ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 102 แผนการและการเผชิญหน้า
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 102 แผนการและการเผชิญหน้า
บทที่ 102 แผนการและการเผชิญหน้า
ตามที่เล่อหนิงเทียนบอกความสัมพันธ์ของอันจิ่วเม่ยกับหลี่เจียเฟิ่งดีมาก หลัวลี่เซียน ไม่สามารถปล่อยให้ความสัมพันธ์นี้ดำเนินต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นเธอจะไม่มีโอกาสเลย
หลัวลี่เซียนหลับตาลงอย่างมุ่งมั่น เตรียมพร้อมที่จะทำลายความสัมพันธ์ของพวกเขา แต่เธอก็ไม่สามารถให้เล่อหนิงเทียนรู้ถึงความคิดนี้ได้ จึงต้องเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้ในใจ
ในขณะเดียวกัน อันจิ่วเม่ยไม่รู้เลยว่าตัวเองถูกจับตามองอยู่ ตอนนี้เธอสนใจเพียงจดหมายตอบกลับจากหลี่เจียเฟิ่ง เมื่ออ่านเจอว่าอาหารที่เธอทำให้เขากลายเป็นที่นิยมมาก เธอถึงกับยิ้มปลื้มใจ
แต่คราวนี้อันจิ่วเม่ยไม่ได้รีบตอบกลับทันที เธอตั้งจะคุณย่าทำเต้าหู้ยี้ทั้งสองรสเสร็จรวามน้ำพริกเห็ดของเธอ
แต่ทว่าเต้าหูยี้ใส่น้ำมันรสหม่าล่านั้นใช้เครื่องปรุงมากมาย แม้อันจิ่วเม่ยจะมีมิติพิเศษช่วยหยิบของ แต่เธอก็ยังต้องซื้อของที่สหกรณ์บ้างเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย คราวนี้เธอวางแผนจะไปเดินเล่นที่สหกรณ์พร้อมกับตั้งใจจะซื้อรองเท้าคู่ใหม่ให้ย่าอันด้วย
เมื่อถึงสหกรณ์อันจิ่วเม่ยบังเอิญได้พบกับฟางหรูที่เพิ่งกลับมาทำงาน เธอสังเกตเห็นว่าบาดแผลของฟางหรูดูจางลงแล้ว
แม้ยังมีสีหน้าอิดโรยบ้าง อันจิ่วเม่ยอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความห่วงใย “พี่ฟางหรู ช่วงนี้เป็นยังไงบ้างคะ?”
ฟางหรูยิ้มรับ เธอรู้สึกอบอุ่นใจที่อันจิ่วเม่ยเป็นคนแรกที่ถามไถ่เธอด้วยความจริงใจ “ดีขึ้นมากแล้ว”
เธอกระซิบเบา ๆ ข้างหูอันจิ่วเม่ยพร้อมสีหน้าที่มุ่งมั่น“ฉันขอหย่ากับเขาแล้ว ลูกก็ฝากให้อยู่กับพ่อ ส่วนฉันจะกลับไปบ้านเกิด ตั้งใจเลี้ยงตัวเองต่อไปโดยไม่พึ่งใครอีกแล้ว”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
อันจิ่วเม่ยยิ้มรับ รู้สึกยินดีกับความกล้าหาญของฟางหรู “พี่พูดถูกค่ะ การเลี้ยงชีพด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย”
ฟางหรูพยักหน้า แววตาเต็มไปด้วยความหวัง แต่ก็แฝงไปด้วยความเจ็บปวด “แต่พวกเขาก็ยังไม่อยากปล่อยฉันไป พยายามจะฮุบเงินที่ฉันหามาเพื่อไปเลี้ยงผู้หญิงคนนั้น พวกเขาไม่ยอมหย่าให้เรื่องมันจบง่ายๆ หรอก”
อันจิ่วเม่ยฟังอย่างเข้าใจ เธอรู้ว่าคนไร้ยางอายมีอยู่มากมายในโลกนี้ จึงคิดหาวิธีช่วยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“งั้นทำให้เขามาขอหย่าเองสิคะ ง่ายจะตาย”
ฟางหรูอึ้งไปสักพัก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “ยังทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ?” เธอพึมพำงุนงง
แต่ความหวังในดวงตาของฟางหรูก็เริ่มกลับมา “น้องจิ่วเม่ย เธอมีวิธีใช่ไหม? ช่วยพี่หน่อยนะ ฉันจะตอบแทนเธอแน่นอน!”
อันจิ่วเม่ยหัวเราะเบา ๆ “โอ๊ย พี่ฟางหรูจะสุภาพขนาดนั้นทำไมล่ะคะ เราสองคนได้มาเจอกันเพราะโชคชะตาอยู่แล้ว พี่ฟางหรู แค่ทำแบบนี้ค่ะ…” เธอโน้มตัวเข้าไปกระซิบแผนการอย่างละเอียด
ทันทีที่ได้ฟัง ดวงตาของฟางหรูก็สว่างวาววับ “ทำไมฉันถึงไม่คิดถึงแบบนี้นะ!”
“ฉลาดจริง ๆ น้องจิ่วเม่ย!” ฟางหรูอุทานอย่างตื่นเต้น “พี่จะเลิกงานแล้ว เธอรอฉันสักครู่นะ เดี๋ยวจะพาไปทานอาหารที่ร้านอาหารรัฐ เป็นการขอบคุณ!”
อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้าง เธอเองก็มีเรื่องอยากพูดคุยกับฟางหรูอยู่แล้ว จึงตอบตกลงทันที
“งั้นพี่ฟางหรูทำงานให้เสร็จก่อนนะคะ เดี๋ยวฉันจะไปเลือกซื้อรองเท้าให้คุณย่าแล้วจะกลับมาค่ะ” อันจิ่วเม่ยพูดพลางโบกมือลา
“ไปเถอะจ้ะ เดี๋ยวเจอกันนะ” ฟางหรูยิ้มอย่างร่าเริง ก่อนจะกลับไปทำงานต่อด้วยใจที่เบิกบานกว่าเดิม
สำหรับฟางหรู ชีวิตใหม่ที่ไร้พันธะคอยรั้งเป็นทางเลือกที่เธอต้องการมาตลอด การหย่าครั้งนี้เหมือนเป็นเส้นด้ายสุดท้ายที่ยึดเหนี่ยวความหวังในชีวิตของเธอ คำแนะนำของอันจิ่วเม่ยเป็นดั่งกุญแจไขปัญหาที่ทำให้เธอมั่นใจว่า ชีวิตที่สงบสุขของเธอนั้นใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
อันจิ่วเม่ยซื้อรองเท้าให้ย่าอันพร้อมผ้าสองผืน ตั้งใจจะให้ย่าอันตัดเป็นกระโปรงสวย ๆ ให้ตัวเอง นึกภาพแล้วก็อดยิ้มไม่ได้
เมื่อกลับไปฟางหรูอีกครั้ง เธอเลิกงานแล้วแต่ยังต้องรอคนเข้ากะต่อ ฟางหรูเห็นผ้าที่อันจิ่วเม่ยซื้อมาก็อดแซวไม่ได้
“จิ่วเม่ย ผ้าพวกนี้ตัดเป็นเสื้อผ้าจะไม่ฉูดฉาดเกินไปเหรอ?”
คนยุคนี้ยังอนุรักษ์นิยมอยู่มาก เสื้อผ้าทั่วไปมักเป็นโทนสีเรียบ ๆ ไม่กี่สี แต่ผ้าที่อันจิ่วเม่ยเลือกกลับเป็นสีแดงสดกับฟ้าอ่อนลายดอกไม้ ในสายตาพนักงานขายของที่สหกรณ์มันช่างจัดจ้านเกินไป
แต่อันจิ่วเม่ยกลับคิดว่าไม่เป็นไร จึงแก้ตัวว่า “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่ฟางหรู ฉันเพิ่งแต่งงาน ใส่สีแบบนี้ดูเป็นมงคลนะ”
แน่นอนว่านี่เป็นแค่ข้ออ้างลวก ๆ เพราะไม่ว่ายุคไหน เจ้าสาวใหม่ก็มักได้รับความเอ็นดูเป็นพิเศษอยู่แล้ว
ฟางหรูได้ยินดังนั้นก็ไม่ว่าอะไรอีก ยังยิ้มพลางพูดติดตลก “ก็จริงนะ พวกเธอคนรุ่นใหม่ก็ควรแต่งตัวให้สดใสหน่อย รอต่อไปมีลูกแล้ว อยากแต่งตัวก็ไม่มีเวลาหรอก”
ความรู้สึกขมขื่นแล่นผ่านหัวใจของฟางหรู เธอนึกถึงตัวเอง เสียงสะอื้นแผ่วเบาดังขึ้นในใจ เมื่อคิดถึงการเสียสละเงินและเวลามากมายเพื่อลูกสาว แต่กลับถูกทิ่มแทงด้วยมีดแห่งความอกตัญญู โอ้! ช่างเป็นบาดแผลลึกที่ไม่อาจเยียวยา
แม้ฟางหรูจะรู้สึกเจ็บปวดแต่เธอก็ยังสวมหน้ากากแห่งความเข้มแข็งไว้อย่างมิดชิด ไม่ให้ใครล่วงรู้ถึงความปวดร้าวในใจ
ทันใดนั้น พนักงานขายที่มารับช่วงต่อก็มาถึงพอดิบพอดี ฟางหรูก็รีบพาอันจิ่วเม่ยไปยังร้านอาหารของรัฐบาล ราวกับหนีออกจากความทุกข์ใจ
แสงแดดยามเช้าทอประกายอ่อน ๆ ร้านอาหารของรัฐบาลยังคงเงียบสงบ ไร้ผู้คนพลุกพล่าน ฟางหรูและอันจิ่วเม่ยนั่งลงสั่งอาหาร บรรยากาศชวนให้พูดคุย
อันจิ่วเม่ยจึงพยายามหาหัวข้อสนทนา และแล้วเธอก็พบประเด็นที่น่าสนใจคือ เต้าหู้ยี้! อาหารธรรมดาที่อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาที่น่าตื่นเต้น
“เต้าหู้ยี้หม่าล่า? ไม่มีทางรอดหรอก!” ฟางหรูส่ายหน้าอย่างมั่นใจ ก่อนจะเหลือบมอง อันจิ่วเม่ยด้วยสายตาเป็นห่วง
“น้องสาว พี่ขอเตือนด้วยความหวังดีนะ อย่าไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวายพวกนี้เลย!”
ฟางหรูอธิบายต่อ “ไม่ใช่ว่าชนบทไม่ดีหรอกนะ แต่คนส่วนใหญ่มักมองว่าของจากชนบทไม่สะอาด ไม่ปลอดภัย หัวหน้าของเราคงไม่กล้าเสี่ยงร่วมมือกับเธอแน่ ๆ ”
“ถั่วงอกกับแป้งถั่วยังพอไหว โดยเฉพาะวแป้งถั่วแปลกใหม่ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า” พูดต่อ “ซอสปรุงสำเร็จเธอยังออกยากอยู่นะ ยิ่งเป็นเต้าหู้ยี้นี่ไม่ไหวแน่ ใช้เวลาผลิตนาน ไม่มีโรงงานได้มาตรฐาน ใครจะรู้ว่าใส่อะไรลงไปบ้าง มีหวังขายไม่ออกแน่”
อันจิ่วเม่ยฟังแล้วเข้าใจว่า พนักงานขายของที่สหกรณ์ หวังดีจริง ๆ คงคิดว่าเธอใจร้อนอยากได้ผลเร็วเกินไป
“พี่ฟางหรู ฉันเข้าใจความหมายของพี่ค่ะ” อันจิ่วเม่ยตอบ “แต่ถ้าผลิตจากโรงงานล่ะคะ? ผลิตตามกระบวนการที่ถูกต้อง บรรจุในขวดแก้วเหมือนผลไม้กระป๋อง จะมีคนสนใจไหมคะ?”
ฟางหรูอึ้งไป งุนงงกับคำพูดของเธอก่อนจะถามกลับ “แต่ถ้าผลิตจากโรงงาน ก็ไม่ได้ช่วยหมู่บ้านของพวกเธอเลยนี่!”
อันจิ่วเม่ยกระซิบเสียงกระหยิ่มยิ้มย่อง “ฮิ ๆ ฉันมีแผนอยู่ค่ะ ถ้ามันดีจะบอกพี่ทันที แต่ถ้ามันล้มเหลวก็คิดซะว่าฉันไม่เคยพูดอะไรนะคะ!”
ฟางหรูหัวเราะขำกับความน่ารักของน้องสาว “มุ่งมั่นจังเลยนะเรา พี่เชื่อมือเธอแน่นอน! จิ่วเม่ย เธอนี่แหละ สาวน้อยผู้กล้าหาญและฉลาดเฉลียวที่สุดเท่าที่พี่เคยเจอมา สามีเธอนี่โชคดีสุด ๆ ที่ได้เมียเก่งแบบนี้ ชีวิตนี้คุ้มแล้วไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”
ไม่ทันไร อาหารหอมกรุ่นก็ถูกยกมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว เชฟใหญ่แห่งร้านอาหารรัฐบาลไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ ฟางหรูสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ ทั้งเนื้อตุ๋นที่ส่งกลิ่นหอมฉุยไปทั่วร้าน อาหารเรียกน้ำย่อยสองจานและซุปร้อน ๆ อีกหนึ่งถ้วย อันจิ่วเม่ยกินด้วยความเอร็ดอร่อยจนแก้มป่อง
ทันใดนั้น คู่รักคู่หนึ่งก็เดินเข้ามา ฝ่ายหญิงท้องโตใกล้คลอด ส่วนฝ่ายชายประคองดูแลเธออย่างทะนุถนอม ดูเป็นคู่รักที่กลมเกลียวและอบอุ่นเหลือเกิน
ชายหนุ่มก้มหน้าดูแลหญิงสาวไม่ทันสังเกตเห็นคนรอบข้าง แต่หญิงท้องโตกลับสบตาเข้ากับฟางหรูที่นั่งอยู่กับอันจิ่วเม่ยพอดี
“พี่อี้เจ๋อคะ เรา…ไปกินที่อื่นกันดีกว่านะคะ” เธอเอ่ยเสียงหวาน ชวนชายหนุ่มที่ประคองอยู่ให้ไปที่อื่น
อี้เจ๋อมองเธอด้วยความสงสัย “อ้าว ทำไมล่ะเฟยหย่า? ไม่อยากกินเนื้อตุ๋นของร้านนี้แล้วเหรอ?”
Pchaya
ฟางหรูฟ้องชู้เลยสิ