ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 119 ต้อนรับคณะผู้นำพรรคประจำเมือง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 119 ต้อนรับคณะผู้นำพรรคประจำเมือง
บทที่ 119 ต้อนรับคณะผู้นำพรรคประจำเมือง
“ผมไปช่วยทำประโยชน์ให้หมู่บ้านนะ ถ้าคุณจะมาเรียกเก็บเงินผมแบบนี้ ไปตัดสินกันต่อหน้าผู้นำหมู่บ้านดีกว่า!”
เว่ยป๋อหลินตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เมื่อเทียบกับเงิน หน้าตาไม่สำคัญอีกต่อไป
ถ้าเป็นอันจิ่วเม่ย ลี่เฟยอาจจะยังกลัว แต่เว่ยป๋อหลินก็แค่คนหนุ่มที่เพิ่งมาใหม่ ตอนนี้เธอยังจับได้ว่าเขามีจุดอ่อน เธอจึงไม่กลัวเลย
“จะไปก็ไปสิ ฉันจะถือโอกาสบอกผู้นำหมู่บ้านเรื่องที่นายยั่วยวนลูกสะใภ้ฉันด้วย! กลางวันแสกๆ ยั่วยวนลูกสะใภ้ฉันให้ขโมยจักรยานในบ้านไปให้ชายชู้ขี่ ฉันอยากรู้นักว่าผู้นำหมู่บ้านจะเข้าข้างฉันหรือนาย!”
พอได้ยินคำพูดนี้ เว่ยป๋อหลินก็ตกตะลึง แม้เขาจะเคยคิดอยากได้ผลประโยชน์จากเพ่ยอิง แต่ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนี่นา แม่ลูกคู่นี้ช่างไร้ยางอายเสียจริง!
ถ้าเขาทำจริง ก็ยอมจ่ายเงินไปแล้ว แต่นี่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ขี่จักรยานเท่านั้น กลับถูกพวกเขาใส่ร้ายป้ายสีขนาดนี้ ใครจะไม่โกรธล่ะ!
เขาไม่อาจปล่อยให้ลี่เฟยทำลายชื่อเสียงของตนเช่นนี้ได้ อันจิ่วเม่ยก็ไม่ค่อยมีความประทับใจที่ดีต่อเขาอยู่แล้ว ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นอีก เขาจะเอาชนะใจอันจิ่วเม่ยได้อย่างไร?
แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือ เรื่องทั้งหมดที่เขาต้องเจอนี้ล้วนเป็นฝีมือของอันจิ่วเม่ย
แน่นอนว่าลี่เฟยก็จะไม่พูดถึงเรื่องที่เพ่ยอิงถูกอันจิ่วเม่ยลากกลับมา เพราะมันไม่ใช่เรื่องดีนัก ยิ่งมีคนรู้น้อยยิ่งดี
ส่วนคนอื่น ๆ ก็คงไม่กล้าพูดถึงง่าย ๆ พวกเขายังหวังให้อันิ จิ่วเม่ยพาพวกเขาพัฒนาให้ดีขึ้น จึงไม่กล้านินทาลับหลัง
ในที่สุด เว่ยป๋อหลินก็ยอมจ่ายเงินห้าหยวนให้ลี่เฟย แล้วจึงได้รับอนุญาตให้ไป เหตุการณ์นี้ทิ้งเงาดำในใจเขาอย่างมาก หลังจากนี้เขาเห็นเพ่ยอิงก็เดินหลบ แม้เพ่ยอิงจะพยายามเข้าใกล้อย่างไร เขาก็ผลักไสอย่างไร้ความปรานี
ลี่เฟยเป็นเหมือนผีดูดเลือด เว่ยป๋อหลินจะไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสหาเงินจากตัวเองอีก
พรุ่งนี้คณะผู้นำพรรคประตำเมืองจะมาตรวจเยี่ยมโรงงาน เพื่อให้สามารถต้อนรับผู้นำได้ในสภาพที่ดีที่สุด อันจิ่วเม่ยเข้านอนแต่หัวค่ำ
วันรุ่งขึ้นเธอก็ตื่นแต่เช้า รีบไปที่โรงงาน ดูว่าตรงไหนที่ยังไม่สะอาดเรียบร้อยก็ลงมือจัดการทันที เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ
เมื่อคนงานมาถึง อันจิ่วเม่ยก็แจกหมวกและผ้ากันเปื้อนที่เว่ยป๋อหลินซื้อมาเมื่อวานให้พวกเขา ให้ทุกคนสวมใส่อย่างเรียบร้อย
ทุกคนยืนเรียงแถวกัน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริงจังขึ้นมาทีเดียว
แม้จะยังไม่สามารถทำให้เครื่องแบบเหมือนกันได้ แต่การมีผ้ากันเปื้อนและหมวกเหมือนกันก็ถือว่าเป็นเรื่องเดียวกันนั่นแหละ!
“จิ่วเม่ย! อันจิ่วเม่ยมาหรือยัง?”
เหวินฟู่ที่เพิ่งเข้ามาก็ถามหาอันจิ่วเม่ยทันที อีกฝ่ายรีบขานรับแล้ววิ่งออกไป เหวินฟู่เห็นว่าอีกฝ่ายมาแล้วก็พูดขึ้นว่า
“ไปกันเถอะ เธอไปกับฉันที่ปากทางเข้าหมู่บ้านเพื่อต้อนรับผู้นำ เธอพูดเก่ง ตอนนั้นช่วยพูดให้มากหน่อยนะ”
อันจิ่วเม่ยยินดีอย่างแน่นอน เธอสั่งให้ทุกคนทำงานของตัวเองต่อไป แล้วเดินตามผู้นำหมู่บ้านออกไป
ตอนที่ผู้นำหมู่บ้านได้รับข่าว ผู้นำคงเพิ่งออกจากในเมือง ทั้งสองคนจึงไม่รีบร้อน ค่อย ๆ เดินไปที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน
เหวินฟู่หยิบมันเทศต้มที่ทำมาจากบ้านออกมา แบ่งให้อันจิ่วเม่ยครึ่งหนึ่ง แล้วพูดว่า “ตื่นแต่เช้า ยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหม? เดี๋ยวไม่รู้ว่าจะกลับมากินได้เมื่อไหร่ กินประทังท้องไงว้สักหน่อย”
อันจิ่วเม่ยไม่รีรอรับมาอย่างไม่เกรงใจ แล้วยิ้มพูดว่า “พอดีรู้สึกหิวนิดหน่อย ลุงเหวินช่างคิดรอบคอบจริง ๆ ”
เหวินฟู่ถูกชมจนตาหยีด้วยความพอใจ แล้วพูดว่า “ทั้งหมดนี้ป้าเป็นคนเตรียมนะ”
แน่นอนว่าผู้นำหมู่บ้านหมายถึงภรรยาของเขา อันจิ่วเม่ยจึงชมภรรยาของเหวินฟู่อีกรอบ
อีกฝ่ายรู้สึกดีใจในใจ แต่ปากกลับพูดว่า “พอเถอะ ก็ไม่ใช่คนนอกสักหน่อย พูดอะไรแบบนี้ทำไม? เก็บปากของเธอไว้ใช้ตอนคนอื่นมาถึงดีกว่า”
ทั้งสองคนเดินคุยหัวเราะกันไปจนถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน แล้วหาก้อนหินใหญ่นั่งรอช้าๆ
เมื่อไม่มีอะไรทำ ทั้งสองจึงคุยกันถึงสถานการณ์ในหมู่บ้านตอนนี้
ผู้นำหมู่บ้านพูดอย่างรู้สึกทึ่ง “ผลงานครั้งนี้ต้องยกให้เธอแล้ว คิดรอบคอบจริง ๆ ที่ร่วมมือกับหมู่บ้านรอบ ๆ ไว้ล่วงหน้า ช่วงนี้มีคนไม่น้อยแอบไปสอบถามข้อมูลที่ร้านสหกรณ์ในเมือง อยากจะมาร่วมด้วยเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาหาถั่วงอกสดกับแป้งถั่วไม่ได้ คงจะมาแย่งธุรกิจของพวกเราแล้ว”
อันจิ่วเม่ยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วพูดว่า “ลุงเหวิน สุขคนเดียวไม่สู้สุขด้วยกัน พวกเราหาเงินเองไม่ดีเท่าพาทุกคนหาเงินด้วยกัน”
“เธอมีวิธีหรือ?” ดวงตาของเหวินฟู่เป็นประกายขึ้นมาทันที
อันจิ่วเม่ยไม่ได้แขวนความสนใจของเขาไว้ เธอพูดตรงๆ ว่า “ใช้วิธีเดิม เอาผักของพวกเขามาก็พอ พอดีวันนี้เราไม่ใช่จะคุยเรื่องความร่วมมือกับคณะผู้นำเหรอคะ? ถ้าเราเจรจาความร่วมมือกับสหกรณ์อื่น ๆ หรือผู้นำโรงงานได้ ก็จะต้องใช้ผักจำนวนมาก”
“นอกจากนี้ การทำถั่วงอก แป้งถั่วและซอสปรุงสำเร็จของเราก็ต้องใช้วัตถุดิบ เราสามารถซื้อถั่วเหลืองจำนวนมาก ผูกขาดธุรกิจนี้โดยตรง ทำให้แม้แต่คนที่คิดวิธีการผลิตออกก็ไม่สามารถลองหรือแย่งธุรกิจของเราได้”
“อีกอย่าง การที่เราซื้อผักจากพวกเขา ก็เป็นการช่วยให้พวกเขาได้กำไรเช่นกัน พวกเขาก็จะไม่มีใจคิดที่จะแย่งธุรกิจของเราอีก”
คนในยุคนี้ส่วนใหญ่ค่อนข้างซื่อ ไม่สามารถทำอะไรสองด้านได้ บางครั้งมีคนหนึ่งหรือสองคนโผล่มาให้คำแนะนำ ก็จะถูกทุกคนถ่มน้ำลายใส่จนตาย เพราะไม่มีใครอยากทำลายมิตรภาพของกลุ่ม ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามาก
เหวินฟู่พยักหน้าติดๆ กัน “งั้นเดี๋ยวเราพยายามเจรจาความร่วมมือให้สำเร็จ ถ้าสำเร็จจริง ๆ พรุ่งนี้ฉันจะไปคุยกับผู้นำบ้านที่มีความคิดเหล่านั้นด้วยตัวเอง”
พูดถึงเรื่องพวกนี้ เหวินฟู่ก็เต็มไปด้วยพลัง
ขณะที่กำลังพูดกันอยู่ ก็เห็นรถยนต์สีดำสองคันแล่นมาอย่างช้าๆ ทั้งสองคนรีบลุกขึ้นจัดแต่งเสื้อผ้าเล็กน้อย แล้วยิ้มต้อนรับ
วันนี้หมู่บ้านหนานเทียนคึกคักเป็นพิเศษ มีแขกสำคัญมากมายมาร่วมงาน ทั้งหัวหน้าพรรคผู้ใส่ใจชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชน และผู้นำจากสหกรณ์และโรงงานในเมืองหลายแห่งที่มีชื่อเสียง
บรรยากาศแสดงถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างชนบทกับสหกรณ์ ทุกคนต่างให้ความสนใจ แม้จะมีบางคนถูกบังคับให้มา โดยไม่ได้สนใจโรงงานในหมู่บ้าน แต่กลับหวังพบปะและสร้างสัมพันธ์กับผู้นำท่านอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม หัวหน้าพรรคได้มาเยือนด้วยความจริงใจ ระหว่างทางที่เดินเข้ามาในหมู่บ้าน ทุกคนต่างพูดถึงความสำคัญของโครงการนี้ แม้บางคนจะไม่ค่อยสนใจนัก แต่ก็ยังคงยิ้มแย้มรับฟังอยู่โดยไม่มีใครแสดงออกถึงความเบื่อหน่าย
อันจิ่วเม่ย ซึ่งเป็นผู้ช่วยของผู้นำหมู่บ้านก้าวออกมาแนะนำตัวพร้อมกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“สวัสดีค่ะ หัวหน้าพรรคและคณะผู้นำทุกท่าน ยินดีต้อนรับสู่หมู่บ้านหนานเทียนของพวกเรา ดิฉันชื่ออันจิ่วเม่ย เป็นผู้ช่วยของคุณเหวินฟู่ ผู้นำหมู่บ้านของเราค่ะ วันนี้ฉันกับผู้นำหมู่บ้านจะเป็นผู้ต้อนรับทุกท่าน หากมีสิ่งใดที่ต้องการให้จัดการ โปรดบอกฉันได้เลยนะคะ”
เมื่อแนะนำตัวเสร็จ เธอถอยกลับไปพยุงแขนเหวินฟู่ ซึ่งอายุมากแล้ว ทำให้เห็นถึงความเอาใจใส่ที่เธอมีต่อผู้นำหมู่บ้าน เหวินฟู่ถึงแม้จะรู้สึกตื่นเต้นกับการต้อนรับผู้นำสำคัญ ๆ แต่การมีอันจิ่วเม่ยอยู่เคียงข้าง ทำให้เขามั่นใจและผ่อนคลายขึ้น
หัวหน้าพรรคที่พบกับอันจิ่วเม่ยเป็นครั้งแรกเห็นว่าเธอทั้งหน้าตาดี มีความมั่นใจและพูดจาฉะฉาน ก็รู้สึกประทับใจในตัวเธออยู่ไม่น้อย
แต่ขณะที่บรรยากาศกำลังเป็นไปอย่างราบรื่น ก็มีเสียงท้วงขึ้นจากรองหัวหน้าโรงงานผ้าของโรงงานเสื้อผ้า เขายิ้มเล็กน้อยก่อนพูดว่า
“นี่ยังเด็กเกินไปอยู่มาก ผู้นำของพวกเรามากันหลายคน แต่ผู้นำหมู่บ้านของเธอยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย เธอก็รีบแสดงตัวก่อนแล้ว รีบร้อนไปหน่อยไหม คนหนุ่มสาวยังไงก็ควรใจเย็นกว่านี้สักหน่อย”