ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 20 สัญญาที่ถูกซ่อนเร้น
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 20 สัญญาที่ถูกซ่อนเร้น
บทที่ 20 สัญญาที่ถูกซ่อนเร้น
“หลี่เจียเฟิ่ง นี่มันเกินไปแล้วนะ!” ลี่เฟยเอ่ยทักท้วง เมื่อเห็นท่าทางแข็งกร้าวไม่ไว้หน้าใครของหลี่เจียเฟิ่ง
แต่หลี่เจียเฟิ่งกลับตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ผมไม่เคยสนใจเรื่องฐานะ แต่ญาติ ๆ กลับพูดจาดูถูกภรรยาผมแบบนี้ จะให้ผมทนฟังเฉยๆ ได้ยังไง?”
คำตอบนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวงเหล่าญาติ ๆ ที่เคยคุ้นชินกับท่าทางอ่อนน้อมของหลี่เจียเฟิ่ง ต่างพากันอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเขาจะกล้าหักหน้าพวกเขาอย่างไม่ไว้หน้า
สายตาคมกริบของหลี่เจียเฟิ่งตวัดไปยังคู่สามีภรรยาสูงวัยตระกูลหลี่ บรรยากาศโดยรอบพลันอึมครึมขึ้นทันตา สองสามีภรรยารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงหัวใจ
พวกเขารู้ดีว่าครั้งนี้…ลูกชายคนนี้เอาจริง!
“เมื่อกี้พ่อกับแม่ได้ยินที่ผมพูด งั้นก็คงได้ยินที่พวกนั้นพูดถึงภรรยาผมด้วยใช่ไหมครับ?” น้ำเสียงของหลี่เจียเฟิ่งเรียบนิ่ง แต่แฝงไว้ด้วยความกดดัน
ชิวหรงได้แต่ลอบสบตากับสามีอย่างร้อนรน ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปาก
“ภรรยาผมเพิ่งเข้าบ้าน วันนี้ก็งานแต่งงานของเราแท้ ๆ พวกเขากลับมาพูดจากับเธอแบบนี้” หลี่เจียเฟิ่งเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ในฐานะสามี ผมควรจะยืนเฉย ๆ ปล่อยให้ภรรยาตัวเองโดนรังแกแบบนั้นงั้นเหรอครับ?” คำพูดของหลี่เจียเฟิ่งแม้จะไม่ดัง แต่เปี่ยมไปด้วยแรงกดดัน
หลี่เฉินฟู่ใบหน้าแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งอับอาย รีบหาทางกู้สถานการณ์ “พวกนั้นเป็นญาติผู้ใหญ่ทั้งนั้น ถึงยังไงภรรยาแกก็เข้าบ้านตระกูลหลี่ของเราแล้ว พูดเล่นกันสองสามคำจะเป็นอะไรไป? ”
แต่หลี่เจียเฟิ่งยังคงยืนกรานเสียงแข็ง “ไม่ได้ครับ”
“แก!” หลี่เฉินฟู่ตวาดลั่น
หลี่เจียเฟิ่งถอนหายใจ “พอเถอะครับ เชิญพ่อกับแม่ทานอาหารเถอะ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุย ส่วนเรื่องที่ผมจะคุย…พ่อกับแม่ก็เตรียมใจไว้หน่อยนะครับ”
สิ้นคำ หลี่เจียเฟิ่งก็เดินนำออกไป ปล่อยให้คำพูดต่อว่าของพ่อลอยหายไปกับสายลม
“อวดดี! มีเงินหน่อยทำเป็นลืมตัว” เสียงตะโกนของเฉินฟู่ดังลั่น
“คุณ พูดเบา ๆ หน่อย” ชิวหรงปรามสามีเสียงเบา
ชิวหรงพูดกับสามีต่อ“เพราะคุณนั่นแหละ ที่ยอมให้มันเอาสมุดทะเบียนบ้านไป ยังไงซะตอนนี้ก็ต้องทนมันไปก่อน อย่างน้อย ๆ มันก็ยังส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน คุณอย่าลืมนะว่าถ้าไม่มีไอ้เด็กนั่น เราจะเอาอะไรกิน”
หลายปีมานี้คนในบ้านถูกตามใจจนเคยตัว ไม่ต้องทำอะไรก็มีข้าวกิน ทุกคนต่างพึ่งพาเงินที่หลี่เจียเฟิ่งส่งมา แม้จะไม่พอใจการกระทำของหลี่เจียเฟิ่งมากแค่ไหน ก็ได้แต่จำใจยอม
หลี่เจียเฟิ่งพาอันจิ่วเม่ยไปนั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อน ๆ เขาไม่อยากให้เธอต้องอึดอัดกับบรรยากาศตึงเครียดในครอบครัว
อันจิ่วเม่ยรู้ดีว่าคนเหล่านี้ล้วนเป็นคนสำคัญของหลี่เจียเฟิ่ง หญิงสาวจึงวางตัวอย่างเป็นธรรมชาติ พูดคุยอย่างสุภาพ ไม่แสดงท่าทางเย่อหยิ่ง ทำให้พวกเขาต่างประทับใจในตัวอันจิ่วเม่ยมาก
หลังจากที่ทุกคนกินอิ่มเเล้ว หลี่เจียเฟิ่งก็พาอันจิ่วเม่ยไปหา
เหวินฟู่ ผู้นำหมู่บ้าน
“ลุงผู้นำหมู่บ้านครับ วันนี้ผมขอชวนทุกคนมาเป็นพยาน ผมจะเเยกครอบครัวครับ!”
หลี่เจียเฟิ่งหยิบกระดาษเก่า ๆ ใบหนึ่งขึ้นมา “นี่คือหลักฐานที่ผมให้ลุงช่วยเขียนไว้ตอนที่ผมไปเป็นทหารครับ ในนี้ระบุไว้ชัดเจนว่าผมสมัครทหารแทนพี่ชาย เงินที่ส่งกลับมาให้พ่อเม่ใช้เลี้ยงดูครอบครัว”
“และเมื่อผมเแต่งงาน ผมจะเเยกบ้านออกมาอยู่เอง โดยจะส่งเงินให้พ่อเเม่ใช้เดือนละหกหยวน ส่วนค่ารักษาพยาบาลถ้าพ่อแม่ไม่สบาย ให้พี่น้องช่วยกันออก นอกจากนี้ผมจะไม่รับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น”
คำประกาศของหลี่เจียเฟิ่งสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคน แม้แต่อันจิ่วเม่ยเองก็ยังเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
งานแต่งงานที่ใคร ๆ ก็อยากให้เป็นวันแห่งความสุขอันแสนหวาน แต่ดูเหมือนว่างานวิวาห์ของอันจิ่วเม่ยจะเกินความคาดหมายไปหน่อย เพราะแทนที่เจ้าบ่าวของเธอจะกล่าวคำขอบคุณแขกเหรื่อที่มาร่วมงาม กลับเป็นประกาศกราวว่าจะแยกครอบครัวซะอย่างงั้น
“หลี่เจียเฟิ่ง! ทำไมถึงพูดอะไรแบบนั้นออกมา? หรือถูกน้องสะใภ้ยุยงมา!” ลี่เฟยโพล่งขึ้นด้วยความตกใจ
อันจิ่วเม่ยอมยิ้ม เพลิดเพลินกับการชมละครฉากใหญ่ตรงหน้า โดยเฉพาะลี่เฟยพี่สะใภ้จอมวุ่นวาย ที่กำลังโวยวายเสียงลั่น กล่าวหาเธอว่าเป็นตัวการยุยงหลี่เจียเฟิ่งให้แยกครอบครัว
‘หึ! ใครยุยงใครกันแน่?’ อันจิ่วเม่ยคิดในใจอย่างขบขัน เธอตัดสินใจปล่อยให้คนพวกนั้นรุมด่าหลี่เจียเฟิ่งไปก่อน แล้วค่อยหาจังหวะเหมาะ ๆ เข้าไปร่วมวงแสดงละครด้วย
สายตาของอันจิ่วเม่ย เหลือบไปมองฝั่งพ่อแม่สามี เห็นใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ โดยเฉพาะหลี่เฉินฟู่ที่หน้าตาบึ้งตึงราวกับถูกใครเผาบ้าน ยิ่งเห็น เธอยิ่งรู้สึกสนุก ละครน้ำเน่าเรื่องนี้คงจะได้ดูกันยาว ๆ
ส่วนทางเหวินฟู่ ผู้นำหมู่บ้านกลับเหงื่อแตกพลั่ก ร้อนรุ่มไปทั้งตัว คำพูดของหลี่เจียเฟิ่งทำเอาบรรยากาศงานแต่งงานที่แสนหวาน กลับกลายเป็นตึงเครียดขึ้นมาในชั่วพริบตา
เหวินฟู่ก็ได้แต่มองตาปริบ ๆ นึกในใจ ‘ให้ตายเถอะ ตอนนั้นใครมันช่างเขียนข้อตกลงบ้า ๆ นี่นะ!’
แต่เดี๋ยวนะ…. เขาเป็นคนเขียนไม่ใช่หรอ!? เหวินฟู่คิดในใจ เขาเริ่มทบทวนความทรงจำเมื่อหลายปีก่อน
ตอนนั้นพ่อแม่ของหลี่เจียเฟิ่งยอมทำทุกอย่าง ขอแค่ให้ลูกชายคนเล็กได้เป็นทหารแทนลูกชายคนโต เขาก็เลย… เอ่อ… พลั้งมือเขียนข้อตกลงนั่นไป ใครจะคิดว่าหลี่เจียเฟิ่งจะเก็บมาเป็นข้ออ้าง ขอแยกบ้านในวันแต่งงานแบบนี้!
เหวินฟู่ส่งแววตาอ้อนวอนไปยังพ่อแม่ของหลี่เจียเฟิ่ง หวังให้พวกเขาช่วยพูดอะไรบ้าง แต่น่าเสียดาย…สายตาที่ได้รับกลับมามีแต่ความว่างเปล่า
ยิ่งเห็นกลุ่มเพื่อนของหลี่เจียเฟิ่งยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่ข้าง ๆ หัวใจของเหวินฟู่ก็ยิ่งเต้นไม่เป็นจังหวะ ถ้าเขาไม่ทำตามข้อตกลงมีหวังได้โดนรุมทึ้งแน่!
“เอ่อ… คือว่า…” ผู้นำหมู่บ้านพยายามระงับความตื่นตระหนก “เจียเฟิ่งเรื่องนี้มันก็ต้องให้เกียรติพ่อแม่ของนายด้วยสิ ใช่ไหมล่ะ?”
หลี่เจียเฟิ่งไม่สนใจ เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย “หลักฐานขนาดนี้ ลุงยังจะไม่ยอมรับอีกเหรอครับ? อย่าลืมนะครับว่าลายเซ็นในสัญญามันเป็นของใคร?”
น้ำเสียงของเขาสุภาพก็จริงแต่มันกลับแฝงไปด้วยความกดดันบางอย่าง จนผู้นำหมู่บ้านเหงื่อแตกพลั่ก
ต้าหวังกับชาวบ้านคนอื่นเห็นท่าไม่ดี รีบเข้ามาช่วยพูด “ใช่ ๆ ในเมื่อมีสัญญาก็ต้องทำตามสิ ถึงขั้นทำเป็นลายลักษณ์อักษรแบบนี้ คงไม่มีใครกล้าทำผิดหรอกมั้ง?”
ชาวบ้านหลายคนเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมตระกูลหลี่ถึงไม่ยอมหาภรรยาให้หลี่เจียเฟิ่งสักที ทั้งที่หน้าตาหล่อเหลา ฐานะมั่นคง เป็นถึงทหารยศสูง กลับไม่มีวี่แววว่าจะมีสาว ๆ อยู่ข้างกาย ที่แท้ก็เพราะมีสัญญาลับนี่เอง
เมื่อเห็นพ่อแม่ของหลี่เจียเฟิ่งแสดงท่าทีรังเกียจลูกชายตัวเองอย่างโจ่งแจ้ง ชาวบ้านต่างอดสงสารหลี่เจียเฟิ่งไม่ได้
ปกติแล้ว ลูกชายคนเล็กมักจะเป็นที่รักของพ่อแม่ แต่ทำไมพอมาเป็นหลี่เจียเฟิ่ง ถึงกลับกลายเป็นคนถูกเอาเปรียบเช่นนี้?
“นี่มันเรื่องภายในตระกูลหลี่! พวกแกเป็นใคร ถึงได้เข้ามายุ่งเรื่องชาวบ้าน!” หลี่เฉินฟู่ตวาดลั่น มองชาวบ้านด้วยสายตาเกรี้ยวกราด
หลี่เฉินฟู่พูดจาเป็นนัยแบบนี้ ใคร ๆ ก็ดูออกว่าไม่อยากเคลียร์เรื่องใหญ่โตต่อหน้าคนเยอะ
เฟยหมิงและบรรดาเพื่อนทหารหน้าเจื่อนไปตาม ๆ กัน
หลี่เจียเฟิ่งเป็นเพื่อนตายที่พวกเขายกย่องชื่นชม แต่กลับต้องมาเจอเรื่องอึดอัดใจเช่นนี้ที่บ้าน
พวกเขารู้ดีว่าหลี่เจียเฟิ่งส่งเงิน ส่งของกลับบ้านตลอด เดิมทีพวกเขาคิดว่าหลี่เจียเฟิ่งทำด้วยความเต็มใจ ที่แท้เขาโดนบังคับนี่เอง พวกเขาเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน จะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้ยังไง!
“ลุงหลี่ นี่มันไม่ถูกต้องนะครับ พวกผมแม้จะเป็นคนนอก แต่สนิทกับหลี่เจียเฟิ่ง ยิ่งกว่าพี่น้องแท้ ๆ เสียอีก แยกครอบครัวเรื่องใหญ่ขนาดนี้ มีพยานก็ดีนี่ครับ” ต้าหวังพูดพร้อมกับประคองคุณย่าอันเดินเข้ามาในงาน
ต้าหวังยังคงพูดต่อ “หลายปีมานี้เจียเฟิ่ง ทำตามสัญญามาตลอด พอถึงเวลาพวกคุณต้องรับผิดชอบ ดันมาเล่นแง่ แบบนี้เอาเปรียบเพื่อนผมเกินไปหรือเปล่าครับ!”
ในกลุ่มเพื่อน เขาสนิทกับหลี่เจียเฟิ่งมากที่สุด ช่วงนี้ก็ช่วยเตรียมงานแต่งงาน วิ่งวุ่นซื้อของด้วยกัน รู้ดีว่าเพื่อนรักออกเงินเองทุกอย่าง ครอบครัวไม่ได้ช่วยเหลือแม้แต่หยวนเดียว
อีกทั้งหลายปีที่ผ่านมา เงินทองที่หลี่เจียเฟิ่งส่งกลับบ้าน ต้าหวังก็เป็นคนช่วยนำไปให้ จึงรู้ไส้รู้พุงคนพวกนี้ดี คนตระกูลหลี่เอาแต่ใช้จ่ายเงินที่หลี่เจียเฟิ่งหามาด้วยความยากลำบาก
พวกเขาคิดจะดูดเลือดเพื่อนรักของเขาไปตลอดชีวิตหรือไง! ต้าหวังคิดอย่างแค้นเคือง