ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 168 จดหมายฉบับสุดท้าย
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 168 จดหมายฉบับสุดท้าย
บทที่ 168 จดหมายฉบับสุดท้าย
“พี่ลองดูสิคะ ชุดที่ฉันใส่อยู่ตอนนี้ก็เป็นหนึ่งในแบบที่ฉันออกแบบเอง คนในเมืองเริ่มให้ความสนใจเสื้อผ้าที่มีความแตกต่าง ไม่ซ้ำซากแบบเดิม และฉันเชื่อว่าแนวโน้มนี้จะเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า”
ลู่เหอพิจารณาแบบเสื้อผ้าในมือ พลางพยักหน้าเบา ๆ
“ฉันจะเริ่มต้นจากเล็กไปใหญ่ค่ะ ใช้ทรัพยากรในพื้นที่และความสัมพันธ์ที่มีในหมู่บ้านเป็นฐานแรก แล้วค่อยขยายต่อไปในเมือง พี่ก็รู้ว่าฉันมีความร่วมือในสหกรณ์และโรงงานอยู่บ้าง ฉันอยากให้พี่ช่วยเป็นหุ้นส่วนกับฉันเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แผนธุรกิจนี้”
อันจิ่วเม่ยยิ้มมั่นใจ “ฉันมีแบบเสื้อผ้าและแนวคิดตลาดที่ชัดเจน ส่วนพี่จะช่วยเติมเต็มในส่วนที่ฉันยังขาด”
ลู่เหอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา “ฉันชอบแนวคิดของเธอ ถึงจะยังไม่มั่นใจเต็มร้อย แต่ฉันเชื่อในวิสัยทัศน์ของเธอ เอาแบบนี้ไหม เรามาทำสัญญาสำหรับสองปีข้างหน้ากัน ตกลงไหม?”
อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้างด้วยความโล่งใจ “ได้สิคะพี่ลู่ แบบนี้ฉันก็สบายใจ”
ทั้งสองทำสัญญากันในวันนั้น โดยระบุเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจน ลู่เหอรับหน้าที่ดูแลด้านการกระจายสินค้าและสร้างเครือข่ายในตลาด
ส่วนอันจิ่วเม่ยจะรับผิดชอบด้านการออกแบบและการผลิต เสื้อผ้าแบรนด์นี้จะถูกสร้างขึ้นด้วยความร่วมมือของทั้งสองคน ตั้งเป้าเริ่มต้นในปี 1977 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เศรษฐกิจกำลังเปิดตัวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างเต็มที่
เมื่อกลับถึงบ้าน อันจิ่วเม่ยพบย่าอันกำลังนั่งเล่นกับเจ้าตูบสามตัวอยู่ที่ลานหน้าบ้าน เจ้าฟูฝู เฉียนเฉียน และมูมู่ ต่างส่งเสียงเห่าเบา ๆ เมื่อเห็นเธอกลับมา พวกมันกระดิกหางอย่างดีใจ
“คุณย่าคะ! วันนี้หนูไปแวะร้านอาหารรัฐมา ได้อาหารอร่อย ๆ มาฝากย่าเยอะแยะเลยค่ะ” อันจิ่วเม่ยจูงจักรยานเข้ามา พลางส่งเสียงบอกย่า
ย่าอันเงยหน้าขึ้นพร้อมทำสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “ทำไมต้องสิ้นเปลืองแบบนี้ด้วยล่ะจิ่วเม่ย ของที่บ้านก็มีอยู่แล้วแท้ ๆ”
อันจิ่วเม่ยหัวเราะเบา ๆ เดินไปนั่งข้างย่าพร้อมหยิบกล่องอาหารที่เธอสั่งจากร้านอาหารรัฐขึ้นมาโชว์ “ไม่ได้ซื้อเองสักหน่อยค่ะคุณย่า ทั้งหมดนี่เป็นของพี่ฟางหรู พนักงานขายในร้านสหกรณ์ พี่ฟางหรูซื้อมาฝากย่าโดยเฉพาะเลยนะคะ พี่ฟางหรูชอบชุดที่ย่าตัดมาก”
ย่าอันได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก พร้อมยิ้มเล็กน้อย “อ๋อ… พี่ฟางหรูคนนั้นสินะ เธอเป็นคนดีจริง ๆ ทั้งยังช่วยแนะนำเธอให้รู้จักกับหัวหน้าสหกรณ์อีกด้วย”
“ใช่ค่ะ” อันจิ่วเม่ยตอบพลางยิ้มสดใส
หลังจากพูดคุยกันเสร็จ อันจิ่วเม่ยนั่งลงเล่นกับเจ้าตูบสามตัวที่กระโดดมาล้อมตัวเธอ พวกมันคอยหยอกล้อและเลียมือเลียหน้าจนเธอหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
ไม่นานนัก เสียงเรียกดังมาจากหน้าประตูบ้าน
“สหายอัน! สหายอันอยู่ไหมครับ!”
อันจิ่วเม่ยที่กำลังลูบหัวเจ้าตูบชะงักก่อนลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาเป็นประกาย “มาแล้วค่ะ!”
เธอรีบวิ่งไปที่หน้าประตูบ้าน พบว่าผู้ที่มาคือบุรุษไปรษณีย์ที่เธอคุ้นเคยดี
“มีพัสดุและจดหมายมาจากฐานทัพครับ” บุรุษไปรษณีย์กล่าวพร้อมยื่นกล่องห่อกระดาษสีน้ำตาลและจดหมายแนบไว้ให้
อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น เธอรู้ดีว่าพัสดุนี้ต้องมาจากหลี่เจียเฟิ่ง สามีของเธอในโลกใบนี้อย่างแน่นอน
“ขอบคุณมากค่ะ! รอสักครู่นะคะ”
เธอถอดตะกร้าสะพายจากหลัง วางลงบนพื้น แล้วล้วงหยิบลูกอมผลไม้สีสันสดใสออกมายื่นให้บุรุษไปรษณีย์ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
บุรุษไปรษณีย์ยิ้มอย่างดีใจ “ขอบคุณมากครับ ไม่คิดเลยว่าจะได้ลูกอมอีกครั้ง”
“ถือเป็นของเล็ก ๆ น้อย ๆ น่ะค่ะ” อันจิ่วเม่ยตอบด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเธอถือห่อพัสดุและจดหมายกลับเข้ามาในบ้าน ย่าอันที่นั่งเล่นอยู่ลานหน้าบ้านที่เฝ้ามองอยู่ก่อนแล้วเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน “เจียเฟิ่งส่งมาหรอ?”
“ใช่ค่ะ” อันจิ่วเม่ยตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง “แต่หนูว่าจะรออ่านหลังจากกินข้าวเย็นดีกว่า”
หลังจากเข้าบ้าน อันจิ่วเม่ยก็วางพัสดุไว้บนโต๊ะเล็กในห้อง แล้วเดินเข้าครัวเพื่อเตรียมมื้อเย็น
อาหารเย็นวันนี้เป็นเมนูที่อันจิ่วเม่ยซื้อมาจากร้านอาหารรัฐ เธออุ่นให้ร้อนเล็กน้อยก่อนจัดใส่จานอ จากนั้นจึงประคองย่าอันเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหาร
บรรยากาศมื้อเย็นอบอวลไปด้วยความอบอุ่น แม้หมิ่นเหลียนซินจะไม่ได้มาอ่านหนังสือในวันนี้ เพราะเธอได้เดินมาบอกย่าอันไว้ตั้งแต่ช่วงกลางวันแล้วว่าอาจต้องเลิกงานดึก
“หมิ่นเหลียนซินบอกว่าเธออยากมาอ่านหนังสือด้วย แต่วันนี้เธออาจเลิกงานดึก เด็กคนนั้นเป็นคนดีนะ ขยันขันแข็งจริง ๆ ” ย่าอันพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
หลังจากมื้ออาหารเสร็จสิ้น อันจิ่วเม่ยจัดการเก็บทุกอย่างเรียบร้อยก่อนเดินกลับเข้าห้อง เธอหยิบผ้าเช็ดตัวเตรียมอาบน้ำ จากนั้นจึงเปิดมิติส่วนตัว
ภายในมิตินั้นยังคงเต็มไปด้วยสิ่งของทุกอย่างที่อันจิ่วเม่ยต้องการ เธอหยิบครีมบำรุงผิวออกมาใช้อย่างพิถีพิถัน
อันจิ่วเม่ยรู้สึกซาบซึ้งกับสวรรค์ที่มอบมิตินี้ให้กับเธอ มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสะดวกสบายในโลกที่เธอไม่คุ้นเคยเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้เธอได้ดูแลตัวเอง
ในยุคสมัยนี้ที่ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวยังหายากนัก การที่เธอมีครีมคุณภาพดีใช้โดยไม่ต้องเสียเงิน เป็นสิ่งที่วิเศษมาก
“ดีจริง ๆ…” เธอคิดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ ในโลกเดิม แค่จะซื้อสกินแคร์ดี ๆ สักตัวยังต้องใช้เงิน แต่ในตอนนี้ เธอสามารถใช้ของคุณภาพดีเหล่านี้ได้อย่างไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ ทำให้เธออดรู้สึกขอบคุณโชคชะตาไม่ได้ ที่มอบสิ่งพิเศษนี้ให้เธอ
เธอเคยคิดจะเอาครีมและของดี ๆ เหล่านี้ออกมาขาย แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่เอื้ออำนวย เธอจึงเลือกเก็บไว้ใช้เองและรอเวลา
หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อย อันจิ่วเม่ยกลับมานั่งที่โต๊ะเล็กในห้อง เธอหยิบพัสดุและจดหมายจากหลี่เจียเฟิ่งขึ้นมาเปิดออกด้วยความตื่นเต้น
ภายในพัสดุมีกล่องไม้ดนตรีแกะสลักลวดลายเรียบง่ายแต่แฝงความงดงาม เมื่อเธอหมุนกล่องดนตรี เสียงเพลงอันไพเราะและอบอุ่นก็เริ่มบรรเลง ทำให้อันจิ่วเม่ยยิ้มออกมาอย่างปลื้มปริ่ม
“นี่คงเป็นรสนิยมของเขาสินะ” เธอคิดในใจ พลางสัมผัสกล่องไม้ด้วยความรู้สึกประทับใจ จากนั้นจึงหยิบจดหมายที่ถูกพับอย่างเรียบร้อยขึ้นมาอ่าน
ในจดหมายฉบับแรก หลี่เจียเฟิ่งเขียนตอบคำถามต่าง ๆ ที่เธอเคยถามไว้ เขาเห็นด้วยกับการที่เธออยากพาคุณย่ามาตรวจที่โรงพยาบาลทหาร และยังเข้าใจผิดว่าเธอสนใจจะเข้าคณะนาฏศิลป์
อันจิ่วเม่ยหลุดหัวเราะทันทีเมื่ออ่านถึงตอนที่เขาเล่าเรื่องเพื่อนร่วมงานจากคณะนาฏศิลป์ที่ส่งของขวัญแต่งงานมาให้เขา
“หลัวลี่เซียนพยายามทำอะไรสักอย่างอีกแล้วสิท่า โดนปฏิเสธแบบไม่เหลือเยื่อใยแบบนี้ ฉันเริ่มเห็นใจเธอนิดหน่อยนะ” อันจิ่วเม่ยคิดในใจพลางหัวเราะเบา ๆ
ตอนนี้เธอมั่นใจอย่างชัดเจนแล้วว่า หลี่เจียเฟิ่งไม่ได้มีความรู้สึกใด ๆ กับหลัวลี่เซียนเลยแม้แต่น้อย ความตรงไปตรงมาและการกระทำของเขาแสดงให้เห็นชัดเจนว่าหล่อนไม่มีที่ยืนในหัวใจของเขาเลย
ในจดหมายยังมีตัวการ์ตูนที่หลี่เจียเฟิ่งวาดแทรกไว้ เป็นรูปทหารถือกล่องดนตรีในมืออย่างตลกขบขัน อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้างเมื่อเห็นสิ่งนี้ เพราะเธอเองก็เคยวาดตัวการ์ตูนส่งให้เขาในจดหมายก่อนหน้านี้
“น่ารักจริง ๆ เป็นผู้ชายที่ความรู้สึกช้าชะมัด…” เธอพึมพำกับตัวเอง พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู
แต่เมื่อเธอเปิดอ่านจดหมายแผ่นถัดไป รอยยิ้มของเธอค่อย ๆ จางหาย ร่างกายพลันนิ่งแข็ง เนื้อหาในจดหมายฉบับนี้เอ่ยถึงภารกิจสำคัญที่หลี่เจียเฟิ่งกำลังจะออกปฏิบัติในเร็ว ๆ นี้
นี่คือภารกิจเดียวกับในนิยายต้นฉบับ…
พลันความกังวลที่ถูกกดทับไว้มานานก็พุ่งขึ้นมาเต็มอก อันจิ่วเม่ยกวาดสายตาอ่านทีละประโยค
‘ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน อาจไม่ได้เขียนจดหมายถึงเธอสักพัก แต่ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันเคยออกปฏิบัติภารกิจมานับครั้งไม่ถ้วน มีประสบการณ์มากพอที่จะรับมือกับทุกอย่างได้อย่างปลอดภัยแน่นอน เธอไม่ต้องเขียนจดหมายมาหาฉันก็ได้ รอให้ฉันกลับมาแล้วจะส่งโทรเลขถึงเธอเอง… ดูแลตัวเองให้ดีนะ… คิดถึงเสมอ’