ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 107 เกมพลิก
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 107 เกมพลิก
บทที่ 107 เกมพลิก
อันจิ่วเม่ยฉวยโอกาสนี้ตะโกนเสียงดังเรียกความสนใจ พอเห็นว่ามีคนล้อมรอบมากพอแล้ว เธอก็เริ่มแสดงท่าทางน่าสงสาร
“คุณลุงคุณป้าทั้งหลายคะ ช่วยตัดสินให้หน่อยเถอะ!” อันจิ่วเม่ยร้องขอความเห็นใจ “ฉันไม่รู้จักคนนี้มาก่อนเลยนะคะ เพิ่งเจอกันเมื่อวานตอนไปรับพวกเขากลับมา ไม่เคยมีอะไรเกี่ยวข้องกันมาก่อน แต่เขาดันมาบอกว่าอยากย้ายเข้าบ้านฉัน พอฉันปฏิเสธ เขากลับหาว่าฉันไม่มีน้ำใจ!”
“ในบ้านมีแค่ฉันกับย่านะคะ แล้วเขาเป็นผู้ชายตัวโตขนาดนี้ จะให้มาอยู่ด้วยได้ยังไง?” ย่าอันเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “แถมยังบอกว่าเห็นแก่ที่บ้านฉันเพิ่งสร้างใหม่ จะให้ค่าเช่าสามหยวน นี่มันไม่ใช่การรังแกฉันกับย่าเหรอคะ?”
“เขาทำแบบนี้ ฉันอึดอัดมากจริง ๆ ” อันจิ่วเม่ยร้องออกมาอย่างกลัดกลุ้ม “ฉันเพิ่งแต่งงานกับหลี่เจียเฟิ่งไปหยก ๆ แต่เขาก็ไม่อยู่บ้าน แล้วจู่ ๆ เขาก็โผล่มาหาฉันแบบนี้ มันไม่ใช่การบีบคอฉันให้ตายทั้งเป็นหรอกหรือ? ฉันงงไปหมดแล้วว่าเขาคิดอะไรอยู่!”
เว่ยป๋อหลินได้ยินคำพูดของอันจิ่วเม่ยแล้วรู้สึกเหมือนโดนสาดน้ำเย็น สมองปั่นป่วนไปหมด เขารู้ดีว่าตัวเองไม่ได้พูดแบบนั้น แต่ก็หาคำแก้ตัวไม่ออก จะทำยังไงดีล่ะทีนี้?
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะอ้าปากพูดอะไร เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังขึ้นรอบด้านราวกับฝูงผึ้งแตกรัง
“เฮ้ย! ไอ้หนุ่มน้อยทำอะไรก็ระวังหน่อย” เสียงหนึ่งตวาดขึ้น “ไม่รู้หรือไงว่าชื่อเสียงของผู้หญิงสำคัญแค่ไหน? ทำแบบนี้ยังมีความละอายอยู่บ้างมั้ย?”
“โชคดีนะที่จิ่วเม่ยเป็นคนมีสติ รู้จักปฏิเสธนาย” อีกเสียงเสริมขึ้นมา “ลองคิดดูสิ ถ้าปล่อยให้นายเข้าไปจริงๆ ใครจะรู้ว่าข่าวลือจะลามไปถึงไหน?”
“พวกเรารู้ว่าพวกนายคนเมืองความคิดเปิดกว้าง แต่ก็ไม่ได้เปิดกว้างขนาดนี้หรอกนะ” เสียงที่สามแทรกขึ้น “นายทำแบบนี้ จะให้สามีของเธอคิดยังไง?”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“ใช่แล้ว! สามีของอันจิ่วเม่ยเป็นทหารนะ แถมทุกเดือนส่งเงินกลับมาให้” อีกคนเสริม “เธอไม่ได้ขาดแคลนเงิน แค่สามหยวนของนายหรอก อย่ามาทำให้คนอื่นเสื่อมเสียเลย!”
“ไม่ใช่ว่านายมีเจตนาไม่ดีอยู่หรอกนะ?” เสียงสุดท้ายพูดอย่างมีพิรุธ
“ในหมู่บ้านมีตั้งหลายบ้าน ทำไมเขาถึงเลือกบ้านของอันจิ่วเม่ยล่ะ? ฮึ!”
ทุกคนในหมู่บ้านรู้กันหมดแล้วว่าหัวหน้าหมู่บ้านให้คะแนนเต็มทั้งปีกับอันจิ่วเม่ย ตอนนี้เธอไม่ได้ขาดเงินเลยสักนิด แล้วจะมาสนใจเงินแค่สามหยวนของเว่ยป๋อหลินทำไมกัน?
สถานการณ์พลิกผันจนน่าตกใจ เว่ยป๋อหลินไม่คิดเลยว่าเรื่องจะบานปลายถึงขนาดนี้ แผนการของเขาพังพินาศในพริบตา!
ทั้ง ๆ ที่แค่อยากให้อันจิ่วเม่ย ช่วยแนะนำบ้านเท่านั้นเอง แต่ดันหลุดปากพูดอะไรไม่ดีออกไปซะได้ ตอนนี้จะเข้าใกล้เธอยังไงดีล่ะเนี่ย?
เว่ยป๋อหลินพยายามแก้ตัว “ทุกคนเข้าใจผิดแล้ว ผมแค่…”
แต่อันจิ่วเม่ยไม่ให้โอกาสแม้แต่น้อย เธอตัดบทเสียงเฉียบ “คุณไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ฉันไม่มีทางจะให้คุณมาอยู่บ้านฉันได้ เราไม่สนิทกันขนาดนั้น อย่ามาวนเวียนแถวนี้อีก สามีฉันไม่อยู่ อย่าทำให้คนเข้าใจผิดโดยไม่จำเป็น”
ทุกคนพยักหน้าหงึก ๆ เห็นด้วยสุด ๆ ว่าอันจิ่วเม่ยพูดมีเหตุผลมาก พวกเขาจึงช่วยกันดุเว่ยป๋อหลินอีกสองสามประโยคก่อนจะเผ่นแน่บ
อันจิ่วเม่ยไม่แยแสกับเว่ยป๋อหลินที่ยังยืนงง ๆ อยู่หน้าประตู เธอปิดประตูดังปัง!
“โชคดีจริง ๆ ที่ชาวบ้านกลับมากินข้าวกัน พวกเขาเข้ามาช่วยได้พอดี น่าปลื้มใจจริง ๆ ”
ลูกหมาสามตัววิ่งวนรอบขาอันจิ่วเม่ยอย่างร่าเริง เธอก้มลงลูบหัวพวกมันพลางพูด “โตเร็ว ๆ นะลูกรัก จะได้ปกป้องแม่ได้ เดี๋ยวคืนนี้แม่จะทำอาหารอร่อย ๆ ให้กิน”
แล้วเธอก็แกว่งเนื้อแห้งในมือล่อพวกมันอย่างสนุกสนาน
อันจิ่วเม่ยยังรับไม่ได้ที่เห็นหลานสาวเลี้ยงหมาสามตัวนี้ราวกับลูกแท้ๆ ทั้ง ๆ ที่พวกมันอยู่บ้านนี้มาหลายวันแล้ว เธอคิดในใจว่า ‘หลานสาวคงอยากมีลูกแย่แล้วสิ หวังว่าคราวหน้าที่หลี่เจียเฟิ่งกลับมา พวกเขาจะพยายามมีลูกสักคน จะได้ไม่ต้องมาเลี้ยงหมาแทนลูกอีก!’
เว่ยป๋อหลินกลับมาถึงบ้านพักยุวชนด้วยสีหน้าบูดบึ้ง ทำให้จ้าวเฉินซานและคนอื่น ๆ ที่รออยู่ต่างมองเขาอย่างคาดหวัง
“เป็นไงบ้าง?” หนิงอวี่หรานถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ เธออดหลับอดนอนมาทั้งคืน ใจแทบจะขาดรอน ๆ อยากจะหาที่นอนพักเสียที
แต่เว่ยป๋อหลินไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่เดินคอตกไปยังกองสัมภาระของตัวเองเงียบ ๆ
จ้าวเฉินซานส่ายหน้าพร้อมเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ดูท่าทางแล้ว คงไม่ได้เรื่อง น่าจะต้องไปถามคนอื่น”
คำพูดนี้ทำให้หนิงอวี่หรานแทบปรี๊ดแตก! เธอพูดอย่างฉุนเฉียว “เฮอะ! ฉันว่าแล้วเชียวว่ายายผู้หญิงบ้านั่นทำเป็นปากเก่ง ทั้ง ๆ ที่ผู้นำหมู่บ้านฝากฝังมันให้ช่วยเหลือพวกเรา ก็น่าจะจัดการเรื่องที่พักให้เรียบร้อยด้วยสิ!”
ก่อนหน้านี้หนิงอวี่หรานกับอันจิ่วเม่ยก็ไม่ค่อยลงรอยกันอยู่แล้ว พอเจอสถานการณ์เช่นนี้ ความไม่พอใจที่มีต่ออันจิ่วเม่ยก็ยิ่งทวีคูณขึ้นอีก
เสียงหมิ่นเหลียนซินดังขึ้นข้าง ๆ ขณะกำลังจัดของ “เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? ที่พักที่หมู่บ้านจัดให้ก็อยู่ตรงนี้ ทำไมไม่อยู่กันดี ๆ ล่ะ พวกเธอไม่อยู่กันเองจะมาโทษสหายอันได้ยังไง?”
หมิ่นเหลียนซินยังคงบ่นต่อ “แล้วอีกอย่าง สหายอันก็พูดชัดเจนตั้งแต่แรกว่าไม่อยากให้รบกวน พวกเธอนั่นแหละไม่ฟังเอง แล้วจะมาโทษสหายอันอีกทำไม”
หมิ่นเหลียนซินเพิ่งกลับมาจากการเอาเนื้อแห้งไปให้อันจิ่วเม่ย ในใจก็แอบกังวลว่าเธอจะรับหรือเปล่า เลยรีบให้แล้วรีบเผ่นกลับมาทันที ใครจะไปคิดว่าคนกลุ่มนี้จะเนรคุณขนาดนี้
หมิ่นเหลียนซินได้แต่คิดในใจเงียบ ๆ ว่า หากจะขอความช่วยเหลือจากใครสักคน ก็ควรแสดงความจริงใจบ้าง อย่างน้อยก็มีของติดไม้ติดมือไปฝาก นี่อะไร! เว่ยป๋อหลินกลับไปมือเปล่า แถมยังหน้าด้านเดินเข้าไปหาอันจิ่วเม่ยด้วยท่าทียโสโอหังด้วยซ้ำ ด้วยท่าทางแบบนั้น ไม่ใช่แค่อันจิ่วเม่ยหรอกที่จะไม่ช่วย ถ้าเป็นเธอเองก็คงปฏิเสธเหมือนกัน!
“เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วย?” หนิงอวี่หรานพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เธอที่เห็นตัวเองเหนือกว่าคนอื่นในกลุ่ม มักวางท่าเป็นผู้นำ มองเพื่อนคนอื่นเหมือนลูกน้องที่ต้องคอยรับคำสั่ง
หนิงอวี่หรานยืนเท้าสะเอว พลางกล่าวเสียงหยัน “ทำตัวเสร่อไปยุ่งกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเรา แล้วยังกล้ามาว่าฉันอีก เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?”
หมิ่นเหลียนซินกำลังจะอ้าปากพูด แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงฟางเจียวเหม่ย ซึ่งปกติเป็นคนขี้อายพูดขึ้นมาว่า “นั่นสิ พวกเราก็ไม่ได้ไปยุ่งกับสหายอันสักหน่อย แต่เธอกลับทำท่าเหมือนเป็นศัตรูกับพวกเรา ไม่รู้เธอเป็นอะไร”
หนิงอวี่หรานพูดต่อ “เห็นไหม! ทุกคนก็คิดเหมือนกัน มีแต่เธอนั่นแหละที่อยากจะไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น”
หนิงอวี่หรานยิ่งยืดอกภูมิใจ ส่วนหมิ่นเหลียนซินได้แต่มองฟางเจียวเหม่ยอย่างอึ้ง ๆ “นี่เธอลืมไปแล้วเหรอว่าใครเป็นคนช่วยขนกระเป๋าของเธอตอนขี่จักรยานกลับมา? ทำไมถึงพูดแบบนี้ออกมาได้นะ?”
หมิ่นเหลียนซินรู้สึกเหมือนตัวเองดวงตกสุด ๆ อุตส่าห์มาพัฒนาชนบทด้วยใจฮึกเหิม แต่ต้องมาเจอกับคนประเภทชอบทะเลาะแย่งชิงดีชิงเด่นกันแบบนี้ ทนไม่ไหวจริง ๆ แบบนี้เธอจะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขได้ยังไง?
ฟางเจียวเหม่ยก้มหน้าลงเล็กน้อย ทำท่าทางน่าสงสารสุดฤทธิ์ พร้อมพูดเสียงเบาราวกระซิบว่า “ฉันตัวเล็กนิดเดียวเองนะ แล้วก็มีแต่เธอที่ขี่จักรยานนี่นา… ช่วยฉันหน่อยไม่ได้เหรอ?”
“…” หมิ่นเหลียนซินได้ยินถึงกับนิ่งงันไป พูดอะไรไม่ออก
Pchaya
พวกหมาป่าตาขาว ไม่น่าช่วยเลย