ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 164 วันแรกของการส่งเต้าหู้
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 164 วันแรกของการส่งเต้าหู้
บทที่ 164 วันแรกของการส่งเต้าหู้
หลังจากช่วยคุณปู่แยกขยะจนเสร็จเรียบร้อย อันจิ่วเม่ยก็ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับ เธอเหลือบมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนรู้ดีว่าถ้ากลับช้ากว่านี้ อาจถึงบ้านตอนค่ำได้
ก่อนจะจากไป เธอหันไปฝากข้อความกับคุณปู่ “คุณปู่คะ ช่วยบอกพี่ลู่เหอด้วยนะคะว่าหนูมีเรื่องอยากคุย เดี๋ยวอีกสองสามวันหนูจะเข้ามาใหม่”
คุณปู่พยักหน้า ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งแซว “แล้วนี่จะไม่เอาอะไรติดไม้ติดมือกลับไปหน่อยเหรอ?”
อันจิ่วเม่ยยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วตอบ “ของเต็มบ้านหนูแล้วค่ะ เอาไว้รอบหน้าถ้าหนูต้องการอะไรจะมาเลือกอีกที ยังไงหนูก็ต้องมาหาพี่ลู่เหออยู่ดี”
กุ้ยฉางยิ้มมุมปาก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแต่แฝงความดุอ่อน ๆ “งั้นก็ไปดีมาดีล่ะ แล้วก็อย่ามัวแต่ทำงานจนลืมดูแลตัวเองล่ะ”
อันจิ่วเม่ยหัวเราะเบา ๆ พลางยิ้มรับ “ค่ะคุณปู่”
หลังกล่าวลาคุณปู่ เธอขึ้นจักรยานแล้วปั่นกลับหมู่บ้าน
อันจิ่วเม่ยปั่นจักรยานกลับหมู่บ้านอย่างสบายใจ แม้แสงแดดจะร้อนแรง แต่ลมที่พัดผ่านหน้ากลับทำให้เธอรู้สึกสดชื่น ทิวทัศน์สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาเขียวขจี ต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาเป็นระยะ
ระหว่างทาง เธอเห็นกลุ่มเด็ก ๆ วิ่งเล่นริมคลอง เสียงหัวเราะและความสดใสของพวกเขาทำให้อันจิ่วเม่ยอดอมยิ้มไม่ได้ ความสุขง่าย ๆ แบบนี้กลับเตือนใจเธอให้คิดถึงชีวิตในอดีตโลกเดิม
ถึงแม้เธอจะเป็นนักธุรกิจดาวรุ่งที่ประสบความสำเร็จ แต่ชีวิตกลับโดดเดี่ยวไร้ความอบอุ่นของครอบครัว มีเพียงงานเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อน ในเมื่อโชคชะตานำพาให้เธอมาอยู่ในโลกใบใหม่นี้ เธอตั้งใจแน่วแน่ว่าจะรักษาชีวิตใหม่ที่ได้รับไว้ให้ดีที่สุด
เมื่อถึงบ้าน เจ้าตูบสามตัวของเธอ เจ้าฟูฝู เฉียนเฉียน และมูมู่ ต่างรีบกระโดดเข้ามาต้อนรับ กระดิกหางอย่างกระตือรือร้นราวกับจะบอกว่า “เจ้านายกลับมาแล้ว!”
“เก่งมาก เฝ้าบ้านได้ดีจริง ๆ เดี๋ยวคืนนี้ฉันมีรางวัลให้” อันจิ่วเม่ยหัวเราะเบา ๆ ก่อนจูงจักรยานเข้าไปในลานบ้าน แล้วลูบหัวเจ้าหมาน้อยทั้งสามอย่างเอ็นดู
เสียงหัวเราะของย่าอันดังมาจากในบ้าน อันจิ่วเม่ยสังเกตเห็นรองเท้าเปื้อนโคลนวางอยู่ที่ระเบียง จึงเดาได้ทันทีว่าหมิ่นเหลียนซินต้องมาเยี่ยมอีกแล้ว หญิงสาวยุวชนที่มักแวะมาอ่านหนังสือที่บ้านเธอเป็นประจำหลังจากเลิกงานในไร่
“จิ่วเม่ย! ฉันเอาเนื้อตากแห้งที่แม่ส่งมาให้มาฝากด้วย” หมิ่นเหลียนซินเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม อันจิ่วเม่ยรับของฝากพร้อมกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณมากเลย แล้วนี่รีบมาที่นี่ทันทีหลังเลิกงานอีกแล้วเหรอ?”
หมิ่นเหลียนซินหัวเราะเบา ๆ “ใช่น่ะสิ ฉันต้องมาทบทวนบทเรียนกับเธอนี่ไง อีกอย่างนะ ตั้งแต่ที่เธอช่วยพูดกับผู้นำหมู่บ้าน งานของฉันลดลงเยอะเลย มีเวลามากขึ้นเยอะ ขอบคุณมากนะ”
อันจิ่วเม่ยหัวเราะน้อย ๆ “ผู้นำหมู่บ้านต่างหากที่เอ็นดูคุณ ฉันแค่ไปพูดนิดหน่อยเอง”
เธอไม่ได้พูดเกินจริงเลย หมิ่นเหลียนซินเป็นคนขยันขันแข็งและอัธยาศัยดี ชาวบ้านต่างก็รักใคร่ รวมถึงผู้นำหมู่บ้านเองก็เห็นความพยายามและความตั้งใจของเธอ ดังนั้นเมื่ออันจิ่วเม่ยเอ่ยปากขอให้ช่วยเปลี่ยนงานให้หมิ่นเหลียนซิน เขาจึงตอบรับแทบจะทันที
“คุณน่ะมีแต่คนชื่นชอบอยู่แล้ว” อันจิ่วเม่ยเอ่ยพลางยิ้มให้เพื่อนสาว หมิ่นเหลียนซินยิ้มตอบอย่างขอบคุณ ดวงตาเป็นประกายด้วยความซาบซึ้ง
อันจิ่วเม่ยเดินเข้าไปในบ้าน เห็นย่าอันกำลังนั่งตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่ที่โต๊ะไม้ ข้างกันมีหนังสือเรียนของหมิ่นเหลียนซินเปิดอยู่
“คุณย่าคะ กำลังตัดชุดที่หนูออกแบบไว้ให้เหรอคะ ไม่ต้องรีบก็ได้นะ”
ย่าอันเงยหน้าขึ้นยิ้ม “ย่าไม่มีอะไรทำแล้วนี่ หลังจากสอนงานที่โรงงานเต้าหู้จบไป ทุกอย่างก็ราบรื่นหมด ย่าเลยเอาแบบเสื้อที่หลานวาดไว้มาลองตัดดู แถมได้นั่งคุยเป็นเพื่อนหมิ่นเหลียนซินด้วย”
“เธอนี่เก่งไปทุกอย่างจริง ๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าออกแบบเสื้อผ้าได้ด้วย” หมิ่นเหลียนซินที่กำลังอ่านหนังสือเหลือบตามองแบบเสื้อผ้าอย่างทึ่ง
แบบเสื้อผ้าที่อันจิ่วเม่ยออกแบบมีความแปลกใหม่และสวยงาม ฝีมือการตัดเย็บของย่าอันก็ละเอียดอ่อนจนสมบูรณ์แบบ หมิ่นเหลียนซินอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเธอกลับไปในเมืองเมื่อไร คงต้องสั่งตัดไว้สักชุด
อันจิ่วเม่ยหัวเราะ “ฉันออกแบบไว้ใส่เองน่ะ”
หมิ่นเหลียนซินพยักหน้าเห็นด้วย เธอเคยได้ยินเพื่อนยุวชนบางคนพูดถึงอันจิ่วเม่ยในแง่ลบว่าเป็นพวกใช้เงินฟุ่มเฟือย แต่ตอนนี้กลับรู้ความจริงว่าเสื้อผ้าทุกชุดที่ดูสวยงามล้วนเป็นฝีมือของเจ้าตัวเอง หมิ่นเหลียนซินก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมในความสามารถของอีกฝ่าย
หลังจากเคลียร์เรื่องงานโรงงานเต้าหู้จนลงตัว อันจิ่วเม่ยมักใช้เวลายามค่ำคืนเข้าไปในมิติส่วนตัว ค้นคว้าหนังสือแฟชั่นและวาดแบบเสื้อผ้าใหม่ ๆ เธอตั้งใจเริ่มผลิตเสื้อผ้าเพียงไม่กี่แบบเพื่อทดลองตลาด และวางแผนส่งเสื้อผ้าเหล่านี้ให้พี่ฟางหรูในเมืองช่วยใส่แนะนำ
“หลานออกแบบได้ดีจริง ๆ ” ย่าอันกล่าวอย่างภูมิใจ “ถ้าเสื้อพวกนี้ขายดี ก็น่าจะช่วยสร้างรายได้ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านอีกทาง”
อันจิ่วเม่ยยิ้มบาง “หนูก็หวังอย่างนั้นค่ะคุณย่า”
เสียงหัวเราะและบทสนทนาในบ้านยังคงดำเนินไปอย่างมีชีวิตชีวา ในบรรยากาศอบอุ่นนี้
สามวันผ่านไป เช้าตรู่ของวันส่งเต้าหู้ล็อตแรก อันจิ่วเม่ยลุกขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง เธอจัดการทุกอย่างอย่างระมัดระวัง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเต้าหู้สดใหม่อบอวลไปทั่วลานบ้าน
ผู้นำหมู่บ้านพร้อมกลุ่มชาวบ้านช่วยกันขนเต้าหู้ขึ้นรถบรรทุกที่ทางโรงงานอาหารส่งมา
“ลุงเหวินค่ะ เดี๋ยวเรื่องการจัดการครั้งต่อไป ฉันจะฝากให้ลุงดูแลทั้งหมดนะคะ” อันจิ่วเม่ยกล่าวยิ้ม ๆ พร้อมมองดูรถบรรทุกที่เริ่มเต็มไปด้วยลังเต้าหู้ เหวินฟู่พยักหน้าด้วยท่าทางจริงจัง
“ไม่ต้องห่วง ฉันจะดูแลให้เรียบร้อยเอง”
หลังจากกำชับงานเรียบร้อย อันจิ่วเม่ยสะพายตะกร้าที่บรรจุชุดเสื้อผ้าที่คุณย่าอันตัดเย็บไว้อย่างประณีต พร้อมกับสมุดบันทึกสูตรเต้าหู้ยี้ที่เธอเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน จากนั้นจึงปั่นจักรยานมุ่งหน้าสู่ตัวเมือง
อากาศยามเช้าสดชื่นจนเธอรู้สึกผ่อนคลาย ลมเย็นพัดเอื่อย ท้องฟ้าสีครามสดใสตัดกับแสงแดดอ่อน ๆ ที่ส่องลงมากระทบต้นไม้สองข้างทาง เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อถึงโรงงานอาหาร พนักงานเฝ้าประตูทักทายเธออย่างสุภาพและเป็นกันเอง อันจิ่วเม่ยยิ้มตอบพลางจูงจักรยานเข้าไป ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบริเวณโรงงาน เธอสังเกตเห็นรถบรรทุกที่ขนเต้าหู้ล็อตใหญ่จากหมู่บ้านของเธอจอดอยู่เรียบร้อยแล้ว
“ไม่แปลกเลยที่รถบรรทุกจะมาถึงก่อน” เธอคิดในใจ เพราะตัวเธอใช้จักรยานเป็นพาหนะ แม้จะออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ก็ย่อมช้ากว่ารถบรรทุกที่สามารถเดินทางได้เร็วกว่า
อันจิ่วเม่ยมองรถบรรทุกที่จอดเรียงรายด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ก่อนจะมุ่งหน้าเดินเข้าไปยังส่วนต้อนรับของโรงงาน เธอรู้ดีว่าการมาครั้งนี้สำคัญเพียงใด เมื่อมาถึงห้องทำงานของหัวหน้าโรงงาน อู่เต๋อเฉินก็รีบออกมาต้อนรับเธอด้วยท่าทางสุภาพและเป็นมิตร
“นี่ค่ะ สูตรเต้าหู้ยี้กับเต้าหู้ยี้น้ำมันหม่าล่า” อันจิ่วเม่ยพูดพร้อมกับยื่นสมุดบันทึกเล่มเล็กให้เขา
สมุดเล่มนั้นไม่ได้มีเพียงสูตรการทำเต้าหู้ยี้อันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังรวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เธอร่างไว้ด้วยอย่างตั้งใจ การดีไซน์เรียบง่ายแต่โดดเด่น ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างภาพลักษณ์ที่น่าดึงดูดให้กับผลิตภัณฑ์
อู่เต๋อเฉินพลิกดูสมุดจดบันทึกสูตรเต้าหู้ยี้ด้วยความสนใจ ใบหน้าของเขาฉายแววพึงพอใจขณะที่พลิกหน้ากระดาษไปมา
“ขอบคุณมาก สหายอัน เดี๋ยวฉันจะให้ฝ่ายผลิตภัณฑ์เริ่มทดลองทำล็อตแรกทันที และอีกสัปดาห์หนึ่งอยากให้คุณมาลองชิมรสชาติ พร้อมเริ่มวางแผนการเพิ่มยอดขายสินค้าในช่วงแรกที่เราตกลงกันไว้”
อันจิ่วเม่ยพยักหน้ารับด้วยความมั่นใจ “ได้ค่ะ ฉันเตรียมแผนสำหรับเพิ่มยอดขายในช่วงแรกไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ”
คำตอบของอันจิ่วเม่ยทำให้อู่เต๋อเฉินรู้สึกทึ่งอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงแต่อันจิ่วเม่ยจะจัดการทุกอย่างได้อย่างรอบคอบในเวลาสั้น ๆ แต่เธอยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านการตลาดที่น่าประทับใจอีกด้วย