ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 165 ก้าวแรกสู่ตลาดใหม่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 165 ก้าวแรกสู่ตลาดใหม่
บทที่ 165 ก้าวแรกสู่ตลาดใหม่
เมื่อนึกถึงคุณภาพของเต้าหู้ที่เพิ่งมาถึงโรงงานในเช้านี้ อู่เต๋อเฉินอดยิ้มไม่ได้ แม้จะเดินทางมาไกล แต่เต้าหู้ในกล่องไม้ทุกชิ้นยังคงสภาพดีเยี่ยม ไม่มีรอยแตกหรือเสียหายเลย การออกแบบกล่องไม้ของเธอที่มีความแข็งแรงและมีลักษณะเฉพาะตัวช่วยปกป้องสินค้าได้เป็นอย่างดี
อันจิ่วเม่ยอธิบายแผนการตลาดที่เธอร่างไว้อย่างเป็นระบบ เมื่อหลายวันก่อน ระหว่างเดินทางกลับจากโรงพยาบาล เธอได้ใช้เวลาเดินสำรวจตลาดในชุมชนเมืองอย่างละเอียด
จากการสำรวจ เธอพบว่าร้านอาหารในพื้นที่นี้ยังขาดผลิตภัณฑ์เต้าหู้ยี้คุณภาพดีที่สามารถใช้ปรุงอาหารได้หลากหลาย เธอจดรายชื่อร้านอาหารเหล่านี้ไว้ในสมุดบันทึก พร้อมเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับเมนูและการใช้งานที่อาจเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า
อันจิ่วเม่ยไม่ได้หยุดแค่การสำรวจตลาด เธอเดินทางไปพบกับเจ้าของร้านอาหารเป็นการส่วนตัว เพื่อแนะนำเต้าหู้ยี้ในฐานะวัตถุดิบที่สามารถนำไปสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์ เธอชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของเต้าหู้ยี้ที่จะช่วยเพิ่มรสชาติและความพิเศษให้กับเมนูอาหารของร้านพวกเขา
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่อันจิ่วเม่ยได้วางรากฐานไว้ให้กับโรงงานอาหารตามข้อตกลงที่เธอสัญญาไว้ งานที่เหลือจึงขึ้นอยู่กับโรงงานอาหารในการผลิตและจัดส่งสินค้าให้ตรงตามแผน
หลังจากฟังอันจิ่วเม่ยอธิบายแผนการตลาดอย่างละเอียด อู่เต๋อเฉินตาเป็นประกายด้วยความประทับใจ เขารู้สึกพอใจกับการเตรียมการและความใส่ใจในรายละเอียดของเธอ
“คุณทำได้ดีมาก” อู่เต๋อเฉินกล่าวชมด้วยน้ำเสียงจริงใจ ก่อนจะหยิบซองเงินสำหรับค่าเต้าหู้ล็อตแรกยื่นให้เธอ
“นี่คือค่าของสำหรับงวดแรกครับ เราหวังว่าจะได้รับสินค้าคุณภาพเยี่ยมแบบนี้จากหมู่บ้านของคุณทุกสัปดาห์ และสำหรับครั้งต่อไป เราจะจ่ายให้ทันทีในวันที่มารับของที่โรงงาน”
อันจิ่วเม่ยรับซองเงินไว้ด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณค่ะ ฉันจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้สินค้าทุกชิ้นมีคุณภาพตามที่เราตกลงกันไว้”
คำพูดของเธอหนักแน่นและเปี่ยมด้วยความตั้งใจ ทำให้อู่เต๋อเฉินมั่นใจว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่สำหรับทั้งสองฝ่าย
“ขอบคุณค่ะ ฉันจะฝากผู้นำหมู่บ้านดูแลส่วนนี้ต่อจากนี้ไป” เธอกล่าวพลางยิ้มบาง ๆ ความสำเร็จนี้ไม่เพียงแค่ช่วยตัวเธอเอง แต่ยังช่วยสร้างรายได้ให้กับคนในหมู่บ้าน
อันจิ่วเม่ยปั่นจักรยานต่อไปยังสหกรณ์ ในใจคิดถึงภารกิจต่อไป นั่นคือการส่งมอบชุดให้ฟางหรู เธอพบฟางหรูที่กำลังจัดยืนอยู่ที่เคาเตอร์ประจำของเธอ
“น้องสาว!” ฟางหรูเงยหน้าขึ้นก่อนรีบลุกมาต้อนรับ “มาพอดีเลย ฉันมีข่าวดีจะบอก! ไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่น มันหย่ากับฉันแล้ว!”
อันจิ่วเม่ยชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกว้าง “จริงเหรอ! ฉันดีใจด้วยนะฟางหรู ในที่สุดพี่ก็เป็นอิสระแล้ว”
“ใช่สิ ทุกอย่างเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลย ขอบคุณมากนะที่อยู่ข้างฉันมาตลอด” ฟางหรูกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น เธอยื่นถุงขนมและนมข้าวบาร์เลย์ให้
“นี่เป็นของเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอบแทนน้ำใจเธอ อย่าปฏิเสธล่ะ”
“โธ่ พี่ฟางหรู ของเยอะแยะขนาดนี้ ฉันจะกินหมดได้ยังไงกัน” อันจิ่วเม่ยหัวเราะเบา ๆ พลางมองของในมือด้วยความเกรงใจ
ฟางหรูไม่พูดอะไรมาก รีบยัดของทั้งหมดลงในตะกร้าสะพายหลังของอันจิ่วเม่ยอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธรับไว้จริง ๆ
ตั้งแต่หย่ากับอดีตสามี ชีวิตของฟางหรูก็เริ่มเปลี่ยนไป เธอไม่ต้องแบ่งรายได้ที่หามาได้ให้ใครอีก เงินทุกบาทที่เธอเก็บสะสมจึงถูกนำมาใช้เพื่อคนที่เธออยากตอบแทน เช่นครั้งนี้ ที่เธอเตรียมของมาฝากอันจิ่วเม่ยด้วยความตั้งใจ
“พี่อุตส่าห์เตรียมมาให้แล้ว อย่าปฏิเสธเลยนะ ถือว่าเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ จากฉันก็แล้วกัน” ฟางหรูพูดพลางยิ้มอย่างจริงใจ ขณะที่อันจิ่วเม่ยได้แต่ยิ้มตอบรับด้วยความซาบซึ้งในน้ำใจของอีกฝ่าย
“รอพี่ก่อนนะ เดี๋ยวก็จะเปลี่ยนกะแล้ว” ฟางหรูพูดกับอันจิ่วเม่ยด้วยน้ำเสียงใจดี
อันจิ่วเม่ยพยักหน้ารับอย่างยินดี “ได้ค่ะพี่”
เธอตั้งใจอยู่แล้วที่จะพูดคุยเรื่องเสื้อผ้ากับฟางหรู ซึ่งเป็นหัวข้อที่พวกเธอเคยหารือกันไว้ครั้งก่อน เธอจึงเดินไปนั่งรอที่ม้านั่งหน้าร้านสหกรณ์ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยจอแจของผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอย
ไม่นานนัก พนักงานขายที่เคยพูดคุยกับอันจิ่วเม่ยในครั้งก่อนก็เดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม
“น้องสาว สวัสดีจ้ะ!” เธอเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร ดวงตาสดใสเป็นประกาย
อันจิ่วเม่ยเงยหน้าขึ้นมอง เห็นว่าเป็นพนักงานขายที่เธอคุยตอนพาป้าอันหนิงเหอมา แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร พนักงานขายก็เอ่ยขึ้นก่อน
“ว้าว! ชุดของน้องสาวนี่สวยมากเลยนะ ซื้อมาจากสหกรณ์ไหนเหรอ?”
อันจิ่วเม่ยได้ยินแบบนั้นก็อดยิ้มในใจไม่ได้ เธอแอบตั้งใจใส่ชุดที่คุณย่าตัดเย็บให้มาในวันนี้ เพื่อลองโปรโมตชุดที่เธอออกแบบ
“ฉันไม่ได้ซื้อมาหรอกค่ะ” อันจิ่วเม่ยตอบพลางยิ้ม “คุณย่าของฉันตัดให้เอง”
พนักงานขายถึงกับทำตาโต “เสียดายจังเลย ชุดนี้สวยมาก หาซื้อได้ยากแถมดูแพงด้วย!”
ชุดที่อันจิ่วเม่ยสวมในวันนี้เป็นชุดกระโปรงผ้าฝ้ายเนื้อนุ่ม สีน้ำเงินเรียบ ๆ ทำให้เธอดูเรียบง่ายแต่โดดเด่น ทรงชุดเข้ารูปพอดีช่วงอกและเอว ก่อนจะบานออกเล็กน้อยที่ปลายกระโปรง ช่วยเน้นทรวดทรงอย่างพอเหมาะพอเจาะ สร้างความรู้สึกสง่างามและอ่อนหวานในคราวเดียว
อันจิ่วเม่ยยิ้มรับคำชมอย่างถ่อมตัว แต่ไม่ได้บอกอะไรเพิ่มเติม ในใจรู้ดีว่าเธอจะมอบหน้าที่จัดการตลาดเสื้อผ้าในพื้นที่นี้ให้ฟางหรูเป็นผู้ดูแล
“แล้วนี่มารอใครหรือเปล่าจ้ะ?” พนักงานขายถามต่อ
“ค่ะ รอพี่ฟางหรูอยู่ เดี๋ยวเธอเปลี่ยนกะแล้วเราจะไปคุยธุระกันต่อ” อันจิ่วเม่ยตอบ
พนักงานขายพยักหน้า “อ้อ งั้นไม่รบกวนแล้วนะ แต่ถ้าชุดนี้ทำออกมาขายเมื่อไหร่ บอกฉันคนแรกเลยนะ ฉันอยากได้สักชุด!”
อันจิ่วเม่ยหัวเราะเบา ๆ “ได้ค่ะ ถ้ามีเมื่อไหร่จะบอกแน่นอน”
อันจิ่วเม่ยมองตามพนักงานขายที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกโล่งใจ การตอบรับที่ดีเช่นนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เธอว่า ชุดที่เธอออกแบบมีโอกาสประสบความสำเร็จในตลาดอย่างแน่นอน
ไม่นานนัก ฟางหรูก็เดินออกมาหลังเปลี่ยนกะทำงาน ขณะที่ฟางหรูเดินเข้ามาใกล้ เธอก็เหลือบเห็นชุดของอันจิ่วเม่ยชัดเจนขึ้น และไม่อาจซ่อนความตกใจได้
“จิ่วเม่ย! ชุดเธอสวยมากเลย ซื้อมาจากที่ไหนเหรอ?” ฟางหรูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ขณะเดินวนรอบตัวอันจิ่วเม่ย พลางพินิจพิจารณาเสื้อผ้าที่หญิงสาวสวมใส่อย่างสนอกสนใจ
“ไม่ได้ซื้อหรอกค่ะ” อันจิ่วเม่ยยิ้มเล็กน้อยก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเบา “นี่เป็นชุดที่ฉันออกแบบเอง แล้วให้คุณย่าตัดเย็บขึ้นมาค่ะ วันนี้ตั้งใจใส่มาให้พี่ดูโดยเฉพาะ”
ดวงตาของฟางหรูเป็นประกาย เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “จริงเหรอ! ชุดนี้ต้องขายดีแน่นอน ฉันว่ามันจะหมดเกลี้ยงเร็วแน่ ๆ!”
อันจิ่วเม่ยหัวเราะเบา ๆ “หนูเอาชุดมาให้พี่ลองขายก่อนห้าชุดค่ะ แต่เดี๋ยวเราไปคุยรายละเอียดกันต่อที่ร้านนะคะ”
ฟางหรูตาเป็นประกาย มองชุดที่อันจิ่วเม่ยสวมใส่อย่างละเอียดอีกครั้ง ด้วยสายตาของคนที่คุ้นเคยกับตลาดสินค้าในเมือง เธอรู้ได้ทันทีว่าชุดนี้มีโอกาสทำเงินได้แน่นอน
“ฉันว่าชุดนี้ขายหมดแน่ ๆ ไม่ต้องห่วงเลย เดี๋ยวเราคุยกันตอนถึงร้านนะ!”
เมื่อทั้งสองเดินมาถึงร้านอาหาร ฟางหรูไม่รอช้า รีบจัดที่นั่งและสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ ขณะที่รออาหาร อันจิ่วเม่ยหยิบห่อผ้าที่เตรียมมาจากตะกร้าอย่างระมัดระวัง เธอเปิดห่อผ้าเผยให้เห็นชุดกระโปรงที่จัดเรียงไว้อย่างประณีต
เธอวางชุดทั้งห้าชุดตรงหน้าฟางหรู ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “นี่คือชุดที่ย่าฉันตัดเย็บจากแบบที่ฉันออกแบบไว้ค่ะ”
ฟางหรูหยิบชุดขึ้นมาดูทีละตัว ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น มือข้างหนึ่งลูบเนื้อผ้าอย่างพอใจ “เนื้อผ้านุ่มมาก แบบก็ดูทันสมัย ฉันมั่นใจว่าชุดพวกนี้ต้องขายได้แน่นอน คนในเมืองต้องชอบ!”