พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 129
ภายในห้องโถงเงียบสงัดไปครู่หนึ่ง
มือที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อของเฉิงหลางค่อยๆ กำ
แน่น เดิมเขาคิดจะพาเหลียนฝูกลับไปอย่าง
เงียบๆ แต่ไม่รู้ว่าเหลียนฝูได้รับคำกระตุ้นจากผู้ใด
ไม่ว่าเขาจะเกลี้ยกล่อมอย่างไร นางก็ไม่ยอมฟัง
นางไร้เล่ห์เหลี่ยม แต่สามารถมาถึงจวนอิงกั๋วกง
ได้ ทั้งยังมีเทียบนามของเขา นั่นต้องเป็นเพราะมี
ผู้บงการอยู่เบื้องหลัง
หากที่นี่เป็นตระกูลเฉิง เขาคงเรียกองครักษ์มา
ลากตัวนางออกไปแล้ว แต่ที่นี่คือจวนอิงกั๋วกง
หากเขาทำอะไรผิดสังเกต ผู้อื่นก็จะล่วงรู้อย่าง
รวดเร็ว
ใบหน้าของเหลียนฝูที่ละม้ายคล้ายคลึงกับคนอีก
ผู้หนึ่งคอยย้ำเตือนเขาตลอดเวลาว่าเขาต่ำช้า
เพียงใด อันที่จริงเขาด้านชาจนไร้หนทางแก้ไข
แล้ว สำหรับเขา ทุกคนล้วนไม่ต่างกัน
ยามนี้เหลียนฝูหยุดร้องไห้แล้ว นางก้มศีรษะกัด
ริมฝีปาก กำผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือแน่น
นางคาดไม่ถึงว่าเฉิงหลางจะไร้ความรู้สึกถึงเพียง
นี้ นางรู้ว่าเขาไม่ได้มีใจต่อนางนัก ทว่า…ทว่า
อย่างไรก็มีความผูกพันทางจิตใจอยู่หลายส่วน
จวบจนเมื่อครู่นางจึงได้เห็นถึงความโหดเหี้ยมเย็น
ชาและน่าสะพรึงกลัวของเขา ราวกับต่อให้นาง
ตั้งครรภ์ลูกของเขา เขาก็คงไม่ลังเลที่จะสั่งให้นาง
ไปเอาออก ที่สำคัญเมื่อเทียบกับยามปกติ วันนี้
อารมณ์เขาเปียมไปด้วยความรุนแรง
เหลียนฝูติดตามเฉิงหลางตั้งแต่นางเพิ่งมีอายุสิบ
ห้า ในหอคณิกาเวลานั้น นางเป็นเพียงหญิงขาย
ศิลปะตัวน้อยที่ไร้ความโดดเด่น ส่วนเฉิงหลาง
เป็นแขกของฟูั่ไปั่หลันผู้โด่งดังของหอคณิกา เขา
ทุ่มเทเงินทองให้ฟูั่ไปั่หลันมากมาย ยามนั้นทุกคน
ในหอคณิกาล้วนต้องอาศัยฟูั่ไปั่หลันในการดำรง
ชีพ แม้ฟูั่ไปั่หลันจะวางท่าหยิ่งทะนงต่อเฉิงหลาง
ทว่าก็พึ่งพิงและหลงใหลเขาอย่างยิ่งยวด ในยาม
นั้นนางจะกล้าเพ้อฝันถึงบุคคลเช่นเฉิงหลางได้
อย่างไร มีคราหนึ่งที่นางอุ้มผีผาบรรเลงเพลงอยู่
ข้างเรือสำราญ ทอดสายตามองคลื่นน้ำใน
ทะเลสาบ ครั้นนางหันหน้ากลับมาก็พบกับเฉิง
หลางที่กำลังพิงกายกับประตู เสื้อคลุมสีขาว
บริสุทธิ์คลายออก ในมือถือกาสุรา ไม่รู้ว่าเขาฟัง
มานานเท่าไรแล้ว เมื่อบทเพลงหยุดลง เขาจึง
ถามเสียงแผ่วเบา “เจ้ามีนามว่าอะไร” คุณชาย
รูปงามดุจหยก ทั้งยังเป็นคนของฟูั่ไปั่หลัน
หัวใจนางพลันเต้นรัว ตอบเสียงแผ่วเบา “ข้ามี
นามว่าเหลียนฝู”
เขาฟังแล้วก็เพียงพยักหน้าและจากไปโดยไม่
กล่าวอะไร วันรุ่งขึ้นหมัวมัวที่สอนอยู่ในหอคณิกา
ก็เรียกตัวนางไป กล่าวกับนางด้วยสีหน้าปีติยินดี
“คุณชายเฉิงเรียกเจ้าไปปรนนิบัติ”
นางทั้งสับสนทั้งยินดี หลังจากหมัวมัวส่งนางไป
ถึงห้องของเฉิงหลาง นางก็ยืนถือผีผาด้วยท่าที
งุ่มง่าม เขาชี้ไปยังตั่งไม้ ให้นางนั่งเล่นผีผา “ไม่
ต้องกลัว” เขากล่าวเสียงราบเรียบ “เจ้าบรรเลง
ไปก็พอ”
นางเล่นผีผาอย่างไม่มีสมาธิสักเท่าไร เพราะ
หลังจากเขามองนางอยู่ไม่นานก็ลุกขึ้นเดินมา
เบื้องหน้านาง จากนั้นก็ยื่นมือออกมา นิ้วมือไล้
ผ่านใบหน้านางแผ่วเบา ทำให้นางอดสั่นสะท้าน
ไม่ได้
ขณะที่นางเงยหน้าขึ้น เฉิงหลางก็ก้มศีรษะลงต่ำ
เล็กน้อย โน้มตัวเข้ามาประชิดอย่างยิ่งยวดพลาง
กล่าวว่า “เป็นครั้งแรกที่เจ้าออกมาใช่หรือไม่”
เหลียนฝูมีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น และนางก็
ชอบเขาเพียงคนเดียว นางมักคิดเสมอว่าเฉิง
หลางพอจะมีความรู้สึกต่อนางอยู่บ้าง ทว่าใน
ที่สุดก็เป็นนางที่โง่เขลา มายามนี้ถึงได้รู้สึกตัว
ครั้นเห็นสายตาเย็นชาสงบนิ่งของเฉิงหลาง ความ
เย็นเยียบก็แผ่ซ่านไปทั่วแขนขา เกรงว่าครานี้คง
ทำให้เขาโกรธแล้วจริงๆ เขาไม่มีทางปล่อยนางไว้
แล้ว
ผ่านไปครู่ใหญ่กว่าอี๋หนิงจะค้นพบเสียงของตัวเอง
“แม่นางเหลียนฝู คราก่อนที่กล่าวอำลาเจ้าบน
เรือสำราญ คาดไม่ถึงว่าจะได้พบเจ้าอีก เจ้าบอก
ว่าเจ้าตั้งครรภ์ลูกของเฉิงหลางรึ”
เหลียนฝูมองคุณหนูตระกูลขุนนางที่อยู่เบื้องหน้า
คิดถึงวันนั้นที่นางตั้งใจฟังตนบรรเลงผีผา น้ำเสียง
จึงอ่อนลง “ข้าตั้งครรภ์ได้สามเดือนกว่าแล้ว”
อี๋หนิงนิ่งเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยปาก “ข้ามีสาว
ใช้คนหนึ่งเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ ยามนี้รออยู่
ด้านนอก เจ้าตั้งครรภ์จริงหรือไม่ เพียงตรวจดูก็รู้
แล้ว หากแม่นางเหลียนฝูยืนกรานว่าตนตั้งครรภ์
จริง ข้าก็จะให้นางเข้ามาตรวจชีพจร เจ้าไม่
จำเป็นต้องแก้ต่าง”
ต่อให้เฉิงหลางจะทำตัวเจ้าสำราญอยู่ด้านนอก
จริงก็ไม่มีทางสร้างจุดอ่อนให้ผู้อื่นนำมาทำร้ายได้
เรื่องนี้อี๋หนิงมั่นใจ หญิงสาวคนนี้ต้องถูกคนสั่งให้
มาก่อกวนแน่นอน ไม่ว่าฝั่ายตรงข้ามจะมี
จุดประสงค์อย่างไรก็ล้วนแต่เป็นการทำลาย
ชื่อเสียงของเฉิงหลาง เพื่อเส้นทางการงานของ
เขาในกาลข้างหน้า นางต้องช่วยเขาปกปิดเรื่องนี้
อย่างไรเฉิงหลางก็เป็นเด็กที่นางเคยเลี้ยงดูมา
นางยังห่วงใยเขา
เหลียนฝูเบิกตากว้างอย่างตื่นตระหนก ท่าทีร้อน
รนเล็กน้อย เมื่อคืนนางถูกคนกล่อมจนในหัวร้อน
ระอุ ระหว่างทางคนที่มาส่งนางยังคอยพร่ำพูดไม่
ขาดว่าต้องทำอย่างไรเฉิงหลางจึงจะใจอ่อน
ประการแรกนางคาดไม่ถึงว่าเฉิงหลางจะใจแข็ง
ถึงเพียงนี้ ประการที่สองนางคาดไม่ถึงว่าภายใน
จวนอิงกั๋วกงแห่งนี้จะไร้พื้นที่ให้นางได้กล่าววาจา
“คุณหนู ข้า…”
“เรียงชิงชวี่เข้ามา” อี๋หนิงไม่สนใจเหลียนฝู
ตะโกนบอกคนด้านนอก
ชิงชวี่เข้ามาอย่างรวดเร็ว อี๋หนิงชี้ไปยังเหลียนฝู
“พานางออกไปตรวจชีพจร ตรวจให้ละเอียด”
ตั้งแต่อี๋หนิงพบเหลียนฝู เฉิงหลางก็ไม่ได้เอ่ยอะไร
อีก เมื่อเขาเห็นอี๋หนิงจัดการเหลียนฝู เขาก็
หลับตาลง ปล่อยให้นางจัดการเรื่องราว อาการ
สั่นสะท้านเมื่อครู่ค่อยๆ บรรเทาลงแล้ว เดิมเขาก็
ไม่กล้าทำให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไป มิเช่นนั้น
เรื่องงานแต่งงานของเขากับอี๋หนิงคงถึงคราจบ
สิ้น ทว่ายามนี้อี๋หนิงรู้แล้ว…นางเห็นใบหน้านั้น
แล้วยังจะมีอะไรไม่เข้าใจอีก
สำหรับเรื่องที่เหลียนฝูตั้งครรภ์จริงหรือไม่
สำหรับเขาเรื่องนั่นไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว
เหลียนฝูมองสาวใช้ร่างสูงใหญ่ที่เดินมาหานาง
แววตาของนางพลันเผยความตื่นตระหนก นาง
ลุกพรวดขึ้น ทว่าชิงชวี่เดินมาจับข้อมือนางไว้
พร้อมกับใช้มือปิดปากนางอย่างรวดเร็ว ทำให้
นางไม่อาจเอ่ยวาจาไร้สาระใดๆ จากนั้นเหลียนฝู
ก็ถูกกึ่งอุ้มกึ่งพยุงไปยังห้องด้านข้างพร้อมกับบ่าว
รับใช้อีกคน
หลังชิงชวี่จากไป ภายในห้องก็เข้าสู่ความเงียบ
สงบ อี๋หนิงลุกขึ้นเนิบช้า นางไม่รู้ว่าตนควรจะ
เผชิญหน้ากับเฉิงหลางอย่างไร
ชั่วขณะนั้นเอง นางได้ล่วงรู้ความลับที่มิใช่
ความลับอีกต่อไป ทว่านี่ยังเป็นเพียงการคาดเดา
ที่ไม่สมบูรณ์เท่านั้น และการคาดเดานี้ก็ทำให้ฝั่า
มือของนางผุดเหงื่อชื้น นางมองทิวทัศน์นอก
หน้าต่าง หมายจะทำให้ตนสงบลง ทว่าในจังหวะ
ที่นางหมุนตัวกลับมาก็ถูกคนเข้าโอบกอดจาก
ด้านหลัง!
อี๋หนิงตะลึงนิ่ง มือที่โอบกอดนางออกแรงรัดแน่น
ขึ้น เขาแทบจะฝังนางเข้าไปในอ้อมกอด! นาง
กระทั่งสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเขาที่รินรดอยู่
เหนือศีรษะ
“เจ้าทำอะไรน่ะ!” อี๋หนิงดิ้นรนทันที จะสะบัดเขา
ออก
ทว่าเขาไม่เพียงไม่ปล่อย แต่ยังฝังใบหน้าเข้ากับ
ไหล่ของนาง “ท่านเห็นหมดแล้ว” เขาอยากทำ
เช่นนี้มานานแล้ว ดึงนางเข้าสู่อ้อมกอด ไม่ให้ใคร
มองนาง ความหวาดกลัวเมื่อครู่ค่อยๆ
แปรเปลี่ยนเป็นแรงกระตุ้น นางรู้แล้ว…นางรู้แล้ว
แต่จะอย่างไรเล่า เช่นนั้นก็ให้นางรู้ไป! เขาไร้
หนทางอื่นแล้ว เขากล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “นั่น
คือตัวแทนของท่าน อี๋หนิง นางมีส่วนคล้ายคลึง
ท่านถึงสี่ห้าส่วน ตั้งแต่ท่านตาย ข้าก็คิดถึงท่าน
มาโดยตลอด คิดถึงมาก…ข้าเองก็ไร้หนทาง!”
“ข้าไม่อยากถามว่าเมื่อครู่เกิดเรื่องอะไรขึ้น เจ้า
ปล่อยข้าก่อนแล้วค่อยพูดกัน!” ท่าทีในยามนี้ของ
เขาไม่ปกติ นางผลักเขาออกแล้วรีบวิ่งไปตรง
ประตู เฉิงหลางที่ยามปกติมักเชื่อฟังและอ่อนโยน
ต่อนางยิ่งกว่าผู้ใด เวลานี้ราวกับเปลี่ยนเป็นคนละ
คน เขาก้าวไม่กี่ก้าวก็ตามทัน รัดเอวของนางไว้
แล้วกดนางลงบนตั่งไม้ที่อยู่ด้านข้าง ร่างของอี๋ห
นิงถูกกดลงบนเตียงเสียงดัง ไม่อาจขยับ
เคลื่อนไหว ไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้นนั่ง!
ดวงตาของเฉิงหลางแดงเรื่อ เขาก้มหน้าลงหมาย
จะจุมพิตนาง
เขากล้าทำเช่นนี้เลยรึ!
ภายใต้อารมณ์ตื่นตระหนก อี๋หนิงพยายามดึงมือ
ออกเพื่อตบเขา ทว่าเดิมเรือนร่างนางก็ผอมบาง
ยามนี้นางถูกเฉิงหลางกดตัวไว้จนไร้แรงขัดขืน ทั้ง
ยังไม่สามารถร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ หาก
เรื่องแพร่งพรายออกไปคงยุ่งยาก และนางคงต้อง
แต่งงานกับเฉิงหลางแล้ว
นางไร้หนทางขัดขืน คาดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าทำ
เช่นนี้!
ฝั่ามือของนางตบลงบนใบหน้าเขา เสียงก้อง
กังวานยิ่งกว่าสรรพเสียงใด! อี๋หนิงหายใจหอบ
“เจ้า…นี่เจ้ากำลังทำอะไร เจ้าคิดจะอาศัยวิธีการ
นี้บีบให้ข้าแต่งานกับเจ้ารึ เฉิงหลาง เจ้าอย่าได้
หน้ามืดตามัวอีกเลย!”
เฉิงหลางมองนาง เขาคุ้นเคยกับอารมณ์นี้อย่าง
ยิ่งยวด นางกำลังกลัว ทว่าเดิมนางมีอุปนิสัยเก็บ
กลั้นอารมณ์ แม้กลัวก็ไม่แสดงออกให้ผู้ใดเห็น
หากเขาชั่วช้าอีกสักหน่อย ลงมือกับนางโดยตรง
ทันทีที่องครักษ์จากด้านนอกเข้ามา อี๋หนิงก็ไร้คำ
แก้ต่างแล้ว แต่เขาจะทำเรื่องต่ำช้าพรรค์นั้นกับ
นางได้อย่างไร คนผู้นี้คือหลัวอี๋หนิง คือคนที่อุ้ม
เขาไว้ในอ้อมกอดเมื่อครั้งเขายังเด็ก สอนเขาอ่าน
เขียนอักษร คือหลัวอี๋หนิงที่คอยปกปั้องเขา!
เฉิงหลางกอดนางไว้ไม่ขยับ ฝังศีรษะเข้ากับ
หน้าอกของนาง ร่างสั่นสะท้านเล็กน้อย ความ
เจ็บปวดรุนแรงของการร้องขอแต่ไม่อาจสม
ปรารถนาทำให้เขาสำลัก แต่เขาไม่ยินดีจะปล่อย
มือ ยังคงกอดนางไว้แน่น
อี๋หนิงสัมผัสได้ถึงอาการสะอื้นไห้ของเขา นาง
ตกใจเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มแน่น
“ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกันแน่…”
น้ำเสียงของนางเปลี่ยนเป็นสงบนิ่ง “เจ้าลุกขึ้น
เถิด พวกเรามาพูดคุยกันดีๆ”
นางลุกขึ้นจัดการเสื้อผ้าที่ไม่เป็นระเบียบ เฉิง
หลางคุกเข่าอยู่ข้างกายนาง จับมือของนางไว้
พลางเอ่ยถาม “หากยามนี้ข้ากล่าวว่าต้องการ
แต่งท่านเป็นภรรยา ท่านคงไม่มีทางยินยอมแล้ว
ใช่หรือไม่”
เดิมนางก็ไม่คิดจะตกลง ดังนั้นเฉิงหลางจึง
วางแผนหลอกให้นางแต่งงานก่อนแล้วค่อยว่ากัน
ทว่ายามนี้ต่อให้หลอกล่อนางอย่างไร นางก็คงไม่
ตอบตกลงแล้ว
อี๋หนิงพิงตัวกับโต๊ะเล็ก หัวเราะออกมาสองสาม
เสียง “เฉิงหลาง เหตุใดเจ้าจึงต้องทำเช่นนี้!”
รอยยิ้มของนางเศร้าสลดเล็กน้อย “ข้าเป็นคนที่
เคยผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง เหตุใดเจ้าจึง
ไม่ยอมลืมข้าเสียที แม้แต่ตัวข้าเองยังแทบหลงลืม
ตนเองไปแล้ว คนที่ทำร้ายข้าจนถึงแก่ความตาย
ข้ากลับแก้แค้นไม่ได้ ทั้งยังไม่มีผู้ใดทำอะไรเขาได้
เจ้าดูสิ ข้ามีอะไรให้ชมชอบกัน”
เฉิงหลางกุมมือของนางแน่น “สำหรับผู้อื่นอาจ
เป็นเช่นนั้น แต่สำหรับข้า…ข้าสูญเสียไปแล้ว
ได้รับกลับคืนอีกครั้ง ข้าไร้หนทางปล่อยวาง ขอ
อภัย”
อี๋หนิงดึงมือออก มือของเขากำเข้าหากันเล็กน้อย
ว่างเปล่าเสียแล้ว
ด้านนอกมีเสียงอึกทึกดังขึ้น เว่ยหลิงพาคน
มาแล้ว
เกิดเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ เจินจูย่อมต้องไปรายงาน
เว่ยหลิง
ครั้นเว่ยหลิงเห็นเหลียนฝู หัวคิ้วก็ขมวดมุ่น เขาไม่
กล่าวอะไรก็รีบเข้าไปพูดคุยกับเฉิงหลางในห้อง
ชิงชวี่เข้ามารายงานอี๋หนิง “คุณหนู…ท่านว่าเรื่อง
นี้จะปันปั่วนจนวุ่นวายไปทั่วหรือไม่ ช่างบังเอิญ
โดยแท้ มิเช่นนั้นท่านคงได้หมั้นหมายกับคุณชาย
ญาติผู้พี่แล้ว…” ท่าทางนางดูเสียดายอย่างยิ่ง
อี๋หนิงเอ่ยถาม “แม่นางเหลียนฝูสบายดีหรือไม่”
ชิงชวี่ผงกศีรษะรับคำเสียงหนึ่ง “ถือว่าสบายดี
เพียงแค่ตื่นตระหนกเล็กน้อยเท่านั้น ด็กในท้อง
ของนางไม่ค่อยแข็งแรง หากไม่ระวังอีกสักนิดคง
รักษาไว้ไม่ได้แล้ว กลับไปต้องบำรุงรักษาให้ดี…
หญิงสาวเหล่านี้ไม่รู้จักรักษาร่างกายของตน มัก
ดื่มของที่ทำลายมดลูกเป็นประจำ การจะ
ตั้งครรภ์ได้ครั้งหนึ่งมิใช่เรื่องง่ายเลย”
หัวคิ้วอี๋หนิงพลันขมวดมุ่น นางหลงนึกว่าตนฟัง
ผิดไป “เมื่อครู่เจ้ากล่าวว่าอย่างไรนะ”
“แม่นางผู้นั้นตั้งครรภ์จริงๆ เจ้าค่ะ” ชิงชวี่กล่าว
“ยังไม่ถึงสามเดือน ข้าเห็นตัวนางเองก็ตกใจไม่
น้อย…นางบอกว่าทุกครั้งที่นางกับคุณชายญาติผู้
พี่เสร็จกิจก็จะดื่มน้ำแกงห้ามตั้งครรภ์ทุกครั้ง แต่
จะมั่นใจในยาชนิดนี้ได้อย่างไร แม้ดื่มน้ำแกงห้าม
ครรภ์ก็ยังตั้งครรภ์ได้ถมเถไป ข้าเคยติดตามเจิ้ง
มามาไปยังตรอกหลิวซู่ที่เจินติ้ง มีกระทั่งคนที่ตน
ตั้งครรภ์แต่กลับไม่รู้ตัวจึงแท้งโดยไม่ตั้งใจ…”
ผู้คนที่อาศัยอยู่ในตรอกหลิวซู่ล้วนเป็นนางรำที่มี
ชื่อเสียง มีคุณชายนายท่านตระกูลร่ำรวยคอย
เลี้ยงดู
อี๋หนิงไม่รู้ว่าควรกล่าวอะไร นี่ช่างประจวบเหมาะ
เหลือเกิน! ทั้งที่เข้าใจว่าอีกฝั่ายมีจุดประสงค์ก่อ
ความวุ่นวาย แต่สุดท้ายกลับตั้งครรภ์จริง เช่นนั้น
คงต้องให้เฉิงหลางเป็นผู้จัดการเหลียนฝูแล้ว ใน
เมื่อมีทายาท เรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องของตระกูลเฉิง
ไม่นานหลังจากนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยก็มายังอาณา
เขตฝังบูรพาอย่างรีบร้อนโดยมีซ่งมามาประคอง
เว่ยหลิงเดินออกมา กล่าวกับฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยด้วย
สีหน้าเย็นเยียบ “เกรงว่างานแต่งนี้คงไม่อาจมี
แล้ว เฉิงหลางช่างเหลวไหลนัก แม้ข้าเองไม่รู้สึก
ว่าเป็นปัญหาอะไร…แต่การปล่อยให้หญิงสาวที่
เลี้ยงดูไว้ด้านนอกมาหาถึงประตู ทั้งยังมาถึงจวน
ของพวกเรา ข้าจึงเริ่มลังเล ต่อให้เขามีข้อดี
อย่างไร แต่หากต่อไปเกิดเรื่องพรรค์นี้อีก อี๋หนิง
คงไร้เหตุผลจะกล่าวแล้ว” สำหรับเรื่องที่นาง
คณิกาตั้งครรภ์ เว่ยหลิงไม่ได้บอกต่อฮูหยินผู้เฒ่า
เว่ย เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัวของเฉิงหลาง
ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยถอนหายใจ “เดิมข้ายังวิตกเรื่องนี้
เพียงแต่เมื่อเห็นเจ้าพอใจจึงไม่ได้พูดอะไร”
นางกวักมือเรียกอี๋หนิงเข้าไปหา มองใบหน้าที่
ยังคงอ่อนวัยอยู่หลายส่วนก่อนจะลูบศีรษะอี๋หนิง
“ชีวิตเด็กคนนี้ช่างไม่ราบรื่นเอาเสียเลย ยามนี้นั่น
ก็ไม่ดีนี่ก็ไม่ได้ ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี” ฮูหยินผู้
เฒ่าเว่ยพูดจนตัวเองรู้สึกเศร้าสลด “อี๋หนิง เจ้า
เสียใจหรือไม่”
อี๋หนิงยิ้มให้นาง “ท่านย่า ข้าไม่เป็นไร”
เว่ยหลิงชำเลืองมองบุตรสาวปราดหนึ่ง คิดได้ว่า
เดิมทีนางก็ไร้มารดา ซ้ำยังต้องมาประสบกับเรื่อง
พลิกผันไม่ขาดสาย เขากล่าว “ระยะนี้ฮ่องเต้ทรง
กำลังยุ่งอยู่กับการติดตามผลเรื่องด่านปราการผิง
หย่วนกับการซ่อมแซมทำนบกั้นแม่น้ำจึงไม่มีเวลา
ว่างชั่วคราว ทว่าฮองเฮากลับให้คนมาไถ่ถามข้า
เรื่องงานแต่งงานของอี๋หนิง กล่าวว่าหากกำหนด
วันได้แล้ว พระองค์จะทรงเตรียมของขวัญมามอบ
ให้”
ทันทีที่ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยได้ยินประโยคนี้ สีหน้าก็
พลันเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ “ฮองเฮากำลังเตือนพวก
เรา…”
เว่ยหลิงผงกศีรษะ “เกรงว่าคงไม่จบเป็นแน่”
เขาถอนหายใจอย่างหนักหน่วง “หากไม่ได้จริงๆ
ท่านก็ไปหารือกับฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเฮ่อเรื่อง
คุณชายรองเฮ่อเถิด คราก่อนข้าได้มองจาก
ระยะไกลแล้ว วาจากิริยามารยาทไม่เลว แม้ไม่
อาจเทียบเฉิงหลาง ทว่าขอเพียงดีต่ออี๋หนิง ต่อไป
ข้าค่อยช่วยให้เขาได้เข้าร่วมราชสำนักก็ได้แล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยผงกศีรษะ วางแผนว่าพรุ่งนี้จะไป
เยือนตระกูลเฮ่อสักครั้ง
อี๋หนิงทอดสายตามองทะเลสาบที่อยู่ไกลออกไป
ตรงหน้า เรื่องที่เหลียนฝูตั้งครรภ์ นางเพิ่งบอก
เฉิงหลางไป
หลังจากเฉิงหลางฟังจบก็เงียบงันอยู่เนิ่นนาน
ก่อนยิ้มออกมา “ลูก…นางมีลูกจริงๆ !”
แววตาของเขาเย็นเยียบ ไร้ความยินดีของผู้ที่จะ
ได้เป็นพ่อคนแม้เพียงเศษเสี้ยว กลับทำให้ผู้คน
สัมผัสได้ถึงความเหน็บหนาวที่ไม่อาจพรรณนา
เดิมทีเรื่องนี้ใกล้จะสำเร็จแล้ว แต่กลับถูกเหลียนฝู
ทำลายจนหมดสิ้นความหวัง เขาปะทุไปด้วย
โทสะรุนแรง เบื้องหลังเหลียนฝูต้องมีคนคอยบง
การอยู่ เขาต้องควานหาตัวคนผู้นี้ออกมาให้ได้
ลูกอะไรกัน เขาต้องการเด็กที่เกิดจากคนอื่นหรือ
เรื่องนี้ทำให้เขาพลาดจากสิ่งที่เขาต้องการมาก
ที่สุด เขาไม่มีทางปล่อยคนเหล่านั้นไปเป็นแน่