ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 85 ไปแจ้งข่าวดีกับหุ้นส่วน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 85 ไปแจ้งข่าวดีกับหุ้นส่วน
บทที่ 85 ไปแจ้งข่าวดีกับหุ้นส่วน
หลังจากออกจากร้านสหกรณ์ อันจิ่วเม่ยก็ขี่จักรยานมุ่งหน้าไปยังสถานีจัดการขยะประจำเมืองทันที เมื่อถึงสถานี เธอเข็นจักรยานเข้าไปจอดไว้ใต้ชายคาอย่างระมัดระวัง เพื่อเลี่ยงแดดที่แผดจ้า
ปกติแล้วลู่เหอจะออกไปขายของ เหลือเพียงผู้พิทักษ์กองขยะอย่างคุณปู่กุ้ยฉาง ที่ตอนนี้ยืนอยู่ท่ามกลางกองขยะ คัดแยกของอย่างตั้งใจ ของที่ยังใช้ได้ก็จะกองไว้ข้าง ๆ อย่างเรียบร้อย
“สวัสดีค่ะคุณปู่!” อันจิ่วเม่ยหยิบห่อกระดาษจากตะกร้าจักรยาน เดินยิ้มแย้มเข้าไปทักทายอย่างร่าเริง
กุ้ยฉางหันมาตามเสียงเรียก พอเห็นว่าเป็นอันจิ่วเม่ย เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แต่กลับเดินหายเข้าไปในบ้านพักของตนทันที
“อ้าว?” อันจิ่วเม่ยอึ้งไปเล็กน้อย นึกสงสัยว่าคุณปู่ทำอะไรถึงจู่ ๆ หายเข้าไปแบบนั้น
ไม่นานนัก กุ้ยฉางก็เดินออกมาพร้อมห่อกระดาษขนาดใหญ่ แล้วยื่นให้อันจิ่วเม่ยทันที
“ของขวัญขึ้นบ้านใหม่ ลู่เหอติดไปขายของ พวกฉันเลยไม่ได้ไปงานของเธอ ถือว่านี่เป็นของขวัญแทนก็แล้วกัน”
ชายชราไม่พูดพล่าม ยื่นกระดาษห่อใหญ่มาใส่อ้อมกอดหญิงสาวแบบไม่ทันตั้งตัว
“ขอบคุณนะคะ” อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้าง คลี่กระดาษออกดู พบว่าเป็นแจกันกระเบื้องสภาพดีเหมือนใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นของที่หายากมากในยุคนี้
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
เธอเงยหน้าขึ้นพูดด้วยสีหน้าขอบคุณ “หนูก็มีของมาฝากคุณปู่กับพี่ลู่เหมือนกันค่ะ วันนั้นไม่เห็นทั้งสองคน เลยคิดว่าคงยุ่งกัน นี่เป็นเนื้อผัดเค็ม เก็บไว้กินได้หลายวัน เอาไว้กินกันนะคะ”
เธอยื่นห่อเนื้อผัดเค็มที่แบ่งมาจากหลี่เจียเฟิ่งให้กุ้ยฉาง ชายชรารับมาพร้อมทำสีหน้าท่าทางนิ่งเฉย แต่ในใจยิ่งรู้สึกเอ็นดูเด็กสาวคนนี้ที่ดูรู้ใจกว่าใคร
“ไม่เห็นต้องลำบากหรอก แต่ก็ขอบใจมากนะ แล้วคราวนี้เธอจะมาขอเฟอร์นิเจอร์อะไรอีกล่ะ?”
กุ้ยฉางแกล้งพูดขรึม ๆ แต่ก็เอาห่อเนื้อไปวางไว้ที่โต๊ะม้านั่ง แล้วกลับไปจัดการขยะของตนต่อ
อันจิ่วเม่ยรีบโบกมือปฏิเสธ “โอ๊ย! คุณปู่คิดมากไปแล้ว หนูไม่ได้มาขออะไรสักหน่อย วันนี้ตั้งใจเอาของมาฝากคุณปู่กับพี่ลู่ แล้วก็มาหาพี่ลู่ด้วยนะคะ”
พูดจบ เธอก็เดินไปแยกขยะช่วยกุ้ยฉางอย่างคล่องแคล่ว เหมือนครั้งก่อนที่เคยทำจนคุ้นเคยดีแล้ว
กุ้ยฉางมองเด็กสาวแล้วลอบถอนใจพลางคิดในใจ ‘ถ้าไม่รู้ว่ายัยหนูนี่แต่งงานแล้ว ฉันคงถามไปแล้วว่าชอบหลานชายฉันรึเปล่า? ‘
แม้จะได้เจอกันแค่ครั้งเดียว แต่กุ้ยฉางก็สัมผัสได้ว่าอันจิ่วเม่ยเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมหรืออะไรซ่อนเร้น
ครั้งก่อนที่เจอกับหลานชาย เขาก็สังเกตว่าเธอวางตัวดี สุภาพ ไม่มีพิรุธใด ๆ เห็นได้ชัดว่าคงไม่มีอะไรเกินเลยระหว่างทั้งสองจริง ๆ
ชายชรานึกถึงหลี่เจียเฟิ่ง ผู้เป็นสามีของอันจิ่วเม่ย ซึ่งเคยมาเชิญเขากับลู่เหอไปงานขึ้นบ้านใหม่ ‘สามียัยหนูนี่โชคดีจริง ๆ’
“เธอนี่แปลกคน ชอบคุ้ยขยะจริง ๆ เป็นสาวเป็นนางไม่น่ามาทำอะไรสกปรก ๆ แบบนี้เลย” กุ้ยฉางแกล้งพูดดักคอด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม
“โธ่คุณปู่ หนูไม่ได้มาคุ้ยขยะเสียหน่อย ของพวกนี้มีค่าออกจะตาย! ยังไงก็ต้องรอพี่ลู่อยู่แล้ว ก็ช่วยคุณปู่คัดขยะไปด้วยสนุกจะตาย”
อันจิ่วเม่ยตอบพร้อมคัดแยกขยะด้วยท่าทางสนุกสนาน
กุ้ยฉางแอบยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ รู้สึกดีที่มีคนมองเห็นค่าของขยะเช่นนี้ เขาจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ปล่อยให้เด็กสาวทำงานต่อไปเงียบ ๆ ขณะที่มองดูเธอด้วยความเอ็นดูและชื่นชม
เวลาผ่านไป กุ้ยฉางเดินไปล้างมือแล้วเดินเข้าบ้านพักไปรินน้ำมาให้อันจิ่วเม่ยหนึ่งแก้ว
“พอได้แล้ว มากินน้ำก่อนจะสนุกอะไรขนาดนั้น”
ในใจก็คิดว่าเด็กคนนี้นิสัยดี หน้าตาน่ารัก แถมยังเคยช่วยชีวิตหลานชายของเขาด้วย เขาควรจะดูแลเธอสักหน่อย
อันจิ่วเมายทำงานมาทั้งเช้า เหนื่อยจนหิวน้ำ เธอไม่เกรงใจ เดินไปที่โต๊ะและรับน้ำมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว แล้วพูดอย่างร่าเริง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณปู่ ยังไงหนูก็ว่างอยู่แล้ว ช่วยคุณปู่ทำงานก็เป็นสิ่งที่ควรทำนะคะ!”
พูดจบ เธอก็วิ่งปรู๊ดไปที่กองขยะและเริ่มแยกประเภทขยะต่อด้วยท่าทางอย่างคล่องแคล่ว
อากาศร้อนระอุของฤดูร้อนยังคงแผดเผา และแมลงวันก็บินว่อนจนน่ารำคาญ แม้แต่กุ้ยฉางที่คลุกคลีกับขยะมานานยังรู้สึกขยะแขยง ไม่ต้องพูดถึงอันจิ่วเม่ยที่เป็นสาวน้อยรักความสะอาดและมีรสนิยมความงามเลย
เมื่อกุ้ยฉางเห็นเธอทำท่าทางกระสับกระส่ายเหมือนอยากทำอะไรสักอย่าง ชายชราก็ส่ายหน้าไปมา ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างออก
“ในเมื่อว่างนัก เธอก็มาช่วยขนของพวกนี้เข้าโกดังหน่อยสิ!”
กุ้ยฉางชี้ไปที่กองของเก่าที่เขารักษาไว้อย่างดีเยี่ยม ของหลายชิ้นยังคงสภาพดีและใช้งานได้อย่างน่าอัศจรรย์
อันจิ่วเม่ยเห็นของบางชิ้นใหญ่เกินกว่าคุณปู่วัยชราจะยกไหวจึงรีบตอบตกลง เธอเดินเข้าไปใกล้และพบว่าขุมทรัพย์เหล่านี้มีตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์โบราณ เสื้อผ้าวินเทจ กระเป๋าสุดคลาสสิก ไปจนถึงหนังสือนับร้อยเล่ม
ขณะที่เธอจดจ่ออยู่กับหนังสือเล่มหนึ่ง กุ้ยฉางก็เอ่ยขึ้นเสียงเบา “ถ้าชอบก็เอาไปอ่านได้เลยนะ แต่อย่าให้ใครรู้ล่ะ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ฉันช่วยเธอไม่ได้นะ”
“จริงเหรอคะ? ขอบคุณมากค่ะคุณปู่!”
อันจิ่วเม่ยยิ้มอย่างดีใจและคว้าโอกาสไว้ทันที แม้ว่าในมิติลับของเธอจะมีหนังสือมากมายแล้ว แต่การได้หนังสือมาอ่านในโลกปกติก็เป็นโอกาสที่ดี เพราะความรู้นั้นมีค่าเสมอในทุกยุคทุกสมัย
กุ้ยฉางพยักหน้าก่อนจะพูดด้วยความหวังดี
“อีกไม่นานก็จะถึงเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัย เก็บไว้อ่านเถอะ ยังไงความรู้ก็สำคัญนะ”
ระหว่างที่ทั้งคู่ช่วยกันขนของ ลู่เหอก็กลับมาถึงสถานีตอนสี่โมงเย็น ในมือถือตะกร้าเปล่า บ่งบอกว่าการค้าขายไปได้สวย
อันจิ่วเม่ยรีบวางของในมือแล้ววิ่งเข้าไปหา
“พี่ลู่! ฉันมีข่าวดีมาบอก!” เธอยื่นเงินมัดจำให้ห้าหยวนพลางอธิบายอย่างกระตือรือร้น
“มีคนอยากสั่งเมล็ดแตงโมคั่วของพี่ตั้งยี่สิบกว่าจิน! เขาบอกให้ส่งที่ตรอก 47 เลขที่ 179 เป็นพนักงานในร้านสหกรณ์ พี่แค่บอกไปว่ามาเยี่ยมญาติ เดี๋ยวคนในบ้านเขาจะจ่ายส่วนที่เหลือให้เอง”
จากนั้นอันจิ่วเม่ยก็ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ “พี่พนักงานขายของที่สหกรณ์ ถ้าพี่สร้างความสัมพันธ์กับเขาได้ อาจช่วยให้ธุรกิจของพี่เติบโตได้มากขึ้นนะคะ”
ลู่เหอยังไม่ทันตั้งตัวก็ต้องรับข่าวดีที่อันจิ่วเม่ยเอามาฝากจนตกใจยิ่งกว่าเดิม ใครจะคิดว่าออเดอร์ใหญ่จะมาถึงมือได้รวดเร็วขนาดนี้
“จริงเหรอ! ขอบคุณมากเลยสหายอัน…อันจิ่วเม่ย!” ลู่เหอพูดด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
“เย็นนี้ต้องฉลองกันหน่อยแล้ว! มากินข้าวด้วยกันนะ ฉันจะรีบกลับไปทำอาหารเดี๋ยวนี้เลย!”
บ้านของลู่เหออยู่ไม่ไกล แค่เดินข้ามถนนจากสถานีขยะไปอีกนิดเดียว แต่เมื่อได้ยินคำเชิญ อันจิ่วเม่ยกลับส่ายหน้าแล้วยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณมากค่ะพี่ลู่ แต่ฉันต้องรีบกลับไปดูแลคุณย่าแล้ว ฉันแค่มาบอกข่าวดีให้พี่รู้เท่านั้นเอง อ้อ! แล้วก็อย่าลืม ตอนไปส่งของต้องระวังตัวด้วยนะคะ อย่าให้ใครจับได้ล่ะ”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
พูดจบ เธอหันไปโบกมือลากุ้ยฉาง “คุณปู่ ตอนนี้ก็เย็นแล้ว หนูขอตัวกลับก่อนนะคะ”
กุ้ยฉางเงยหน้าขึ้นจากกองขยะ เห็นเพียงเงาของอันจิ่วเม่ยที่ปั่นจักรยานจากไปไกล เขาถอนหายใจด้วยความรู้สึกเสียดายนิด ๆ
“โธ่เอ๊ย! สาวน้อยน่ารักแบบนี้ ทำไมถึงไม่ได้เป็นหลานสะใภ้ของฉันนะ?” เขาพึมพำกับตัวเองอย่างอาลัย
อันจิ่วเม่ยไม่รู้เลยว่าคุณปู่ปากแข็งคนนี้รู้สึกเสียดายเธอแค่ไหน เธอก็ปั่นจักรยานกลับบ้านด้วยความสบายใจ พอถึงบ้านก็รีบหุงข้าว ก่อนจะไปซื้อไก่และเป็ดจากบ้านยวี่เฟยตามที่สั่งไว้