ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 41 ความหวังที่ริบหรี่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 41 ความหวังที่ริบหรี่
บทที่ 41 ความหวังที่ริบหรี่
ซื่อหงยืนนิ่งอยู่กลางถนนดินแคบ ๆ ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง สายลมเย็นพัดผ่านร่างผอมบางของเธอ ทำให้ชายเสื้อผ้าฝ้ายเก่า ๆ สะบัดไหว เธอก้มมองเงินบนฝ่ามือด้วยแววตาสิ้นหวัง เหรียญทองแดงขึ้นสนิมจำนวนหนึ่งกองอยู่บนนั้น
“แค่ 20 หยวนจะไปพออะไรกัน…” เธอพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกลัวว่าลมจะพัดพาความทุกข์ของเธอไปให้ใครได้ยิน
ซื่อหงกวาดตามองไปรอบ ๆ บ้านเรือนที่ทรุดโทรมรายล้อมเธออยู่ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างมีสีหน้าเหนื่อยล้า เช่นเดียวกับเธอ ความยากจนเป็นเสมือนผ้าห่มหนาทับถมทั้งหมู่บ้าน
“จะไปหาเงินจากไหนละ…” เธอถามตัวเองอีกครั้ง ความกังวลเริ่มก่อตัวขึ้นในอกเธออย่างรุนแรง
แล้วจู่ ๆ ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของซื่อหง ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ประกายความหวังริบหรี่ปรากฏขึ้นในนั้น
“ตระกูลหลี่!”
ซื่อหงตะโกนออกมาดัง ๆ โดยไม่รู้ตัว ทำให้คนเดินผ่านไปมาหันมามองเธอด้วยความสงสัย แต่เธอไม่สนใจ ความคิดของเธอจดจ่ออยู่กับความหวังเดียวที่เหลืออยู่
พวกเธอเคยร่วมมือกันจับคู่อันจิ่วเม่ยกับลูกชายสติไม่ดีของลี่เฟย เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่อันจิ่วเม่ยไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเธอคาดคิด และนั่นทำให้แผนการของพวกเธอล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า
“เพราะนังจิ่วเม่ยนี่แหละ…” ซื่อหงพึมพำ นึกถึงการทะเลาะกันยกใหญ่ระหว่างเธอกับลี่เฟย คำพูดหยาบคายและการกล่าวโทษซึ่งกันและกันยังก้องอยู่ในหูของเธอ
แต่ตอนนี้ ซื่อหงไม่มีทางเลือก เธอต้องไปหาลี่เฟยที่บ้านตระกูลหลี่ แม้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเธอจะย่ำแย่แค่ไหน แต่ลี่เฟยก็ยังเป็นความหวังเดียวที่เหลืออยู่ของเธอ
ซื่อหงสูดหายใจลึก ๆ รวบรวมความกล้า ก่อนจะเริ่มออกเดินไปตามถนนดินแคบ ๆ มุ่งหน้าสู่บ้านตระกูลหลี่ เธอไม่รู้ว่าลี่เฟยจะยอมช่วยเธอหรือไม่ แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ขณะที่เธอเดินไป ความกังวลและความหวังต่อสู้กันอยู่ในใจของเธอ เธอหวังว่าลี่เฟยใจอ่อนและยอมช่วยเหลือเธอ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็กลัวว่าความโกรธและความขัดแย้งในอดีตจะทำให้ลี่เฟยปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเธอ
เมื่อมาถึงหน้าประตูบ้านตระกูลหลี่ ซื่อหงรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นรัวในอก เธอยกมือขึ้นเคาะประตูไม้อย่างลังเล เสียงเคาะดังก้องในความเงียบของบริเวณนั้น
ไม่นานนัก ประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าของลี่เฟย แต่ทันทีที่ลี่เฟยเห็นว่าเป็นซื่อหง สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปในทันที
ลี่เฟยทำหน้าบึ้งตึง ริมฝีปากเม้มแน่น ดวงตาฉายแววไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เธอพยายามจะปิดประตูใส่หน้าซื่อหงทันที แต่ซื่อหงที่คาดการณ์ปฏิกิริยานี้ไว้แล้วก็รีบคว้าขอบประตูไว้ได้ทัน
“สหายลี่!” ซื่อหงร้องตะโกน น้ำเสียงของเธอผสมผสานระหว่างความสิ้นหวังและความมุ่งมั่น
“ฉันยอมแตกหักกับแม่สามี เพื่อเธอเลยนะ! แต่ตอนนี้ฉันเดือดร้อน เธอกลับไม่ยอมช่วยฉัน ฉันหมดหนทางแล้วถึงได้มาหาเธอ ช่วยฉันสักครั้งเถอะ ฉันจะตอบแทนเธอแน่นอน!”
ลี่เฟยชะงัก แต่ยังคงพยายามจะปิดประตู ซื่อหงรู้ว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเธอ เธอต้องเสี่ยงทุกอย่าง
“ฉันมีวิธีที่จะทำให้ลูกชายเธอแต่งงานกับลูกสาวตระกูลกวนได้นะ” ซื่อหงพูดต่อ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจที่ปนด้วยความสิ้นหวัง
“ถ้ามีเรื่องฉันจะรับผิดชอบคนเดียว เราต่างก็เป็นแม่ ช่วยฉันหน่อยเถอะนะ!”
คำพูดนี้ทำให้ลี่เฟยชะงักกึก มือที่กำลังผลักประตูหยุดชะงัก ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและความสนใจ
ซื่อหงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของลี่เฟย เธอรู้ว่านี่คือโอกาสของเธอ ความทรงจำเก่า ๆ ผุดขึ้นมาในหัวของลี่เฟย เธอนึกถึงการปรึกษากับแม่และสามีของตนเองเกี่ยวกับแผนการนี้ แต่ความกลัวก็ทำให้เธอไม่กล้าลงมือ
ลี่เฟยรู้ดีว่าพ่อของเพ่ยอิงเป็นถึงเลขาธิการประจำหมู่บ้าน การทำให้เขาโกรธไม่ใช่เรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง นั่นจึงทำให้เธอได้แต่ผัดผ่อนแผนการนี้มาจนถึงตอนนี้
แต่ตอนนี้ ซื่อหงกำลังเสนอที่จะรับความเสี่ยงทั้งหมดนี้เพียงลำพัง เพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากลี่เฟย ความลังเลปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลี่เฟย
ซื่อหงเห็นโอกาสนั้น เธอตัดสินใจเสี่ยงทุกอย่างเพื่อช่วยลูกชายสุดที่รักของเธอ แม้ว่าจะต้องแบกรับผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นเพียงลำพังก็ตาม
“ฉันจะทำทุกวิถีทางให้สำเร็จ!” ซื่อหงพูดคำสัญญากับลี่เฟยผู้เป็นทางรอดชีวิตทางสุดท้ายของเธอ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน
ลี่เฟยมองหน้าซื่อหงอย่างพิจารณา ในที่สุด ลี่เฟยก็ถอนหายใจยาว ก่อนจะเปิดประตูกว้างขึ้น
ลี่เฟยมองซื่อหงด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงของเธอเรียบเฉยไร้อารมณ์ขณะกล่าวต่อรอง “ถ้าเธอทำได้ ฉันจะไม่เรียกเงินคืน แต่ถ้าล้มเหลว เธอต้องคืนทุกหยวน รวมทั้งที่ฉันให้ไปก่อนหน้านี้ด้วย!”
น้ำตาคลอเบ้าของซื่อหง เธอพยักหน้ารัว ๆ ยอมรับข้อตกลงโดยไม่ลังเล ในใจนึกถึงใบหน้าน่ารักของลูกชาย เธอพร้อมเสียสละทุกสิ่งเพื่อเขา แม้กระทั่งศักดิ์ศรีของตัวเอง
ลี่เฟยล้วงกระเป๋า ควักธนบัตร 100 หยวนออกมาสองใบ ยื่นให้ซื่อหงอย่างไม่ใยดี ความน้อยใจแล่นปราดในใจของซื่อหง แต่ด้วยสถานการณ์คับขัน เธอรีบคว้าเงินไว้แน่น ก่อนจะผละจากไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางเข้าเมือง ซื่อหงครุ่นคิดถึงสถานการณ์อันเลวร้าย เธอสาปแช่งอันจิ่วเม่ยนับพันนับหมื่นครั้งในใจ ‘นังตัวดี แกต้องได้ชดใช้!’ ความแค้นและความเจ็บปวดเดือดพล่านอยู่ในอก
แต่แล้ว เมื่อไปถึงที่หมาย ความจริงอันน่าตกใจก็เปิดเผย! อันตงหยางไม่ใช่แค่ขโมยธรรมดาแต่ยังทำร้ายคนบาดเจ็บสาหัส ค่าเสียหายรวมกว่า 300 หยวน!
ซื่อหงรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาด โลกทั้งใบหมุนคว้างรอบตัว เธอจะหาเงินมากมายขนาดนั้นได้จากที่ไหน? และจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของเธอ?
ซื่อหงยืนนิ่งราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความช็อกแล่นปราดไปทั่วร่าง เธอจะหาเงินที่ไหนมาจ่าย? 300 ร้อยหยวน… ตัวเลขนั้นดูมหาศาลราวกับภูเขาสูงตระหง่านที่เธอไม่มีวันปีนข้ามได้
โชคชะตาช่างโหดร้ายนัก! แม้ซื่อหงจะยืมเงินมาสองร้อยหยวนแล้ว แต่มันก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของปัญหามหาศาล ไม่อาจช่วยให้อันตงหยางรอดพ้นจากกรงขังได้ ความสิ้นหวังเริ่มคืบคลานเข้ามาในหัวใจของเธอ
ยิ่งไปกว่านั้น เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนรอบข้างยิ่งทิ่มแทงหัวใจของซื่อหง พวกเขากล่าวหาว่าเธอเป็นแม่ที่ล้มเหลว เลี้ยงลูกจนกลายเป็นอาชญากร! คำพูดเหล่านั้นเหมือนมีดคมกริบที่กรีดลึกลงในจิตใจของเธอ
เสียงเรียกร้องให้เธอชดใช้ทุกหยวนดังก้องไปทั่ว ห้ามขาดแม้แต่เหมาเดียวที่อันตงหยางขโมยไป ราวกับเธอเป็นตัวการเสียเอง
ซื่อหงรู้สึกเหมือนถูกตีตราว่าเป็นอาชญากรไปด้วย ทั้งที่เธอเองก็เป็นเหยื่อของสถานการณ์นี้เช่นกัน
สามวันในเมืองกลายเป็นนรกบนดินสำหรับซื่อหง เธอไร้เงินติดกระเป๋า ต้องพึ่งซาลาเปาแป้งหยาบจากน้ำใจตำรวจประทังชีวิต รสชาติของมันขมเฝื่อนในปาก แต่เธอก็ไม่มีทางเลือก
ซื่อหงวิ่งวุ่นหาตัวลั่วเฟิงผู้ลึกลับที่อันตงหยางกล่าวอ้าง แต่เขากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับเป็นภาพลวงตาที่ไม่มีอยู่จริง ยิ่งทำให้เธอรู้สึกสิ้นหวัง
อันตงหยางยืนกรานว่าทุกอย่างเป็นแผนการของลั่วเฟิง หากจับตัวได้โทษของเขาจะเบาลง แต่ตำรวจกลับมองว่าเป็นเพียงข้ออ้างไร้สาระของอาชญากร พวกเขาจึงสั่งขังคุกโดยไม่รอช้า ซื่อหงได้แต่มองลูกชายถูกนำตัวเข้าคุกด้วยหัวใจที่แตกสลาย