ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 68 ตายไปด้วยกันนี่แหละ!
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 68 ตายไปด้วยกันนี่แหละ!
บทที่ 68 ตายไปด้วยกันนี่แหละ!
ในขณะเดียวกัน บนเส้นทางขรุขระของภูเขา ย่าอันเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว ร่างกายอ่อนแอของเธอล้มลุกคลุกคลานไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
หญิงชราไม่เดินทางเส้นทางใหญ่แต่มุ่งหน้าไปตามเส้นทางเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น เธอแค่อยากหาที่ลับ ๆ ที่ไม่มีใครเจอเพื่อจะได้ ‘จากไป’อย่างสงบ
อีกทั้งวิธีนี้ซื่อหงจะไม่มีโอกาสใส่ร้ายอันจิ่วเม่ยได้แน่นอน และหลานสาวของเธอก็จะได้ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุข
อันจิ่วเม่ยเดินไปตามถนนใหญ่บนภูเขา เสียงเรียกหาของเธอดังกึกก้องไปทั่วป่า “ย่า! ย่าอยู่ไหน?”
หญิงสาวตะโกนสุดเสียง หวังว่าจะได้ยินเสียงตอบรับจากคนที่เธอเฝ้าตามหา
ย่าอันเดินด้วยความยากลำบาก แม้จะออกจากบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ก็ยังดูเหมือนไปไม่ถึงไหน เหมือนกับว่าเธอกำลังเดินอยู่บนสายพานที่วิ่งถอยหลัง เมื่อได้ยินเสียงของอันจิ่วเม่ย หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบหยุด เธอรีบก้มตัวซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
ทันทีที่เห็นว่าอันจิ่วเม่ยเดินลับตาไปแล้ว ย่าอันก็พยายามคลานต่อไปอย่างยากลำบาก
แต่ขาของเธอบาดเจ็บ การคลานจึงยิ่งทำให้ทุกอย่างลำบากขึ้น เธอชะโงกมองอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าหลานสาวเดินไปไกลพอแล้ว
จากนั้นพยายามจะลุกขึ้น แต่ก่อนที่เธอจะทรงตัวได้เต็มที่ ร่างกายอ่อนแรงของเธอก็เสียการทรงตัวจนล้มลงไปในหลุมที่ชาวบ้านขุดไว้ดักสัตว์
หญิงชราไม่รู้เลยว่า หลี่เจียเฟิ่งกำลังแอบตามเธอมาติด ๆ แม้เธอจะพยายามไม่ส่งเสียง แต่ในป่าที่เงียบสงัดนี้ เสียงเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจของหลี่เจียเฟิ่ง ราวกับเขามีหูทิพย์
ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเสียงของนกหรือสัตว์ป่า แต่เมื่อฟังอย่างตั้งใจ เขาก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เสียงที่สัตว์ทั่วไปจะทำได้ หลี่เจียเฟิ่งจึงเริ่มระวังตัว และย่องไปตามเสียงนั้นอย่างเงียบเชียบ
ภาพที่เขาเห็นทำให้เขาตกตะลึง ย่าอันกำลังล้มกลิ้งอยู่ในหลุม ใบหน้าและร่างกายเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ดูน่าสงสารราวกับลูกหมาที่ถูกทิ้ง ลุกขึ้นไม่ได้
“คุณย่า! ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้? นี่มันกลางป่านะครับ”
หลี่เจียเฟิ่งกังวลว่าคุณย่าจะบาดเจ็บจากการล้ม จึงรีบแหวกพุ่มไม้และเถาวัลย์เพื่อเปิดทางอย่างว่องไว แล้วกระโดดเข้าไปช่วยพยุงคุณย่าขึ้นมา
“กลับบ้านกันเถอะครับคุณย่า จิ่วเม่ยเป็นห่วงมากนะครับ” หลี่เจียเฟิ่งพูดอย่างอ่อนโยน พยายามโน้มน้าวคุณย่าผู้ดื้อดึง
แต่ย่าอันกลับส่ายหน้า “ไม่! ย่ากลับไปไม่ได้” เธอเค้นเสียงออกมาอย่างทรมาน ขณะที่อันจิ่วเม่ย ยังคงตะโกนเรียกอยู่ไกล ๆ ราวกับเสียงนกน้อยที่หลงฝูง
หลี่เจียเฟิ่งขมวดคิ้วจนเป็นปม เขารู้สึกปวดหัวกับความลับที่คุณย่าพยายาจะปิดบัง
“มีเรื่องอะไรก็พูดออกมาสิครับ” เขาพยายามอีกครั้ง “บางทีเรื่องที่คุณย่าเก็บไว้ มันอาจจะเป็นเล็ก ๆ สำหรับพวกเรานะครับ”
แต่ย่าอันยังคงดื้อดึงเหมือนเดิม เธอจับมือหลี่เจียเฟิ่งไว้แน่น “หลี่เจียเฟิ่ง ย่าขอร้องล่ะ ทำเป็นไม่เห็นย่าเถอะ”
หญิงชราอ้อนวอน น้ำตาคลอ “ฉันแก่แล้ว ถ้าอยู่กับพวกเธอก็จะเป็นภาระ ปล่อยให้ฉันจากไปอย่างสงบเถอะนะ”
หลี่เจียเฟิ่งถอนหายใจยาว เขารู้ดีว่าไม่มีทางที่จะปล่อยให้คุณย่าของภรรยาจบชีวิตแบบนี้ได้ ไม่ว่าเธอจะซ่อนความลับอะไรไว้ก็ตาม
เขาต้องพาเธอกลับบ้านให้ได้ แม้ว่าจะต้องแบกเธอไปเองก็ตาม!
“คุณย่าได้รับบาดเจ็บแล้ว กลับบ้านก่อนแล้วค่อยคุยกันนะครับ”
หลี่เจียเฟิ่งยื่นมือไปช่วยพยุงย่าอันขึ้นจากหลุม แต่หญิงชรากลับปฏิเสธอย่างรวดเร็ว เธอสะบัดมือหนีทันทีเมื่อเขาแตะตัว สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความดื้อดึงและไม่ยอมให้ใครเข้ามาใกล้
เสียงการของทั้งสองดึงความสนใจของอันจิ่วเม่ย เธอรีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับความกังวล เมื่อเห็นย่าอันในสภาพบอบช้ำ
ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและมีเลือดออกเล็กน้อย เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม้ว่ารอยแผลจะดูน่าห่วง แต่ก็ไม่สาหัสอย่างที่เธอกลัว
อันจิ่วเม่ยคุกเข่าลงข้างย่าอัน พยายามกดความรู้สึกข้างในที่ปะทุออกมา “คุณย่า กลับบ้านกับหนูเถอะค่ะ จากนี้คุณย่าอยากทำอะไรก็ได้ หนูจะตามใจทุกอย่าง ไม่งอนคุณย่าอีกแล้วนะคะ”
เธอคิดว่าการที่เธอมีท่าทีดุไปบ้างในช่วงหลังอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ย่าหนีออกจากบ้าน เหมือนนางเอกละครน้ำเน่าที่หลบหนีด้วยความน้อยใจ
ย่าอันเงยหน้าขึ้น น้ำตาเริ่มคลอในดวงตาอย่างห้ามไม่อยู่
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก จิ่วเม่ย ไม่ใช่ความผิดของหนูเลย ทั้งหมดเป็นเพราะย่า ย่าต่างหากที่ทำไม่ดีกับหนู…”
ย่าอันเอ่ยปากขึ้นมาก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ราวกับกำลังแสดงละครเวที ความลับนี้เธอเก็บไว้ในใจมาหลายปี คิดว่าชั่วชีวิตคงไม่มีใครรู้ แต่จู่ ๆ ซื่อหงกลับหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาขู่เธอ
ทำให้เธอได้รู้ว่าลูกชายโง่ของเธอเล่าทุกอย่างให้ซื่อหงฟังทั้งหมด
เมื่อเรื่องรั่วไหลออกไป มันก็กลายเป็นภัยคุกคามใหญ่ราวกับมีระเบิดเวลาในบ้าน การที่เธอมีชีวิตอยู่คืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด
ถึงแม้ซื่อหงจะไม่นำข่าวนี้ไปเผยแพร่จริง ๆ แต่ก็จะใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เธอยอมจำนนตลอด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อหลานสาวและสามีของหลานสาวด้วย
เธอไม่อยากให้หลานสาวต้องทนทุกข์ใจ บ้านใหม่ที่หลานสร้างเสร็จแล้วกำลังรอคอยอนาคตสดใสของพวกเขา การที่เธอจากไป… อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
“คุณย่า!” อันจิ่วเม่ยตะโกนเสียงดัง ด้วยความไม่พอใจและสับสน
เธอเป็นคนตรงไปตรงมา แล้วทำไมย่าของเธอถึงได้พูดอ้อมค้อมและซับซ้อนราวกับงูเลื้อยอย่างนี้!
“ย่าพูดตรง ๆ ไม่ได้หรอคะ? ย่าขอโทษหนูจนปากเปื่อย แต่ขอโทษหนูเรื่องอะไรล่ะ? บอกหนูสิว่าอะไรที่ย่ากลัวอยู่ ย่าช่วยซื่อหงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม? แล้วที่ย่าทำ ย่ารู้ไหมว่าหนูก็เจ็บปวดเหมือนกัน”
“ได้ ย่าไม่พูดใช่ไหม? งั้นหนูจะอดตายอยู่ในป่านี่กับย่าแล้วกัน ก็ดีเหมือนกัน คนตายแล้ว ทุกอย่างก็จบ! ไม่ต้องมาปวดหัวกันอีก!”
พูดจบ อันจิ่วเม่ยก็ทรุดตัวลงนั่งเหมือนต้นไม้ล้ม ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน
หลี่เจียเฟิ่งมองเธอแวบหนึ่ง ก็เห็นเธอแอบส่งสายตาให้ หลี่เจียเฟิ่งเข้าใจสัญญาณนั่นทันที
เขาเดินออกจากจุดนั้นและไปสำรวจรอบ ๆ พร้อมกับดูว่าจะจับสัตว์ป่ามาทำอาหารได้หรือไม่
คุณย่าอันคิดว่าหลี่เจียเฟิ่งเห็นด้วยกับคำพูดของหลานสาวที่กำลังงอนเหมือนเด็ก จึงรีบร้อนให้เธอกลับไปกับหลานเขย
“หนูไม่ไป! วันนี้หนูจะทำตามที่พูด ตายไปด้วยกันเลยจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจกันทีหลัง หนูจะตายอยู่บนภูเขากับย่านี่แหละ คนจะได้พูดว่าหนูกตัญญูด้วย! ให้คนเขาจารึกชื่อหนูไว้บนแผ่นหินเลย!”
น้ำเสียงของอันจิ่วเม่ยแย่ราวกับฟ้าถล่ม เธอโกรธจนควันออกหูจริง ๆ เพราะไม่คิดว่าคุณย่าจะแก้ปัญหาด้วยการหนีออกจากบ้านมาแบบนี้
นิสัยนี้ต้องแก้ไข ไม่อย่างนั้นถ้าสามวันดีสี่วันร้ายทำแบบนี้ เธอจะมีชีวิตของตัวเองได้อย่างไร? คงต้องเอาโซ่มาล่ามคุณย่าไว้แล้วล่ะ!
วันนี้ อันจิ่วเม่ยตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องบีบให้ย่าให้เปิดโปงความลับนั้นให้ได้ จะได้จัดการปัญหาไปพร้อม ๆ กันเสียที
ย่อมเสี่ยงชีวิตเพื่อจะปิดบัง เธออยากจะรู้นักมันจะเป็นเรื่องบ้าอะไรกัน?
“จิ่วเม่ย….” หญิงชราเพิ่งจะอ้าปากพูด ก็โดนอันจิ่วเม่ยสวนกลับทันควัน
“ถ้าย่าจะบอกเหตุผลก็พูดมาให้หมดเลย ไม่งั้นก็อย่าเสียเวลาพูดอะไรเลยค่ะ หนูเหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว ตอนนี้ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น!”
ว่าแล้ว อันจิ่วเม่ยก็ทิ้งตัวลงนอนราบตรงนั้น เตรียมจะงีบหลับสักหน่อยแล้วค่อยว่ากัน
“หนูจะนอนแล้วนะ ถ้ามีสัตว์ร้ายอะไรในภูเขานี้ก็ไม่ต้องปลุก ปล่อยให้มันกินหนูไปเลยจะดีที่สุด ยังไงหนูก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว” อันจิ่วเม่ยพูดเสียงเรียบราวกับว่าตั้งใจจะตายจริง ๆ
Pchaya
เอาสิย่ากับหลานใครจะชนะ