ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 84 สร้างพันธมิตรกับร้านสหกรณ์
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 84 สร้างพันธมิตรกับร้านสหกรณ์
บทที่ 84 สร้างพันธมิตรกับร้านสหกรณ์
รูปร่างสูงสง่าของหลี่เจียเฟิ่งในชุดทหารสีเขียวโดดเด่นสะดุดตา ประกอบกับอันจิ่วเม่ยที่ดูอ่อนหวาน ทำให้ทั้งคู่ได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่สถานีตั้งแต่แรก พอเห็นเขาเดินเข้ามา เจ้าหน้าที่ก็ยิ้มกว้างแล้วเอ่ยทักทายทันที
“สหายจะกลับฐานทัพแล้วเหรอครับ? นั่นน้องสาวสหายหรอ หน้าตาดีกันทั้งบ้านเลยนะ น้องสาวสหายแต่งงานหรือยังล่ะ?”
หลี่เจียเฟิ่งชะงักเล็กน้อย ความขุ่นมัวแวบขึ้นในใจ นึกไปถึงตอนจดทะเบียนสมรสที่โรงพยาบาล วันนั้นหมอก็ทักเข้าใจผิดว่าอันจิ่วเม่ยเป็นน้องสาวของเขาเหมือนกัน
‘ทำไมถึงไม่มีใครมองว่าเราเป็นสามีภรรยากันเลยนะ?’ เขาคิดในใจอย่างหงุดหงิด
แม้จะอารมณ์ขุ่น แต่ด้วยหน้าที่ทหารเขาจำต้องตอบคำถามประชาชนด้วยความสุภาพ เขาฉีกยิ้มเล็กน้อย รวบรวมสติแล้วตอบกลับ
“ขอบคุณนะครับ แต่เธอไม่ใช่น้องสาวผมหรอก เธอเป็นภรรยาผมครับ”
คำตอบนั้นทำเอาเจ้าหน้าที่ถึงกับชะงักไป สีหน้าเก้อเขินทันที เพราะตลอดหลายปีที่ทำงานมา เขาไม่เคยเห็นคู่สามีภรรยาคู่ไหนจากกันด้วยท่าทางเรียบเฉยขนาดนี้ โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่ดูร่าเริงไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย
“ฮะ ๆ ขอโทษทีนะครับ ตาผมคงฝ้าฟางแล้ว” เจ้าหน้าที่ยิ้มแหย ๆ แก้เก้อ
หลี่เจียเฟิ่งพยักหน้ารับคำขอโทษเบา ๆ แล้วรีบเดินเข้าไปในชานชาลา ปล่อยให้เจ้าหน้าที่สถานียืนงงกับความเข้าใจผิดอยู่ตรงนั้น
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ช่วงเวลาที่เขารอรถไฟช่างเชื่องช้าและเต็มไปด้วยความทรมาน ภาพอันจิ่วเม่ยตอนที่เดินจากไปยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ปล่อยความว่างเปล่าแผ่ขยายในใจเขาอย่างบอกไม่ถูก
ในขณะที่จิตใจของเขายังคงฟุ้งซ่าน กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากอาหารที่อันจิ่วเม่ยทำให้ค่อย ๆ ลอยมาเบา ๆ
ความอุ่นละมุนจากกลิ่นนั้นค่อย ๆ ปลอบประโลมให้ใจที่ว้าวุ่นของเขาสงบลงทีละน้อย คล้ายกับว่าความห่วงใยของเธอยังคงอยู่ใกล้ ๆ
ในขณะเดียวกันนั้น อันจิ่วเม่ยกลับไม่ได้รีบกลับบ้านหลังจากออกจากสถานีรถไฟ เธอแอบไปหาที่ลับตาคนเพื่อหยิบตระกร้าที่ใส่แตงกวากับบวมออกมาจากมิติของเธอ
ผักพิเศษเหล่านี้ปลูกในมิติลับของเธอใกล้น้ำพุวิเศษที่ทำให้ผักเติบโตเร็วผิดธรรมชาติ ทั้งสวยทั้งอร่อยกว่าผักทั่วไปหลายเท่า
อันจิ่วเม่ยกำลังจัดเรียงผักในตะกร้า ความทรงจำเกี่ยวกับการค้นพบพลังวิเศษของน้ำพุผุดขึ้นมาในความคิด
ย้อนกลับไปเมื่อคืนก่อนที่เธอลองทำแป้งข้าวโพด เธอนำข้าวโพดไปล้างที่น้ำพุในมิติของเธอ แสงสีทองอ่อน ๆ สะท้อนจากผิวน้ำใสกระทบเม็ดข้าวโพดจนเป็นประกาย
เธอสังเกตเห็นความผิดปกติทันที เม็ดข้าวโพดที่เคยมีเปล่งประกายเจิดจ้าราวกับทองคำบริสุทธิ์ กลิ่นหอมแปลกใหม่หอมหวานลอยออกมา ทำให้เธอสัมผัสได้ทันทีถึงพลังที่ซ่อนอยู่ในน้ำพุนั้น
หลังจากที่เธอจัดการทดลองทำแป้งข้าวโพดเสร็จในคืนนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น อันจิ่วเม่ยทดลองทำระบบชลประทานเล็ก ๆ ขุดร่องน้ำจากน้ำพุไปยังแปลงผักที่เพิ่งเริ่มปลูกให้มีน้ำหล่อเลี้ยงพืชผักอย่างสม่ำเสมอ
และผลลัพธ์นั้นเกินคาด เพียงชั่วคืนเดียว เมล็ดผักที่เพิ่งหว่านก็งอกขึ้นเขียวสด ใบอวบมันเงาวาว แตงกวาอวบเต็มลูก ผลิบานดอกและติดผลอย่างรวดเร็ว
แถมรสชาติของแตงกวาที่เธอลองชิมครั้งแรกนั้นยิ่งทึ่ง หวานกรอบเย็นชื่นใจ มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายกลิ่นน้ำค้างในยามเช้า ไม่เหมือนกับผักที่เคยลิ้มรสเลยสักครั้ง
เธอยังพบว่าไม่ว่าจะเป็นผักฤดูใด พืชพรรณในมิตินี้ก็เจริญเติบโตอย่างงดงามราวกับมีเวทมนตร์
อันจิ่วเม่ยคิดว่าตอนที่หลี่เจียเฟิ่งกลับไปที่ฐานทัพเธอตั้งใจจะเอาน้ำพุมาเป็นส่วนประกอบในปุ๋ยที่ตัวเองจะทำ ชาวบ้านจะได้ที่เห็นจะได้คิดว่าเป็นเพราะปุ๋ยที่เธอหมัก
อันจิ่วเม่ยยิ้มน้อย ๆ ขณะจัดแจงผักในตะกร้าให้เรียบร้อย วันนี้เธอตั้งใจจะนำผักพิเศษเหล่านี้ไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ร้านสหกรณ์
นี่เป็นก้าวแรกในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจ เธอมั่นใจว่าเมื่อพวกเขาได้ลิ้มรสผักจากสวนในมิติของเธอแล้ว จะต้องประทับใจไม่มากก็น้อย
อันจิ่วเม่ยวางแผนจะสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับร้านสหกรณ์และรู้ดีว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต้องค่อย ๆ ทำ ไม่ใช่รีบร้อนในนาทีสุดท้าย
อันจิ่วเม่ยเดินมาถึงหน้าร้านสหกรณ์ ก่อนจะตะโกนทักทายพนักงานขายเสียงดังด้วยความมั่นใจ “สวัสดีค่ะ พี่สาว!”
พนักงานขายในร้านสหกรณ์หันมาตามเสียงเรียก เธอตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นอันจิ่วเม่ยอีกครั้ง เพราะเธอเพิ่งขายเนื้อวัวให้เธอไปเมื่อวันก่อน
คราวนี้อันจิ่วเม่ยยังมีตะกร้าผักสดในมืออีกด้วย เดาได้ไม่ยากว่าเธอมาที่นี่เพื่ออะไร
“โห! น้องสาวคนสวย พี่กำลังคิดถึงอยู่พอดีเลย”
พนักงานขายเอ่ยทักทายอย่างร่าเริง พร้อมรอยยิ้มกว้างที่ประดับบนใบหน้า
สองสาวพูดคุยกันอย่างสนิทสนมราวกับเป็นพี่น้องแท้ ๆ คนรอบข้างที่มองอยู่กลับไม่ได้สนใจ คิดว่าอันจิ่วเม่ยแค่แวะมาเยี่ยมญาติตามปกติ
“ขอบคุณที่พี่ช่วยฉันเรื่องเนื้อ นี่เป็นผักสด ๆ จากสวนหลังบ้านค่ะ ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอกนะคะ อย่ารังเกียจเลยนะคะ” อันจิ่วเม่ยยิ้มบางก่อนจะยื่นตะกร้าผักให้อีกฝ่าย
พนักงานขายรับตะกร้าด้วยดวงตาเป็นประกาย “โห! ไม่พิเศษได้ยังไงล่ะ สดขนาดนี้เลยนะ น่ากินชะมัด! แต่น้อง…”
“ฉันชื่ออันจิ่วเม่ยค่ะ แล้วพี่ล่ะคะ?”
“พี่ชื่อฟางหรูจ้ะ แต่จิ่วเม่ยเธอจะให้พี่ทั้งหมดนี้เลยเหรอ?”
อันจิ่วเม่ยพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม “แน่นอนค่ะพี่ฟางหรู บ้านฉันคนไม่เยอะ กินไม่ทันหรอก มีเยอะขนาดนี้ แบ่งให้พี่บ้างน่าจะดีกว่า”
ในยุคนี้ การซื้อขายส่วนตัวเป็นสิ่งต้องห้าม ผักผลไม้ที่เหลือเกินความจำเป็น หากกินไม่หมดก็ต้องปล่อยให้เน่าคาไร่ หรือไม่ก็เอาไปเป็นอาหารไก่และเป็ด
เมื่ออากาศแห้งแล้ง พืชพรรณก็ตายคาต้น แต่เมื่อฝนถล่ม น้ำท่วมขัง ทุกอย่างก็จมหายไปทั้งเป็น ชีวิตในยุคนี้ช่างน่าเศร้าเสียจริง
ฟางหรูถอนหายใจอย่างเสียดาย นึกถึงของดีๆ ที่ต้องเน่าเปื่อยไปในดินอย่างไร้ค่า แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะข้อบังคับ
เธอได้แต่กลืนความอึดอัดนั้นลงไป เมื่อวันนี้อันจิ่วเม่ยแวะมาส่งผักสดให้โดยไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไร ฟางหรูยิ่งรู้สึกเสียดายมากกว่าเดิม
ก่อนที่อันจิ่วเม่ยจะจากไป ฟางหรูก็ดึงแขนเธอไว้อย่างรวดเร็ว พร้อมกระซิบถามอย่างลับๆ ล่อๆ
“จิ่วเม่ย เมล็ดแตงโมเมื่อวาน เธอคั่วเองหรือเปล่า?”
เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย อันจิ่วเม่ยก็พอเดาได้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่แต่แกล้งทำหน้างง ๆ แล้วส่ายหน้าเบา ๆ
“พี่ฟางหรู ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะ เพื่อนฉันเป็นคนคั่วเอง ฉันชอบกิน เขาก็เลยแบ่งมาให้นิดหน่อย”
แต่สำหรับฟางหรูแล้วใครจะทำเธอก็สำคัญขอแค่มีช่องทางที่ได้มาก็พอ “น้องจิ่วเม่ย ลองถามเพื่อนดูสิว่าจะคั่วเพิ่มได้ไหม ฉันอยากได้สักยี่สิบกว่าจิน”
อันจิ่วเม่ยทำหน้าตกใจ พลางตอบอย่างระมัดระวัง “หา? แต่ตอนนี้มันไม่ใช่…”
“อย่าคิดมากน่า!” ฟางหรูรีบตัดบท “ขอแค่เราไม่พูด ใครจะไปรู้ล่ะ จิ่วเม่ยพี่ไม่เอาเปรียบเธอหรอกนะ พี่ให้ค่าน้ำชาสามหยวน”
ฟางหรูนึกถึงเมล็ดแตงโมที่อันจิ่วเม่ยแบ่งให้วันก่อน ทุกคนที่บ้านเธอติดใจไปตาม ๆ กัน เธออยากได้เพิ่มอีก เผื่อส่งไปให้ญาติทางบ้านเกิดด้วย แค่ยี่สิบกว่าจินไม่ถือว่าเยอะอะไรนัก
เห็นอันจิ่วเม่ยยังลังเล ฟางหรูจึงรีบพูดเสริมอีกครั้ง “เอางี้ดีกว่า เรามาทำสัญญากัน ฉันจะจ่ายเงินมัดจำให้ก่อน จะได้ไม่ต้องกลัวว่าพี่จะโกง! พี่ทำงานอยู่ที่ร้านสหกรณ์นี่เอง จะหนีไปไหนได้ น้องจิ่วเม่ยไม่เชื่อใจพี่เหรอ?”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
อันจิ่วเม่ยนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับตกลง
“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวฉันจะลองไปถามเพื่อนดูนะคะ แต่ถ้าเพื่อนฉันคั่วเมล็ดแตงโมเสร็จแล้ว จะให้ส่งให้พี่ได้ยังไงดีคะ?”
ฟางหรูถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นอันจิ่วเม่ยตอบตกลง “บ้านพี่อยู่ใกล้ ๆ นี่เอง ในตรอก 47 เลขที่ 179 เดี๋ยวพี่จะบอกคนที่บ้านไว้ล่วงหน้า ถ้าเพื่อนเธอมาส่ง ก็ให้แกล้งทำเป็นญาติพี่ที่มาเยี่ยมก็แล้วกัน แล้วคนที่บ้านจะจ่ายเงินที่เหลือให้เขาเอง”
พูดจบ ฟางหรูก็ยัดธนบัตรแปดหยวนใส่มืออันจิ่วเม่ยอย่างไม่ลังเล เธออธิบายต่อด้วยน้ำเสียงใจดีและยิ้มละไม “สามหยวนนี้ให้เป็นค่าน้ำชานะ ส่วนอีกห้าหยวนเป็นเงินมัดจำค่าเมล็ดแตงโม”
สองสาวกระซิบกระซาบกันอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ แต่ไม่มีใครสนใจพวกเธอ ไม่มีใครรู้ว่าพวกเธอเพิ่งทำธุรกิจและจ่ายเงินมัดจำกันเสร็จเรียบร้อย