ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 69 เปิดเผยความลับ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 69 เปิดเผยความลับ
บทที่ 69 เปิดเผยความลับ
เสียงสะอื้นของย่าอันดังขึ้นทันทีที่ได้ยินคำขู่ “พอแล้ว… ย่าจะบอก ย่ายอมแล้ว” น้ำตาไหลอาบแก้มเหี่ยวย่น
ย่าอันรู้ดีว่าหลานสาวจอมดื้อคนนี้มีนิสัยอย่างไง ถ้าอันจิ่วเม่ยตัดสินใจทำอะไรแล้ว เธอก็จะทำจริง ๆ หญิงแก่อย่างเธอตายก็แค่ตายไป แต่หลานสาวยังอายุยังน้อย เพิ่งแต่งงานหมาด ๆ ยังมีชีวิตสุดใสรออยู่อีกยาว
ถ้าอันจิ่วเม่ยเป็นอะไรไปจริง ๆ จะให้ไปอธิบายกับครอบครัวนั้นยังไง?
มือเหี่ยวย่นของย่าอันสั่นเทาขณะล้วงหยิบห่อผ้าเก่าๆ ออกมา เธอค่อยๆ คลี่ผ้า เผยให้เห็นปิ่นหยกที่แกะสลักอย่างวิจิตร แววตาของอันจิ่วเม่ยเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
“เมื่อคืนซื่อหงแอบเข้ามาในห้องย่า… เพื่อจะขโมยปิ่นนี่ไป”
ย่าอันกระซิบเสียงสั่นเครือ ก่อนจะสูดหายใจลึก “จิ่วเม่ย… หลานไม่ใช่สายเลือดของตระกูลอัน”
คำพูดนั้นทำให้อันจิ่วเม่ยชะงักเล็กน้อย
ย่าอันเล่าต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “พ่อแม่ของหลานไม่ได้รักกันจริง ๆ หรอก แม่ของหลานท้องและแต่งงานกับพ่อของหลานแค่เพื่อหนีภัย”
“แต่โชคชะตาช่างโหดร้าย… หลังคลอดหลาน ร่างกายแม่ของเธอก็ทรุดลงเรื่อยๆ จนจากไปในอีกไม่กี่ปีต่อมา”
ย่าอันถอนหายใจยาว ก่อนจะเล่าต่อ “ตระกูลตาของหลานไม่ธรรมดา ทั้งร่ำรวยและเป็นตระกูลที่เก่าแก่ แต่ว่าช่วงปีที่บ้านเมืองวุ่นวายนั้น ตระกูลของหลานได้ส่งแม่ของหลานมาซ่อนตัวที่ชนบท ฝากไว้กับครอบครัวของย่า”
“แถมพวกเขายังให้เงินมาจำนวนมาก ช่วงนั้นชีวิตพวกเราดีขึ้นมากเลย บ้านที่เราอยู่ทุกวันนี้ก็สร้างขึ้นหลังจากได้รับเงินก้อนโตจากตระกูลตาของหลานนั่นแหละ”
“แต่เรื่องก็ไม่จบแค่นั้น…”
ย่าอัน พูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “สถานการณ์ยิ่งวุ่นวายหนักขึ้นไปอีก ดูเหมือนครอบครัวตาของเธอจะเจอปัญหาใหญ่ แต่โชคดีที่ตัวตนของหลานถูกปิดบังไว้อย่างแนบเนียน ไม่มีใครมารู้ว่าหลานเป็นใคร”
“ย่าคิดว่าความลับนี้จะถูกฝังไว้ตลอดไป…”
หญิงชรา ส่ายหน้าอย่างเสียดาย “แต่ใครจะไปคิดว่าซื่อหงจะรู้เรื่อง แถมยังอยากหาปิ่นหยกมาเป็นหลักฐาน เพื่อเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงของหลานอีก ย่าไม่อยากให้เธอมีโอกาสทำร้ายหลานเลย…”
ย่าอันเล่าเรื่องราวทั้งหมดจบ อันจิ่วเม่ยก็แทบจะกุมขมับ ‘หา? แค่นี้เองหรือ?’
อันจิ่วเม่ยถึงกับอึ้ง! นึกว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรที่ถึงขั้นต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ที่แท้ก็แค่เรื่องชาติกำเนิดของเธอ พูดตามตรง เธอรู้สึกผิดหวังนิด ๆ ที่ไม่ได้เป็นเรื่องตื่นเต้นกว่านี้… ผิดหวังกับนักเขียนนิยายเรื่องนี้นิด ๆ แฮะ
แต่เธอเข้าใจความกังวลของคุณย่าอันดี เพราะคุณย่าไม่รู้ว่าตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นแล้ว อีกไม่นานก็จะมีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกรอบ ความยากลำบากทั้งหมดจะผ่านพ้นไป
คุณย่าแค่กลัวว่าเธอจะถูกลากเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวายในอดีต และถูกจับตามองสินะ
“อึก…จิ่วเม่ย…ย่าขอโทษ แต่ย่ารักหลานเมื่อหลานแท้ ๆ ของย่านะ” ย่าอันร้องไห้จนพูดไม่ออก
อันจิ่วเม่ยก็รีบเข้าไปกอดปลอบใจ “คุณย่าค่ะ นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย หนูจัดการได้สบาย แถม ซื่อหงก็ไม่สามารถมาข่มขู่หนูด้วยเรื่องนี้ได้หรอก คุณย่าอย่ากังวลไปเลย ไปกันเถอะ เรากลับบ้านกันเถอะนะคะ”
ย่าอันที่เดิมทีเต็มไปด้วยความกังวล พอเห็นหลานสาวตัวเอง ฟังจบแล้วดูสบายใจเหลือเกิน ก็คิดว่าตัวเองพูดไม่ชัดเจน จึงรีบอธิบายซ้ำอีกรอบ
“ย่าหมายถึงว่าตระกูลของตายายฝั่งแม่หลานไม่ธรรมดาเลยนะ! ถ้าคนอื่นรู้เข้า หลานอาจจะถูกลากเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวาย”
“หนูรู้ค่ะ” อันจิ่วเม่ย พยักหน้าอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะยิ้มกว้างและพูดต่อด้วยน้ำเสียงสดใส
“คุณย่าไม่ต้องกังวลไปหรอกนะคะ ไม่มีอะไรน่าตื่นตระหนกสักหน่อย นั่นแค่ตระกูลของตายายฝั่งแม่หนูเองค่ะ พวกเขาคงไม่บ้าถึงขนาดลงโทษถึงเก้าชั่วโคตรหรอกน่า”
เธอหัวเราะคิกคัก “อีกอย่าง แม่หนูก็แต่งงานกับพ่อหนูแล้วนี่คะ เป็นคนตระกูลอันเต็มตัวแล้ว หรือว่า…”
อันจิ่วเม่ยแสร้งทำตาโต แกล้งทำเสียงตื่นเต้น
“ตระกูลอันยังมีความลับดำมืดที่ซ่อนอยู่อีกหรือคะ?”
ย่าอันรีบส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว “ไม่มี ๆ ”
“นั่นไงคะ!” อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้าง “แต่งงานกับไก่ก็ต้องตามไก่ แต่งงานกับหมาก็ต้องตามหมา แม่หนูกับหนูก็เป็นคนตระกูลอันแล้ว จะกลัวอะไรอีกล่ะคะ?”
อันจิ่วเม่ยยืนเผชิญหน้ากับย่าอัน ดวงตาของเธอเป็นประกายซุกซน ริมฝีปากยกยิ้มน้อย ๆ ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“คุณย่าขา…” เธอขยิบตาอย่างซน “แล้วใครจะบ้าบิ่นพอมาพิสูจน์ว่าหนูไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของพ่อล่ะคะ? ถ้ามีใครกล้า…” เธอทำท่าทางตื่นเต้น “หนูจะคว้าไม้กวาดมาฟาดหัวเขาให้กระเจิงเลย!”
สีหน้าของย่าอันที่เคร่งเครียดค่อย ๆ คลายลง ริ้วรอยแห่งความกังวลบนใบหน้าเหี่ยวย่นจางหายไป แทนที่ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“เจ้าเด็กแสบ” ย่าอันส่ายหน้าเบา ๆ พลางหัวเราะเสียงแผ่ว มือเหี่ยวย่นลูบศีรษะของหลานสาวอย่างทะนุถนอม
“ย่าก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะถูกคนอย่างซื่อหงหลอกได้ง่าย ๆ แบบนี้”
อันจิ่วเม่ยซุกตัวเข้าหาอ้อมกอดของย่า เสียงอ้อนแผ่วเบาดังขึ้น “คุณย่าคนเก่งของหนูหายไปไหนแล้วล่ะคะ? ทำไมถึงได้ใจอ่อนกับคนแบบนั้นได้นะ”
ย่าอันถอนหายใจเบา ๆ น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตา เสียงสั่นเครือด้วยความรู้สึกผิด “หลานพูดถูก… ย่าแก่แล้ว บางทีก็หลง ๆ ลืม ๆ ย่าขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องเป็นห่วง”
อันจิ่วเม่ยรู้สึกได้ถึงความเสียใจของย่า เธอกอดย่าแน่นขึ้น พยายามส่งความอบอุ่นและกำลังใจผ่านอ้อมกอด
หลังจากที่ได้พูดคุยกันจนคลายความกังวล ย่าอันก็ดูสบายใจขึ้นมาก
เมื่อทุกอย่างคลี่คลายแล้ว อันจิ่วเม่ยลุกขึ้นยืน ยื่นมือไปหาหญิงชรา รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้า
“คุณย่า” เธอเอ่ยเสียงใส””พวกเรากลับบ้านกันเถอะนะคะ”
ย่าอันมองหลานสาวที่เธอเลี้ยงดูมากับมือ แม้ไม่ใช่สายเลือดของเธอ แต่เธอก็รักดั่งดวงใจ หญิงชรายื่นมือเหี่ยวย่นให้หลานสาว
“กลับบ้านกัน…” หญิงชราตอบพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น
อันจิ่วเม่ยประคองย่ายืนขึ้น ก่อนจะนั่งย่อลงทำท่าให้ย่าอันขึ้นหลัง
“คุณย่า” เธอเอ่ยเสียงอ่อนโยน “ตอนนี้หนูโตแล้วค่ะ ให้ย่าขี่หลังได้แล้วนะคะ เหมือนที่ย่าแบกหนูขึ้นหลังตอนเด็ก ๆ ไงคะ”
ย่าอันมองการกระทำของหลาน น้ำตาที่เหือดแห้งไหลรินออกมาอีกครั้ง ‘จิ่วเม่ย… หลานโตแล้วจริง ๆ’ เธอคิดในใจ
ย่าอันค่อย ๆ ขึ้นหลังหลานสาวอย่างระมัดระวัง มือเหี่ยวย่นโอบรอบคออันจิ่วเม่ยอย่างแผ่วเบา
“ฮึบ!” อันจิ่วเม่ยส่งเสียงเบา ๆ “กอดหนูให้แน่น ๆ นะคะ”
ขณะที่สองย่าหลาน เดินผ่านเส้นทางที่เต็มไปด้วยก้อนหินและรากไม้ที่โผล่พ้นดิน อันจิ่วเม่ยก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“คุณย่าคะ…” เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ย่าช่วยเล่าเรื่องครอบครัวของคุณตาให้หนูฟังหน่อยได้ไหมคะ? ถ้าพวกเขาลำบาก หนูอยากจะหาทางช่วยเหลือ จะได้ไม่ต้องมีใครต้องมาหลอกกันอีก”
ย่าอันชะงักเล็กน้อย ถอนหายใจเบา ๆ ดวงตาฉายแววลังเล
“แต่มันผ่านมานานแล้วนะ…” น้ำเสียงของย่าอันแฝงไปด้วยความกังวล
อันจิ่วเม่ยยิ้มหวาน ดวงตาฉายแววอ่อนโยนและมุ่งมั่น “ไม่เป็นไรค่ะย่า”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ย่าแค่เล่าให้หนูฟังเหมือนนิทานก็ได้นะคะ ส่วนเรื่องช่วยเหลือนั้น หนูคงต้องรอให้ตัวเองพร้อมก่อน”
ย่าอันมองหลานสาวด้วยสายตาเปี่ยมความภาคภูมิใจ ความกังวลในใจค่อย ๆ จางหาย ‘นั่นสินะ หลานย่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะกังวลไปทำไมกัน’ สุดท้ายย่าอันก็ตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมด
“จิ่วเม่ย…” ย่าอันเอ่ยเสียงแผ่ว สายตาทอดไกลราวกับกำลังย้อนนึกถึงอดีต “เรื่องราวของครอบครัวหลานมันซับซ้อนกว่าที่คิดมากนัก…”
มาแล้ว 2 เรื่องใหม่จาก Huashanbook
เส้นทางสู่ความรุ่งโรจน์ของเถ้าแก่เนี้ยตัวน้อยในยุค 80
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาแสนสวยของเศรษฐีผู้มั่งคั่ง ในยุค 80
ฝากติดตามอ่านและเพจ Facebook : Huashanbook กันด้วยนะคะ