ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์- - บทที่ 98 หลัวลี่เซียน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
- บทที่ 98 หลัวลี่เซียน
บทที่ 98 หลัวลี่เซียน
แต่จู่ ๆ หลี่เจียเฟิ่งก็เปลี่ยนความคิด ‘ถ้าเธอแวะมาเยี่ยมก็ยังดี อย่างน้อยก็ดีกว่าให้เธอต้องไปพักตามโรงแรม’
“ได้ครับ! ขอบคุณท่านผู้บังคับบัญชามากครับ!” หลี่เจียเฟิ่งตอบรับทันทีด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวกับกลัวว่าท่านผู้บังคับบัญชาจะเปลี่ยนใจ ทำเอาถงจื่อหยวนอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะร่วน
“ฮ่า ๆ ไอ้หนุ่มเจ้าเล่ห์!” ถงจื่อหยวนหัวเราะพลางตบไหล่หลี่เจียเฟิ่งเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป
เพื่อนร่วมงานที่ตรวจจดหมายเงยหน้าขึ้นมองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
“ผู้กองหลี่ จดหมายไม่มีปัญหาอะไร คืนนี้เราจะให้คนไปส่งให้ครับ”
เมื่อหลี่เจียเฟิ่งพยักหน้าแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็วผิดปกติ หากใครมีสายตาเฉียบคมคงสังเกตเห็นได้ว่าใบหูของผู้กองหนุ่มผู้มักเย็นชานั้น บัดนี้แดงก่ำราวกับลูกท้อสุก!
ยามแสงแดดยามเย็นทอดยาวบนถนนหน้าหอพัก ขณะที่หลี่เจียเฟิ่งเดินมาถึง เสียงใส ๆ ก็ดังขึ้นทันที
“หลี่เจียเฟิ่ง! หยุดก่อนค่ะ”
เขาเงยหน้ามองด้วยความงุนงง ก่อนจะต้องตะลึงเมื่อเห็นสาวน้อยในชุดทหารสุดเปรี้ยวยืนรออยู่ใต้ต้นไม้ ดวงตาของเธอเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
หลี่เจียเฟิ่งจำได้ทันทีว่าเธอคือหลัวลี่เซียน หลานสาวของผู้บัญชาการทหารภาคเหนือ ผู้มีฉายาว่า ‘ดอกไม้แห่งกองทัพ’ เธอเป็นสาวสวยมากความสามารถจากคณะศิลปินทหาร และเป็นที่รู้จักในฐานะหลานรักของผู้คังคับทหารที่ทรงอิทธิพล
หลี่เจียเฟิ่งแอบประหลาดใจอยู่บ้าง คิดว่าคงเป็นเรื่องสำคัญ แต่เขาก็รักษาท่าทีสงบนิ่ง เดินเข้าไปใกล้พลางถามอย่างสุภาพ
“สหายหลัวลี่เซียน มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
เมื่อได้ยินคำเรียกขานที่เป็นทางการเช่นนั้น หลัวลี่เซียนก็รู้สึกเหมือนถูกน้ำเย็นสาดใส่ แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มหวานและถามออกไป
“ฉันได้ยินข่าวมาว่า…คุณแต่งงานแล้วเหรอคะ?”
คำถามนั้นทำให้เธอใจเต้นแรง ลุ้นสุดหัวใจว่าคำตอบจะเป็น ‘ไม่จริง’
แต่หลี่เจียเฟิ่งกลับขมวดคิ้วและตอบเสียงเรียบ “ใช่ครับ ผมแต่งงานแล้ว มีอะไรอีกไหมครับ?”
คำตอบนั้นทำเอาหลัวลี่เซียนแทบทรุด รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า…
หลี่เจียเฟิ่งรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะนึกว่าอีกฝ่ายมาด้วยเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของเขาแบบนี้ ‘คนสมัยนี้ช่างชอบซุบซิบนินทาเสียจริง’ เขาคิดในใจ
ด้วยความตกใจหลัวลี่เซียนเผลอโพล่งถามเสียงดัง “ใคร!”
หลี่เจียเฟิ่งชะงัก หันมามองด้วยสายตาเย็นชาแล้วถามกลับ “อะไรนะ?”
หลัวลี่เซียนชะงักกึก ความมั่นใจที่เคยเต็มเปี่ยมเมื่อครู่พลันหายวับไป แต่เธอก็ยังคงถามต่อด้วยความคาใจ แม้เห็นสีหน้ารำคาญของหลี่เจียเฟิ่งก็ตาม
“เอ่อ…ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครหรือคะ?”
หลี่เจียเฟิ่งถอนหายใจ “เป็นผู้หญิงจากหมู่บ้านเดียวกับผม สหายหลัวลี่เซียน ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะ”
เขาพูดจบก็หมุนตัวเดินจากไปทันที เห็นได้ชัดว่าร่างกายเหนื่อยล้าจากภารกิจที่เพิ่งกลับมา
หลัวลี่เซียนได้แต่มองตามแผ่นหลังของเขา มือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความอิจฉาและโกรธแค้นพลุ่งพล่านอยู่ในอก ‘เขายอมแต่งงานกับสาวบ้านนอกที่ไม่รู้อะไรเลย แต่ไม่เคยมองฉันเลยสักครั้ง! ฉันที่เฝ้ามองเขามานานหลายปี กลับสู้สาวบ้านนอกคนนั้นไม่ได้งั้นเหรอ? ผู้หญิงคนนั้นมีดีอะไรกัน!’ เธอคิดอย่างขมขื่น
“หลัวลี่เซียนนี่นา! เธอมาตามหาผู้กองหลี่หรือเปล่า?”
โจวอี้เฉินพิ่งกลับจากโรงอาหาร บังเอิญเห็นหลัวลี่เซียนยืนเหม่อลอยใต้ต้นไม้หน้าหอ เลยรีบเข้าไปทักทายอย่างกระตือรือร้น
หลัวลี่เซียนนี่ไม่ธรรมดา เธอคือดาวเด่นแห่งคณะศิลปะการแสดง มีหนุ่มๆ มาจีบเพียบ แต่น่าเสียดายที่เธอเชิดใส่ทุกคน สนใจแต่เรื่องของหลี่เจียเฟิ่งเท่านั้น!
ใคร ๆ ก็รู้ว่าเธอแอบชอบหลี่เจียเฟิ่ง แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สนใจสักนิด ปฏิบัติกับเธอเหมือนกับคนอื่นๆ ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรเลย
“สหายโจวรู้มั้ยว่าทำไมหลี่เจียเฟิ่งถึงรีบแต่งงานขนาดนี้?”
หลัวลี่เซียนรู้ว่าโจวอี้เฉินอยู่หอเดียวกับหลี่เจียเฟิ่งน่าจะรู้เรื่องภายในมากกว่า
ทั้งกองทัพรู้กันหมดแล้วว่าเธอชอบหลี่เจียเฟิ่งดังนั้นการถามโจวอี้เฉิน แบบนี้ เธอจึงไม่อายอะไร
โจวอี้เฉินชะงักไปนิด เขาเองก็แอบชอบเธออยู่ แต่โดนถามแบบนี้ช่างปวดใจจริง ๆ
โจวอี้เฉินเกาศีรษะแกรก ๆ ก่อนจะพูดอย่างระมัดระวังราวกับเดินบนไข่
“รายละเอียดพวกเราก็ไม่รู้หรอกครับ ดูเหมือนว่าจะเป็นการจัดการของครอบครัวผู้กองหลี่น่ะ”
หลัวลี่เซียนหัวเราะเยาะเสียงดัง “บ้านของเขาไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ของเขาไม่ใชเหรอ? จู่ ๆ ก็จัดหาคู่ให้เขา เขาไม่รู้สึกแปลกใจเลยหรอ”
เธอพูดพลางคิดในใจ ‘ฉันรู้จักหลี่เจียเฟิ่งดีกว่าใครทั้งนั้น’
ความจริงแล้วหลัวลี่เซียนหลงรักหลี่เจียเฟิ่งมานาน เธอใช้เส้นสายครอบครัวสืบประวัติของเขาจนทะลุปรุโปร่ง รู้ดีว่าในครอบครัวของเขาไม่มีใครสนใจเขาจริง ๆ สักคน ‘พวกเขาจะจัดหาคู่ที่ดีให้เขาได้อย่างไรกัน?’ เธอคิดอย่างสงสัย
ตอนนี้ในสมองของหลัวลี่เซียน คิดว่าภรรยาของหลี่เจียเฟิ่งเป็นเพียงผู้หญิงชนบทที่โลภและไร้ความสามารถ การมีอยู่ของเธอมีไว้เพื่อทำลายชายในดวงใจของเธอเท่านั้น
‘ฉันชอบเจียเฟิ่งมาหลายปีแล้ว คิดถึงอนาคตของเขาด้วยใจจริง ฉันจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนไหนมาทำลายเขาเด็ดขาด!’ เธอสาบานกับตัวเอง
“ฉันสงสัยว่าจุดประสงค์ของผู้หญิงคนนั้นที่เข้าหาหลี่เจียเฟิ่งไม่บริสุทธิ์ใจ สหายโจว คุณช่วยสืบเรื่องของผู้หญิงคนนั้นให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ?”
หลัวลี่เซียนพูดด้วยน้ำเสียงหวานเยิ้ม พยายามสร้างภาพลักษณ์ตัวเองให้เป็นสาวบริสุทธิ์ผู้เปี่ยมด้วยความยุติธรรม
โชคดีที่โจวอี้เฉินยังมีสติอยู่บ้าง เขาตอบอย่างลังเล “แต่ผู้กองของเราแต่งงานกับเธอแล้วนะครับ เมื่อพวกเขาสามารถจดทะเบียนสมรสได้ ก็แสดงว่าประวัติของเธอไม่มีปัญหา…”
“สหายโจวจะไม่ช่วยฉันสืบจริง ๆ เหรอคะ?” เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า แต่เธอกลั้นไว้ไม่ยอมให้มันไหลออกมา ส่งสายตาอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร
โจวอี้เฉินทนเห็นสาวน้อยน้ำตานองไม่ได้ จึงรีบตอบตกลงด้วยความกล้าหาญ “อย่าร้องไห้เลยนะ! เดี๋ยวผมไปสืบให้ก็ได้”
หลัวลี่เซียนปาดน้ำตาออกช้า ๆ ก่อนจะยิ้มทั้งน้ำตา “ขอบคุณนะคะ คุณเป็นคนดีจริง ๆ เป็นสุภาพบุรุษมาก ๆ เลย”
เมื่อหลัวลี่เซียนเดินลับหายไป โจวอี้เฉินก็ได้แต่เกาหัวด้วยความลำบากใจ เพราะเขารู้ดีว่าผู้บังคับบัญชาของตนไม่ชอบให้ลูกน้องยุ่งเรื่องส่วนตัว แล้วแบบนี้เขาจะเริ่มสืบยังไงดีล่ะ!
โจอวี้เฉินยืนลังเลอยู่หน้าประตูพักใหญ่ โจวอี้เฉินก็ตัดสินใจเดินขึ้นไปยังชั้นบน ซึ่งเป็นเวลาที่หลี่เจียเฟิ่งกำลังนอนหลับสนิท เขาย่องเข้าไปวางกระบอกน้ำอย่างเงียบกริบ ก่อนจะรีบออกมาด้วยความโล่งใจ
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง หลัวลี่เซียนก็ไม่ได้รอคอยความช่วยเหลือจากโจวอี้เฉินเพียงฝ่ายเดียว เธอตั้งใจใช้ทุกเส้นสายที่มีเพื่อสืบหาความจริงเกี่ยวกับหญิงปริศนา และขับไล่เธอออกไปจากชีวิตของหลี่เจียเฟิ่งให้จงได้!
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ในขณะที่อันจิ่วเม่ยใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ในหมู่บ้าน เธอไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนที่อยู่ห่างไกลกำลังคิดถึงเธออยู่ทุกคืนวัน
หลังจากพยายามมาอย่างหนักหลายวัน อันจิ่วเม่ยกับย่าอันก็สามารถทำเต้าหู้เน่าได้สำเร็จจนได้ กลิ่นเหม็นที่โชยฟุ้งไปทั่วหมู่บ้านกลายเป็นกลิ่นแห่งความสำเร็จ ทำให้อันจิ่วเม่ยภูมิใจจนต้องแบ่งปันรสชาติที่ทำเองกับมือให้บ้านผู้ใหญ่และเพื่อนสาวทั้งสามได้ลองชิม
อันจิ่วเม่ยมองเต้าหู้เน่าที่ทำเสร็จด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ‘เก็บไว้กินเองนิดหน่อย ที่เหลือ…ฮี่ฮี่ หมักเป็นเต้าหู้ยี้ให้หมดดีกว่า!’
เมื่อคิดถึงเต้าหู้ยี้น้ำมันรสหม่าล่าที่อยากเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว อันจิ่วเม่ยก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้ ‘ยุคนี้ไม่มีร้านไหนมีของแบบนี้ขายแน่ ๆ คงไม่มีใครคิดทำแบบเราหรอกสินะ’
ทันใดนั้นเอง เธอก็ชะงัก ตาเบิกกว้าง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้า ‘ทำเองก็ได้นี่นา!’
อันจิ่วเม่ยหันไปอ้อนย่าอันทันที “คุณย่าคะ หนูอยากกินเต้าหู้ยี้น้ำมันรสหม่าล่าจังเลยค่ะ”
ย่าอันได้ยินก็คิดตาม เต้าหู้ยี้น้ำมันรสหม่าล่างั้นหรือ? การทำนั้นคงไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ตัวน้ำมันนี่สิที่หาได้ยากเหลือเกินในยุคนี้