ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 45 ต่างคนต่างขุดหลุมพราง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 45 ต่างคนต่างขุดหลุมพราง
บทที่ 45 ต่างคนต่างขุดหลุมพราง
หลังจากที่ทั้งสองจัดการบะหมี่เสร็จ หลี่เจียเฟิ่งก็รีบออกไปช่วยย่าอันขุดหาหน่อไม้ แม้อันจิ่วเม่ยจะโกรธจนไม่พูดออกมา เขาก็รับรู้ได้ว่าเธอยังเป็นห่วงย่าอันอยู่
อันจิ่วเม่ยไม่พูดอะไร แต่สายตาที่มองตามเขาไปนั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นใจ เธอรู้ว่าเขาเข้าใจความห่วงใยที่เธอมีต่อคุณย่า
“หลี่เจียเฟิ่งฉันจะไปที่บ้านหลังใหม่ก่อน คุณทำธุระเสร็จก็ตามมานะ” อันจิ่วเม่ยตะโกนตามหลังไป เธอได้ยินเสียงเขาตอบกลับมาเพียงคำสั้น ๆ ว่า ‘ได้’
อันจิ่วเม่ยเก็บชามบะหมี่และเดินไปหยิบหม้อน้ำหวานเตรียมตัวไปที่บ้านหลังใหม่
อันจิ่วเม่ยเดินมาถึงที่ดินที่กำลังก่อสร้างบ้านหลังใหม่ บรรยากาศรอบด้านคึกคัก เสียงเลื่อย เสียงค้อนดังสนั่นหวั่นไหว ตอนนี้บ้านหลังใหม่ของเธอทำเสร็จไปกว่าครึ่งแล้ว เหลือเพียงการตกแต่งภายในอีกไม่นานก็จะเสร็จสมบูรณ์
“สวัสดีค่ะ ลุง ๆ มาพักดื่มน้ำหวานกันก่อนนะคะ” อันจิ่วเม่ยยกหม้อน้ำหวานเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้าง เสียงใสของเธอดังกว่าเสียงเครื่องมือช่าง
ทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘น้ำหวาน’ เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทั่วบริเวณ คนงานต่างวางอุปกรณ์ในมือ รีบวิ่งมาหาอันจิ่วเม่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง ในยุคสมัยที่แม้แต่น้ำตาลยังหายาก น้ำหวานถือเป็นของหรูหราทีเดียว
มู่เฉิน หัวหน้าช่างที่กำลังยืนกางแบบแปลนอยู่ รีบก้าวยาว ๆ มาหาอันจิ่วเม่ยทันที
“จิ่วเม่ยมาพอดี ลุงอยากถามตรงนี้” เขาชี้ไปที่จุดหนึ่งบนแบบแปลน สีหน้าจริงจัง
แม้อันจิ่วเม่ยจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อสร้าง แต่เธอใส่ใจในทุกรายละเอียด สายตาคมกริบของเธอกวาดมองไปทั่ว คอยสังเกตและซักถามในจุดที่สงสัย หากมีอะไรไม่ถูกใจ เธอก็จะบอกให้มู่เฉินและคนอื่น ๆ แก้ไขทันที
ความสัมพันธ์ระหว่างมู่เฉินและอันจิ่วเม่ยนั้นสนิทสนมราวกับญาติ พวกเขาสามารถปรึกษากันได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบห้องนอน หรือการเลือกตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับห้องครัว
ขณะที่ทั้งสองกำลังถกเถียงกันอย่างออกรสเรื่องการวางตำแหน่งหน้าต่าง เสียงหัวเราะและคุยกันอย่างสนุกสนานของคนงานที่กำลังดื่มน้ำหวานก็ดังแว่วมา ทำให้บรรยากาศของการก่อสร้างดูอบอุ่นและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
ในขณะเดียวกันอีกฝั่งของหมู่บ้าน เรื่องอื้อฉาวของอันตงหยางกำลังเป็นที่ฮือฮาในหมู่บ้าน ซื่อหงผู้เป็นแม่ก็ต้องทนฟังคำนินทาไม่จบสิ้นขณะทำงานในทุ่งนา
ปกติแล้วเวลาได้ยินเรื่องนินทาของลูกชายตัวเอง ซื่อหงจะต้องอาละวาดไล่ตบปากของชาวบ้านที่พูดถึงลูกชายตัวเอง แต่วันนี้เธอกลับเงียบผิดปกติ ราวกับถูกสับเปลี่ยนตัวกับคนอื่น!
เมื่อถึงเวลาเย็นซื่อหงไปคืนเครื่องมือที่โรงเก็บของและเห็นเพ่ยอิง กำลังจดบันทึกคะแนนงานจู่ ๆ ซื่อหงก็ระเบิดเสียงร้องไห้โฮ!
เพ่ยอิงรู้ดีถึงสถานการณ์ของอันตงหยาง แต่แทนที่จะรู้สึกเห็นใจ เธอกลับรู้สึกสะใจมากกว่า
ถ้าไม่ใช่เพราะซื่อหงทำพลาดเรื่องอันจิ่วเม่ย ป่านนี้ผู้ชายที่
อันจิ่วเม่ยควรจะแต่งงานด้วยก็คงเป็นไอ้โง่หลี่ถังแทนหลี่เจียเฟิ่งไปแล้ว!
แถมความอับอายที่หลี่ถังทำกับเธอในวันนั้น ยังคงเป็นตราบาปที่ฝังลึกในใจเธอ ทั้งหมดนี่เป็นเพราะอันจิ่วเม่ยและคนที่ปล่อยให้เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ก็เพราะซื่อหงทำงานพลาด!
ทันใดนั้น ความคิดอันชั่วร้ายก็แล่นวาบเข้าสู่ความคิดของเพ่ยอิง เธอตระหนักได้ว่าซื่อหงกำลังอ่อนแอและไร้ที่พึ่ง นี่อาจเป็นโอกาสทองในการแก้แค้นให้ตัวเอง
เพ่ยอิงปล่อยให้ซื่อหงร้องไห้จนตาบวม ก่อนที่จะแสดงท่าทีเป็นห่วงเป็นใย เธอรีบเข้าไปประคองร่างที่สั่นเทาของซื่อหง และหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กสีขาวออกมาซับน้ำตาให้อย่างนุ่มนวล
เพ่ยอิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ
“คุณป้า อย่าร้องไห้เลยนะคะ เรื่องของลูกชายคุณป้า เขาก็แค่บังเอิญโชคร้ายก็เท่านั้นเองค่ะ”
ซื่อหงสะอื้นอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโศกเศร้าและความโกรธแค้น
“แต่…แต่อันตงหยางไม่สมควรโดนแบบนี้! ทั้งหมดนี้เป็นเพราะนังงูพิษจิ่วเม่ย ถ้าไม่ใช่เพราะมัน ป่านนี้ลูกป้าคงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานในคุกหรอก!”
ดวงตาของเพ่ยอิงเป็นประกายวิบวับ เมื่อได้ยินชื่ออันจิ่วเม่ย เธอไม่รอช้า รีบฉวยโอกาสนี้ใส่ไฟอันจิ่วเม่ยทันที
“ใช่ค่ะ! นังอันจิ่วเม่ยมันแย่จริง ๆ ทั้งที่เป็นพี่น้องกันแท้ ๆ แต่กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ปล่อยให้ป้าต้องแบกรับความทุกข์คนเดียว”
ซื่อหงพยักหน้าเห็นด้วยสุดขีด น้ำตาไหลอาบแก้ม “ใช่ ๆ ป้าเลี้ยงดูมาตั้งนาน แต่เธอกลับอกตัญญู ทำลายชื่อเสียงป้าแถมยังทิ้งน้องชายแท้ ๆ อีก!”
บรรยากาศในห้องเก็บของเริ่มเปลี่ยนไป กลายเป็นที่ซุบซิบนินทาของสองหญิงที่ดูเหมือนจะกลายเป็นพันธมิตรกันโดยไม่รู้ตัว ราวกับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันนาน
ซื่อหงระบายความทุกข์ทั้งหมดออกมา พร้อมแต่งเติมเรื่องราวบางอย่างเพื่อทำลายชื่อเสียงอันจิ่วเม่ยอย่างราบคาบ เพ่ยอิงฟังอย่างตั้งใจ คอยพยักหน้าและแสดงท่าทีเห็นด้วยตลอดเวลา
“เพ่ยอิง ขอบคุณหนูมากนะ…” ซื่อหงเช็ดน้ำตาพลางกระซิบเสียงต่ำ
ซื่อหงจ้องมองไปยังเพ่ยอิงด้วยแววตาอ่อนโยน “หลี่เจียเฟิ่งเป็นผู้ชายที่พร้อมไปด้วยทุกอย่างจริง ๆ”
ซื่อหงพูดต่อ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นแฝงความนัยบางอย่าง “นังเด็กนั่นไม่เหมาะกับเขาเลย เสียดายจริง ๆ ถ้าเด็กนั่นไม่มาขวาง คนที่ได้แต่งงานกับหลี่เจียเฟิ่งก็คงเป็นหนู…”
ยังพูดไม่ทันจบ ซื่อหงก็แสร้งทำเป็นกระวนกระวาย ใบหน้าร้อนผ่าว “โอ๊ย! ปากเสียๆ ของป้า อย่าใส่ใจเลยนะ หนูเพ่ยอิง”
เพ่ยอิงถึงกับชะงัก ภายนอกยังคงนิ่งสงบ แต่ข้างในใจเต้นโครมคราม แทบจะทะลุออกมาจากอก! คำพูดของซื่อหง ทำให้แผนการแก้แค้นที่วางไว้ พลันหายวับไปในพริบตา
แต่เพ่ยอิงหารู้ไม่ว่า ประโยคสุดท้ายนั่น คือเหยื่อล่อที่ซื่อหงตั้งใจโยนลงไปให้เธอติดกับต่างหาก!
เพ่ยอิงมองซื่อหงอย่างพินิจพิเคราะห์ จากสภาพของซื่อหงในตอนนี้ เธอมั่นใจว่าคนสิ้นหวังอย่างซื่อหง คงไม่มีอะไรต้องปิดบังอีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องของอันจิ่วเม่ยกับหลี่เจียเฟิ่ง ต้องมีเงื่อนงำบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังการแต่งงานแน่ ๆ !
ความอยากรู้อยากเห็นของเพ่ยอิงพุ่งขึ้นมาทันที “ป้าคะ พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? มีอะไรรึเปล่าคะ?”
ซื่อหงส่ายหน้าปฏิเสธอย่างรีบร้อน “ไม่มี ๆ ป้าแค่พูดผิดนะ เอ่อ นี่ก็ค่ำแล้ว ป้าต้องกลับแล้ว…” พูดจบ ซื่อหงทำท่าจะลุกขึ้น
เพ่ยอิงคว้าแขนซื่อหงไว้ทันควัน ส่งยิ้มหวานให้
“ป้าคะ หนูรู้ว่าที่บ้านป้าลำบาก หนูเห็นใจป้ามากเลยค่ะ เอาเงินนี่ไปใช้ก่อนนะคะ” เพ่ยอิงล้วงเงินห้าหยวนในกระเป๋าออกมา ยื่นให้ซื่อหงอย่างใจกว้าง
ซื่อหงแอบยิ้มมุมปาก นังเด็กนี่โง่กว่าที่เธอคิดไว้ซะอีก!
แต่ซื่อหงก็ยังแสร้งทำท่าปฏิเสธ “ไม่เป็นไรจ้ะ ขอบคุณหนูมากนะ แต่ป้ารับไว้ไม่ได้หรอก”
เพ่ยอิงยังคงยัดเยียดเงินใส่มือซื่อหง “คุณป้าไม่ต้องเกรงใจหนูหรอกค่ะ ตอนนี้เราสนิทกันแล้ว เล่าให้หนูฟังหน่อยนะคะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
ซื่อหงรับเงินอย่างเสียไม่ได้ ถอนหายใจยาว ทำทีเป็นเศร้าสร้อย “จริง ๆ เรื่องนี้ป้าไม่อยากบอกหนูเลยนะ แต่หนูทำแบบนี้…”
ซื่อหงยังพูดไม่ทันจบ ก็ปล่อยโฮออกมาอีกรอบ “ฮือ ๆๆ ป้ามันไม่เอาไหนจริงๆ…”
ซื่อหงเริ่มเล่าเรื่องที่กุขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ ด้วยสีหน้าสำนึกผิด
“ความจริงแล้ว ป้ากับป้าลี่เฟยตกลงกันไว้ว่าจะยกยายตัวดีนั่นให้หลี่ถัง แล้วช่วยหลี่เจียเฟิ่งไปสู่ขอหนูที่บ้าน”
ซื่อหงคว้ามือเพ่ยอิงมากุมไว้ น้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความเศร้า
“เพ่ยอิง หนูทั้งสวยทั้งเรียนเก่ง เป็นผู้หญิงคนเดียวในหมู่บ้านที่เหมาะสมกับหลี่เจียเฟิ่งที่สุด ตระกูลหลี่ก็เอ็นดูหนูมาก ลี่เฟยถึงอยากให้ป้าไปเป็นแม่สื่อ แต่… ใครจะไปคิดว่ายายเด็กนั่นมันจะแอบฟัง แล้วทำลายแผนทุกอย่างของป้าซะก่อน!”
ซื่อหงปาดน้ำตา ทำท่าเสียใจสุดขีด “ป้าขอโทษหนูจริงๆ นะ ถ้าป้าระวังกว่านี้ คนที่ได้แต่งงานกับหลี่เจียเฟิ่ง มีชีวิตสุขสบายก็ต้องเป็นหนูสิ หลี่เจียเฟิ่งเองก็คงไม่ต้องแยกครอบครัว ไม่ต้องเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้หรอก!”
เพ่ยอิงราวกับถูกฟ้าผ่ากลางหัวใจ! ก่อนหน้านี้ เธอเคยได้ยินซื่อหงกับลี่เฟยคุยกันเรื่องจะให้อันจิ่วเม่ยแต่งงานกับหลี่ถัง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง!
เหตุการณ์วันนั้นยังชัดเจนในความทรงจำ เธอแอบฟังอยู่หลังพุ่มไม้ ได้ยินแค่ว่าซื่อหงจะให้อันจิ่วเม่ยแต่งงานกับหลี่ถัง ก็รีบเผ่นแน่บด้วยความสะใจ โดยไม่รู้เรื่องราวหลังจากนั้นอีกเลย!