ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 86 ทดลองสินค้า
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 86 ทดลองสินค้า
บทที่ 86 ทดลองสินค้า
เมื่อกลับถึงบ้าน อันจิ่วเม่ยพาสัตว์ทั้งสองไปใส่เล้าที่หลี่เจียเฟิ่งเพิ่งปรับปรุงอย่างดี ก่อนเดินเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารเย็น
เธอแอบหยิบผักวิเศษจากมิติลับมาสับใส่จานเล็ก ๆ แล้วยกไปให้เป็ดและไก่ในเล้า ได้เห็นพวกมันกินอย่างเอร็ดอร่อยก็อดยิ้มไม่ได้
เพราะหลี่เจียเฟิ่งไม่อยู่บ้านวันนี้ อันจิ่วเม่ยจึงรู้สึกสบายใจมากขึ้น เธอสามารถหยิบผักวิเศษในมิติออกมาใช้ได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลว่าความลับจะถูกเปิดเผย
ส่วนคุณย่าของเธอก็ไม่ทันสังเกตว่าผักในวันนี้มีลักษณะพิเศษ คิดเพียงว่าเป็นผักสดที่ใครสักคนให้มา
หลังจากได้ลิ้มลอง คุณย่าก็ถึงกับตาวาว “ผักวันนี้ช่างสดอวบน้ำ อร่อยมากเลย!”
“ถ้าชอบก็ทานเยอะ ๆ นะคะ หนูยังมีอีกเพียบ” อันจิ่วเม่ยรีบคีบผักใส่จานคุณย่า เสียงกรอบของผักสดยามเคี้ยวยิ่งเสริมให้อาหารมื้อนี้อร่อยจนคุณย่าวางตะเกียบไม่ลง ในที่สุดก็ต้องขอเติมข้าวอีกจาน
เมื่อถึงเวลาดึกสงบ อันจิ่วเม่ยเข้าไปในมิติลับของเธอ สวนผักเล็ก ๆ ในมิติแห่งนี้เต็มไปด้วยพืชผักนานาชนิดที่เธอบรรจงเพาะปลูกและดูแล
หลังจากจัดการแปลงผักเสร็จ เธอเริ่มลงมือทำแป้งจากพืชหลากชนิดเพื่อเก็บไว้ใช้ในมื้อเช้า
ในขั้นตอนนี้เธอต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เพราะแม้พืชในมิติเธอจะมีหลากหลาย แต่หากในโลกจริงไม่มีพืชชนิดนั้นก็อาจสร้างข้อสงสัยให้คนรอบข้างได้
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
เช้าวันรุ่งขึ้น อันจิ่วเม่ยตื่นขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง หยิบแป้งที่เตรียมไว้ล่วงหน้าจากมิติลับด้วยความรู้สึกตื่นเต้น
ในตอนแรกเธอเคยคิดอยากปลูกข้าวโพด แต่เมื่อทดลองทำและได้พิจารณาดูอย่างถี่ถ้วนก็ต้องถอดใจ
เนื่องจากข้าวโพดต้องใช้พื้นที่ปลูกกว้างและขั้นตอนการเก็บเกี่ยวก็ยุ่งยาก สุดท้ายเธอจึงเลือกพืชตระกูลถั่วที่เติบโตง่ายกว่า และสามารถแปรรูปได้หลากหลาย
นอกจากนี้ อันจิ่วเม่ยยังได้ใช้สูตรลับจากตำราในมิติ เพื่อหมักซอสถั่วเหลืองในแบบเฉพาะของตัวเอง กลิ่นหอมของซอสที่ได้ทำให้เธอรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว อันจิ่วเม่ยจึงหยิบถั่วงอกสด ๆ ที่ทดลองปลูกไว้ออกมาจากมิติลับ ตามด้วยอ่างไม้ที่ใส่แป้งถั่วสำเร็จรูป
เธอโรยเกลือลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ มือเรียวสวยค่อย ๆ ใช้นิ้วทำหลุมเล็ก ๆ ตรงกลางกองแป้ง จนดูราวกับภูเขาที่มีแอ่งน้ำอยู่กลางยอด
จากนั้นจึงค่อย ๆ เทน้ำอุ่นลงไปเบา ๆ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของแป้งสดลอยฟุ้งในอากาศยามเช้า เติมเต็มบรรยากาศให้ทั้งครัวดูอบอุ่นและชวนให้นึกถึงอาหารแสนอร่อยที่กำลังจะเกิดขึ้น
อันจิ่วเม่ยเริ่มนวดแป้งอย่างใจเย็น ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการนวดให้แป้งเนียนนุ่ม เมื่อแป้งเริ่มเหนียวและยืดหยุ่นได้ที่ เธอห่อแป้งด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ วางพักไว้
เมื่อพักแป้งครบสองชั่วโมง อันจิ่วเม่ยค่อย ๆ แบ่งแป้งออกเป็นก้อนเล็ก ๆ แล้วบรรจงรีดแต่ละก้อนจนได้แผ่นบางเท่า ๆ กัน
จากนั้นเธอใช้มีดกรีดแป้งเป็นเส้นยาวเรียวจนได้เส้นบะหมี่ที่สวยงามสมดังใจ
เธอมองเส้นบะหมี่ฝีมือตัวเองด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ แน่ใจว่าสิ่งที่ทำออกมาต้องเหนียวนุ่มและอร่อยเป็นพิเศษ
มื้อเช้าวันนี้จึงเป็นเมนูพิเศษที่อันจิ่วเม่ยตั้งใจทำสุดฝีมือ บนโต๊ะอาหารมีผัดถั่วงอกที่คลุกเคล้าซอสหมักสูตรเฉพาะตัวของเธอ
บะหมี่ทำมือจากแป้งถั่วสดใหม่ และน้ำซุปร้อน ๆ ที่ปรุงด้วยซอสหมักเช่นกัน
เมื่อจัดอาหารเสร็จเรียบร้อย อันจิ่วเม่ยยกชามบะหมี่และผัดถั่วงอกวางลงบนโต๊ะ จากนั้นก็ไปประคองย่าอันมานั่งพร้อมรอยยิ้ม
ย่าอันคีบเส้นบะหมี่ขึ้นชิมอย่างช้า ๆ จากนั้นก็ตักยำแตงกวาที่อยู่ข้างกันขึ้นชิม อันจิ่วเม่ยมองคุณย่าด้วยสายตาเป็นประกาย ใบหน้าเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เธอถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น “คุณย่าเป็นยังไงบ้างคะ? อร่อยไหม?”
ย่าอันพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “อร่อยมากเลยจ้ะ หลานสาวย่าทำอะไรก็อร่อยทั้งนั้น บะหมี่ชามนี้เส้นทั้งเหนียวและนุ่ม ส่วนน้ำซุปก็มีกลิ่นหอมกลมกล่อม ย่าไม่เคยกินอะไรแบบนี้มาก่อนเลยจริง ๆ”
อันจิ่วเม่ยยิ้มแห้ง ๆ พลางเอ่ยเสียงเบาอย่างกังวล
“โธ่ คุณย่าค่ะ อยากให้คุณย่าบอกความจริงกับหนูนะคะ ไม่ใช่แค่ชมให้หนูสบายใจไปงั้น ๆ”
เธอสงสัยว่าย่าอันอาจจะแกล้งชมเธอเพื่อให้รู้สึกดี เพราะอาหารที่ทำวันนี้ก็เป็นเพียงเมนูธรรมดา แต่กลับได้รับคำชมว่าอร่อยราวกับอาหารชั้นเลิศ
ย่าอันหันมามองหลานสาวพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ย่าพูดจริงนะ อันจิ่วเม่ย อาหารที่หลานทำมันอร่อยจริง ๆ ย่าไม่ได้พูดเอาใจหลานเลยสักนิด”
จากนั้นคุณย่าก็อธิบายเพิ่มเติม “ย่าอายุปูนนี้แล้ว กินอะไรก็ไม่ค่อยถูกปาก ส่วนใหญ่ก็แค่กินเพื่ออยู่ไปวัน ๆ แต่กับอาหารที่หลานทำวันนี้ ทั้งทานง่ายและมีรสชาติที่ทำให้ย่าทานได้เยอะกว่าปกติ โดยเฉพาะบะหมี่ชามนี้ หอมอ่อน ๆ กลมกล่อม ไม่เหมือนบะหมี่ที่ย่าเคยกินมาก่อนเลย ส่วนผัดถั่วงอกจานนี้ก็กรอบหวาน รสชาติดีมาก ๆ”
อันจิ่วเม่ยได้ยินคำชมนั้นก็รู้สึกวางใจ เธอยิ้มกว้างและเอ่ยด้วยความมุ่งมั่น พลางขยิบตาให้คุณย่า
“ฮิ ๆ ดีแล้วค่ะคุณย่า คราวนี้หนูตั้งใจทำเรื่องที่ใหญ่มาก ๆ คุณย่าจะต้องแปลกใจและภูมิใจในตัวหนูแน่ มาก ๆ !”
คุณย่าอันแม้จะงง ๆ ว่าหลานสาวกำลังคิดจะทำอะไร แต่เธอเชื่อมั่นในตัวหลานทุกอย่าง จึงเอ่ยให้กำลังใจด้วยรอยยิ้ม “ย่าเชื่อว่าหนูทำได้แน่ ๆ”
พูดจบคุณย่ายังกำหมัดชูขึ้นมา ทำท่าเชียร์หลานสาวราวกับนักมวยปล้ำ ทำให้อันจิ่วเม่ยหัวเราะจนท้องแทบแข็ง
ความอบอุ่นของเช้าวันนี้แผ่ซ่านไปทั่วห้องอาหารเล็ก ๆ ความสัมพันธ์ของย่ากับหลานกลับมาเหมือนเดิม แทบดูเหมือนจะดีกว่าเดิมจนน่าอิจฉา!
ตอนเที่ยง อันจิ่วเม่ยเตรียมถั่วงอกและอาหารฝีมือตัวเองใส่โถรวมถึงซอสหมักสูตรพิเศษ ก่อนมุ่งหน้าไปยังบ้านผู้นำหมู่บ้าน
ระหว่างทางที่เธอเดินถือของพะรุงพะรัง ผู้คนที่เห็นพากันมองตามจนคล้ายขบวนพาเหรดเล็ก ๆ ทุกคนต่างสงสัยว่าเธอกำลังจะเอาของไปเอาใจผู้นำหมู่บ้าน แต่ไม่มีใครกล้าถามตรง ๆ ทำให้หลายคนงุนงงเหมือนไก่ตาแตก
อันจิ่วเม่ยคิดในใจว่า เมื่อการเจรจาเรื่องนี้สำเร็จ ทุกคนก็จะเข้าใจเอง!
เมื่อไปถึงบ้านผู้นำหมู่บ้าน อันจิ่วเม่ยพบว่าที่บ้านนั้นเงียบสงัด มีเพียงภรรยาของผู้นำหมู่บ้านที่กำลังดูแลเด็กน้อยไม่กี่คนซึ่งวิ่งเล่นกันสนุกสนานอยู่ในลานบ้าน
อันจิ่วเม่ยยิ้มทักทายอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ ป้าไป๋”
ไป๋ชิงหันมามองหลานสาวด้วยความแปลกใจ “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า จิ่วเม่ย?”
“หนูมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับลุงเหวินค่ะ ไม่ทราบว่าป้าพอจะให้คุณลุงกลับมาสักครู่ได้ไหมคะ?”
พูดจบ อันจิ่วเม่ยวางอาหารที่เตรียมมาให้ป้าไป๋ดูทีละจาน พร้อมอธิบายถึงโครงการที่เธออยากให้ชาวบ้านได้ร่วมมือกับสหกรณ์
ไป๋ชิงที่ได้ฟังถึงกับตาโตอย่างตื่นเต้น ก่อนรีบส่งหลานชายไปตามสามีกลับมาจากทุ่งนาอย่างเร่งด่วน
ระหว่างที่รอไป๋ชิงก็แสดงความเป็นมิตรสุด ๆ ถึงกับรินน้ำหวานเย็นให้เธอดื่มอย่างกับต้อนรับแขกคนสำคัญ
หลานชายที่วิ่งไปตามปู่ก็บอกแค่ว่ามีเรื่องด่วน ผู้นำหมู่บ้านได้ยินก็ตกใจ คิดว่าอาจเกิดปัญหากับบ้านของอันจิ่วเม่ยอีกแล้ว เขาจึงรีบวิ่งกลับมา สีหน้าเคร่งเครียดราวกับจะมีสงคราม
พอก้าวเข้าบ้าน เขาก็ถามเสียงดังด้วยความกังวล “เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่บ้านเธออีกล่ะ?”
อันจิ่วเม่ยรีบอธิบายจุดประสงค์ที่แท้จริงให้ผู้นำหมู่บ้านฟัง พร้อมโชว์ตัวอย่างสิ่งที่เธอเตรียมมา
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ลุงเหวินคะ หนูอยากให้หมู่บ้านเราร่วมมือกับร้านสหกรณ์ค่ะ ส่งผักตามฤดูกาลให้เขาเป็นประจำ และยังมีสินค้าอีกอย่างหนึ่งที่เราสามารถส่งให้เขาได้เรื่อย ๆ”
เธออธิบายเพิ่มเติมว่า สหกรณ์นั้นขาดแคลนอาหาร เนื้อก็ราคาสูง ข้าวก็ไม่พอ ผักสดก็ขาดตลาด
“หนูคิดจะสอนชาวบ้านเพาะถั่วงอก ทำแป้งจากถั่ว และทำซอสหมักสูตรเฉพาะ ซึ่งจะมีแค่หมู่บ้านเราเท่านั้นที่ทำได้ วิธีนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้หมู่บ้านค่ะ ไม่แน่นะคะ อาจทำให้หมู่บ้านเราได้เป็นหมู่บ้านดีเด่น”