ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 71 ใช้งานลูกหลานตระกูลหลี่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 71 ใช้งานลูกหลานตระกูลหลี่
บทที่ 71 ใช้งานลูกหลานตระกูลหลี่
โชคดีที่เพ่ยอิงยังพอมีสติ บทเรียนจากการปะทะกันครั้งก่อนยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ทำให้ตอนนี้เธอไม่กล้าหาญพอที่จะเผชิญหน้ากับอันจิ่วเม่ยตรง ๆ แต่กลับวิ่งไปหลบหลังหลี่ถัง ราวกับลูกไก่ที่หลบอยู่ใต้ปีกแม่ไก่
หลี่ถังชายหนุ่มที่ถูกเพ่ยอิงครอบงำความคิด จ้องมองอันจิ่วเม่ยด้วยสายตาแข็งกร้าว แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาต
“อย่าคิดแตะต้องภรรยาของผม!” เสียงตะโกนก้องกังวานด้วยความดุดัน ดุจสุนัขที่กำลังปกป้องอาณาเขตของตน
หืม ? อันจิ่วเม่ยเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ครั้งก่อนหลี่ถังก่อนยังทักทายเธออย่างเป็นมิตรอยู่ไม่ใช่หรอ?
เธอเหลือบมองไปทางเพ่ยอิงที่กำลังหลบซ่อนกายอยู่หลังหลี่ถัง… ฮึ! คงถูกล้างสมองไปเรียบร้อยแล้วสินะ อันจิ่วเม่ยคิดอย่างเยียบเย็น ช่างเหมาะสมกันดีจริงๆ คู่นี้
ไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงกับคนที่มีสติปัญญาเพียงไก่ตาบอด ยิ่งไม่อยากสนใจเพ่ยอิงที่ส่งเสียงดังยิ่งกว่าฟ้าร้อง เธอจึงดึงเจียลี่ที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังออกมา
“บอกมา พวกเธอมาที่นี่ทำไมกัน? จะมาปล้นบ้านหรือไง?” น้ำเสียงเย็นเฉียบดังขึ้นอย่างไม่เป็นมิตร
เจียลี่พูดตามคำพูดที่แม่สั่งไว้ “ย่าบอกว่าที่บ้านเก่ามันหลังเล็ก พวกเราอยู่กันไม่พอ จึงให้พวกเรามาอยู่ที่นี่ ย่าบอกว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน อาสามและอาสะใภ้สามจะดูแลพวกเราเป็นอย่างดีเหมือนลูกในไส้”
เด็กสาวยกเอาย่าขึ้นมาอ้างราวกับเป็นโล่กำบังตัวเอง ทำเหมือนไม่เกี่ยวกับแม่ตัวเองเลยสักนิด
เมื่ออันจิ่วเม่ยได้ยินคำพูดนี้ก็แทบจะหัวเราะเย้ยหยันออกมา แม้แต่หลี่ถังกับเพ่ยอิงก็ให้มาที่นี่ด้วย นี่พวกเขาหมายความว่าให้เธอดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของคู่สามีภรรยานี้ด้วยงั้นเหรอ
นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน?
“ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเธอ” น้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง ดวงตาคมกริบจ้องมองแขกไม่ได้รับเชิญ “รีบกลับไปซะ อย่ามาเสียเวลาฉันทำงาน”
เห็นได้ชัดว่าตระกูลหลี่กำลังวางแผนเล่นงานเธอ ส่งคนพวกนี้มาลองเชิง หากเธอยอมอ่อนข้อ คงมีข้อเรียกร้องตามมาอีกมากมาย
น่าเสียดายที่เธอไม่ได้โง่พอจะหลงกลแผนการเช่นนี้..
อันจิ่วเม่ยทำหน้าบึ้งไล่คนอย่างไร้อารมณ์ราวกับหน้ากากเย็นชา แต่คนพวกนี้กลับไม่สะทกสะท้านราวกับเป็นหินผา
“ย่าให้พวกเรามาอยู่ที่นี่ อาสะใภ้สามไม่สนใจคำสั่งของย่าหรอ?” หลี่ถังพูดด้วยน้ำเสียงยียวนชวนให้อยากต่อยเข้าให้สักที
เพ่ยอิงทำหน้าภูมิใจสุด ๆ ตอนนี้เธอรู้สึกว่าการแต่งงานกับหลี่เจียเฟิ่งก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรนัก
ถึงอย่างไรหลี่เจียเฟิ่งก็เป็นความหวังเดียวของตระกูลหลี่ที่ต้องแบกรับภาระหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาทั้งลูกไว้บนบ่า เขาต้องคอยเลี้ยงดูคนตระกูหลี่ไปตลอด ต่อให้เขาแยกครอบครัวแล้วยังไง? สุดท้ายก็หนีไม่พ้นพันธนาการนี้อยู่ดี
ริมฝีปากบางของเพ่ยอิงเหยียดยิ้มเย็นชา เมื่อนึกถึงชะตากรรมของอันจิ่วเม่ย… ในฐานะภรรยาของหลี่เจียเฟิ่ง เธอไม่เพียงแต่จะไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรเลย ซ้ำยังต้องตกเป็นคนรับใช้ของตระกูลหลี่ไปชั่วชีวิต
ความคิดนี้ทำให้เพ่ยอิงรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างประหลาด การแต่งงานกับหลี่ถังดูจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอย่างที่คิด อย่างน้อย… เธอก็ไม่ต้องกลายเป็นทาสรับใช้ของคนทั้งตระกูล แค่นี้ก็นับว่าโชคดีกว่าใครบางคนเสียแล้ว
“ถ้าอย่างนั้น รอให้อาสามของพวกเธอกลับมา จะได้ไปถามคุณปู่คุณย่าของพวกเธอด้วยว่าเรื่องนี้เป็นความจริงไหม? ส่วนพวกเธอก็อออกไปรอข้างนอก”
อันจิ่วเม่ยรอหลี่เจียเฟิ่งกลับมาก่อน เธอไม่อยากลงมือทำอะไรเพราะจะทำให้ชื่อเสียงของเธอเสียหาย ในอนาคตเธอยังต้องใช้ชีวิตในหมู่บ้านนี้อีกนาน ถ้าเสียชื่อเสียงไปคงไม่ต่างอะไรกับการถูกตราหน้าว่าเป็นตัวปัญหาของหมู่บ้านไปตลอด
อันจิ่วเม่ยกวาดสายตามองภายในบ้านหลังใหม่ พื้นที่ของบ้านเต็มไปด้วยข้าวของที่ยังไม่ได้จัดเก็บ โดยเฉพาะห้องของคุณย่าอันที่ยังรกรุงรังอันจิ่วเม่ยมองดูเหล่าลูกหลานที่กำลังเอ้อระเหยลอยชายอยู่หน้าบ้าน สมองอันชาญฉลาดของอันจิ่วเม่ยก็คิดไอเดียออก
เธอจัดให้ย่าอันนั่งพักบนเก้าอี้ไม้มือสองที่เธอเพิ่งซื้อมา เก้าอี้ตัวที่เธอแอบซ่อมด้วยอุปกรณ์ช่างจากมิติพิเศษจนกลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม เหลือเพียงแค่ทาสีน้ำมันเคลือบเท่านั้น
“หลี่ถัง” เสียงหวานใสของอันจิ่วเม่ยแว่วมา พร้อมกับร่างระหงที่ก้าวเดินออกมาด้วยท่าทีอ่อนโยนผิดปกติ
“นายพาภรรยาสุดที่รักและน้องสาวแสนน่ารักไปช่วยอาขนของหน่อยสิจ๊ะ” รอยยิ้มหวานซ่อนเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าหญิงสาว
“เดี๋ยวอาจะให้ลูกอมอร่อย ๆ เป็นรางวัลนะ!”
เพ่ยอิงยืนตะลึง ดวงตากลมโตราวไข่ห่านเบิกกว้างด้วยความอึ้ง สมองพยายามประมวลผลกลยุทธ์อันแยบยลของอีกฝ่าย แต่ก่อนที่ริมฝีปากบางจะทันได้เอื้อนเอ่ยคำคัดค้าน…
“เย้! สุดยอดไปเลย!” เสียงตื่นเต้นของหลี่ถังดังขึ้น ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับดั่งดวงดาว “ไปขนของที่ไหนกันครับอาสะใภ้?”
ท่าทางดุดันไม่เป็นมิตรที่เขาแสดงก่อนหน้านี้หายวับไปในพริบตา เหลือเพียงเด็กชายที่กระโดดโลดเต้นด้วยความหวังว่าจะได้ลูกอม
อันจิ่วเม่ยยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ ดวงตาคมกริบเหลือบมองเพ่ยอิงที่ยังคงอ้าปากค้างด้วยความตะลึง ก่อนจะหันไปตอบหลี่ถังด้วยน้ำเสียงใสซื่อราวเด็กน้อยไร้เดียงสา
“หลานให้ภรรยาสุดที่รักของหลานพาไปสิจ๊ะ ขนของทั้งหมดในห้องย่าอันมาที่นี่นะ!”
เพ่ยอิงยืนนิ่ง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดจนแทบมีควันออกจากหู แต่ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากบ่น ร่างบางก็ถูกหลี่ถังคว้าแขนลากวิ่งปรู๊ดออกไปราวกับลมพัด
เหล่าเด็กน้อยที่เหลือต่างรีบวิ่งตามติด ๆ ไม่เว้นแม้แต่เจียลี่ ดวงตากลมโตของพวกเธอฉายแววหวาดหวั่น กลัวว่าหากทำงานไม่ขยัน อาสะใภ้สามจะเปลี่ยนใจงดแจกลูกอมเสียดื้อ ๆ
บรรยากาศยามสายเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าและเสียงหอบหายใจ เด็ก ๆ วิ่งวุ่นไปมาราวกับผึ้งงานที่กำลังขนน้ำหวาน ขนย้ายข้าวของในห้องของย่าอันจนหมดเกลี้ยง ไม่เว้นแม้แต่เตียงนอนหนึ่งหลังและตู้จิ๋วอีกหนึ่งใบ
อันจิ่วเม่ยยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ พลางถอนหายใจยาวเหยียด ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มบาง “เด็ก ๆ ต้องใช้วิธีแบบนี้แหละถึงจะได้ผล”
อันจิ่วเม่ยยืนแจกลูกอมเป็นรางวัลให้เด็ก ๆ คนละสี่เม็ด แต่เมื่อมาถึงเพ่ยอิงที่ยังคงทำหน้าบูดบึ้งตลอดเวลา เธอจงใจยื่นลูกอมให้เพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น ราวกับเป็นการสั่งสอนเป็นนัย ๆ
บทเรียนนี้ทำให้ทุกคนเข้าใจชัดเจน การขี้เกียจที่นี่ไม่ต่างอะไรกับการเอาไม้ไปแหย่รังต่อ มีแต่จะโดนต่อยจนหน้าบวมเท่านั้น!
เพ่ยอิงยืนนิ่ง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดจนแทบมีควันออกจากหู ดวงตาวาววับด้วยความโมโห “อันจิ่วเม่ย! เธอหมายความว่ายังไงกันแน่ ฮะ?!”
เธอไม่สนใจลูกอมพวกนั้นหรอก ประเด็นสำคัญคืออันจิ่วเม่ยปฏิบัติต่อเธอแตกต่างจากคนอื่นราวกับเธอเป็นตัวประหลาด ทำให้เธอรู้สึกอับอายขายหน้าจนอยากจะมุดดิน
ยิ่งเห็นเจียลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ คอยแลบลิ้นใส่เธอไม่หยุด ราวกับงูพิษที่พร้อมจะฉกกัดทุกเมื่อ ยิ่งทำให้ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นมา
อันจิ่วเม่ยหันมามองเธอ น้ำเสียงเรียบเย็นแต่คมกริบราวใบมีดโกน “อาจะทำอะไร เธอมีสิทธิ์มาถามด้วยหรือ?”
มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “หรือว่าอยากให้ฉันเอาลูกอมยัดปากแทน?”
“อันจิ่วเม่ย!” เสียงตวาดลั่นของเพ่ยอิงดังก้องไปทั่วบริเวณ ความโกรธแค้นระเบิดออกมาในที่สุด
ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด เงาร่างสูงของหลี่เจียเฟิ่งก็ปรากฏที่ประตู เมื่อเห็นความวุ่นวายในบ้าน เขาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ราวกับเห็นฝูงแมลงสาบบุกรุกอาณาเขต
Pchaya
สมน้ำหน้าถูกใช้งาน