ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 46 แผนร้ายในเงามืด
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 46 แผนร้ายในเงามืด
บทที่ 46 แผนร้ายในเงามืด
ความเงียบโรยตัวลงในห้อง แต่ภายในใจของเพ่ยอิงกลับมีเสียงกรีดร้องดังก้อง
เพ่ยอิงกัดฟันแน่น พยายามระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน แต่ทุกคำพูดของซื่อหงเหมือนน้ำมันที่ถูกเทลงบนกองไฟในหัวใจของเธอ ทำให้เปลวเพลิงแห่งความริษยาลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว!
ความสงสัยที่เคยแอบซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ บัดนี้ได้กลายเป็นความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า
เพ่ยอิงนึกย้อนไปถึงความรู้สึกแปลก ๆ ที่เธอมีตั้งแต่แรก หลี่เจียเฟิ่งที่หายหน้าไปนานนับปี แล้วจู่ ๆ ก็กลับมาพร้อมข่าวแต่งงานกับอันจิ่วเม่ย มันช่างเหลือเชื่อเหลือเกิน
‘นั่นสิ…มันจะเป็นไปได้ยังไงผู้ชายอย่างหลี่เจียเฟิ่งจะแต่งงานกับผู้หญิงบ้านนอกอย่างอันจิ่วเม่ยได้ยังไงกัน?’ เพ่ยอิงคิดในใจ ดวงตาเริ่มฉายแววอำมหิต
ความคิดนี้ยิ่งทำให้เพลิงโทสะในใจของเพ่ยอิงลุกโชน ชายในฝันที่เธอเฝ้ารอมาตลอด แต่ตอนนี้กลับตกไปอยู่ในมือนังอันจิ่วเม่ย
ความอิจฉาริษยาแล่นปราดไปทั่วร่าง บิดเบือนใบหน้าอันงดงามให้กลายเป็นหน้ากากแห่งความเกลียดชัง
‘อันจิ่วเม่ย! ฉันจะไม่มีวันปล่อยเธอไปอย่างง่ายดายแน่!’ สียงกรีดร้องในใจของเพ่ยอิงดังก้อง
ซื่อหงเห็นว่าเพ่ยอิงหลงเชื่อคำพูดของตน จึงแอบยิ้มในใจ แต่ยังคงแสร้งทำเป็นห่วงใย
“เพ่ยอิง หนูอย่าเสียใจไปเลย โลกนี้ยังมีปลาในทะเลอีกเยอะ อย่าคิดอะไรไม่ดีนะ”
ซื่อหงพูดต่อ น้ำเสียงมั่นใจ “เธอเป็นคนเก่ง สักวันต้องเจอคนที่คู่ควรแน่ ๆ ส่วนผู้หญิงคนนั้นน่ะ ไม่มีอนาคตหรอก ไร้การศึกษา หลี่เจียเฟิ่งไม่มีวันจริงจังกับคนแบบนี้ เดี๋ยวก็เบื่อแล้วทิ้ง สาสมดีนัก!”
“คิดว่าจริงอย่างนั้นเหรอ?” เพ่ยอิงถามเสียงแผ่วบีบมือซื่อหงแน่น “แต่…หนูเห็นหลี่เจียเฟิ่งดูรักจิ่วเม่ยมากนะคะ”
ซื่อหงรีบอธิบายต่อ “ผู้ชายน่ะรักหน้าตัวเองทั้งนั้น หลี่เจียเฟิ่งโดนยายนั่นหลอกให้แต่งงานด้วย ตั้งแต่โบราณมา มีผู้ชายคนไหนยอมให้ผู้หญิงจูงจมูกบ้าง? หลี่เจียเฟิ่งเกลียดยายนั่นจะแย่ สองคนนั้นยังไม่ได้นอนร่วมเตียงกันเลยด้วยซ้ำ นี่มันไม่ใช่แค่ภายนอกดูดีแต่ใจไม่รักกันหรอกเหรอ?”
ดวงตาของเพ่ยอิงเป็นประกายวาบ “ป้า แน่ใจนะ?
“แน่นอนสิ ฉันเห็นกับตาว่าสองคนนอนแยกเตียงกัน หลี่เจียเฟิ่งเอาประตูบ้านฉันที่พังแล้วมาปูนอนบนพื้นเลยนะ!”
ซื่อหงหลอกลวงเพ่ยอิงด้วยความจริงและความเท็จปนกัน ด้วยประสบการณ์ชีวิตที่มากกว่า
แม้เพ่ยอิงจะคิดว่าตัวเองฉลาด แต่ก็ยังถูกหลอกจนหัวปั่น ตอนนี้เธอเชื่อสนิทว่าอันจิ่วเม่ยได้แย่งผู้ชายของเธอไปจริง ๆ!
ครั้งหนึ่ง เพ่ยอิงเคยมองหลี่เจียเฟิ่งราวดวงดาวบนฟ้า สูงส่งเกินเอื้อมคว้า แต่เมื่อความจริงปรากฏว่าชายในฝันเคยเป็นของเธอ ก่อนจะถูกอันจิ่วเม่ยช่วงชิงไป เพลิงแค้นในอกก็ลุกโชน ร้อนแรงประหนึ่งภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิด!
ยิ่งซื่อหงเผยความจริงที่ว่าทั้งคู่แค่แสร้งทำเป็นรักกันต่อหน้าผู้คน แท้จริงแล้วพวกเขาเหมือนน้ำกับน้ำมันที่ไม่มีวันผสานกันได้
นั่นหมายความว่าบางทีหลี่เจียเฟิ่งคงเบื่อหน่ายอันจิ่วเม่ยจนอยากจะหนีไปให้พ้น!
งั้นนี่ก็เป็น…โอกาสทองของเธอสิ!
ความสุขแล่นปราดไปทั่วร่าง ใจของเพ่ยอิงพองโต แม้ครั้งหนึ่งอันจิ่วเม่ยจะช่วงชิงงานแต่งงานไป แต่นั่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไป!
ผลไม้ที่ถูกบังคับให้สุกงอมย่อมไร้รสหวานฉันใด ความรักที่ถูกบังคับก็ไม่อาจยืนยาวฉันนั้น เธอจะต้องทวงคืนทุกสิ่งที่เป็นของเธอ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!
หลังจากบทสนทนาที่แสนหวานหู ทั้งสองสาวก็แยกย้ายกันกลับ ต่างคนต่างซ่อนแผนการร้ายไว้ภายใต้รอยยิ้ม
ซื่อหงลูบกระเป๋าที่ใส่เงินห้าหยวนด้วยความปลาบปลื้ม คิดในใจว่า ‘เพ่ยอิง ช่างร่ำรวยจริงๆ!’
แววตาของซื่อหงเป็นประกายด้วยความโลภ “ฮึ ก่อนที่จะให้เธอแต่งเข้าตระกูลหลี่ ฉันต้องรีดเงินจากเธอให้ได้มากกว่านี้!”
ซื่อหงยิ้มอย่างมีเลศนัย วางแผนอย่างแยบยล เธอก็แค่กวนน้ำให้ขุ่นนิดหน่อย ทำให้เพ่ยอิงเกลียดนังเด็กนั่นจนเข้ากระดูกดำ พอแต่งเข้าตระกูลหลี่เพ่ยอิงก็ต้องคิดว่าเป็นอันจิ่วเม่ยที่วางแผนเล่นงาน
ส่วนตัวเธอเอง…ก็แค่ซ่อนความดีความชอบไว้ ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น!
“ฮึ! อันจิ่วเม่ย ชาตินี้เธออย่าหวังจะได้อยู่อย่างสงบสุขเลย!” ซื่อหงหัวเราะเยาะสะใจ รอยยิ้มร้ายปรากฏบนใบหน้า ความมืดมนในใจถูกแทนที่ด้วยความเบิกบานอย่างน่าประหลาด เธอก้าวเท้ากลับบ้านอย่างร่าเริงผิดหูผิดตา
ทันทีที่ซื่อหงก้าวผ่านประตู อันจิ่วเม่ยก็รู้สึกถึงความผิดปกติจากรอยยิ้มแปลก ๆ นั่น ลางสังหรณ์บางอย่างบอกกับเธอว่าเรื่องไม่ดีกำลังจะเกิดขึ้น
‘ยัยป้าบ้านั่น คงคิดแผนร้ายอะไรอยู่อีกแน่!’ อันจิ่วเม่ยสบถในใจ เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะมาถึง เธอจะต้องจับตาดูซื่อหงอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้มีช่องโหว่ให้ยัยป้านั่นเล่นงานเธอได้เด็ดขาด!
ในทางกลับกัน เพ่ยอิงกลับเดือดดาลตลอดทางกลับบ้าน เมื่อถึงบ้านก็ไม่แม้แต่จะเหลียวมองอาหารเย็น ตรงดิ่งเข้าห้องนอนไปด้วยความขุ่นเคือง ไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังวางแผนอะไรอยู่
ครอบครัวของเพ่ยอิง เห็นว่าเธอมีงานทำแล้ว จึงไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไร แถมยังใจดีเก็บอาหารอร่อย ๆ ไว้ให้เธอด้วย แต่หารู้ไม่ว่าในใจของเพ่ยอิงกลับคุกรุ่นไปด้วยความริษยา
ตั้งแต่เด็ก เธอถูกนำไปเปรียบเทียบกับอันจิ่วเม่ยเสมอ แม้ว่าอันจิ่วเม่ยจะเติบโตมาโดยไม่มีแม่ แต่กลับเป็นเด็กดี ขยันและเชื่อฟัง ต่างจากเธอราวฟ้ากับดิน เพ่ยอิงเติบโตในครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ เธอกลับไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนมี
ความอิจฉาฝังรากลึก มองว่าความดีของอันจิ่วเม่ยเป็นเพียงการเสแสร้ง
ทุกครั้งที่เห็นชีวิตอันแร้นแค้นของอันจิ่วเม่ย เพ่ยอิงกลับรู้สึกพึงพอใจ ราวกับได้เหยียบย่ำศัตรู แต่ใครจะคิดว่าอันจิ่วเม่ยจะได้แต่งงานกับชายที่ดีอย่างหลี่เจียเฟิ่ง แถมยังเป็นชายที่ควรจะเป็นของเธอ!
เพ่ยอิงไม่ยอมแพ้ ตราบใดที่หลี่เจียเฟิ่งกับอันจิ่วเม่ยยังไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ทุกอย่างก็ยังมีหวัง ถึงเวลาแล้วที่เธอต้องใช้หลี่ถังให้เป็นประโยชน์
เมื่อวางแผนการในใจเรียบร้อย เพ่ยอิงก็รู้สึกสงบลง และออกไปกินข้าวเย็นอย่างเอร็ดอร่อย
ไม่กี่วันต่อมา ซื่อหงก็เริ่มแวะเวียนมาหาเพ่ยอิงที่ห้องเก็บของหลังเลิกงาน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดูสนิทสนมขึ้นอย่างน่าประหลาด
เพ่ยอิงใช้เงินเล็กๆ น้อยๆ ซื้อข่าวเกี่ยวกับอันจิ่วเม่ยและหลี่เจียเฟิ่งจากซื่อหง แม้จะเป็นเพียงเศษเงิน แต่สำหรับซื่อหงมันมีค่าราวกับถูกรางวัลใหญ่
เพ่ยอิงหลงเชื่อคำโกหกของซื่อหงอย่างสนิทใจ มั่นใจว่าตนคือหญิงงามที่สุดในละแวกนี้ แถมยังหลงคิดไปเองว่าหลี่เจียเฟิ่งยังคงมีใจให้เธอ จึงไม่ยอมแตะต้องอันจิ่วเม่ย
ความคิดนี้ทำให้หัวใจของเพ่ยอิงเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น แทบอยากจะวิ่งไปหาหลี่เจียเฟิ่งเพื่อถามให้รู้แล้วรู้รอดในทันที!
แต่แล้วแผนการของเธอก็เกือบพังทลาย เมื่อซื่อหงรู้ทันความคิดของเพ่ยอิง จึงรีบปรามไว้ทันควัน
“เพ่ยอิง หนูเป็นผู้หญิงฉลาด มีการศึกษา อย่าทำตัวแบบอันจิ่วเม่ยสิ จะไปพูดจาไร้สาระกับหลี่เจียเฟิ่งทำไม?
ซื่อหงกล่าวต่อ “ผู้ชายอย่างหลี่เจียเฟิ่งน่ะรักศักดิ์ศรีจะตาย ถ้าหนูไปถามตรง ๆ แบบนั้น รับรองว่าเขาต้องเสียหน้า แล้วคำตอบที่หนูได้ยินอาจจะไม่ใช่คำตอบที่หนูต้องการด้วยซ้ำ!”
คำพูดของซื่อหงราวกับน้ำเย็นราดรดเพลิงร้อน ความกระตือรือร้นในใจของเพ่ยอิงมอดลงในทันที
ถึงแม้ในใจยังอยากจะรู้คำตอบ แต่ก็กลัวว่าจะถูกหลี่เจียเฟิ่งรังเกียจเหมือนอันจิ่วเม่ย สุดท้ายจึงจำใจต้องเชื่อฟังซื่อหง
ซื่อหงเห็นเพ่ยอิงเริ่มใจอ่อน จึงรีบพูดปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“แบบนี้แหละดีแล้ว ตอนนี้พวกเขาจะอยู่กับป้าอยู่ มีอะไรป้าจะมาบอกเธอเอง ป้ารู้สึกผิดต่อหนูมากจริง ๆ ถึงหลี่เจียเฟิ่งจะแต่งานแล้วก็หย่าได้ ป้าอยากให้หนูอดทนและเข้มแข็งไว้”
ซื่อหงตบท้ายด้วยประโยคสำคัญ “ป้ารักและหวังดีกับเธอเหมือนลูกแท้ๆ ถึงได้เล่าเรื่องพวกนี้ให้ฟัง อย่าไปบอกใครเด็ดขาด”
เพ่ยอิงรับคำอย่างว่าง่าย “ค่ะป้า หนูรู้แล้วค่ะ”
ระหว่างทางกลับบ้าน ซื่อหงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นลี่เฟยยืนกอดอกพิงกำแพงบ้านเธออยู่ เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแย้มยิ้มหวานแล้วเดินเข้าไปคล้องแขนลี่เฟยอย่างรวดเร็ว
“ตายจริง! สหายลี่เฟย มารอตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย เข้าไปคุยกันในบ้านเถอะค่ะ” ซื่อหงเอ่ยชวนเสียงหวาน หวังจะพาเข้าบ้านเพื่อถ่วงเวลา