ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 49 ภรรยาจ๋า! เธอมาหาฉันแล้ว!
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 49 ภรรยาจ๋า! เธอมาหาฉันแล้ว!
บทที่ 49 ภรรยาจ๋า! เธอมาหาฉันแล้ว!
ซินอี้มองลูกสาวด้วยแววตาเคร่งเครียด เรื่องราวในอดีตที่เธอรู้จักซื่อหงเป็นอย่างดีดังสะท้อนอยู่ในความคิด ราวกับเสียงกระซิบเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง ในที่สุดซินอี้ตัดสินใจเล่าความจริงที่เก็บงำไว้
“เพ่ยอิง แม่จะเล่าเรื่องซื่อหงให้ลูกฟัง” ซินอี้พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความจริงจัง
เพ่ยอิงเงยหน้ามองแม่ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย “ซื่อหง? เกิดอะไรขึ้นเหรอคะแม่?”
ซินอี้สูดหายใจลึก ก่อนจะเริ่มเล่าความจริงที่ซ่อนเร้นมายาวนาน
“เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ซื่อหงเคยสร้างเรื่องอื้อฉาวครั้งใหญ่” ซินอี้เริ่มต้นอย่างระมัดระวัง น้ำเสียงเรียบแต่กรีดแทง
“หลังจากที่แม่ของอันจิ่วเม่ยเสียชีวิต ทิ้งมรดกก้อนโตไว้ให้ ตระกูลอันก็เริ่มมีฐานะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ไม่นานหลังจากนั้น ข่าวลือเกี่ยวกับซื่อหงก็แพร่สะพัดไปทั่ว ทุกคนต่างซุบซิบนินทา ว่าเธอใช้เล่ห์กลบังคับให้แม่สื่อยกเลิกคู่หมั้น เพื่อให้ตัวเองได้แต่งเข้าตระกูลอันที่ร่ำรวยขึ้น”
เพ่ยอิงฟังด้วยสีหน้าสงสัย ขณะที่แม่ของเธอเล่าเรื่องต่อ
“ชาวบ้านเรียกเธอว่า ‘หญิงใจร้อน ไม่รอให้ศพเย็น’ ซื่อหงแต่งเข้าตระกูลอัน แม้จะไม่มีใครเข้าใจว่าทำไมพ่อของอันจิ่วเม่ยถึงยอมรับเธอเข้ามา จากนั้นเธอก็ให้กำเนิดลูกชายหนึ่งคน แต่ไม่นานพ่อของอันจิ่วเม่ยก็เสียชีวิต ทิ้งให้ย่าของเขาต้องดูแลเด็กคนนี้เพียงลำพัง”
ซินอี้หยุดชั่วครู่ ก่อนจะมองตรงไปที่ลูกสาว
“ลูกคิดดูสิ เพ่ยอิง ผู้หญิงที่ทำเรื่องแบบนั้น จะเป็นคนดีได้ยังไง?”
เพ่ยอิงฟังคำพูดของแม่อย่างใจจดใจจ่อ แต่สิ่งที่เธอได้ยินกลับทำให้โกรธจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ เธอลุกพรวดขึ้น ตวาดออกมาด้วยความโกรธ
“แม่คะ! หนูโตแล้ว หนูเป็นถึงเจ้าหน้าที่บันทึกคะแนน! หนูฉลาดพอที่จะรู้จักแยกแยะคนดีคนเลวออก ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะคะ!”
เสียงของเพ่ยอิงสั่นไหวด้วยความโกรธและความคับข้องใจ
“แม่จะเลิกยุ่งกับชีวิตของหนูสักที!”
ซินอี้ยืนนิ่ง น้ำตาเอ่อขึ้นในดวงตา แต่เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอเพียงแค่จ้องมองลูกสาวอย่างเงียบ ๆ ในใจเต็มไปด้วยความกังวลที่เธอไม่สามารถอธิบายได้
เพ่ยอิงน้อยใจที่พ่อแม่รักพี่ชายมากกว่า ปล่อยให้พี่สะใภ้รังแก แถมยังส่งเธอไปอยู่บ้านญาติอย่างไม่ใยดี แต่แค่เธอคุยกับซื่อหงไม่กี่คำ แม่ก็กลัวว่าเธอจะเสียคน มันช่างน่าขันสิ้นดี!
ซินอี้ตกใจกับปฏิกิริยารุนแรงของลูกสาว พยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แม่หวังดีนะเพ่ยอิง ดูสิว่าซื่อหงสอนให้อันตงหยางเป็นยังไง ตอนนี้ยังติดคุกอยู่เลย….”
“พอเถอะค่ะ! แม่น่ารำคาญที่สุด!” เพ่ยอิงตัดบท แล้วเดินออกจากบ้านไปด้วยความหัวเสีย ทิ้งให้ซินอี้ยืนงงอยู่คนเดียว
เพ่ยอิงวิ่งออกจากบ้านไปที่ทุ่งนา เหนื่อยหอบ ตอนนี้หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความอึดอัดและคับข้องใจ เธออยากจะหนีจากความวุ่นวายในบ้านหลังนั้น! เธอไม่อยากจะอยู่แม้แต่วินาทีเดียวด้วยซ้ำ! เธอเกลียดทุกคน!
‘ถ้าฉันได้แต่งงานกับหลี่เจียเฟิ่งก่อนที่เขาจะกลับไปประจำการ ฉันก็จะได้หลุดพ้นจากบ้านหลังนี้เสียที…’ เพ่ยอิงคิด ใบหน้าที่บึงตึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นยิ้มบาง ๆ ภาพในจินตนาการของเธอเกี่ยวกับบ้านหลังใหญ่ก็ฉายวนอยู่ในหัว
เพ่ยอิงเห็นตัวเองย้ายไปอยู่ที่นั่น ใช้ชีวิตสุขสบายในบ้านที่โอ่อ่า ทุกเดือนยังมีเงินส่งมาให้ใช้อย่างไม่ขาดมือ ความฝันนั้นทำให้เธอแทบอยากจะโลดเต้น
เธอจะต้องรีบลงมือ! เพ่ยอิงตัดสินใจทันที ในใจเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เดินตรงไปทางบ้านตระกูลหลี่ทันที!
เธออดใจไม่ไหวแล้วที่จะเห็นหลี่เจียเฟิ่งหย่ากับอันจิ่วเม่ย แล้วพาเธอไปใช้ชีวิตใหม่ที่บ้านหลังใหม่ของเขา
แม้หลี่ถังจะเป็นคนโง่งมงาย มีสมองเท่าถั่วงอกแต่ไม่ได้ถูกขังอยู่ในบ้านทุกวัน แต่ตระกูลหลี่รักเขาจนหัวปักหัวปำ จึงปล่อยให้เขาออกไปเพ่นพ่านข้างนอกได้ ขอแค่กลับมานอนที่บ้านตรงเวลาก็พอ
เพ่ยอิงใช้ความฉลาดของเธอสอนหลี่ถังจนหลงเชื่อสนิทว่าตัวเธอคือภรรยา! ทั้งสองนัดพบกันตามลับ ๆ มาแล้วหลายครั้ง
เมื่อเพ่ยอิงมาถึงแถวบ้านอัน เธอก็มองหาเป้าหมาย จนกระทั่งเห็นหลี่ถังกำลังวิ่งเล่นอยู่กับเด็ก ๆ ในละแวกนั้น
ด้วยความเคยชิน เธอแอบส่งเสียงแมวร้องสองครั้งเบา ๆ เป็นสัญญาณ ก่อนจะหลบเข้าไปในตรอกซอยเล็ก ๆ ที่เคยนัดพบกัน
ไม่นานนัก หลี่ถังก็โผล่พรวดเข้ามาหาเธอด้วยความดีใจ ใบหน้าของเขายิ้มกว้าง พร้อมร้องออกมาเสียงดังด้วยความตื่นเต้น
“ภรรยาจ๋า! เธอมาหาฉันแล้ว!”
เพ่ยอิงตกใจ รีบยกมือขึ้นห้าม “ชู่ว! นายจะตะโกนทำไม! ถ้ามีใครเห็นเข้า ฉันจะไม่มาพบนายอีกเลยนะ!”
เธอปรามเขาด้วยน้ำเสียงดุ แต่สายตาเธอยังคงมองไปทางซอยอย่างระวัง
หลี่ถังรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที พยักหน้าหงึก ๆ เหมือนหมาเด็กที่เชื่อฟังเจ้านาย ก่อนจะทำหน้าทะเล้นพยายามแสดงท่าทางว่าเขาจะเงียบจริง ๆ
เพ่ยอิงมองท่าทางของหลี่ถัง แล้วก็อดถอนหายใจยาวออกมาไม่ได้ เธอรู้สึกเหนื่อยล้ากับการที่ต้องคอยควบคุมผู้ชายที่มีสมองเท่าเมล็ดถั่วอยู่ตลอดเวลา แต่ในเวลานี้ เขาคือคนเดียวที่เธอพึ่งพาได้ เธอจึงต้องฝืนทน เพื่อให้แผนการของเธอลุล่วงไปได้ด้วยดี
ดวงตาของหลี่ถังเป็นประกายวิบวับ เหมือนเด็กน้อยที่ได้ของขวัญในวันเกิด เขามองเพ่ยอิงด้วยความคิดถึง ก่อนจะถามอย่างงุนงงว่า
“ภรรยาจ๋า ทำไมเธอถึงได้หายหน้าหายตาไปตั้งนาน หรือว่าเธอโกรธอะไรฉันอยู่หรือเปล่า?”
สีหน้าของหลี่ถังแสดงความกังวลใจอย่างชัดเจน เหมือนกับคิดไปเองว่าเธออาจจะเปลี่ยนใจ แล้วจะหายตัวไปจากเขาตลอดกาล
ในใจของเพ่ยอิง เธออยากจะตะโกนความจริงออกไปเสียจริง ๆ ว่าเธอไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับหลี่ถังเลยแม้แต่น้อย แค่คิดถึงการอยู่ใกล้ชิดเขาก็ทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงแล้ว แต่เพ่ยอิงก็ต้องกลั้นความรู้สึกนั้นเอาไว้ เธอตระหนักดีว่าในยามนี่หลี่ถังเป็นคนเธอก็จำเป็นต้องใช้ กังนั้นเธอต้องอดทนเท่านั้น
เธอจึงพยักหน้าเชื่องช้า ก่อนจะถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวว่า “แล้วนายรู้ตัวบ้างไหมว่า ทำอะไรลงไปบ้าง?”
คำพูดของเพ่ยอิงทำให้หลี่ถังรู้สึกตื่นเต้น ราวกับเป็นเด็กดื้อที่กำลังจะได้รับคำสารภาพรักจากคนที่ชอบ เขารีบส่ายหน้า พร้อมเข้าไปจับมือเธอไว้แน่น
“ขอ…ขอโทษ แต่ต่อไปนี้ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว อยู่กับฉันตลอดไปนะภรรยาจ๋า”
หลี่ถังพูดพร้อมจ้องตาเพ่ยอิงอย่างอ้อนวอน หวังเพียงว่าเธอจะยอมเผื่อแผ่ความรักให้เขาบ้าง ใจหนึ่งเพ่ยอิงอยากจะผลักไสเขาออกไปให้ไกล ๆ แต่เธอก็รู้ดีว่า ถ้าอยากได้ในสิ่งที่ต้องการ
ด้วยความพยายามที่จะระงับอารมณ์โกรธเอาไว้ เพ่ยอิงจึงพยายามอธิบายให้หลี่ถังฟังอย่างใจเย็นที่สุด
“ก็เพราะนายดันวิ่งมากอดฉันต่อหน้าคนอื่น แถมยังเรียกฉันว่าภรรยาอีก ทำเอาฉันอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเลยนะ ฉันบอกแล้วไงว่าให้ไปกอดอันจิ่วเม่ย”
สีหน้าของหลี่ถังดูเจ็บปวดเหมือนถูกทรยศอย่างแรง “แต่ว่า… เธอเป็นภรรยาเพียงคนเดียวของฉันนะ” เขาพูดอย่างอ้อนวอน
“ไม่ได้!” เพ่ยอิงยืนกรานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“นายจะต้องไปกอดอันจิ่วเม่ยให้ได้ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ฉันจะไม่มาหานายอีกเลย เข้าใจไหม?”
หลี่ถังรู้สึกลำบากใจเป็นอย่างมาก เขาอึ้งค้างไปนาน แม้ว่าเขาจะโง่ แต่เขาก็พอรู้ว่าอันจิ่วเม่ยนั้นเป็นเมียของอาสาม
ซึ่งเขาเกรงกลัวอาสามมาตั้งแต่ยังเด็ก หากเขากล้าไปกอดเมียของอาสาม เขาต้องโดนอาสามตีจนตายแน่ ๆ ทำไมภรรยาของเขาถึงได้ให้เขาทำเรื่องบ้า ๆ แบบนี้กันนะ?
“ฮือ ๆ ไม่เอา ๆ อาสามจะต้องตีผมแน่ ๆ !” เขาร้องไห้โฮลั่น
ลี่เฟยที่ออกตามหาลูกชายอยู่พอดี ได้ยินเสียงร้องไห้ของลูกชายก็รีบร้องถามขึ้นมาทันที “หลี่ถัง! เกิดอะไรขึ้น! ลูกอยู่ไหน?”