ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 19 สงครามเย็นในงานแต่ง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 19 สงครามเย็นในงานแต่ง
บทที่ 19 สงครามเย็นในงานแต่ง
“ขะ ขอบพระคุณอาสะใภ้ค่ะ!” ดวงตาของเสวี่ยเหยาเป็นประกายวิบวับด้วยความดีใจจนแทบล้นทะลักออกมา
“ไม่ต้องเกรงใจจ้ะ เอาไปซ่อนให้ดี ๆ แล้วแบ่งน้องสาวด้วยนะ กินให้อร่อยล่ะ แล้วอย่าให้ใครเห็นเชียว” อันจิ่วเม่ยขยิบตาให้เด็กหญิงอย่างรู้กัน
ในใจของอันจิ่วเม่ยรู้ดีว่าสองพี่น้องตระกูลหลี่น่าสงสาร ถูกคนในตระกูลเอาเปรียบอยู่เสมอ เธอคิดว่าตราบใดที่สองคนนี้ไม่พาคนอื่นในตระกูลมารังควาน เธอก็เต็มใจที่จะทำดีด้วย
ว่าไปแล้ว เธอกับสองพี่น้องตระกูลหลี่ก็มีโชคชะตาคล้าย ๆ กัน ต่างก็เป็นเด็กผู้หญิงที่ไม่ได้รับความรัก ความรู้สึกเห็นอกเห็นใจจึงก่อตัวขึ้นในใจของอันจิ่วเม่ย
หลังจากเสวี่ยเหยาวิ่งจากไปด้วยความดีใจ อันจิ่วเม่ยก็เปิดประตูออกมา เห็นว่าในลานบ้านคึกครื้น มีทั้งคนในครอบครัวและแขกเหรื่อที่แต่งกายดูดีมาเยี่ยมเยียน พวกเขากำลังคุยกับหลี่เจียเฟิ่งอย่างออกรสออกชาติ อันจิ่วเม่ยเดาว่านี่คงจะเป็นเพื่อนทหารหรือสหายเก่าสมัยรบ
อันจิ่วเม่ยไม่อยากเข้าไปรบกวน จึงตัดสินใจเดินไปหาคุณย่าที่กำลังนั่งคุยกับต้าห้วงอยู่ข้าง ๆ
ดูเหมือนวันนี้อารมณ์ของย่าจะดีเป็นพิเศษ พอเห็นหลานสาวเดินมา ก็ยิ้มรับอย่างเอ็นดู “จิ่วเม่ย หลานหิวรึเปล่า?”
หญิงชราเอ่ยถามพลางเลื่อนจานขนมหวานมาวางตรงหน้าอันจิ่วเม่ย “มากินรองท้องก่อนเถอะ”
“ไม่เป็นไรค่ะย่า หนูยังไม่หิว หนูอยู่ในห้องแล้วรู้สึกอึดอัด เลยออกมาสูดอากาศข้างนอกนิดหน่อย” อันจิ่วเม่ยตอบด้วยรอยยิ้ม
หลี่เจียเฟิ่งสักเกตเห็นอันจิ่วเม่ย จึงเอ่ยกับกลุ่มเพื่อนสองสามประโยคก่อนจะเดินตรงมาหาเธอ ก่อนจะเอ่ยกับเธอเบา ๆ “กลุ่มนั่นมีเพื่อนเก่าสมัยเป็นทหารของฉันอยู่หลายคน พวกเขาปลดประจำการแล้ว พอดีผ่านมาเจองานแต่งงานเรา ฉันเลยจะพาเธอไปรู้จักหน่อย”
ยังไม่ทันที่อันจิ่วเม่ยจะตอบตกลง คุณย่าอันกับต้าหวังก็พูดแทรกขึ้นมาเกือบจะพร้อมกัน
“หลานไปเถอะ ย่ามีต้าหวังอยู่เป็นเพื่อนแล้ว หลานไม่ต้องห่วงย่านะ”
“ใช่ ๆ คุณย่าคุยกับผมถูกคอมาก พี่สะใภ้ไปกับเจียเฟิ่งเถอะ ปล่อยพวกเราไว้ตรงนี้แหละ” ต้าหวังพูดจบก็โบกมือไล่ พลางขยิบตาให้คุณย่าอัน
อันจิ่วเม่ยเห็นดังนั้นจึงหันไปเอ่ยขอบคุณทั้งสอง ก่อนจะเดินตามหลี่เจียเฟิ่งไปสมทบกับกลุ่มเพื่อน ๆ ของเขา
ทุกการกระทำของหลี่เจียเฟิ่งตกอยู่ในสายตาของลี่เฟย หญิงสาวกำมือแน่น เห็นชัด ๆ ว่าหลี่เจียเฟิ่งกำลังจะแนะนำให้อันจิ่วเม่ยรู้จักกับผู้มีอิทธิผล
ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ อันจิ่วเม่ยจะต้องมีเส้นสายมากขึ้น เธอจะยิ่งจัดการกับหล่อนได้ยากขึ้นเป็นเท่าตัว
ไม่ได้! เธอจะไม่มีวันปล่อยให้ยัยนั่นสร้างความประทับใจให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น! ลี่เฟยคิดอย่างเคียดแค้น
เสียงดนตรีบรรเลงหวานแหววในงานแต่งงานของหลี่เจียเฟิ่งแต่ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่นกลับมีสงครามเย็นระหว่างหญิงสองคนกำลังคุกกรุ่น!
เสียงดนตรีบรรเลงหวานซึ้ง งานแต่งงานของหลี่เจียเฟิ่งอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุข อันจิ่วเม่ยที่กำลังจะเดินเข้าไปทักทายกลุ่มเพื่อนของหลี่เจียเฟิ่ง ทว่า…ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของลี่เฟยก็พุ่งเข้ามาขวาง
“จิ่วเม่ย พี่สะใภ้ขอแนะนำให้รู้จักญาติ ๆ ก่อนนะ คนกันเองต้องมาก่อนสิ” ลี่เฟยพูดด้วยรอยยิ้มแสนปลอม สายตาจ้องมองเพื่อน ๆ ของหลี่เจียเฟิ่งอย่างระแวดระวัง
“ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่สะใภ้” หลี่เจียเฟิ่งเอ่ยขัดทันที “ผมจะพาจิ่วเม่ยไปทักทายเพื่อน ๆ ก่อน พวกเขาอุตส่าห์สละเวลามาแสดงความยินดี”
“ไม่ได้นะ! ญาติพี่น้องต้องมาก่อนสิ แบบนี้เสียมารยาทแย่เลย” ลี่เฟยยังคงตีหน้าซื่อ แสร้งทำเป็นหวังดี เธอจะไม่ยอมให้อันจิ่วเม่ยได้ผูกมิตรกับเพื่อน ๆ ของหลี่เจียเฟิ่งเด็ดขาด!
ทว่าอันจิ่วเม่ยกลับไม่ใช่หญิงสาวไร้เดียงสาอย่างใคร ๆ เข้าใจ แววตาที่ใสซื่อนั้นกลับซ่อนไปด้วยความฉลาด
อันจิ่วเม่ยรู้ทันความคิดของลี่เฟย เห็นชัด ๆ ว่าหล่อนต้องการตัดขาดเส้นทางไม่ให้เธอมีที่พึ่ง ยามที่หลี่เจียเฟิ่งไม่อยู่!
ด้วยความฉลาดเฉลียวของอันจิ่วเม่ย เธอจึงแสร้งทำเป็นหญิงสาวน่าสงสาร เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “พะ พี่สะใภ้คะ หนูรู้ว่าพี่สะใภ้หวังดี ตะ…แต่เพื่อน ๆ ของพี่เจียเฟิ่งก็สำคัญหนูไม่อยากให้ใครมองพี่เจียเฟิ่งไม่ดี…”
คำพูดของอันจิ่วเม่ยทำให้ลี่เฟยถึงกับหน้าถอดสี ประโยคแสนใสซื่อนั้น กลับทำให้เธอกลายเป็นคนไม่ดีในสายตาของคนอื่นทันที!
เสียงดนตรีในงานแต่งงานไม่สามารถกลบความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น ได้อีกต่อไป ตอนนี้งานแต่งงานของหลี่เจียเฟิ่งและอันจิ่วเม่ยกลายเป็นงานชุลมุนขึ้นมาทันที!
“เจียเฟิ่ง นี่อะไรกัน วันมงคลแท้ ๆ ปล่อยให้เมียหน้าหงอยแบบนี้ได้ยังไง” เสียงเข้ม ๆ ของเฟยหมิง ทำเอาลี่เฟยที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้าง ๆ สะดุ้งโหยง
เฟยหมิงเปรียบเสมือนพี่ชายร่วมสาบาน เป็นอดีตหัวหน้าสุดโหด ที่ปัจจุบันเป็นเจ้าของฟาร์มหมูเจ้าใหญ่ รวมทั้งเนื้อหมูที่จัดอยู่ในงานก็มาจากเขา
ลี่เฟยรีบคว้าแขนอันจิ่วเม่ยทันที “พวกผู้ชายเขาคุยธุรกิจกัน ไป ๆ พวกเราไปคุยกันดีกว่า”
เแม้ว่าลี่เฟยจะหวาดกลัวว่าตัวเองจะไปล่วงเกินผู้ใหญ่เข้า แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ต้องขัดขวางไม่ให้อันจิ่วเม่ยได้รู้จักคนพวกนี้เด็ดขาด!
คิดได้แบบนั้นลี่เฟยก็ออกแรงลากอันจิ่วเม่ยสุดฤทธิ์ ทว่าเท้ากลับดันไม่เป็นใจ สะดุดชายกระโปรงของอันจิ่วเม่ย จนหน้าคะมำไปกองกับพื้น!
อันจิ่วเม่ยตกใจ รีบเข้าไปพยุง “พี่สะใภ้! เป็นอะไรรึเปล่าคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ…” แม้เธอจะกล่าวว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่ความจริงแล้วเธอจงใจทำให้ลี่เฟยล้มลงไป
ลี่เฟยรีบลุกขึ้น! ปรี๊ดแตกกลางงานแต่ง “แกมันจอมปลอม! ไม่ต้องมาเสแสร้ง!” พูดจบก็ผลักอันจิ่วเม่ยจนเกือบล้ม โชคดีที่หลี่เจียเฟิ่งคว้าไว้ได้ทัน
“พี่สะใภ้ไม่เป็นอะไรก็ไปเถอะ” หลี่เจียเฟิ่งจ้องมองยังไปยังลี่เฟยพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงน่าเกรงขาม
ลี่เฟยที่เจอสายตาพิฆาตและเสียงที่เย็นเยียบของหลี่เจียเฟิ่งเข้าไป ถึงกับเงียบแล้วเดินออกมาทันที
หลังจากที่ลี่เฟยยอมลามือจากอันจิ่วเม่ยแล้ว ชายหนุ่มก็พาอันจิ่วเม่ยไปแนะนำให้เพื่อน ๆ รู้จัก
ตอนนี้อันจิ่วเม่ยรู้สึกราวกับตนเองถูกส่งเข้าประกวดนางงามมิตรภาพ เพราะเธอยืนยิ้มจนเมื่อยแก้ม
ขณะที่หลี่เจียเฟิ่งแนะนำเพื่อนพ้องน้องพี่ให้รู้จักทีละคน แต่ละคนล้วนมีดีกรีความสนิทแน่นปึ้ก แววตาเต็มไปด้วยเรื่องเล่าร่วมสาบาน อันจิ่วเม่ยได้แต่คิดในใจ ‘นี่ถ้าใครเผลอมีเรื่องกับหลี่เจียเฟิ่ง คงยากที่จะมีชีวิตสงบสุขสินะ’
ระหว่างที่กำลังประเมินศักยภาพเครือข่ายว่าที่สามี อันจิ่วเม่ยก็สังเกตเห็นแววตาปลาบปลื้มของเหล่าพี่น้องร่วมสาบาน ที่มองหลี่เจียเฟิ่งราวกับเทพบุตรกลับชาติมาเกิด
ดูท่าว่าหลี่เจียเฟิ่งคงช่วยชีวิตชีวิตใครไว้หลายคน ทำเอาอันจิ่วเม่ยแอบปลื้มปริ่มแทน ‘โชคหล่นทับจริง ๆ ที่ได้สามีเพียบพร้อมทุกอย่างแบบนี้’
ทันใดนั้นกลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาเตะจมูก หลี่เจียเฟิ่งผายมือเชิญทุกคนนั่งโต๊ะสมกับที่เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยง
หลังจากที่หลี่เจียเฟิ่งกับอันจิ่วเม่ยเดินเข้ามาในบ้าน ลี่เฟยก็คอยกระซิบข้างหูญาติ ๆ พร้อมกับชี้มาที่อันจิ่วเม่ยเป็นระยะราวกับกำลังนินทา ทำเอาสีหน้าญาติ ๆ แปรเปลี่ยนจากรอยยิ้มเป็นสายตาค้อนเคือง!
“หึ มาช้าแล้วยังจะมาเดินเฉิดฉายกับเพื่อนสามีอีกนะ ไม่คิดจะเข้าไปเคารพพ่อแม่สามีก่อนรึไงยะ แม่คุณทูนหัว!” ญาติคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เสียงดังกังวาน
ลี่เฟยยิ้มแสยะ “ใจเย็น ๆ ค่ะป้า น้องสะใภ้ของเราน่ะคงลืมมารยาทพื้นฐานไปแล้วมั้งคะ เห็นคนนอกสำคัญกว่าพ่อแม่สามีตัวเองซะอย่างนั้น”
บรรยากาศในงานเลี้ยงกลายเป็นตึงเครียด ทุกสายตามองมาที่อันจิ่วเม่ยราวกับเธอเป็นตัวประหลาด อันจิ่วเม่ยได้แต่แอบถอนหายใจ
อยู่ดี ๆ ญาติคนหนึ่งก็เอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหน
“หลี่เจียเฟิ่งไม่คิดจะแนะนำเจ้าสาวให้เรารู้จักเลยหรือไงจ๊ะ?”
แต่แทนที่หลี่เจียเฟิ่งจะแนะนำให้รู้จัก เขากลับทำหน้านิ่งแล้วพูดขึ้นว่า “ผมไม่จำเป็นต้องแนะนำเธอให้ใครรู้จัก เพราะแต่ละคนก็เอาแต่รุมกล่าวหาใส่ร้ายเธอ โดยที่ไม่คิดถามไถ่ ผมคิดว่าต่อให้แนะนำไป ทุกคนก็ไม่ใส่ใจจะรู้จักเธออยู่ดี” สิ้นคำพูด หลี่เจียเฟิ่งก็จูงมืออันจิ่วเม่ยเดินเชิดใส่ญาติ ๆ โดยไม่สนสายตาใคร
Pchaya
พระเอกสุดยอดเลย