Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 167 อยากชวนมาเป็นหุ้นส่วน

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
  3. บทที่ 167 อยากชวนมาเป็นหุ้นส่วน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 167 อยากชวนมาเป็นหุ้นส่วน

อันจิ่วเม่ยไม่ใส่ใจท่าทีของเยี่ยนเอ๋อ เธอพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยน้ำหนักของคำ

“ฉันจะบอกให้ชัดเจน การที่เธอถูกไล่ออกจากโรงงานไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน แต่ถ้าอยากได้คำตอบจริง ๆ ฉันจะบอกใบ้ให้… รองหัวหน้ากงหยางซื่อ มีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับคนในตระกูลหลัว”

คำว่า ‘ตระกูลหลัว’ ทำให้เยี่ยนเอ๋อแข็งค้างอยู่กับที่ เธอพยายามประมวลผลคำพูดของอันจิ่วเม่ย

ตระกูลหลัว? รองหัวหน้าโรงงานรู้จักกับตระกูลหลัว… แล้วเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้? หรือว่า… หลัวลี่เซียน!

เธอรู้สึกเหมือนถูกกระแทกด้วยข้อมูลที่ไม่คาดคิด

อันจิ่วเม่ยมองเยี่ยนเอ๋อด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะยกยิ้มออกมาช้า ๆ ที่ยิ้มไปไม่ถึงดวงตา “ดูเหมือนว่าเธอจะไปเหยียบหางใครเข้าโดยไม่รู้ตัวแล้วล่ะ”

พูดจบ อันจิ่วเม่ยก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในร้านอาหาร ทิ้งให้เยี่ยนเอ๋อยืนกัดฟันแน่นอยู่กับที่ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและความไม่พอใจ

เมื่อกลับเข้ามาในร้าน ฟางหรูที่นั่งรอด้วยความกังวลรีบเอ่ยถามทันที “เป็นยังไงบ้าง? ”

อันจิ่วเม่ยยกยิ้มบาง ๆ พลางนั่งลงอย่างสบายใจ “ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่ เธอแค่เข้าใจฉันผิดน่ะ”

ฟางหรูขมวดคิ้ว “หา?”

“ไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ กินข้าวกันเถอะ” อันจิ่วเม่ยตอบสั้น ๆ พลางหยิบตะเกียบขึ้นมากินข้าวต่อ ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงเหตุการณ์เล็ก ๆ ในชีวิตเท่านั้น

หลังจากมื้ออาหารจบลง อันจิ่วเม่ยสั่งอาหารสามอย่างใส่กล่องเพื่อนำกลับบ้าน ฟางหรูยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะเป็นคนจ่ายค่าอาหารส่วนนี้ให้

“พี่ฟางหรู ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันจ่ายเองได้” อันจิ่วเม่ยพยายามปฏิเสธอย่างสุภาพ

ฟางหรูโบกมือพร้อมหัวเราะเบา ๆ “อย่าคิดมากเลย ถือว่าเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพี่เถอะ”

อันจิ่วเม่ยจนปัญญา ได้แต่ยิ้มขอบคุณอีกฝ่ายด้วยความเกรงใจ

หลังจากนั้น เธอกล่าวลาฟางหรูด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ก่อนจะจูงจักรยานออกจากร้านอาหาร มุ่งหน้าสู่สถานีกำจัดขยะโดยไม่รีรอ

ระหว่างทาง ลมเย็นพัดเอื่อย ๆ ทำให้การเดินทางในช่วงบ่ายนี้ไม่รู้สึกร้อนเท่าที่ควร อันจิ่วเม่ยคิดถึงเรื่องสำคัญที่จะต้องพูดคุยกับลู่เหอเกี่ยวกับโครงการเสื้อผ้าที่เธอวางแผนไว้สำหรับอีกสองปีข้างหน้า

เมื่อมาถึง อันจิ่วเม่ยเห็นลู่เหอนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ใกล้ลานแยกขยะ กำลังก้มหน้าก้มตากรอกเมล็ดแตงโมคั่วใส่ถุงกระดาษอย่างตั้งใจ ข้าง ๆ ยังมีถ้วยกระดาษที่ดูเหมือนจะพับด้วยมือวางอยู่เป็นกอง

เธอจอดจักรยานไว้ที่มุมประจำ ก่อนจะเดินเข้าไปทักทายคุณปู่กุ้ยฉางที่กำลังแยกขยะอย่างขะมักเขม้น

“คุณปู่สวัสดีค่ะ!” อันจิ่วเม่ยส่งเสียงอย่างร่าเริง

คุณปู่เงยหน้าขึ้นพลางหัวเราะเบา ๆ “มาแล้วเหรอ?” เขาพยักพเยิดไปทางลู่เหอที่ยังง่วนอยู่กับงานตรงหน้า “นั่นไง ลู่เหอกำลังเตรียมของไปขาย รอเธออยู่นั่นแหละ”

ลู่เหอเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียง ท่าทางนิ่งขรึมของเขาแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มบาง ๆ “สหายอัน มาแล้วเหรอ”

อันจิ่วเม่ยยิ้มรับ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับเขา “พี่ลู่ ขอโทษที่มาช้านะคะ พอดีฉันมีเรื่องต้องจัดการนิดหน่อย”

“ไม่เป็นไร ผมเดาได้ว่าสหายอันต้องมีธุระสำคัญ” ลู่เหอพูดพลางยกถ้วยชาร้อนที่เตรียมไว้ให้เธอ “คุณปู่บอกผมแล้วว่าสหายจะมาคุย ผมเลยเลื่อนเวลาไปขายของตอนเช้าออกไปเป็นตอนเย็นแทน”

อันจิ่วเม่ยพยักหน้ารับด้วยความเกรงใจ ก่อนเหลือบมองของบนโต๊ะ “นี่พี่กำลังเตรียมของอยู่ใช่ไหมคะ?”

ลู่เหอหัวเราะเบา ๆ ก่อนพยักหน้า “ใช่แล้ว ผมกำลังจัดเมล็ดแตงโมคั่วใส่ถุงไว้ขาย แล้วก็พับถ้วยกระดาษสำหรับใส่โต้วทังด้วย อากาศหนาวแบบนี้ คนชอบซื้อของร้อน ๆ กินแก้หนาวกัน”

อันจิ่วเม่ยมองถ้วยกระดาษที่ลู่เหอพับอย่างประณีต สังเกตได้ทันทีว่าทำจากกระดาษไขที่ทนความร้อนได้ “พี่ขายของพวกนี้มาตลอดเลยเหรอคะ? ไม่นึกว่าจะยังขายดีอยู่”

ลู่เหอยิ้มบาง ๆ พลางพยักหน้า “ต้องขอบคุณสหายอันที่ให้สูตรไว้ ขนมพวกนี้ราคาไม่แพง ใคร ๆ ก็ซื้อได้ ยิ่งช่วงอากาศเย็น ๆ แบบนี้ โต้วทังร้อน ๆ ยิ่งขายดีเข้าไปอีก”

อันจิ่วเม่ยยกถ้วยชาขึ้นจิบ ความอุ่นของน้ำชาไหลผ่านลำคอ ช่วยให้เธอรู้สึกผ่อนคลายหลังจากการเดินทางที่ยาวนาน เธอวางถ้วยลง พลางพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

“พี่ลู่ เราคุยกันเองเถอะค่ะ ไม่ต้องสุภาพขนาดนี้ เราสนิทกันขนาดนี้แล้วนะคะ”

ลู่เหอเกาหัวเล็กน้อยด้วยท่าทีเก้อเขิน ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ

“ฮ่า ๆ ก็สหายอันเหมือนผู้มีพระคุณของผมนี่ครับ”

“ผู้มีพระคุณอะไรกันคะ ปู่พี่ให้ของฉันจนแทบไม่รู้ว่าใครบุญคุณใครกันแล้ว ตอนนี้เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะคะ แถมพี่ก็แก่กว่าฉันด้วย คุยกันเองกับฉันเถอะค่ะ”

“ฮ่า ๆ ก็ได้ ถ้าเธอว่าอย่างนั้น” ลู่เหอยิ้มพลางถามต่อ “แล้วนี่ เธอมีเรื่องอะไรจะคุยกับฉันเหรอ?”

หลังจากบทสนทนาเล็กน้อยจบลง อันจิ่วเม่ยลุกขึ้นหมุนตัวหนึ่งรอบ พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดขี้เล่น “พี่ลู่ คิดว่าไงคะ?”

ลู่เหอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนสังเกตเห็นชุดที่อันจิ่วเม่ยสวมใส่ “เอ่อ… ชุดเธอสวยดี” เขาเอ่ยชมอย่างจริงใจ

อันจิ่วเม่ยยิ้มแห้ง ๆ ในใจคิดว่าบางครั้งหุ้นส่วนที่เธอคาดหวังอาจซื่อไปหน่อย แต่เธอก็อดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้

ลู่เหอที่ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าเขาตอบไม่ตรงจุด รีบพูดต่อ “เป็นชุดที่แปลกใหม่ดี เธอทำเองเหรอ?”

อันจิ่วเม่ยพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ใช่ค่ะ ฉันออกแบบเองทั้งหมด และนี่คือสิ่งที่ฉันอยากจะคุยกับพี่ ฉันมีโครงการขายเสื้อผ้าที่ตั้งใจจะเริ่มในอีกสองปีข้างหน้า และอยากชวนพี่ลู่มาเป็นหุ้นส่วนฉัน”

อันจิ่วเม่ยพูดต่อ“ครั้งแรกที่เราเจอกัน ฉันบอกพี่ว่ามันยังไม่ถึงเวลาของฉัน แต่ตอนนี้มันถึงเวลาแล้วค่ะ”

อันจิ่วเม่ยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ตอนนี้เธอสร้างชื่อเสียงมากมาย แถมตอนนี้ผลงานของเธอก็มีมาให้เห็นแล้ว ตอนนี้เธอพร้อมแล้ว อีกไม่นานประเทศจะเริ่มเปิด เธอต้องรีบวางแผนไว้

ลู่เหอยิ้มกว้าง เขารู้สึกว่าการตัดสินใจคบค้ากับอันจิ่วเม่ยเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุด ตั้งแต่ที่เธอเคยเสนอไอเดียขายโต้วทัง เขาก็รู้ว่าเธอเป็นคนที่มีหัวการค้าอย่างแท้จริง

อีกทั้งลู่เหอยังพอรู้เรื่องราวของอันจิ่วเม่ยอยู่บ้าง เธอได้ลงหนังสือพิมพ์ ในฐานะผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชุมชน ด้วยความสามารถของเธอที่ทำให้สหกรณ์ยอมร่วมมือกับชนบทได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

เรื่องนี้สร้างความฮือฮาไม่น้อย และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความคิดอ่านที่ก้าวหน้าและความตั้งใจจริงของเธอ อันจิ่วเม่ยไม่ธรรมดาจริง ๆ ลู่เหอคิดในใจ พร้อมกับมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความนับถือและชื่นชม

ลู่เหอถามต่อ “แล้วยังไงต่อ เธอคิดจะขายเสื้อผ้าในอีกสองปีข้างหน้างั้นเหรอ?”

“ใช่ค่ะ ที่ฉันอยากให้พี่เป็นหุ้นส่วนเพราะพี่ลู่มีประสบการณ์ในด้านการค้าขาย รู้จักทั้งผู้ขายและผู้ซื้อในเมืองนี้ และฉันมั่นใจว่าพี่มีสายตาที่ดีพอจะมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ”

อันจิ่วเม่ยหยิบเอกสารและแบบเสื้อผ้าออกมาจากตะกร้าสะพาย ก่อนจะเปิดให้ลู่เหอดู เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันตั้งใจจะผลิตเสื้อผ้าที่มีเอกลักษณ์ ทันสมัย แต่ราคาย่อมเยา เหมาะกับคนยุคนี้ค่ะ”

หญิงสาวชี้ไปที่แบบเสื้อผ้าพลางอธิบายต่อ “เราจะสร้างแบรนด์ที่เติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงในยุคสมัย ฉันวางแผนจะเริ่มต้นในอีกสองปีข้างหน้า เพราะทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ตอนนี้ฉันเลยเริ่มวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อนค่ะ”

ลู่เหอนั่งฟังเธออย่างตั้งใจ แต่สีหน้าก็ยังเต็มไปด้วยความครุ่นคิด “ฟังดูน่าสนใจนะ แต่เธอมั่นใจได้ยังไงว่าตลาดในอีกสองปีข้างหน้าจะเป็นแบบที่เธอคาดการณ์ไว้ล่ะ?”

อันจิ่วเม่ยยิ้มบาง พลางเปิดแบบเสื้อผ้าที่ออกแบบไว้อย่างเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ให้ลู่เหอดู ก่อนจะเริ่มอธิบายแนวคิดการตลาด เธอยกตัวอย่างจากข้อมูลที่เธอเก็บรวบรวม พร้อมชี้ให้เห็นว่าตอนนี้เสื้อผ้าที่เธอออกแบบเริ่มได้รับความนิยมในหมู่ผู้หญิงในเมือง

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 167 อยากชวนมาเป็นหุ้นส่วน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

61b47098oSVZSiEC
หมอผีแม่ลูกติด
31/10/2022
novelpdf003
หม่ามี๊ตัวร้ายกับเสนาบดีตื๊อรัก นิยายอัพทุกวันเข้ามาดูก่อน
13/08/2024
62738198wH1YpbA5
เซียนหมอหญิงแม่ลูกอ่อน
26/02/2024
novelpds956
หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู
04/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.