ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 109 ของถูกใจในกองขยะ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 109 ของถูกใจในกองขยะ
บทที่ 109 ของถูกใจในกองขยะ
“ลุงผู้นำหมู่บ้านน่ะ แม้หน้าตาจะดูดุไปหน่อยแต่จริง ๆ แล้วใจดีมาก ตั้งใจพัฒนาหมู่บ้านสุด ๆ ถ้ามีปัญหาอะไรก็ไปหาได้เลย แต่อย่าไปรบกวนบ่อยเกินไปล่ะ เดี๋ยวโดนไล่ตะเพิดเอา”
“แล้วก็ระวังซื่อหงด้วยนะ คนนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พยายามอย่าไปยุ่งด้วย ไม่งั้นจะโดนรังควานจนปวดหัว”
อันจิ่วเม่ยยังเล่าเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย แต่คำแนะนำของเธอค่อนข้างผิวเผิน เพราะตัวเองก็เพิ่งข้ามเวลามาไม่นาน เลยให้คำแนะนำแบบลึกซึ้งไม่ได้ ราวกับกำลังอ่านคู่มือการใช้ชีวิตในหมู่บ้านฉบับย่อนั่นเอง
แม้จะเป็นเช่นนั้นก็ยังรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก เธอร้องออกมาด้วยความดีใจ “โอ้โห! ขอบคุณสหายอันจริง ๆ ค่ะ สหายอันนี่แหละคือนางฟ้าตัวจริง ๆ ”
อันจิ่วเม่ยได้ยินดังนั้นก็อดขำไม่ได้ จึงตอบกลับไปอย่างติดตลก “ ฮ่า ๆ ถ้าฉันเป็นนางฟ้าจริง ๆ นะ ฉันคงไม่ปล่อยให้เธอไปวิ่งหาคนอื่นเวลามีปัญหาหรอก แต่จะให้มาหาฉันโดยตรงเลย! คนอื่นเขาคงไม่คิดแบบนี้กันหรอกนะ”
หมิ่นเหลียนซินส่ายหน้าพลางยิ้มน้อย ๆ “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้น การที่คุณพูดเรื่องพวกนี้กับฉันก็วิเศษมากแล้ว คุณนี่แหละคือคนดีตัวจริงเสียงจริงเลย”
หมิ่นเหลียนซินเป็นคนมีเหตุผลและก่อนที่เธอจะลงชนบท แม่ของเธอก็เคยสั่งสอนไว้ว่า ‘ลูกจ๋า จำไว้นะ ไม่มีอะไรตกลงมาจากฟ้าหรอก ไม่มีใครจะดีกับเราโดยไม่มีเหตุผล ถ้ามีใครทำแบบนั้น ระวังไว้ คน ๆ นั้นต้องไม่มีเจตนาดีแน่ ๆ ”
หากอันจิ่วเม่ยมาบอกตั้งแต่แรกว่า ‘ถ้ามีอะไรให้มาหาฉันได้เลยนะ’ หมิ่นเหลียนซินคงคิดว่าเธอมีเจตนาแอบแฝงแน่ ๆ แต่เมื่ออันจิ่วเม่ยเลือกที่จะเล่าถึงความสัมพันธ์ของคนในหมู่บ้านอย่างตรงไปตรงมา กลับทำให้หมิ่นเหลียนซินสัมผัสได้ว่าเธอหวังดีกับตนจริง ๆ โดยไม่มีเงื่อนไขใดแอบแฝง
เมื่อได้ยินคำชื่นชมด้วยสีหน้าที่จริงจังเช่นนั้น อันจิ่วเม่ยรู้สึกปลื้มปริ่มจนแทบจะลอยได้ มุมปากเธอยิ้มกว้างด้วยความเบิกบานใจ
เมื่อมาถึงในเมือง ทั้งสองสาวก็แยกย้ายกันไปทำธุระตามที่ตกลงกันไว้ อันจิ่วเม่ยบอกหมิ่นเหลียนซินด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ถ้าทำธุระเสร็จแล้ว ให้มารอที่เดิมนะ เราจะได้กลับพร้อมกัน”
“ฉันจะรีบมานะคะ ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ” หมิ่นเหลียนซินตอบด้วยรอยยิ้มปลื้มใจ แค่ได้ติดรถมาด้วยเธอก็รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจแล้ว และยิ่งอันจิ่วเม่ยยังรอให้กลับพร้อมกันอีก เธอยิ่งประทับใจเข้าไปใหญ่
จากนั้นอันจิ่วเม่ยก็ปั่นจักรยานตรงไปที่ร้านสหกรณ์ โดยมีเป้าหมายคือนำผักสดที่เก็บมาฝากฟางหรูตามที่ตั้งใจไว้
ทันทีที่เห็นอันจิ่วเม่ย ฟางหรูก็ยิ้มตาหยีด้วยความดีใจ รีบเข้ามาทักทาย อันจิ่วเม่ยยิ้มบาง ๆ ก่อนหยิบผักในตะกร้าออกมาครึ่งหนึ่งแล้วยื่นให้ ส่วนที่เหลือในตะกร้านั้น เธอตั้งใจจะนำไปฝากคุณปู่กุ้ยฉางที่สถานีจัดการขยะประจำเมือง
ฟางหรูเห็นท่าทางของอันจิ่วเม่ยก็ยิ้มรับ แต่กลับพูดขึ้นอย่างจริงจัง
“จิ่วเม่ยจ๊ะ เธอไม่จำเป็นต้องเอาผักมาให้พี่มากมายขนาดนี้ทุกครั้งหรอกนะ เธอไม่ได้ติดหนี้พี่อะไรสักหน่อย แถมตอนนี้ร้านสหกรณ์ก็รับซื้อผักจากหมู่บ้านของเธออยู่แล้ว เก็บไว้ขายเองเถอะ จะดีกว่านะ”
อันจิ่วเม่ยหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี “โธ่ พี่ฟางหรู ฉันเอาผักที่ปลูกในสวนหลังบ้าน ไม่ได้เสียเงินซะหน่อย พี่รับไปเถอะ”
ฟางหรูหัวเราะตามอันจิ่วเม่ยอย่างอารมณ์ดี รู้สึกเอ็นดูน้องสาวต่างสายเลือดคนนี้ไม่ต่างกับน้องแท้ ๆ ของตัวเอง
แต่เธอก็ยังคงพูดอย่างจริงจัง “น้องจิ่วเม่ย พี่พูดจริง ๆ นะ ตอนนี้พี่ยังไม่ได้หย่ากับคนคนนั้น แล้วทั้งครอบครัวก็ต้องพึ่งพาพี่อยู่ ของดี ๆ พวกนี้ถ้าเธอเอากลับไปก็เหมือนเอาไปให้คนอื่นฟรี ๆ น่ะสิ ฟังพี่นะ เก็บไว้ขายหาเงินเองเถอะ จะได้มีเงินติดกระเป๋าบ้าง”
“ก็ได้ค่ะ งั้นฉันฝากพี่ไว้ก่อนนะคะ ฉันไปจัดการธุระเสร็จเดี๋ยวมารับนะคะ” อันจิ่วเม่ยตอบรับด้วยรอยยิ้มสดใส
“ดีเลย ๆ แล้วก็นี่” ฟางหรูรีบตอบ พลางหยิบขนมเค้กงาดำสองจินใส่มืออันจิ่วเม่ยติดไม้ติดมือกลับไป
อันจิ่วเม่ยยิ้มรับเพราะรู้ดีว่ามิตรภาพที่ดีต้องมีทั้งการให้และรับ จึงจะยั่งยืน
อันจิ่วเม่ยถือถุงขนมเค้กงามาถึงสถานีจัดการขยะ อันจิ่วเม่ยเห็นคุณตากุ้ยฉางยืนอยู่คนเดียวเหมือนเคย เธอจอดจักรยานแล้วตะโกนทักทาย
“คุณปู่!”
อันจิ่วเม่ยโบกถุงขนมในมือไปมาพลางชวน “หนูเอาขนมเค้กงากับผักสด ๆ มาฝากค่ะ มาล้างมือแล้วกินกันหน่อยก่อนทำงานนะคะ!”
กุ้ยฉางแม้จะอายุมากแล้ว แต่ก็ยังต้องมาจัดการขยะที่สถานีทั้งวัน ชีวิตค่อนข้างเหงาอยู่บ้าง
อันจิ่วเม่ยปากไวเป็นกระสุน พอมาถึงก็พล่ามไม่หยุด ทำเอาคนแก่บ่นว่ารำคาญ แต่ลึก ๆ ก็ดีใจที่มีคนมาคุยด้วย
“ไม่เอา ๆ นั่นมันของกินเด็ก ๆ เก็บไว้กินเองเถอะ” กุ้ยฉางปฏิเสธแกมเขิน
อันจิ่วเม่ยสาวน้อยผู้มุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เธอฉวยโอกาสดึงคุณปู่มาชิมขนมอย่างไม่ลดละ “คุณปู่ค่ะ ลองชิมสักชิ้นนะคะ อร่อยจริง ๆ นะ”
กุ้ยฉางถอนหายใจอย่างจำนน ล้างมืออย่างพิถีพิถันแล้วรับขนมจาก อันจิ่วเม่ยมาชิมอย่างระมัดระวัง
ขณะที่อันจิ่วเม่ย นั่งเคี้ยวเค้กงาอย่างเอร็ดอร่อยจนแก้มป่อง เธอก็หยิบผักออกมาจากตะกร้า พลางถามขึ้นมาอย่างไม่ทันคิด “คุณปู่คะ ธุรกิจของพี่ลู่เหอ เป็นไงบ้างคะช่วงนี้? มีปัญหาอะไรรึเปล่า?”
กุ้ยฉางหันมามองเธออย่างไม่สบอารมณ์ “จะดีหรือไม่ดีก็ช่างเถอะ เธอแต่งงานแล้ว มาถามเรื่องพวกนี้ทำไม?”
“พรวด! แค่ก ๆ ” อันจิ่วเม่ยที่กำลังเคี้ยวขนมอยู่ก็สำลักออกมาทันควัน ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตกใจ
“โอ๊ย! คุณปู่เข้าใจผิดแล้ว!” เธอรีบอธิบายอย่างทุลักทุเล “ฉันแค่สนใจเรื่องธุรกิจจริง ๆ นะคะ ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นเลย! ที่มาหาพี่ลู่เหอบ่อย ๆ ก็เพราะอยากร่วมธุรกิจด้วยต่างหาก วันนี้ก็มาถามสถานการณ์เพราะช่วงนี้มีการควบคุมเข้มงวดไม่ใช่เหรอคะ?”
ชายชราทำหน้าเบื่อหน่าย “ฮึ ฉันรู้น่า แค่พูดไปงั้นเอง!”
อันจิ่วเม่ยถอนหายใจโล่งอก ดีใจที่ได้อธิบายความเข้าใจผิดให้กระจ่าง ทั้งเพื่อรักษาชื่อเสียงของตัวเองและหลี่เจียเฟิ่ง
กุ้ยฉางฮึดฮัดอย่างหัวเสีย ราวกับถูกแทงใจดำ หลานชายตัวแสบเคยเตือนเรื่องนี้แล้ว แต่ไหนเลยจะฟัง ความเสียดายที่สาวน้อยน่ารักคนนี้ไม่ได้เป็นหลานสะใภ้ทำให้ปากไวกว่าใจนึก พูดจาเป็นน้ำไหลไฟดับ
แม้จะรู้ว่าคุณปู่พูดแบบนี้แปลว่ายอมรับแล้ว แต่อันจิ่วเม่ยก็ยังคงยืนกรานเสียงแข็ง “คุณปู่คะ พูดแบบนี้เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวนะคะ ทั้งฉันและสามี แถมยังลามไปถึงหลานชายกับคู่ครองในอนาคตด้วยนะคะ อย่าพูดแบบนี้สิค่ะ”
กุ้ยฉางทำหน้าเหมือนเด็กโดนดุ แต่ก็ยอมพยักหน้าหงึก ๆ พลางบ่นอุบอิบ
“รู้แล้วน่า! เรื่องธุรกิจฉันงง ๆ รอให้ไอ้ตัวยุ่งนั่นกลับมาแล้วเธอค่อยไปซักไซ้เอาเองก็แล้วกัน”
ตอนนี้เค้กงาในมือคุณปู่หายวับไปแล้ว อันจิ่วเม่ยจึงชวนให้ท่านกินอีกชิ้น แต่คุณปู่ก็ส่ายหน้าพร้อมปฏิเสธสุดชีวิต บอกว่าอิ่มแล้วและต้องรีบไปทำงานต่อ
“งั้นเธอก็มาช่วยฉันคัดแยกขยะสิ” กุ้ยฉางเอ่ยพลางหันไปยังกองขยะกองโตที่รอการคัดแยก “วันนี้ได้ของดี ๆ มาเยอะเลย ลองดูสิว่ามีอะไรถูกใจ ถ้ามีก็เอาไปได้เลย”
อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้าง รู้สึกสนุกสนานเมื่อได้ค้นหาของในกองขยะ เธอค่อย ๆ พลิกดูของเก่าทีละชิ้น ไล่ตั้งแต่ของใช้แล้ว เศษไม้ เศษโลหะ จนกระทั่งเหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างซ่อนอยู่ใต้กล่องกระดาษเก่า
เมื่อหยิบขึ้นมาดูใกล้ ๆ เธอก็พบว่ามันคือวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องเก่า ถึงสภาพภายนอกจะดูโทรมไปบ้าง แต่รูปทรงก็ยังคงสมบูรณ์อยู่