ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 87 อันจิ่วเม่ยเสนอแนวคิด
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 87 อันจิ่วเม่ยเสนอแนวคิด
บทที่ 87 อันจิ่วเม่ยเสนอแนวคิด
เมื่อผู้นำหมู่บ้านได้ยินคำว่า “หมู่บ้านดีเด่น” ดวงตาก็ถึงกับเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น เพราะตำแหน่งนี้หมายถึงทรัพยากรและการสนับสนุนมากมายที่จะหลั่งไหลเข้ามา
ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านก็จะดีขึ้นตามไปด้วย ก่อนหน้านี้ เขายังรู้สึกหนักใจและกังวลกับปัญหาต่าง ๆ ที่หมู่บ้านต้องเผชิญ
แต่ตอนนี้ อันจิ่วเม่ยกลับเป็นคนที่คิดหาทางออกและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับหมู่บ้านด้วยความมุ่งมั่น เหวินฟู่รู้สึกอึ้งในความฉลาดและมองการณ์ไกลเกินวัยของหญิงสาวคนนี้ทันที
ผู้นำหมู่บ้านมองหลานสาวอย่างไม่อยากเชื่อ “อันจิ่วเม่ย นี่เธอพูดจริง ๆ เหรอ?”
มือเขาสั่นระริกราวกับคนเพิ่งถูกรางวัลใหญ่ เรื่องนี้ช่างเหนือความคาดหมายจนแทบไม่กล้าฝัน!
“จริงยิ่งกว่าจริงค่ะ”อันจิ่มเม่ยพยักหน้าหงึก ๆ ดวงตาเป็นประกาย “ตอนนี้ร้านสหกรณ์ขาดแคลนอาหารและผักสดจนหัวปั่น นี่แหละโอกาสทองของพวกเรา! ถ้าเราช้า คนอื่นจะฉกฉวยไปก่อนก็ได้นะคะ เราต้องรีบคว้าไว้”
เหวินฟู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “พูดง่ายแต่ทำยากนะ ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แถมหมู่บ้านเราก็ไม่มีอะไรโดดเด่น แถมหมู่บ้านของเราก็ใช่ว่าจะรู้หนังสือกัน จะไปสู้หมู่บ้านอื่นได้ยังไง”
แม้จะทุ่มเทสุดหัวใจเพื่อลูกบ้าน แต่เหวินฟู่ก็รู้สึกหมดหวังกับข้อจำกัดมากมาย
“ไม่เป็นไรค่ะ อย่างน้อยเราก็ต้องลองนะคะ” อันจิ่วเม่ย พูดอย่างมุ่งมั่น “นี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่จะช่วยชาวบ้านได้ ทั้งลุงและชาวบ้านเคยช่วยหนูมาตั้งเยอะ คราวนี้ถึงคิวหนูบ้างแล้ว ใครจะรู้บางทีเราอาจจะทำสำเร็จก็ได้นะคะ?”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ไป๋ชิงที่นั่งฟังอยู่ ตาเป็นเป็นประกาย รีบสนับสนุนทันที “นั่นสิ ลองดูก็ไม่เสียหลาย ถ้าสำเร็จก็ดีไม่ใช้เหรอ? ไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเราก็ได้ลองทำ นะ”
เหวินฟู่ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตบขาดังผัวะ
พร้อมอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น
“เอาสิ! ลองดูเลย ถ้าเธอทำสำเร็จจริง ๆ นะ รับรองว่าชื่อของเธอจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์หมู่บ้านเราเลยทีเดียว!”
“และฉันสาบานได้เลยว่า ต่อให้ใครอยากรังแกเธอ ก็ต้องคิดหนักก่อนจะกล้าทำแน่”เหวินฟู่ประกาศก้อง
หัวใจของเหวินฟู่เต้นรัวด้วยความตื่นเต้น ชีวิตมาครึ่งทางแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขากล้าฝันไกลขนาดนี้ แต่ในใจกลับเปี่ยมไปด้วยความหวัง
ถ้าแผนนี้สำเร็จ ไม่ใช่แค่ได้เข้าร่วมประกวด แต่อาจคว้าแชมป์มาครองเลยก็ได้!
อันจิ่ยเม่ยรู้สึกโล่งอกเมื่อได้รับไฟเขียวจากหมู่บ้านเธอรีบหยิบถั่วงอกสด ๆ อาหารและซอสหมักที่เตรียมมาให้เขาลองชิม ต้องแน่ใจก่อนว่าอร่อยถูกปาก จึงจะมีความมั่นใจพอไปเจรจากับคนอื่นต่อไป
“ลุงเหวินกับป้าไป๋ลองชิมดูสิค่ะ”
เหวินฟู่ค่อย ๆ ชิมทีละคำ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะทำงานมาทั้งวันจนหิวโซ หรือเพราะอะไร แต่พอได้ลิ้มรสอาหาร ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างเป็นประกาย!
ผัดถั่วงอกที่ดูจะธรรมดาแต่กลับ กรอบหอมหวาน บะหมี่ก็มีรสชาติแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เป็นอาหารที่เขาไม่เคยสัมผัสลิ้นมาก่อนในชีวิต
“เยี่ยมมาก! อร่อยสุด ๆ ไปเลย! ฝีมือเธอนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ!” เหวินฟู่ชมไม่ขาดปาก พลางตักกินอย่างเอร็ดอร่อยอีกหลายคำ
ไป๋ชิงเห็นสามีกินอย่างเอร็ดอร่อยจนน้ำลายสอ ก็อดใจไม่ไหว ต้องขอลองชิมดูบ้าง และแล้วเธอก็ต้องยอมรับว่า อาหารนี้อร่อยจริง ๆ อย่างที่สามีว่า!
“บะหมี่นี้รสชาติดีมาก เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุบก็อร่อยแถมถั่วงอกสดนี้ก็อวบอ้วน รสชาติหวานกรอบ” สองสามีภรรยา ร้องอุทานด้วยความตื่นเต้น “ไม่รู้ว่าเธอใส่อะไรบ้าง แต่มันอร่อยมากเลย!”
อันจิ่วเม่ยให้สองสามีภรรยากินไปพร้อมกับน้ำเสนสินค้าที่แปรรูปจากถั่วร่วมทั้งซอสหมักสูตรลับ
พวกเขาชมเชยกันไม่หยุดปาก ก่อนจะเรียกเด็ก ๆ ที่กำลังยืนน้ำลายยืดในลานบ้านให้เข้ามาลิ้มลอง แจกให้คนละคำ เด็ก ๆ กินอย่างเอร็ดอร่อยจนตาเป็นประกาย
อย่างไรก็ตาม ผู้นำหมู่บ้านยังรู้สึกกังวลใจอยู่บ้าง จึงถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “จิ่วเม่ย ฉันขอถามอะไรหน่อย เธอต้องตอบฉันตามตรงนะ”
อันจิ่วเม่ยพยักหน้ารับ เหวินฟู่จึงถามต่อ “ลับนี่ เธอจะยอมเปิดเผยให้คนทั้งหมู่บ้านจริงๆ หรือ?”
อันจิ่วเม่ยไม่ต้องคิดเลยสักวินาที ส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “ไม่มีทางค่ะ!”
เห็นสีหน้างุนงงของผู้ใหญ่บ้าน เธอจึงรีบอธิบายอย่างกระตือรือร้น “หนูหมายความว่าไม่ได้สอนให้ทุกคนหรอกค่ะ แต่จะเลือกคนที่เหมาะสมมาสอน หนูอยากให้หมู่บ้านเราพัฒนาแบบเร็ว แน่นอนว่าตัวหนูเองก็จะได้ประโยชน์ด้วย แต่ไม่ใช่ว่าหนูจะยอมช่วยทุกคนนะคะ พวกที่เคยมีปัญหากับหนู คนที่นิสัยแย่ ๆ คนที่ไม่ซื่อสัตย์ หนูไม่เอาค่ะ”
“คุณลุงเหวินค่ะ อย่าโกรธที่หนูพูดตรง ๆ นะคะ”อันจิ่วเม่ยพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ถ้าเราจะร่วมมือกับร้านสหกรณ์จริง ๆ เราต้องรับประกันคุณภาพของผักสิคะ ถ้าผักจากบ้านไหนก็ได้ส่งไป มันจะไม่เป็นการทำลายความไว้วางใจที่ผู้นำสหกรณ์มีต่อเราหรือคะ?”
เหวินฟู่พยักหน้าเห็นด้วย คิดในใจว่าที่อันจิ่วเม่ย พูดมานั้นมีเหตุผลมาก
เรื่องคุณภาพสินค้านี่ ไม่ต้องให้อันจิ่วเม่ยพูด เขาก็จะควบคุมอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว ส่วนคนที่เคยมีปัญหากับอันจิ่วเม่ย เธอจะไม่ช่วยก็ตามสบาย ความคิดนี้ทั้งหมดเป็นของเธอ เขาจะไปบังคับได้ยังไงกัน?
พวกนั้นสมน้ำหน้าแล้ว! อันจิ่วเม่ยคิดอย่างสะใจ
ด้วยความมุ่งมั่นเหวินฟู่พยักหน้าแน่วแน่ ประกาศก้องว่า “ตกลง! ขอแค่เธอจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ฉันจะทำตามคำสั่งของเธอทุกอย่าง ไม่มีข้อแม้!”
อันจิ่วเม่ยยิ้มกริ่มด้วยความพอใจสุดขีด จัดการพิชิตอาหารสองจานอย่างว่องไว แล้วรีบคว้าชามกลับบ้าน เดินสง่าผ่าเผยราวกับนางพญา
หลังจากตกลงกับผู้นำหมู่บ้านได้ อันจิ่วเม่ยก็มีแผนเตรียมตัวบุกร้านสหกรณ์เพื่อเจรจาความร่วมมือครั้งนี้
รุ่งเช้า อันจิ่วเม่ยตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารอย่างคล่องแคล่ว เธอปรุงสองเมนูเรียบร้อยก่อนบรรจงจัดใส่ปิ่นโตไม้ไผ่และเตรียมซอสปรุงสำเร็จใส่โถกระเบื้อง จากนั้นก็ยัดทั้งหมดลงในตะกร้าสะพายหลังอย่างระมัดระวัง ก่อนจะออกไปแวะขอผักสวนครัวจากบ้านผู้นำหมู่บ้านอีกสองสามอย่าง แล้วจึงควบจักรยานมุ่งหน้าไปยังร้านสหกรณ์
วันนี้ ฟางหรูพนักงานขายของที่สหกรณ์เข้าเวร เพียงแค่อันจิ่วเม่ยย่างกรายเข้าประตู ยังไม่ทันได้ทักทาย
ฟางหรูก็พุ่งออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ราวกับจรวด คว้าแขนเธอไว้แน่นทำท่าเหมือนพี่น้องที่พลัดพรากจากกันมานาน
“น้องจิ่วเม่ย! ในที่สุดเธอก็มา ฉันรอจนตาแทบถลนแล้วนะ” ฟางหรูร้องครวญครางอย่างเกินจริง แต่เต็มไปด้วยความจริงใจ ทำเอาอันจิ่วเม่ย งุนงงไปชั่วขณะ
“มีอะไรเหรอคะพี่ฟางหรู เพื่อนของฉันไม่ได้เอาเมล็ดแตงโมไปส่งที่บ้านพี่หรือไงคะ?”
อันจิ่วเม่ย ถามอย่างสงสัย ผ่านมาหลายวันแล้วลู่เหอ น่าจะส่งไปแล้วนี่นา
“ส่งแล้ว ๆ คนที่บ้านฉันชอบมากเลย แต่ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก!” พนักงานขายของที่สหกรณ์ ตอบอย่างรวดเร็ว
ฟางหรูดึงอันจิ่วเม่ยไปที่มุมเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ กระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ฉันติดใจผักบ้านเธอซะแล้วสิ ไม่รู้ว่าหิวโหยหรือยังไง แต่ต้องบอกว่ามันอร่อยที่สุดในชีวิตเลยนะ! มีเหลืออีกไหม? ฉันอยากซื้อไว้บ้าง จ่ายราคาสหกรณ์ให้เลยก็ยังได้!”
อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้างอย่างยินดี “พี่ฟางหรูนี่ใจกว้างจริง ๆ เลยค่ะ ดีใจมากที่พี่ชอบ แต่วันนี้ฉันตั้งใจมาคุยเรื่องค้าขายแบบจริงจังเลยค่ะ ได้ยินมาว่าผักในสหกรณ์ขาดตลาดบ่อย อาหารไม่พอจนทำให้คนในเมืองต้องลำบาก แต่ที่หมู่บ้านฉัน ผักกลับล้นทุ่งจนเน่าคาไร่”
เธอหยุดชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ฉันเลยคิดว่าถ้าทางร้านให้โอกาส พวกเราจะส่งผักตามฤดูกาลมาให้ได้ตลอด และนอกจากนั้น ฉันยังมีสินค้าที่อาจช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารในระยะยาวอีกด้วยนะคะ”
ฟางหรูได้ฟังแล้วก็ถอนหายใจเบา ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย “เฮ้อ…หัวหน้าฉันน่ะ ไม่ได้คุยง่ายขนาดนั้นหรอกนะ”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
อันจิ่วเม่ยยิ้มบาง ๆ อย่างไม่ย่อท้อ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ขอแค่พี่ช่วยให้ฉันได้เจอหัวหน้าพี่สักครั้ง พี่ช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ” พลางส่งสายตาอ้อนวอน
อันจิ่วเม่ยเห็นว่าฟางหรูยังดูท่าทีลังเล เธอจึงเอ่ยขึ้นอีก
“พี่ฟางหรู ครั้งหน้าฉันจะเอาผักหลาย ๆ อย่างมาฝากพี่นะคะ ช่วยฉันหน่อยนะคะ”
Pchaya
ขอให้กิจการรุ่งเรือง