ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 33 แก๊งอันธพาล
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 33 แก๊งอันธพาล
บทที่ 33 แก๊งอันธพาล
ความจริงแล้วลู่เหอไม่ได้ไปไหนไกล เขาแอบซ่อนตัวอยู่ที่มุมถนนใกล้ ๆ เขาอยากรู้ว่าอันจิ่วเม่ยจะพูดอะไร แต่ไม่คิดว่าพวกนั้นจะมาเร็วขนาดนี้
ลู่เหอเห็นดังนั้นก็รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของอันจิ่วเม่ย ก่อนจะรีบหมุนตัวจากไปทันที
ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว ดูเหมือนว่าเขาต้องหาที่ใหม่ขายเมล็ดแตงโมแล้วล่ะ
ลู่เหอเป็นเด็กกำพร้า ไม่มีกำลังไปสู้กับคนพวกนั้นหรอก แต่ถ้าสู้ไม่ได้ ก็หนีเอาตัวรอดไว้ก่อนดีกว่า!
อันจิ่วเม่ยถอนหายใจโล่งอก เมื่อเห็นว่าลู่เหอ ไม่มีอะไรผิดปกติ เธอจึงเดินสำรวจตลาดมืดอย่างสบายใจ จดจำทุกอย่างไว้ในหัวราวกับเป็นสายลับ ก่อนจะเล็ดลอดออกไปอย่างเงียบกริบ
ทันใดนั้นอันจิ่วเม่ยก็นึกขึ้นได้ว่า ลูกอมผลไม้ตักไม่อั้นที่เคยซื้อมากับหลี่เจียเฟิ่งใกล้จะหมดแล้ว เธอก็รีบตรงดิ่งไปร้านสหกรณ์ทันที เพราะลูกอมนี่แหละคือกุญแจสำคัญในการเข้าสังคม ขาดไม่ได้จริง ๆ
หลังจากกวาดลูกอมเข้ากระเป๋าเรียบร้อย อันจิ่วเม่ยก็เตรียมจะทำการลับ ๆ ด้วยการเอาจักรยานออกจากมิติพิเศษ
แต่ทันใดนั้น… อันจิ่วเม่ยก็สบตากับลู่เหอ ที่กำลังโบกมือเรียกอย่างกระตือรือร้น!
อันจิ่วเม่ยมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจแล้วว่าลู่เหอน่าจะเรียกเธอจริง ๆ จึงเดินเข้าไปหาด้วยความสงสัย
“สหาย มีอะไรหรือเปล่าคะ?” อันจิ่วเม่ยเอ่ยถามชายหนุ่ม
ลู่เหอยิ้มเขินอาย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“สหายครับ! ผมต้องขอบคุณคุณมาก ๆ สำหรับวันนี้ ผมรีบวิ่งกลับบ้านไปเอาเมล็ดแตงโมมาเพิ่ม ขอมอบให้สหายทั้งหมดเลยนะครับ เป็นของขวัญขอบคุณที่ช่วยชีวิตผมไว้ หวังว่าสหายจะไม่รังเกียจนะ”
อันจิ่วเม่ยเห็นรอยยิ้มจริงใจบนใบหน้าของเขา ก็รู้ทันทีว่าชายหนุ่มนี่คงแอบดูอยู่และเห็นว่าคนพวกนั้นไปตามล่าเขาจริง ๆ ถึงได้มารออยู่ตรงนี้เพื่อขอบคุณแบบจัดเต็ม
อันจิ่วเม่ยไม่ได้เกรงใจ รับมาบางส่วนแล้วพูดติดตลก
“โอ้โห สหาย มากเกินไปแล้ว ฉันรับไว้ไม่ไหวหรอก เดี๋ยวท้องระเบิดตาย ที่เหลือคุณเก็บไว้ขายเถอะ ฉันแค่ส่งข่าวให้เท่านั้น ไม่ได้หวังอะไรตอบแทนเลย”
“แต่นี่ สหายคงถูกจับตามองแล้วนะ ต่อไปคงต้องย้ายที่ขายแล้วไม่งั้นถ้าโดนจับขึ้นมาจริง ๆ สหายคงแย่แน่ ๆ”
อันจิ่วเม่ยอยากจะเป็นเพื่อนกับเขา จึงพยายามหาเรื่องคุยเพื่อสร้างความคุ้นเคย ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องความร่วมมือทางธุรกิจสุดที่เธอวางแผนไว้
ลู่เหอพูดอย่างกังวล ใบหน้าเคร่งเครียด “สหายพูดถูก ผมจะระวังตัวให้มาก ๆ ขอบคุณสหาย มากนะครับที่เตือน”
ในใจเขาคิดว่า ถ้าไปตลาดมืดไม่ได้ ก็คงต้องแอบไปขายตามย่านที่อยู่อาศัยแทน แต่แบบนั้นเสี่ยงมาก ถ้าถูกจับได้ผลที่ตามมาก็ร้ายแรงยิ่งกว่าโดนจับได้ว่าแอบกินขนมในห้องเรียน
แต่เรื่องนี้ยังไม่จำเป็นต้องบอกหญิงสาวที่เพิ่งรู้จักกัน เขาตั้งใจว่าจะกลับไปคิดให้ดีอีกที
อันจิ่วเม่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใย “สมัยนี้คนส่วนใหญ่ปากจืดกันทั้งนั้น เหมือนกินข้าวต้มทุกมื้อเลย คุณลองไปขายแถว ๆ โรงงานหรือไซต์ก่อสร้างดูสิ รับรองว่าขายดีไม่แพ้ที่เดิม หรืออาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ”
คนทำงานหนักมักไม่ปากไม่มีเสียงที่สุด ถ้ามีเมล็ดแตงโมรสเด็ดมาแก้เหงาปาก คงจะดีไม่น้อย ราวกับได้กินอาหารในภัตตาคารหรูเลยทีเดียว!
ดวงตาของลู่เหอเป็นประกายวาววับ เขาแค่ตั้งใจจะออกมาขายเล่นในหมู่บ้านเท่านั้น แต่คำพูดของอันจิ่วเม่ย ทำให้เขาเห็นช่องทางทำมาหากินใหม่ ๆ ขึ้นมาทันที
“เข้าใจละ! ขอบใจมากนะ” ลู่เหอยิ้มกว้าง “อยากกินเมล็ดแตงโมเมื่อไหร่ก็มาเอาฟรี ๆ ได้เลย! ”
“โอ้โห! งั้นฉันไม่เกรงใจล่ะนะ” อันจิ่วเม่ยหัวเราะร่า
ทั้งสองคุยกันอีกสองสามคำก่อนแยกย้าย ใครเห็นก็คงคิดว่าแค่เพื่อนบ้านทักทายกันธรรมดา
อันจิ่วเม่ยรอให้ลู่เหอ เดินลับตาไปก่อนจึงรีบแอบเข้าตรอกเล็ก ๆ แล้วดึงจักรยานออกมาจากมิติพิเศษ ก่อนจะรีบปั่นกลับบ้านสุดฝีเท้า เพราะกลัวจะไม่ทันมื้อเย็น
อันตงหยางที่เพิ่งออกมาปลดทุกข์ ไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพ อันจิ่วเม่ย แบกตะกร้าของดี ๆ ปั่นจักรยานผ่านหน้าไปทั้ง ๆ ที่เขาตั้งใจจะรอให้เงินที่แม่ให้มาหมดก่อนค่อยไปรีดไถเธอ แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะเข้าข้างเขาเสียแล้ว!
ความคิดชั่วร้ายผุดขึ้นในหัวอันตงหยางทันที! พรุ่งนี้ไม่เหมือนวันนี้ เมื่ออันจิ่วเม่ยออกมาเดินถนน แน่นอนว่าต้องพกเงินติดตัวไม่น้อย
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น แค่จักรยานคันใหม่เอี่ยมก็มีค่าไม่ใช่น้อย ถ้าเอาไปขายคงได้เงินก้อนโต จากนั้นก็สามารถไปสนุกกับพวกพ้องได้อีก!
ก่อนหน้านี้อันตงหยางเคยโดนอันจิ่วเม่ย ตีมาแล้ว รอบนี้เขาจึงไม่กล้าไปหาเรื่องอันจิ่วเม่ยคนเดียวอีก
อันตงหยางหันไปเรียกพรรคพวกมาช่วย พวกพ้องของเขาล้วนเป็นอันธพาลในสังคม คราวนี้นังบ้านั่นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแน่!
เมื่อคนอื่น ๆ ได้ยินอันตงหยางบอกว่าไม่เพียงแต่ได้เงิน ยังมีสาวสวยด้วย ก็สนใจขึ้นมาทันที พวกเขาทิ้งไพ่ในมือแล้วลุกพรวดตามอันตงหยางไปล่าเหยื่อทันที!
อันจิ่วเม่ยเป็นสาวยุคใหม่ คุ้นเคยกับจักรยานมาตั้งแต่เด็ก ไม่เหมือนคนยุคนี้ที่ส่วนใหญ่เพิ่งหัดขี่จึงขี่ช้า
อันจิ่วเม่ยปั่นจักรยานเร็วปรู๊ด แม้จะสะพายตะกร้าของไว้บนหลังก็ไม่ได้ทำให้ช้าลงเลย จนกระทั่งอันตงหยางและพรรคพวกไล่ตามจนหอบถึงจะเห็นเงาร่างของอันจิ่วเม่ยลิบ ๆ อยู่ข้างหน้า
“พี่ลั่ว ไล่ทันแล้ว อดทนอีกนิด!” อันตงหยางหอบหายใจ รู้สึกกระอักกระอ่วนไม่กล้าสบตาลั่วเฟิง
ลั่วเฟิงเป็นหัวโจกของแก๊ง ปกติอันตงหยางมักจะหากินอยู่ใต้อาณัติของลั่วเฟิง คอยเอาอกเอาใจลั่วเฟิงอย่างที่สุด
วันนี้ตั้งใจจะส่งอันจิ่วเม่ยให้ลั่วเฟิงเล่นสนุก แต่เขาไม่คิดว่านังพี่สาวตัวแสบของเขามันจะปั่นจักรยานเร็วขนาดนี้ จนทำให้พวกเขาที่วิ่งตามเหนื่อยจนตาเหลือก
อันตงหยางร้อนรนยิ่งกว่าใคร ๆ เขารู้ตัวว่ากำลังจะโดนลั่วเฟิงเล่นงานแน่ และแล้วฝ่ามือหนาของลั่วเฟิงก็ฟาดลงมาเต็มแรง!
เพียะ!
“ไอ้สารเลว! แกหลอกฉัน!” ลั่วเฟิงคำรามลั่น
“ไม่ใช่นะครับ พี่ลั่ว! เธอเป็นพี่สาวผมจริง ๆ แถมเธอยังรวยมากเลยนะครับ!” อันตงหยางแก้ตัวเสียงสั่น
“ถ้าเราตามทัน เผลอ ๆ จะได้ของดีกว่าที่คิดนะครับพี่ เชื่อผมเถอะ! ครั้งนี้ครั้งเดียว!”
อันตงหยางอยากจะวิ่งไปพิสูจน์ให้เห็นกับตา แต่ก็ไม่กล้าโผล่หัวออกไป กลัวหลี่เจียเฟิ่งจะเอาคืน จึงได้แต่แอบมองอยู่เงียบ ๆ อย่างหวาดระแวง
ลั่วเฟิงเกือบจะยอมแพ้ แต่ก็เสียดายที่อุตส่าห์ตามมาตั้งไกล เขาจึงตบอันตงหยางไปอีกฉาด ก่อนจะสั่งให้ไปทางลัด เพื่อไปดักรอต่อไป
ขณะที่อันจิ่วเม่ย กำลังจะถึงปากทางเข้าหมู่บ้านอยู่รอมร่อ จู่ ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งโผล่ออกมาขวางทางอย่างกะทันหัน!
ด้วยความที่เธอปั่นจักรยานมาเร็วมาก เกือบจะชนคนพวกนั้นเข้าให้ โชคดีที่ขายาวช่วยชีวิต เธอจึงเบรกได้ทันเวลาพอดิบพอดี ไม่งั้นคงโดนเรียกค่าเสียหายยับเยินแน่ ๆ