ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 83 กลับฐานทัพ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 83 กลับฐานทัพ
บทที่ 83 กลับฐานทัพ
พนักงานขายที่สหกรณ์เดินออกมาพร้อมกับถือถุงใบใหญ่ในมือพร้อมพูดขึ้นว่า “เกือบสิบจินเลยนะ เธอจะกินหมดไหม?”
“หมดแน่นอนค่ะ! ขอบคุณมากนะคะพี่สาว!” อันจิ่วเม่ยรีบจ่ายเงินตามราคาวันนี้ จากนั้นแอบยัดเมล็ดแตงโมหลากรสใส่อ้อมอกพนักงานอย่างแนบเนียน
“งั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะ คราวหน้าจะเอาผักสด ๆ มาฝากแน่นอนค่ะ” เธอกล่าวลาพร้อมรอยยิ้มสดใส
พนักงานขายของที่สหกรณ์ยิ้มจนตาหยี “ได้เลยจ้ะ แวะมาหาพี่บ่อย ๆ นะจ๊ะ อยากได้อะไรบอกพี่ได้เลย พี่จะเก็บไว้ให้ทุกอย่าง!”
แม้ว่าอันจิ่วเม่ยอาจไม่ได้เอาผักมาฝากทุกครั้ง แต่พนักงานขายก็ยินดีช่วยเก็บของไว้ให้ เพราะยังไงเธอก็ได้กำไรจากส่วนต่างของราคาในและราคาเต็มที่อันจิ่วเม่ยจ่ายให้ การค้าของทั้งสองฝ่ายจึงลงตัวและพอใจกันทั้งคู่
“ขอบคุณค่ะ!” อันจิ่วเม่ยตอบรับอย่างร่าเริง ก่อนจะรีบออกไปซื้อเครื่องปรุงเพิ่มเติม ตั้งใจจะทำเนื้อผัดพริกให้หลี่เจียเฟิ่งติดตัวไปกินระหว่างทาง และเผื่อเพื่อนทหารในกองทัพด้วย
เมื่อกลับถึงบ้าน อันจิ่วเม่ยก็ลงมือทำอาหารทันที กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว แต่โชคดีที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ออกไปทำงานในทุ่งนา ไม่เช่นนั้นคงแห่กันมาขอชิมแน่ ๆ
ย่าอันยิ้มกว้างอย่างภูมิใจในตัวหลานสาว เธอถือไม้เท้ามาช่วยก่อไฟ พลางฟังอันจิ่วเม่ยเล่าเรื่องที่ไปซื้อของที่สหกรณ์อย่างสนุกสนาน
ตกเย็น หลี่เจียเฟิ่งกลับมาถึงบ้านก็สะดุดตาเข้ากับโถดินเผาใบใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องครัว เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนถามออกไป “นี่อะไรเหรอ?”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
อันจิ่วเม่ยซึ่งกำลังง่วนกับการทำอาหาร หันมายิ้มบาง ๆ พลางพูดขณะทำกับข้าว
“อ้อ ฉันหมักเนื้อไว้ พรุ่งนี้จะทำอาหารให้คุณเอาไปกินระหว่างทำงาน และเผื่อให้เพื่อน ๆ ของคุณด้วย”
หลี่เจียเฟิ่งนิ่งไปชั่วขณะ รู้สึกอบอุ่นใจอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน เขาสร้างเงินสร้างทองให้ตระกูลหลี่มาไม่น้อย แต่กลับไม่เคยได้รับความใส่ใจอย่างนี้เลย…จนกระทั่งวันนี้
เขายิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว มองอันจิ่วเม่ยที่กำลังตั้งใจทำอาหารด้วยแววตาอ่อนโยน ‘นี่สินะ ความรู้สึกของการมีครอบครัว’ เขาคิดในใจอย่างเงียบ ๆ ใจเขาเผลออยากอยู่ที่นี่นานขึ้นสักหน่อย
เป็นครั้งแรกที่ความคิดจะไม่กลับไปที่กองทัพผุดขึ้นมา ทำเอาเขาตกใจตัวเองไม่น้อย
เสียงใส ๆ ของอันจิ่วเม่ยดึงเขากลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
“ทำไมเงียบไปล่ะ คุณไม่ชอบเหรอ?” เธอเหลือบมองเขาอย่างลังเล นึกว่าเขาอาจไม่พอใจที่เธอใช้เงินไปกับการเตรียมอาหาร
หลี่เจียเฟิ่งรีบดึงสติกลับมาพูดน้ำเสียงนุ่มนวล “เปล่าหรอก…กลัวว่าเธอจะเหนื่อย เห็นทำหลายอย่าง”
อันจิ่วเม่ยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ “ไม่เหนื่อยหรอกค่ะ มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว อีกอย่างคุณย่าก็มาช่วยด้วย สนุกจะตายค่ะ พรุ่งนี้จะฉันเตรียมให้คุณหลายอย่างเลยนะ”
“อากาศก็ร้อนแบบนี้ เธอไม่ต้องเตรียมมากมายหรอก…” หลี่เจียเฟิ่งพึมพำขณะพับแขนเสื้อขึ้น เตรียมจะเข้ามาช่วยเธอหั่นผัก ดวงตาเขาชำเลืองมองเนื้อในโถดินเผา
เธอคงใช้เวลาทั้งวันเพื่อเตรียมมัน แถมยังต้องทำมื้อเย็นอีก เขาไม่เคยนึกเลยว่าเธอจะลงแรงทำให้เขาโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ
“ฉันไม่เหนื่อยหรอก” อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้าง “เดี๋ยวคุณไปถึงแล้วอย่าลืมเขียนจดหมายมาบอกด้วยนะ ฉันจะได้เตรียมส่งของไปให้บ่อย ๆ ”
หลี่เจียเฟิ่งได้แต่พยักหน้ารับอย่างเงียบ ๆ เขาก้มหน้าหั่นผักไปอย่างตั้งใจ แต่อันจิ่วเม่ยก็ไม่ติดใจความเงียบนี้ เธอยังคงฮัมเพลงเบา ๆ อย่างร่าเริงไปตลอดการทำอาหาร
ในขณะที่หลี่เจียเฟิ่งกังวลที่ต้องจากไปในไม่ช้า อันจิ่วเม่ยกลับดูสดใสราวกับเบิกบานใจ เธออดนึกไม่ได้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ช่างสบายใจยิ่งนัก สามีเองก็ไม่อยู่บ้านบ่อยนัก ซ้ำยังส่งเงินมาให้เธอทุกเดือน
ความรู้สึกที่ไม่ต้องคอยระวังสายตาของหลี่เจียเฟิ่งช่างเป็นความสุขที่หาจากไหนไม่ได้เลย!
คืนนั้นหลี่เจียเฟิ่งนอนกระสับกระส่ายอย่างผิดปกติ แม้จะได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของอันจิ่วเม่ยจากเตียงข้าง ๆ แต่ใจเขากลับไม่อาจสงบลงได้ ความกังวลแล่นพล่านในอก
ทั้งที่รู้ว่าได้ทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว แถมอันจิ่วเม่ยก็สามารถดูแลตัวเองได้ดี แต่ทำไมถึงยังรู้สึกห่วงใยไม่หาย?
หลี่เจียเฟิ่งพลิกตัวไปมาบนเตียง พยายามหาคำตอบให้กับความรู้สึกประหลาดนี้ สุดท้ายก็สรุปว่าคงเป็นเพราะความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับการมีครอบครัวนั่นเอง
เมื่อนอนไม่หลับ เขาจึงลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ ย่องออกไปที่ลานบ้าน จัดการเล้าไก่เป็ดให้แน่นหนา ป้องกันลมแรง จากนั้นก็หันไปมองกำแพงบ้านด้วยสายตาครุ่นคิด นึกถึงครั้งที่ซื่อหงเคยปีนเข้ามาได้
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มความปลอดภัย หลี่เจียเฟิ่งจึงคว้ากระเบื้องเหลือใช้จากการสร้างบ้านมาทุบเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วใช้ดินเหนียวฉาบบนยอดกำแพง ก่อนจะปักชิ้นกระเบื้องแหลมคมไว้ด้านบน เสมือนการสร้างกับดักให้ผู้บุกรุก
เพียงไม่นาน ท้องฟ้าก็เริ่มสว่าง พอดีกับที่อันจิ่วเม่ยเดินหาวออกมา เธอหลี่เจียเฟิ่งเพิ่งกระโดดลงมาจากยอดกำแพง
เธอมองดูอย่างละเอียดแล้วเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นยอดกำแพงเต็มไปด้วยกับดักเศษกระเบื้องแหลมคม
“หืม? คุณไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเหรอ?” อันจิ่วเม่ยทำตาโตด้วยความประหลาดใจ มองหน้าหลี่เจียเฟิ่งที่ดูอิดโรยแต่ยังคงหล่อเหลาเช่นเคย
อันจิ่วเม่ยแอบคิดในใจ ‘ถ้าไม่รู้ว่าเขาเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ ฉันคงคิดว่าเขากำลังตกหลุมรักฉันแบบหัวปักหัวปำแน่ ๆ ‘ แต่เธอก็ไม่กล้าพูดออกมา
“อืม…นอนไม่หลับ เลยลุกมาทำงานน่ะ” หลี่เจียเฟิ่งตอบเสียงเรียบ พยายามไม่ให้อันจิ่วเม่ยจับพิรุธได้
“อยู่กันแค่สองคน ทำแบบนี้จะได้ปลอดภัยขึ้น”
อันจิ่วเม่ยรู้สึกซาบซึ้งจนแทบจะกระโดดกอด แต่ทำได้แค่คิด เธอรีบไปอาบน้ำแล้วมุดเข้าครัวเตรียมอาหารเช้า พร้อมกับจัดอาหารไว้ให้เขาระหว่างเดินทาง
หลี่เจียเฟิ่งอาบน้ำ เปลี่ยนชุดเป็นเครื่องแบบทหารเต็มยศเตรียมตัวเดินทาง แล้วมานั่งทานข้าวด้วยกัน
“ถ้ามีอะไรก็เขียนจดหมายมาหาฉัน หรือด่วนจะไปหาต้าหวังแทนก็ได้ แต่ห้ามไปยุ่งกับบ้านเก่าของฉันเด็ดขาด ฉันจะส่งเงินกลับมาให้เธอแบ่งให้พ่อแม่ฉันเดือนละหกหยวนก็พอ ที่เหลือเก็บไว้ใช้ ขาดเหลืออะไรก็บอกมา” เขากำชับด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ค่ะ” อันจิ่วเม่ยยิ้มหวาน “คุณตั้งใจทำงานเถอะ ที่นี่ไม่ต้องเป็นห่วง”
“ฉันเตรียมอาหารไว้ให้ไปกินระหว่างทางแล้ว ทำเยอะเลย ทานกับเพื่อน ๆ ได้” อันจิ่วเม่ยเดินไปหยิบปิ่นโตสามชั้นสองเถายื่นให้เขา พร้อมโถดินเผาที่ปิดผ้าขาวอย่างดี
“ในปิ่นโตมีเนื้อผัดพริก ส่วนในโถ่นี่คือเนื้อผัดเค็ม เก็บได้นาน ฉันทำเยอะ คุณเอาไปแบ่งเพื่อน ๆ ก็ได้ค่ะ”
อันจิ่วเม่ยส่งยิ้มอบอุ่น พูดเสียงนุ่ม “หลี่เจียเฟิ่ง คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วนะ ฉันจะรอคุณกลับมา ดูแลตัวเองด้วยนะ”
คำพูดนั้นทำให้หลี่เจียเฟิ่งชะงัก นี่เป็นครั้งแรกที่มีใครพูดกับเขาแบบนี้ หัวใจของเขาอบอุ่นขึ้นมา
“ได้” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะรีบจัดการอาหารเช้าแล้วเตรียมตัวออกเดินทาง
ทั้งคู่ขี่จักรยานคู่ใจมุ่งหน้าไปสถานีรถไฟ อันจิ่วเม่ยนั่งซ้อนท้าย โอบโถดินเผาแนบอก กระเป๋าเป้ที่ถือไว้เบาจนเธอรู้สึกเหมือนถือกระเป๋าเปล่า ส่วนปิ่นโตสองเถาที่เตรียมอาหารไว้ หลี่เจียเฟิ่งก็จัดการแขวนไว้กับที่จับจักรยาน
ร่างสูงใหญ่ของเขาช่วยบดบังลมแรงและแสงแดดยามเช้าที่ส่องมาได้อย่างดี อันจิ่วเม่ยรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ขณะที่เธอซ้อนท้ายอยู่ตรงนั้น เธออดอมยิ้มบาง ๆ ไม่ได้
เมื่อมาถึงสถานี อันจิ่วเม่ยส่งมอบทุกสิ่งที่เตรียมไว้ให้หลี่เจียเฟิ่ง เขารับของจากเธอเงียบ ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ที่นี่อากาศร้อน เธอกลับไปเถอะ ไม่ต้องเข้าไปส่งข้างในหรอก”
แม้คำพูดจะเหมือนไล่ แต่ในใจเขากลับรู้สึกเป็นห่วง อันจิ่วเม่ยมองเขาด้วยแววตาอ่อนโยนและเข้าใจ เธอพยักหน้ารับก่อนยิ้มบาง ๆ ให้
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ได้ค่ะ… อย่าลืมเขียนจดหมายมาหาฉันนะคะ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“อืม” หลี่เจียเฟิ่งพยักหน้าตอบสั้น ๆ ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่ดวงตากลับสะท้อนความอาวรณ์บางเบา
“งั้น ฉันไปก่อนนะคะ” อันจิ่วเม่ยกล่าวลาแล้วหมุนจักรยานสีชมพูสดใสขี่กลับไปอย่างร่าเริง
หลี่เจียเฟิ่งมองตามหลังเธอจนลับสายตา ความอุ่นใจอ้อยอิ่งในใจเขาก่อนที่เขาจะหันหลังเดินเข้าสถานีไปด้วยท่าทางสงบนิ่ง
Pchaya
ตกหลุมรักภรรยาแล้วสิ