ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 101 เจ้าตูบทั้งสาม
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 101 เจ้าตูบทั้งสาม
บทที่ 101 เจ้าตูบทั้งสาม
“โอ้โห ยายหนูนี่!” ยวี่เจี้ยนกั๋วอุทานอย่างตกใจ “จะมาก็มาเถอะ ไม่ต้องเอาอะไรมาให้หรอก! เห็ดนิดหน่อยที่ยวี่เฟยให้เธอไปมันจะมีค่าอะไร ไม่คุ้มกับชามยักษ์นี่ของเธอหรอก!”
ยวี่เจี้ยนกั๋วรีบออกมาต้อนรับ แต่พอเห็นชามน้ำพริกขนาดมหึมาในมืออันจิ่วเม่ยเขาก็ชักเกรงใจ ไม่กล้ารับไว้
ยุคนี้น้ำมันกับพริกแพงยิ่งกว่าอันจิ่วเม่ย ชามใหญ่สีแดงฉานนั่นมูลค่าไม่ใช่เล่น ยวี่เจี้ยนกั๋วรู้สึกว่าถ้ารับไว้จะเป็นการเอาเปรียบเกินไป
“โธ่ คุณลุงจะมาเกรงใจอะไรกับหนูล่ะคะ?” อันจิ่วยิ้มกว้าง “ลูกหมาสามตัวที่หนูถูกใจ ลุงยังไม่ยอมรับเงินหนูเลย นี่ก็แค่ของทำเองที่บ้าน ไม่ได้แพงอะไรหรอกค่ะ อย่าเกรงใจเลยนะคะ”
ว่าแล้วอันจิ่วเม่ยก็วางชามน้ำพริกไว้ที่โต๊ะม้านั่งทันที ไม่ฟังคำทัดทานใด ๆ แถมยังรีบเอามือไพล่หลังเพื่อไม่ให้มีโอกาสคืนด้วย!
ยวี่เจี้ยนกั๋วรู้สึกเกรงอกเกรงใจสุด ๆ แต่ก็รับน้ำใจมาแล้ว จะปฏิเสธอีกก็กระไรอยู่ เขาหันไปบอก อันจิ่วเม่ยด้วยรอยยิ้ม
“งั้นฉันก็ไม่เกรงใจละนะ มา! ฉันจะพาไปดูลูกหมาที่เพิ่งหย่านม ตอนนี้กินข้าวเองได้แล้วด้วย!”
อันจิ่วเม่ยเดินตามยวี่เจี้ยนกั๋ว ไปยังลานหลังบ้านอย่างตื่นเต้น พบกระท่อมไม้จิ๋วสามหลังที่ยวี่เจี้ยนกั๋วลงแรงสร้างเองกับมือ
เป็นบ้านหรูของสุนัขสามตัวภายในปูด้วยเสื้อผ้าเก่านุ่ม ๆ หลายชั้น แสดงถึงความรักความเอาใจใส่ที่ยวี่เจี้ยนกั๋วมีต่อเจ้าตูบทั้งหลาย
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“โอ้โห! ลุงเจี้ยนกั๋วดูแลพวกมันดีจังเลย! พวกมันโชคดีจังที่มีลุงเป็นเจ้าของ” อันจิ่วเม่ยอุทานชื่นชมอย่างจริงใจ
แต่ยวี่เจี้ยนกั๋วกลับโบกมือปัด ๆ “ที่ฉันทำนี่เทียบไม่ได้หรอก ตอนสงคราม สุนัขช่วยชีวิตทหารเราไว้ตั้งเยอะ! คนชอบบอกว่าสุนัขเป็นแค่สัตว์ แต่พวกมันกลับรู้จักบุญคุณที่สุด ไม่มีวันทรยศเจ้าของ ฉันชอบความซื่อสัตย์ของพวกมัน เลยอยากเลี้ยงดูให้ดีที่สุด”
พอได้พูดถึงสัตว์เลี้ยงสุดที่รัก ยวี่เจี้ยนกั๋วก็เหมือนกับเปิดสวิตช์ความทรงจำ เล่าเรื่องไม่หยุด โชคดีที่อันจิ่วเม่ยสนใจเรื่องพวกนี้เป็นพิเศษ ยวี่เจี้ยนกั๋วชอบเล่า เธอก็ชอบฟัง ทั้งคู่คุยกันเพลินอยู่นาน
ในที่สุดยวี่เจี้ยนกั๋วก็รู้สึกตัวว่าพูดมากไป จึงตัดบทสนทนา แล้วเดินไปอุ้มลูกสุนัขสามตัวที่ยวี่เจี้ยนกั๋วเลือกไว้มาส่งให้ ก่อนจะกำชับด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อันจิ่วเม่ย ลุงไว้ใจหนูถึงยกสุนัขให้ หนูต้องดูแลพวกมันดี ๆ นะ ฝึกดีๆ พวกมันก็จะเชื่อฟัง อย่าตีพวกมันล่ะ เธอทำได้ไหม?”
ยวี่เจี้ยนกั๋วมองเธออย่างวิงวอน ดวงตาฉายแววอาลัยอาวรณ์ ใครมีตาก็เห็นว่าเขาไม่อยากจากพวกมันไปเลย
อันจิ่วเม่ยพยักหน้าหนักแน่น “คุณลุงวางใจได้เลยค่ะ ฉันจะดูแลพวกมันดีที่สุด ฉันก็รักสุนัขมากเหมือนกัน ถึงได้อยากเลี้ยงสามตัว แล้วบ้านเราก็อยู่ใกล้กัน ถ้าคิดถึงก็แวะมาเยี่ยมได้ตลอดนะคะ”
ลูกสุนัขในอ้อมกอด อันจิ่วเม่ยส่งเสียงร้องเบา ๆ ใส่ลูกราวกับรู้ว่ากำลังจะจากกัน ทำเอาหัวใจชายแกร่งอย่างยวี่เจี้ยนกั๋วอ่อนยวบ รู้สึกเศร้าแต่ก็ดีใจที่พวกมันได้เจ้าของใหม่ที่ดีอย่างอันจิ่วเม่ย
“ได้สิ ฟ้ามืดแล้ว เธอพาพวกมันกลับไปเถอะ” ยวี่เจี้ยนกั๋วพูดพลางหันหน้าหนี ด้วยกลัวว่าถ้ามองอีกสักพัก หัวใจจะอ่อนยวบจนไม่อยากปล่อยลูกสุนัขน้อยไปเสียแล้ว
ทันใดนั้น อันจิ่วเม่ยก็ยื่นมือมาอย่างรวดเร็ว สอดซองบุหรี่เข้าไปในกระเป๋าของยวี่เจี้ยนกั๋ว แล้วร้องบอกอย่างสดใส “คุณลุง ฉันไปละนะ!”
อันจิ่วเม่ยไม่ทันให้ยวี่เจี้ยนกั๋วได้ตั้งตัว เธอก็อุ้มลูกสุนัขทั้งสามวิ่งจากไปราวกับสายลม
ยวี่เจี้ยนกั๋วตะลึงงัน มองตามร่างเล็ก ๆ ที่วิ่งลับตาไปแล้ว ก่อนจะก้มลงมองซองบุหรี่ยี่ห้อหนึ่งในมือ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่
“บุหรี่นี่แพงจริง ๆ จิ่วเม่ยนี่ช่างใจป้ำเสียจริง” แต่แล้วรอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้า นั่นแสดงว่าอันจิ่วเม่ยคงมีฐานะดีพอจะเลี้ยงดูลูกสุนัขได้สบาย
ด้วยความสุขใจยวี่เจี้ยนกั๋วเก็บบุหรี่อย่างทะนุถนอม แล้วฮัมเพลงเดินไปอย่างร่าเริง
ยวี่เฟยมองพ่อด้วยความสงสัย ปกติพ่อมักเศร้าเสียใจเมื่อต้องจากลูกสุนัข แต่ครั้งนี้ทำไมถึงดูมีความสุขนัก? ด้วยความเป็นห่วง เธอจึงรีบถาม
“พ่อ พ่อไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
“ไม่เป็นอะไรหรอกลูก พ่อจะเป็นอะไรได้?”ยวี่เจี้ยนกั๋วตอบพลางยิ้มกว้าง ความสุขฉายชัดบนใบหน้า
ยวี่เจี้ยนกั๋วโบกมือปัดอย่างร่าเริงก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านด้วยรอยยิ้มกว้าง เขารีบร้อนไปหยิบบุหรี่ที่รอคอยมานาน
ขณะเดียวกันอันจิ่วเม่ยก็พาลูกสุนัขสามตัวน้อยกลับบ้านด้วยความตื่นเต้น แต่เจ้าตูบตัวจิ๋วกลับขี้ขลาดเสียจนต้องหลบใต้โต๊ะ มองเห็นแค่ก้อนกลม ๆ สามก้อนเท่านั้น
ในยุคนี้แม้แต่คนก็แทยจะขาดแคลนอาหาร แต่สำหรับอันจิ่วเม่ยไม่ใช่เรื่องอยาก เพราะในมิติเธอไม่ได้ขาดแคลนอาหาร ดังนั้นเธอสามารถเลี้ยงสนุขสามตัวนี้ได้สบาย
ย่าอันหัวเราะขำขันเมื่อเห็นภาพนั้น “โอ้โห! เลี้ยงดีจริงๆ ตัวเล็กนิดเดียวแต่อ้วนกลมน่ารักจัง”
“ใช่เลยค่ะ” อันจิ่วเม่ยตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าครัวไปต้มไข่สามฟอง หวังจะสร้างสัมพันธ์กับเจ้าตูบน้อย
ลูกสุนัขทั้งสามได้ลิ้มรสไข่เป็นครั้งแรกในชีวิต พวกมันดมอย่างระมัดระวังก่อนจะกล้ากินด้วยความอร่อย
ย่าอันมองหลานสาวป้อนไข่ให้สุนัขด้วยความเสียดายนิด ๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอลุกขึ้นถือไม้เท้าพลางบอก “ดึกแล้วนะ เธอก็เข้านอนเร็วๆ หน่อยล่ะ ยายจะไปนอนก่อนแล้ว”
“ได้ค่ะคุณย่า” อันจิ่วเม่ยตอบรับพลางมองลูกสุนัขด้วยความเอ็นดู
เพราะลูกสุนัขยังเล็กนักอันจิ่วเม่ยจึงตัดสินใจให้พวกมันนอนในห้องโถงแทนลานบ้าน จะได้ไม่หนาวยามค่ำคืน
สุดท้ายอันจิ่วเม่ยตั้งชื่อให้ลูกสุนัขทั้งสาม ตัวสีดำชื่อฟูฝู ส่วนตัวสีน้ำตาลเฉียนเฉียน ตัวสีครีมชื่อมูมู่
กลับมาที่สำนักข่าวเยว่โม่โฉวก็โดนหัวหน้าเรียกตัวทันที!
เยว่โม่โฉวจึงได้โอกาสเล่าเรื่องราวของอันจิ่วเม่ย เขาเล่าออกมาอย่างตื่นเต้น ราวกับกำลังเล่านิยายรักโรแมนติก
“เธอเป็นคนที่เก่งมากเลย ๆ ครับ ในตอนแรกผมแปลกใจมากที่เธอยังดูเด็ก แต่พอได้พูดคุยกันแล้ว เธอทั้งเก่งและมุ่งมั่น แถมยังมีสามีเป็นทหารอีก พวกเขารักกันมากเลยนะครับ แบบว่าเป็นคู่รักในฝันของชาติเลย!”
เล่อหนิงเทียนฟังแล้วอึ้งไปชั่วขณะ ไม่คิดว่าเยว่โม่โฉว จะชื่นชมคนแซ่อันขนาดนี้ เขาพยักหน้าช้า ๆ พลางกล่าว
“งั้นก็เขียนบทความให้ดีๆ ล่ะ ถ้าได้รับเสียงตอบรับดี จะให้รางวัลพิเศษเลย”
ดวงตาของเยว่โม่โฉวเป็นประกายวาววับ “ครับ! ผมจะรีบกลับไปเขียนเดี๋ยวนี้เลย!”
หลังจากที่เยว่โม่โฉวจากไป เล่อหนิงเทียนก็รีบโทรหาหลัวลี่เซียนทันที แต่ต้องรอนานกว่าปลายสายจะรับ
เมื่อหลัวลี่เซียนรับสาย เล่อหนิงเทียนก็เล่าถึงการสัมภาษณ์อันจิ่วเม่ยอย่างละเอียด พร้อมปิดท้ายว่า “ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนดีจริงๆ นะ แถมยังเก่งมากอีกด้วย เด็กสาวคนนี้เป็นเพื่อนของเธอหรือเปล่า? อ้อ เห็นว่ามีสามีเป็นทหารด้วย เธอรู้จักไหม?”
เล่อหนิงเทียนรายงานอย่างกระตือรือร้น โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าเบื้องหลังหลัวลี่เซียนนั้นมีแผนการลับของหลานหลัวลี่เซียนซ่อนอยู่
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ จนเล่อหนิงเทียนต้องเรียกซ้ำๆ ก่อนที่ปลายสายจะตอบกลับอย่างเย็นชา
“ขอบคุณค่ะ สหายเล่อ ไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอวางสายก่อนนะคะ” แล้วรีบวางสายทันที
เล่อหนิงเทียนรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ‘เด็กคนนี้! ไม่ให้เกียรติผู้ใหญ่เลยจริงๆ!’
ส่วนหลัวลี่เซียนที่วางสายไปก็รู้สึกหงุดหงิดเต็มที่ ‘ทำไมทุกคนถึงได้เอาแต่อวยอันจิ่วเม่ยกันนะ? ฉันไม่อยากฟังเรื่องของเธอเลยสักนิด!’
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
สาวน้อยบ้านนอกผู้มีไหวพริบเฉียบแหลม สามารถเจรจาความร่วมมือกับสหกรณ์จนประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง ทำให้หลัวลี่เซียนรู้สึกหงุดหงิดใจอยู่ลึก ๆ เธออดคิดไม่ได้ว่าอันจิ่วเม่ยจะต้องเป็นคนที่มีความคิดลึกซึ้งมากแน่ ๆ ไม่เช่นนั้นทำไมถึงได้จงใจพูดถึงหลี่เจียเฟิ่งในระหว่างการสัมภาษณ์ล่ะ?
หลัวลี่เซียนรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการตั้งใจจะสร้างความรำคาญให้เธออย่างแน่นอน! ราวกับท้าทายให้เปิดศึกกันอย่างไรอย่างนั้น แต่สิ่งที่หลัวลี่เซียนลืมไปก็คือ อันจิ่วเม่ยไม่แม้แต่จะรู้ว่าตัวเธอเองมีตัวตน