ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที - ตอนที่ 453 รวมตัวกันมำปลอบใจ
ตอนที่ 453 รวมตัวกันมำปลอบใจ
ตอนแรกอยากจะเดินเล่นคนเดียวสักหน่อย ตอนนี้เจอเฉินเซี่ยว
หรูแล้ว ก็ไม่มีแก่ใจจะเดินเล่นอีก เธอโค้งตัวให้เฉินเซี่ยวหรู
“หม่อมฉันยังมีธุระขอตัวก่อนเพคะ เชิญท่านอ๋องตามสบาย”
พูดจบแล้ว หลิงอวี้จื้อก็หมุนตัวจากไป เฉินเซี่ยวหรูไม่ได้รั้งให้
หลิงอวี้จื้ออยู่ต่อ รอจนนางเดินไปแล้ว ก็หยิบกระเป๋าเงินที่
หลิงอวี้จื้อปักให้ออกมาจากอกเสื้อ งานปักบนนั้นบิดๆ เบี้ยวๆ เขา
ลูบรูปปักไผ่บนนั้น รำพึงรำพันว่า
“อวี้จื้อ ต้องมีสักวันที่เจ้าจะเป็นของข้า”
หลิงอวี้จื้อโกรธเป็นฟืนเป็นไฟกลับจวนไป เมื่อถึงจวนก็เข้าห้อง
ทันที แถมยังปิดประตูด้วย ขังตัวเองเอาไว้ในห้อง ตอนแรกเธอ
อยากไปดื่มเหล้าที่โรงเตี๊ยม แต่นึกถึงสภาพตอนเมาก็ ช่างมันเถอะ!
เลี่ยงการทำอะไรผิดประเพณีอีกเวลาเมา เมื่อสร่างเมาแล้วจะได้
ไม่มาทอดถอนใจอีกว่าเหล้าไม่ใช่สิ่งที่ดี
เธอคลานขึ้นโต๊ะอย่างไร้เรี่ยวแรง เคาะโต๊ะอย่างเบื่อหน่าย เสียง
หรูเยียนแว่วมาจากข้างนอก
“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูจูกับคุณชายมู่หรงมาเจ้าค่ะ”
หลิงอวี้จื้อเลิกเปลือกตาขึ้น แต่ไม่ขยับ
“พวกเขามาด้วยกันอีกแล้วหรือ ให้พวกเขาเข้ามาเถิด!”
“เจ้าค่ะ คุณหนู”
หรูเยียนตอบรับหนึ่งคำ ไม่นานประตูห้องก็มีคนผลักเปิดออก
จูจิ่นกับมู่หรงนี่อวิ๋นเดินตามกันเข้ามา
จูจิ่นสวมชุดสีแดงชาด แต่งตัวสวยงามมีเสน่ห์มาก จูจิ่นปลอม
เป็นผู้ชายมานานเกินไปแล้ว ยังคงมีกลิ่นอายความกล้าหาญแบบ
ผู้ชายอยู่ ดังนั้นเมื่อสวมชุดสีแดงจึงเหมาะมาก ให้ความรู้สึกทรง
พลังมาก
มู่หรงนี่อวิ๋นก็สวมชุดคลุมยาวสีแดงเข้ม ยังคงหล่อละมุน เจ้า
สำราญเช่นเคย มองดูดีๆ เหมือนกับใส่เสื้อคู่กันมา
“พวกเจ้าสองคนตัดสินใจจะแต่งงานกันแล้วหรือ แต่งตัวเป็น
มงคลขนาดนี้”
หลิงอวี้จื้อเอามือเท้าคาง หยอกเย้าทั้งสองคนเหมือนคนปกติไม่
มีเรื่องอะไร
“เจ้าจะแต่งงานแล้ว พวกเราก็ต้องใส่ชุดให้เป็นมงคลสักหน่อย
เจ้าสิทำตัวซึมเศร้าหม่นหมอง ไม่เหมือนคนที่จะเป็นเจ้าสาวเลย”
จูจิ่นเดินมานั่งลงข้างๆ หลิงอวี้จื้อก่อน
“จูจิ่น ป่านนี้แล้ว เจ้ายังล้อหลิงอวี้จื้ออีก”
“นี่ไม่ใช่เพราะเรื่องดีๆ ที่พี่สาวคนโตของเจ้าทำหรอกหรือ
มู่หรงนี่อวิ๋น เจ้าควรจะเข้าวังไปขอร้องพี่สาวของเจ้าเสีย”
มู่หรงนี่อวิ๋นนั่งลงตรงข้ามหลิงอวี้จื้อ
“วันนี้ไปมาแล้ว พี่สาวได้ยินข้าเอ่ยถึงเรื่องนี้ก็ไล่ออกมาทันที
ไม่ให้ข้าอ้าปากพูดเลยด้วยซ ้า”
หลิงอวี้จื้อหยิบกาน ้าชาขึ้นมารินชาให้พวกเขา
“รบกวนพวกเจ้าแล้ว มา มา ดื่มชากลั้วคอหน่อย”
จูจิ่นยกชาในมือขึ้นมา จิบไปหนึ่งคำ
“เจ้าก็อย่าผิดหวังนักเลย แม้เฉินปี้จะเข้าจวนไปก็เป็นแค่อนุ เจ้า
ยังสร้างอำนาจกับนางได้ หากนางไม่เชื่อฟังเจ้า เจ้าก็จัดการนางได้
ง่ายๆ อย่างไรอาเหยี่ยนก็เข้าข้างเจ้าอยู่แล้ว เจ้าเองก็ไม่โง่ ไม่
เสียเปรียบนักหรอก ชีวิตอย่างนี้สิถึงจะมีสีสัน มิเช่นนั้นอยู่คนเดียว
ในจวนจะน่าเบื่อเพียงใด”
หลิงอวี้จื้อไม่ได้ตอบจูจิ่น แต่ถามว่า
“อาจิ่น เจ้าชอบกินอะไรที่สุด”
หลิงอวี้จื้อเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างกะทันหัน ทำให้จูจิ่นอึ้ง แต่
ก็ยังตอบตามจริงว่า
“ข้าชอบกินขนมแป้งอบรูปดอกเหมย”
หลิงอวี้จื้อเรียกมั่วชิงมา พูดสั่งว่า
“มั่วชิง เจ้าไปซื้อขนมแป้งอบรูปดอกเหมยที่ร้านขายขนมมา
หน่อย”
“ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
มั่วชิงรับคำแล้ว ก็ออกไปทันที
“โอ๊ย อวี้จื้อ เจ้าเกรงใจกันเกินไปแล้ว!”
จูจิ่นงงไปหมด ไม่รู้ว่าหลิงอวี้จื้อจะมาไม้ไหน
มู่หรงนี่อวิ๋นยิ่งไม่เข้าใจไปใหญ่
“ป่านนี้แล้ว เจ้ายังมีแก่ใจดูแลนางอีกหรือ”