ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 50 ถ้าอยากแต่งงานก็ไปบอกแม่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 50 ถ้าอยากแต่งงานก็ไปบอกแม่
บทที่ 50 ถ้าอยากแต่งงานก็ไปบอกแม่
เพ่ยอิงรู้สึกตกใจสุดขีดเมื่อได้ยินเสียงของลี่เฟยดังมาจากที่ไม่ไกลนัก เธอหันขวับไปมองหลี่ถังด้วยสายตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนจะรีบวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หลี่ถังยืนร้องไห้ อยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง
เพ่ยอิงวิ่งหนีจากตรอกมืดอย่างร้อนรน เสียงลมหายใจหอบถี่ของเธอผสานกับจังหวะฝีเท้าที่เร่งรีบ เพ่ยอิงหันหลังให้กับเสียงสะอื้นไห้ของหลี่ถังโดยไม่ลังเล
ใบหน้าเพ่ยอิงฉายแววตื่นตระหนกระคนโกรธแค้น เธอไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธอมายุ่งกับไอ้หลี่ถัง
โดยเฉพาะลี่เฟย…ถ้ายัยป้าบ้านั่นรู้เข้า ต้องหาทางบังคับให้เธอแต่งงานกับไอ้คนโง่นั่นแน่!
เพ่ยอิงสะบัดความคิดนั้นทิ้ง พลางส่ายหน้าไปมาอย่างเสียดาย เธอเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้ยังไม่ทันได้พูดอะไรสำคัญกับหลี่ถังเลย ทุกอย่างต้องเลื่อนไปก่อน…เธอจะต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ในคราวหน้าที่พบกัน
ลี่เฟยเดินด้วยสีหน้าบึ้งตึงเข้ามาในตรอกแคบที่มืดสลัว เสียงร้องไห้ของหลี่ถังดังแว่วมาแต่ไกล เมื่อเห็นลูกชายนั่งกอดเข่าสะอื้นไห้อยู่ริมกำแพง
ลี่เฟยก็ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เธอนึกถึงแผนการที่ซื่อหงเพิ่งบอกเธอ แล้วก็พอจะเดาได้ว่าต้องเป็นฝีมือของเพ่ยอิงอีกตามเคย
“นังตัวแสบ!” ลี่เฟยสบถอย่างแค้นใจ ก่อนจะรีบพาลูกชายชายลุกขึ้นและเดินกลับบ้านอย่างรวดเร็ว ในใจนึกโมโหเพ่ยอิงขึ้นมา
‘รอให้แกมาเป็นลูกสะใภ้ฉันก่อนเถอะ ฉันจะตบสั่งสอนแกเอง’ ลี่เฟยขบกรามแน่น คิดในใจอย่างแค้นเคือง
ตะวันลาลับขอบฟ้า ความมืดเริ่มเคลื่อนคลุมผืนดินอย่างเชื่องช้า ณ ที่ห้องเล็ก ๆ ซื่อหงนั่งยิ้มอย่างสะใจกับแผนการที่ได้วางเอาไว้
เธอรู้ดีว่าเพ่ยอิงติดกับดักของเธอเข้าให้แล้ว เพียงแค่รอให้เธอมาหาหลี่ถังอีกสัก 2-3 ครั้ง ไม่นานเกินรอ ตอนนั้นละก็ ทุกอย่างจะง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ!
ความคิดนี้ทำให้ซื่อหงมีกำลังวังชาขึ้นมาทันตา เธอลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง หยิบจับของ ทำความสะอาดในห้องอย่างขะมักเขม้น
บรรยากาศภายในตระกูลอันยามราตรีดูเงียบเหงาผิดวิสัย ตอนนี้ก็มีเพียงแค่คนสามคนนั่งกินอาหารเย็นอยู่เงียบ ๆ
ภายในห้องหลี่เจียเฟิ่งนิ่งเงียบไร้วาจา ส่วนย่าอันและอันจิ่วเม่ยก็เอาแต่คุยกันเป็นพัก ๆ โดยไม่มีบทสนทนาสนุกสนานเหมือนแต่ก่อน
ทั้งสองคนถามคำตอบคำ พูดจาอย่างระมัดระวัง ในขณะที่ซื่อหงเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในห้องพักของตนเอง
หลังจากที่อันจิ่วเม่ยและหลี่เจียเฟิ่งเข้าห้องพักผ่อนตามปกติ ย่าอันก็ย่องมาที่ห้องของซื่อหงอย่างเงียบเชียบ มือข้างหนึ่งถือห่อผ้าเล็ก ๆ เอาไว้
หลังจากที่เข้าไปในห้องซื่อหง ย่าอันก็คลี่ห่อผ้าออกอย่างระมัดระวังให้ซื่อหงดู ก็พบกับกองธนบัตรและเหรียญเล็กน้อย ซึ่งเป็นเงินที่ย่าอันเก็บสะสมมาจากการขายหน่อไม้ดองที่ทำขึ้นเอง
ซื่อหงจ้องมองกองเงินจำนวนจิ๋วนั่นด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะกลอกตาไปมาอย่างหงุดหงิด
“แค่เศษเงินเพียงเท่านี้ มันจะไปช่วยอะไรได้ล่ะ? หนี้สินของตงหยางมีมากมายขนาดนั้น คิดว่าเอาเงินจำนวนน้อยนิดมาให้ฉัน ฉันจะยอมงั้นเหรอ? คิดว่าฉันเป็นขอทานหรือไง?” ซื่อหงพ่นคำพูดออกมาเสียงเบา ราวกับกลัวว่าใครจะได้ยินเข้า
“หรือว่าแกคิดว่า ฉันจะยอมปล่อยหลานสาวแกไปเพียงเพราะเศษเงินแค่นี้งั้นเหรอ?” เธอถามน้ำเสียงเย็นชา จ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง
ย่าอันถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อได้ฟังคำพูดของซื่อหง ก่อนที่ใบหน้าจะเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอรีบโต้ตอบอย่างไม่กลัวเกรง
“ฉันจะพยายามช่วยใช้หนี้ให้เต็มที่ อันจิ่วเม่ยแต่งงานไปแล้ว มีครอบครัวใหม่ที่ต้องรับผิดชอบดูแล อย่าได้คิดจะไปวุ่นวายกับจิ่วเม่ย แล้วคิดจริง ๆ หรือว่า ถ้าเอาเรื่องในอดีตไปแฉ ตัวเธอเองจะรอดพ้นไปได้?”
ย่าอันพูดขู่เสร็จ ก็แค่นเสียงหึในลำคออย่างเย็นชา ก่อนจะใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินออกจากห้องไปอย่างไม่สนใจ
ซื่อหงยืนมองตามหลังอีกฝ่ายไปพลางสบถด่าอย่างเดือดดาล แต่ในใจกลับไม่มีความหวั่นกลัวแม้แต่น้อย หลังจากที่ลูกชายของเธอถูกอันจิ่วเม่ยทำร้ายไปขนาดนั้น เธอจะมีอะไรให้เกรงกลัวอีก?
แค่ได้เห็นอันจิ่วเม่ยมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมาน นั่นก็เพียงพอแล้ว เธอพร้อมจะลงมือทำทุกวิถีทางเพื่อแก้แค้นให้จงได้!
สองวันต่อมา เพ่ยอิงก็แอบกลับไปหาหลี่ถังอีกครั้ง เธอใช้สัญญาณเดิมส่งเสียง ‘เหมียว’ เบา ๆ และไม่นานนัก หลี่ถังก็รีบวิ่งมาหาเธออย่างรวดเร็วเหมือนเดิม ใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขาบ่งบอกถึงความตื่นเต้นที่ได้เจอ
“ภรรยาจ๋า! ในที่สุดเธอก็มาหาฉันอีกแล้ว!” เขาร้องออกมาเสียงใส
เพ่ยอิงยิ้มบาง ๆ ก่อนจะทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่เคยใช้
“ฉันมีเรื่องจะให้นายทำ… ถ้านายไม่ทำตาม ฉันจะไม่มาหานายอีกแล้ว”
คำพูดของเธอนิ่งเรียบ แต่ในความนิ่งนั้นแฝงด้วยการข่มขู่เล็กๆ ทำให้หลี่ถังหยุดยิ้มและรีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
“ได้เลยภรรยาจ๋า! อยากให้ฉันทำอะไรบอกมาเลย ฉันยินดีช่วยทุกอย่าง!” ดวงตาใสซื่อของเขาเปล่งประกายไปด้วยความดีใจ ราวกับว่าการได้ทำอะไรเพื่อเธอคือความสุขสูงสุด
เพ่ยอิงนั่งลงข้าง ๆ เขาอย่างนุ่มนวล ใบหน้าของเธอมีรอยยิ้มอ่อนโยน ริมฝีปากแดงระเรื่อค่อย ๆ เคลื่อนเข้าไปใกล้หูของหลี่ถัง
เธอกระซิบเบา ๆ แต่ชัดเจน “ฉันอยากให้นายไปถามอาสามว่า… ตอนแรกเขาตั้งใจจะแต่งงานกับฉันจริงหรือเปล่า”
หลี่ถังชะงักเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากัน ความสงสัยฉายชัดในดวงตาไร้เดียงสา
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องถามคำถามนี้ แต่เขาก็กลัวว่าเธอจะโกรธและไม่มาหาเขาอีก หัวใจเขาเต้นแรงจากความกลัวนั้น เขาจึงพยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่ายโดยไม่ซักถามอะไรเพิ่มเติม
“ได้สิภรรยาจ๋า ฉันจะไปถามให้!” เขายืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพ่ยอิงเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะลูบไหล่เขาเบาๆ เป็นเชิงให้รางวัล
หลี่ถังมองเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมราวกับลูกสุนัขที่เฝ้ารอคำชมจากเจ้านาย
เพ่ยอิงพอใจกับผลลัพธ์ ก่อนจะลุกขึ้นและเดินจากไป ทิ้งให้หลี่ถังมองตามด้วยความหวังเต็มหัวใจว่าเขาจะได้เจอเธออีกครั้งในไม่ช้า
รุ่งเช้า แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านหมู่เมฆบางเบา หลี่เจียเฟิ่งในชุดสีเทาเข้มกำลังจะออกไปดูความคืบหน้าของการก่อสร้าง
เมื่อเขาก้าวออกจากประตูของตระกูลอัน ก็พบกับภาพของหลี่ถังที่กำลังเดินวนไปวนมาอย่างกระสับกระส่ายอยู่หน้าบ้าน
“หลี่ถัง นายมาทำอะไรแต่เช้า?” เสียงทุ้มต่ำของหลี่เจียเฟิ่งดังขึ้น ทำให้หลี่ถังสะดุ้งโหยง
“อะ อาสาม” หลี่ถังหันขวับมา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความประหม่า “ผม…ผมมีเรื่องจะถามครับ”
หลี่ถังลากหลี่เจียเฟิ่งไปยังมุมสวนที่ลับตา มีพุ่มไม้หนาทึบบังอยู่ เสียงนกร้องแผ่วเบาและลมที่พัดผ่านใบไม้ไหว เสริมความเงียบสงบให้กับบรรยากาศ
แต่ในใจของหลี่ถังนั้นกลับสั่นไหวไปด้วยความกลัวและความหวาดหวั่น
“อา…อาสามครับ” หลี่ถังกระซิบเสียงสั่น ดวงตาวอกแวกมองไปมารอบตัว “ภรร…เอ่อ… เพ่ยอิงให้ผมมาถามว่า… ตอนแรกอาสามจะแต่งงานกับเธอใช่ไหมครับ?”
ความประหลาดใจวาบขึ้นในดวงตาคมของหลี่เจียเฟิ่ง ก่อนจะตามมาด้วยแววรังเกียจที่เขาพยายามซ่อนเอาไว้
เขาสูดลมหายใจลึก พยายามระงับความโกรธและความไม่พอใจ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเฉียบคม
“ไม่ใช่ ตั้งแต่แรกฉันก็ตั้งใจจะแต่งงานกับอาสะใภ้สามของแกมาตลอด” หลี่เจียเฟิ่งพูด สายตาคมกริบจ้องมองหลานชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า
หลี่เจียเฟิ่งมองหลานชายอย่างเย็นชา ก่อนจะยิ้มมุมปาก “หลี่ถัง อารู้ว่านายชอบเพ่ยอิง ถ้าอยากแต่งงานกับเธอก็ไปบอกแม่สิ ให้แม่นายช่วยแต่งเธอเข้าบ้าน นายก็จะได้เรียกเธอว่าเมียทุกวัน เรียกได้ทุกที่เลย”