราวกับขโมย แยกย้ายกันไปเดินสำรวจรอบจวนทั้งหน้าและหลังจนทั่ว เมื่อพบเพื่อนบ้านมาสอบถามก็ข่มความตื่นเต้นในใจ พลางอธิบายด้วยสีหน้าท่าทางจริงจังว่า ท่านพ่อท่านแม่ไปรับญาติห่างๆ จากชนบทมาฉลองเทศกาลด้วยกัน

เหล่าเพื่อนบ้านต่างก็รู้สึกประหลาดใจนัก คาดไม่ถึงว่าครอบครัวฉินเหนียงจื่อจะมีญาติอยู่ในเมืองหลวงด้วย ต่างพากันพูดชื่นชมในความกตัญญูตามมารยาทคนละประโยคสองประโยค

จนกระทั่งมั่นใจว่าไม่มีสิ่งผิดปกติแล้ว อินเยว่และต้าหลางจึงปิดประตูใหญ่แล้วกลับเข้ามาในบ้าน

กงเหลียงเหลียวนั่งอยู่ใต้ระเบียงทางเดินหน้าของห้องโถงหลัก มองดูครอบครัวฉินเหยาที่กุลีกุจอวิ่งวุ่นเพื่อตนแล้วก็ให้รู้สึกขอบตาร้อนผ่าว

ผู้เฒ่าทนรับภาพความซาบซึ้งเช่นนี้ไม่ไหวจึงรีบยกน้ำชาร้อนๆ ขึ้นมาแสร้งทำเป็นจิบ อาศัยไอน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาช่วยบดบังความตื้นตันในแววตา

ครู่ต่อมา เขาก็กลับคืนสู่ท่าทางสุขุมลุ่มลึกดังเดิม

ยามรัตติกาลมาเยือน โคมไฟหลากสีสันอันงดงามในลานบ้านถูกจุดจนสว่างไสว แสงไฟสาดส่องจับใบหน้าของผู้คนจนดูหลากสีสัน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรื่นเริง

ฉินเหยาเหลียวมองคนข้างกาย พยักหน้าให้กงเหลียงเหลียวเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาที่หน้าโต๊ะบูชาแล้วเอ่ยยิ้มๆ ว่า “เริ่มพิธีไหว้พระจันทร์กันเถอะ!”

แม้จะบอกว่าจัดพอเป็นพิธีก็พอ แต่ว่าเมื่อพิธีการเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ ทั้งผู้ใหญ่และเด็กในบ้านต่างก็มีสีหน้าเคร่งขรึมสำรวมยิ่ง

กงเหลียงเหลียวมากด้วยประสบการณ์จึงคอยกำกับดูแลอยู่ด้านข้าง

เริ่มจากสองสามีภรรยาฉินเหยาถือธูปก้าวออกมาเซ่นไหว้ฟ้าดิน อธิษฐานขอให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล บ้านเมืองสงบสุขราษฎรปลอดภัย

จากนั้นสมาชิกในบ้าน เรียงลำดับจากผู้อาวุโสไปสู่ผู้น้อย ต่างทยอยก้าวเข้าไปโขกศีรษะขอพรทีละคน

สุดท้ายเมื่อพิธีเสร็จสิ้น ผู้เป็นเจ้าบ้านก็จะลงมีดแบ่งขนมไหว้พระจันทร์ก้อนใหญ่ที่เตรียมไว้แจกจ่ายให้ทุกคนได้รับประทานร่วมกัน โดยก่อนทาน ทุกคนจะต้องกล่าวคำมงคลที่เกี่ยวกับเทศกาลไหว้พระจันทร์หรือดวงจันทร์คนละหนึ่งประโยค

หลิวจี้ผู้ชอบทำตัวเด่น ย่อมไม่ยอมพลาดโอกาสโอ้อวดเช่นนี้อยู่แล้ว เขาพูดออกมารวดเดียวยาวเหยียด ทำเอาเอ้อร์หลางร้อนรนไปหมด

เพราะกฎกติกามีอยู่ว่าห้ามพูดซ้ำกับผู้อื่น ยิ่งท่านพ่อพูดมากขึ้นประโยคหนึ่ง ทางฝั่งเขาก็จะเหลือคำพูดน้อยลงไปหนึ่งประโยค

โชคดีที่เอ้อร์หลางหาดาวข่มของบิดาเจอ เพียงแค่เรียก “ท่านแม่~” ด้วยน้ำเสียงน่าสงสารเวทนา หลิวจี้ก็โดนเขกหัวเข้าให้หนึ่งทีจนต้องจำใจหยุดปาก

แต่เขากลับไม่นึกโกรธ ยังคงหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี พลางมองเอ้อร์หลางด้วยสายตายียวน

เอ้อร์หลางเชิดคางขึ้นใส่เขาอย่างผู้ชนะ มือหนึ่งประคองขนมไหว้พระจันทร์ อีกมือหนึ่งไพล่หลัง วางท่าทางขึงขังเต็มที่ จากนั้นเงยหน้ามองจันทร์กระจ่างบนท้องฟ้า ส่ายศีรษะไปมาพร้อมร่ายว่า

“จันทร์เพ็ญเทศกาลไหว้พระจันทร์ วาสนาเปี่ยมล้น พร้อมหน้าสมบูรณ์สุข เป็นสิริมงคลเกษมศานต์!”

หลิวจี้ร้อง ‘เฮ่’ อย่างประหลาดใจ ก่อนจะยุยงส่งเสริมอย่างคนที่ไม่กลัวเรื่องบานปลายว่า “พูดมาอีกสักสองประโยคสิ”

เอาก็เอาสิ เขาไม่กลัวหรอก เอ้อร์หลางหลับตาลง ร่ายต่อว่า “จะมืดมิดหรือสว่างไสว เว้าแหว่งหรือเต็มดวงล้วนอย่าได้เอ่ยถึง พึงยินดีกับช่วงเวลาแสนงามในโลกหล้า ช่วงเวลาดีงาม ปรารถนาให้ทุกๆ ปี ได้ยลจันทร์ในเทศกาลไหว้พระจันทร์!”

ซานหลางและซื่อเหนียงต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ปรบมือร้องชม

“พี่รองเก่งจัง!”

“พี่รองฉลาดมาก!”

หลิวจี้จิ๊ปาก กำลังจะเอ่ยปากก่อกวนต่อ ฉินเหยาก็ปรายตามองมาปราดหนึ่ง เขาถึงได้สงบเสงี่ยมลง

คนอื่นๆ ที่เหลือ แม้จะไม่ได้พูดมากเท่าหลิวจี้และเอ้อร์หลาง แต่ก็เอ่ยกันคนละประโยคแล้วกินขนมไหว้พระจันทร์ที่เปี่ยมไปด้วยคำอวยพรลงท้องไป

เมื่อพิธีไหว้พระจันทร์เสร็จสิ้นก็ได้เวลาเริ่มมื้ออาหารอย่างเป็นทางการ

อาวั่ง หลิวจี้และหลิวเฝย ง่วนกันมาทั้งวันแล้ว รังสรรค์อาหารออกมาถึงสิบสองอย่าง แบ่งเป็นจานเย็นสี่ จานร้อนสี่ ของหวานสี่และน้ำแกงอีกสี่ แม้จะไม่ได้จัดจานอย่างวิจิตรบรรจง แต่ก็รวบรวมของโปรดของทุกคนในบ้านไว้ครบถ้วน ผู้ใหญ่และเด็กต่างลิ้มรสกันอย่างมีความสุข

ทุกคนไม่ได้พะเน้าพะนอเอาใจกงเหลียงเหลียวเป็นพิเศษ บรรยากาศเหมือนกับตอนที่กินข้าวด้วยกันในหมู่บ้านตามปกติ พวกเขาต่างผลัดกันเล่าเรื่องตลกๆ ของตัวเองในช่วงนี้ พูดคุยเรื่องความใฝ่ฝันในอนาคต บางครั้งก็เอ่ยถามผู้เฒ่าสักประโยค เมื่อได้รับคำชี้แนะกลับมาก็พลันกระจ่างแจ้ง

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!”

เสียงเคาะประตูใหญ่ดังแทรกขึ้น

ตามมาด้วยเสียงตะโกนของเจ้าหนูหวังเฉิงหยางที่ดังมาจากข้างนอก “หลิวต้าหลาง หลิวเอ้อร์หลาง ออกมาเร็วเข้า พวกเราจะไปดูการแสดงดอกไม้ไฟกันแล้ว!”

ยังมีเสียงตบประตูอย่างตื่นเต้นของหลานสาวตระกูลชิวสมทบเข้ามาอีก “ซื่อเหนียง ซื่อเหนียง เจ้ากินข้าวเสร็จหรือยัง ท่านปู่ข้าจะพาพวกเราไปดูการแสดงกายกรรมนะ”

“ท่านแม่!” เด็กๆ ในบ้านรีบลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น หันขวับมามองฉินเหยาอย่างพร้อมเพรียง แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวังระคนเว้าวอน

ฉินเหยาโบกมืออย่างใจกว้าง “อิ่มแล้วก็ไปเถอะ!”

นางส่งสัญญาณให้อาวั่ง อินเยว่และหลิวเฝย ให้ทั้งสามคนตามไปดูแลพวกเด็กๆ ก่อน ส่วนนางกับหลิวจี้จะเข็นกงเหลียงเหลียวตามไปทีหลัง

ในเมื่อไปรับตัวคนมาก็ต้องพากลับไปส่งให้ถึงที่ด้วย

กงเหลียงเหลียวทำสีหน้าไม่ถูก จะหัวเราะก็ไม่ได้จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก แต่ลึกๆ ก็อดไม่ได้ที่จะตั้งตารอ เทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ครึกครื้นเช่นนี้ครั้งล่าสุด ดูเหมือนจะเนิ่นนานจนเลือนรางไปมากแล้ว

เมื่อได้รับอนุญาตจากท่านพ่อท่านแม่ สี่พี่น้องซึ่งนำโดยต้าหลางก็รีบสะพายกระเป๋าผ้าใบเล็กของตน ตรวจดูเงินค่าขนมให้เรียบร้อยแล้วพากันออกจากบ้านไปสมทบกับสหาย มุ่งหน้าไปยังคูเมือง

คนโตจูงมือคนเล็ก ด้านหลังยังมีอาวั่งและคนอื่นๆ คอยติดตาม ฉินเหยาและหลิวจี้จึงไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง สามารถเข็นกงเหลียงเหลียวเดินเล่นรับลมชมทิวทัศน์ได้อย่างสบายใจ

ตอนแรกคนยังไม่เยอะนัก แต่พอไปถึงแถวคูเมือง ผู้คนกลับเบียดเสียดกันจนไหล่ชนไหล่ รถเข็นจึงไม่สามารถผ่านเข้าไปได้

หลิวจี้ร้อนใจ เขาเขย่งเท้าชะเง้อคอพยายามมองไปข้างหน้า แต่ก็เห็นเพียงศีรษะคนที่ดำทะมึนและประกายไฟสีทองที่พวยพุ่งขึ้นมา

หากมองไม่เห็นเลยเสียยังจะดีกว่า แต่นี่ดันเห็นประกายไฟแวบๆ มันช่างยั่วใจจนคันยุบยิบไปหมด

ติดตรงที่เข็นรถเข็นฝ่าเข้าไปไม่ได้นี่สิ

กงเหลียงเหลียวเอ่ยปากบอกว่าช่างเถอะ ดูอยู่ไกลๆ ก็ดีเหมือนกัน

แต่หลิวจี้ไม่ยอม เขาหันรีหันขวาง เหลียวซ้ายมองขวา ทันใดนั้นก็พบทำเลทองจึงยกมือชี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้…นั่นคือหอฝานโหลว หอที่สูงที่สุดในเมืองหลวง

ฉินเหยามองตามนิ้วเขาไป ก่อนจะยิ้มอย่างมั่นใจแล้วพูดว่า “ข้าเข้าใจแล้ว”

หลิวจี้ชะงัก เขายังไม่ได้พูดอะไรเลย นางเข้าใจแล้วอย่างนั้นหรือ

เดี๋ยวนะ ไม่ใช่สิ นางเข้าใจอะไรกันแน่ ทำไมถึงยิ้มอย่างน่าสยกสยองแบบนั้น!

ฉินเหยากระตุกยิ้มร้าย ยื่นกรงเล็บปีศาจออกไปยังคู่ศิษย์อาจารย์ข้างกาย…

ชั่วอึดใจต่อมา ณ จุดที่ทั้งสามคนเพิ่งยืนอยู่ก็เหลือเพียงรถเข็นไม้คันหนึ่งจอดโดดเดี่ยวเดียวดายอยู่ในมุมมืด

ส่วนคู่ศิษย์อาจารย์ที่ถูกฉินเหยาหิ้วปีกคนละข้างแล้วโยนขึ้นไปบนหลังคาหอฝานโหลว กำลังมองดูดอกไม้ไฟที่บานสะพรั่งงดงามตระการตาอยู่เบื้องล่าง ต่างก็ถูมือด้วยความตื่นเต้นอย่างระงับไม่อยู่ มันช่างเร้าใจจริงๆ!

หลิวจี้: เมียจ๋าของข้าสุดยอดที่สุดเลย!

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 742 พิธีไหว้พระจันทร์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf-059
แมวน้อยของนายท่าน
24/03/2023
61dbab1aVw5UqpWl
เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค
14/09/2024
sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
11/02/2023
63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.