Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 136

  1. Home
  2. พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ
  3. บทที่ 136
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ในที่สุดเรือนหน้าก็สังเกตได้ถึงการเคลื่อนไหว

ทางด้านนี้ องครักษ์ของจวนอิงกั๋วกงเคลื่อน

ตัวอย่างรวดเร็ว เว่ยหลิงยืนอยู่กลางโถงบุปผา

กล่าวถามเสียงต่ำ “สถานการณ์ที่เรือนด้านใน

เป็นอย่างไรบ้าง”

“ยังไม่ทราบขอรับ…ดูคล้ายไม่มีสิ่งใดสูญหาย แต่

ไม่รู้ว่าคนร้ายอยู่ที่ใด…”

วันนี้ในจวนมีงานแต่งจึงมีการส่งของแสดงความ

ยินดีเข้าไปที่เรือนใน อีกทั้งเดิมเนื้อปลาเป็ดไก่ก็มี

จำนวนมาก อาจมีคนอาศัยช่วงชุลมุนแฝงตัวเข้า

ไป กอปรกับการดูแลอารักขาที่เรือนด้านหลังไม่

เข้มงวดเท่าเรือนหน้า…สีหน้าของเว่ยหลิงย่ำแย่

นัก เหตุใดจึงเกิดเรื่องในเวลานี้! สุนัขเหล่านี้ช่าง

ใจกล้าคับฟั้านัก เห็นเขาอิงกั๋วกงเว่ยหลิงเป็นผู้ไร้

ความสามารถใช่หรือไม่ น้ำเสียงของเว่ยหลิงเย็น

เยียบ “รีบเอาปั้ายประจำตัวข้าไปที่หน่วยเทพ

สงคราม ไปนำกองกำลังทหารมา”

หลัวเซิ่นหย่วนถูกรายล้อมไปด้วยผู้คน มีคนมา

กระซิบข้างหูเขา เขาหยุดต้อนรับแขกและรีบเดิน

ไปหาอิงกั๋วกง งานมงคลถูกขัดจังหวะ บนใบหน้า

เขาจึงไม่ปรากฏรอยยิ้มอีกต่อไป ชุดมงคลสีแดง

สดบนร่างยิ่งขับให้เขาดูสูงตระหง่าน

เขาเดินไปหยุดข้างกายเว่ยหลิง “ท่านพ่อตาอย่า

เพิ่งตื่นตระหนกไป พวกอี๋หนิงยังอยู่ในเรือนใน

หรือไม่ขอรับ เหล่าองครักษ์เป็นอย่างไร”

เว่ยหลิงพรูลมหายใจ “นางยังอยู่ในเรือนใน เรือน

ในมีองครักษ์สามหน่วยคอยลาดตระเวนอยู่” แต่

เรือนในเป็นที่อยู่ของสตรี องครักษ์เหล่านั้นไม่

สะดวกเข้าใกล้ ทำได้เพียงลาดตระเวนอยู่ด้าน

นอกเท่านั้น

“จะส่งคนเข้าไปตอนนี้ไม่ได้” หลัวเซิ่นหย่วน

กล่าว “ต่อให้การอารักขาหละหลวม แต่พวกที่

สามารถแฝงตัวเข้าไปได้ต้องไม่ใช่พวกโจรอ่อน

ด้อยแน่นอน หากเป็นพวกที่ยอมพลีชีพก็คงแบก

รับคำสั่งสละชีพไว้บนร่างแล้ว ถ้ากดดันจนทำให้

พวกมันตื่นตระหนก พวกมันอาจทำเรื่องที่ไม่

คาดคิดออกมา” ยามอยู่ที่ ศาลต้าหลี่ได้พบเห็น

คนพวกนี้มามากมาย หลังฆ่าคนบ่อยครั้ง พวกมัน

ก็ไม่สนใจเรื่องฆ่าหรือไม่ฆ่าอีก

ยามปกติลูกเขยผู้นี้มักสงวนวาจา แต่หากกล่าวถึง

เรื่องความนึกคิด ต่อให้มีเว่ยหลิงกี่คนก็ไม่อาจ

หาญเทียบหลัวเซิ่นหย่วน แน่นอนว่าเว่ยหลิงย่อม

เชื่อใจเขา “เช่นนั้นยามนี้ควรทำอย่างไร หรือจะ

ให้ข้านำกำลังทหารล้อมจวนอิงกั๋วกงไว้”

หลัวเซิ่นหย่วนโคลงศีรษะ ก่อนจะกล่าวออกมา

“เรื่องนี้ประหลาดนัก เพื่อทรัพย์สินเงินทองแล้ว

คนเหล่านี้ถึงขั้นไม่คำนึงถึงชีวิต ในจวนของท่านมี

ของสำคัญใดที่เกี่ยวข้องกับความเป็นความตาย

ของใต้เท้าบางท่านหรือไม่”

มิเช่นนั้นเหตุใดจึงลอบเข้าไปยังเรือนใน

เว่ยหลิงโคลงศีรษะเป็นเชิงว่าไม่มี ทว่าทันใดนั้น

เขาก็คล้ายคิดถึงบางอย่างขึ้นมาได้ หัวคิ้วพลัน

ขมวดมุ่น “เจ้ากล่าวถึงเรื่องนี้ ลู่เจียเสวียเพิ่ง

กลับมาจากซานซี…มีการมอบหีบแสดงความยินดี

ให้อี๋หนิงหลายหีบ ข้ารู้สึกว่าท่าทีเขาแปลกพิลึก

อยู่บ้าง เป็นไปได้หรือไม่ว่าจุดประสงค์ของคน

พวกนั้นจะพุ่งตรงมายังเขา”

“เขามานานเท่าไรแล้วขอรับ”

“ราวๆ ครึ่งชั่วยามแล้ว”

หลัวเซิ่นหย่วนฟังแล้วสีหน้าก็ไม่ดีนัก “ข้าส่งคน

ไปยังหน่วยทหารม้าลาดตระเวนในเมืองหลวง

แล้ว แต่เกรงว่าคงไม่ทันการณ์ ท่านพ่อตา ท่าน

ให้ข้าใช้งานองครักษ์ของท่านได้หรือไม่”

เว่ยหลิงรีบเรียกเสิ่นเยว่เข้ามา ก่อนจะติดตาม

ลูกเขยผู้นี้ไปด้วย หลัวเซิ่นหย่วนมุ่งหน้าไปทาง

เรือนในด้วยสีหน้าเคร่งเครียด บนร่างยังสวมชุด

มงคล

คนด้านนอกเห็นเจ้าบ่าวเดินออกมา ด้านหลังยัง

ติดตามด้วยท่านอิงกั๋วกงก็พากันประหลาดใจ

เล็กน้อย

ประตูชุยฮวาเหมินที่ถูกลงดันไว้ถูกกระแทกอย่าง

แรงจนเปิดออก คนกลุ่มหนึ่งบุกทะลวงเข้าไป

อย่างรวดเร็ว หลัวเซิ่นหย่วนไพล่มือไว้ด้านหลัง

ก้าวเข้าไปแล้วกล่าวขึ้น “ค้นให้ทั่ว เพียงพบคนที่

ยังมีชีวิตให้จับมาทันที”

บรรดาองครักษ์กระจายตัวไปโดยรอบอย่าง

รวดเร็ว บรรยากาศในจวนพลันเปลี่ยนเป็น

โกลาหล ผู้คนไม่เข้าใจว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น

เว่ยหลิงขมวดคิ้ว เมื่อครู่มิใช่กล่าวว่าห้ามแหวก

หญ้าให้งูตื่นหรอกหรือ ทว่าเหตุใดยามนี้จึง

เคลื่อนไหวอุกอาจเยี่ยงนี้ “เซิ่นหย่วน นี่เจ้ากำลัง

ทำอะไร หากก่อความวุ่นวายขึ้น…”

“พวกมันมาที่นี่โดยมีจุดประสงค์ มิใช่เพราะจวน

อิงกั๋วกง ดังนั้นพวกมันไม่มีทางลงมือผลีผลาม”

หลัวเซิ่นหย่วนเหลือบตามองพ่อตาปราดหนึ่ง

ไม่ใช่ขุนนางฝั่ายบู๊ทุกคนที่จะมากด้วยแผนการ

เฉกเช่นลู่เจียเสวีย “หากไม่ลากตัวพวกมัน

ออกมา อีกไม่นานคงได้เกิดเรื่องจริงๆ เป็นแน่”

หลังค้นหาไม่นาน หน่วยเทพสงครามที่เว่ยหลิงให้

คนไปตามก็มาถึง

เขาเป็นผู้ดูแลหน่วยเทพสงคราม ผู้ที่มาล้วนมี

ความสามารถเป็นเลิศ พวกเขามาพร้อมทวนยาว

และปืนใหญ่ ปิดล้อมด้านนอกของจวนอิงกั๋วกง

เอาไว้อย่างแน่นหนาดูน่าเกรงขาม ที่ด้านนี้มีคน

กลุ่มหนึ่งแยกตัวเข้าไปในเรือนในโดยมีเว่ยหลิง

เป็นผู้บัญชาการ พวกฮูหยินผู้เฒ่าและคนอื่นๆ ไป

รวมตัวกันอยู่ที่ด้านนอก บรรดาแขกเหรื่อต่างไม่รู้

ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆ บรรยากาศก็เปลี่ยนเป็น

อลหม่านวุ่นวาย ดีที่ผู้ที่มาเป็นหน่วยเทพสงคราม

มิเช่นนั้นหากดูจากสถานการณ์แล้วอาจคิดว่า

จวนอิงกั๋วกงถูกค้น

หลัวเซิ่นหย่วนกับเว่ยหลิงเพิ่งเข้าไปถึงห้องโถง

กลางก็มีคนเดินเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบเหงื่อท่วม

ศีรษะ เขาคารวะหลัวเซิ่นหย่วนกับเว่ยหลิง

“นายท่านกั๋วกง นายท่านเขย ตรงบริเวณที่วาง

สินเจ้าสาวของคุณหนูมีการต่อสู้เกิดขึ้น หีบ

ของขวัญที่ใต้เท้าผู้บัญชาการมอบให้คุณหนูมี

ปัญหา…ท่านรีบไปดูเถิดขอรับ!”

คนเหล่านั้นยังคงต่อสู้กันอยู่ ในไม่ช้าจำนวนคนที่

ไปเข้าร่วมวงก็มีมากขึ้น ฉับพลันฝั่ายตรงข้ามก็ตก

อยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบ

อี๋หนิงปรายตามองหีบนั้นก่อนเอ่ยถาม “ด้านใน

เป็นศพ”

ลู่เจียเสวียส่ายศีรษะ

เขากล่าว “ไม่ใช่ศพ ควรกล่าวว่าเป็นหัวคน”

อี๋หนิงอยากถามว่าเป็นหัวของผู้ใด ท่านถึงได้กล้า

วางไว้ในหีบสินเจ้าสาว เขาอยากจะให้นางแบก

ไปยังตระกูลหลัวหรือ ทว่าครุ่นคิดแล้ว นางก็รู้สึก

ว่าอย่าถามจะดีกว่า ลู่เจียเสวียไม่อาจถือว่าสนิท

กับนาง การรู้มากย่อมไม่ดี

ลู่เจียเสวียพาอี๋หนิงไปนั่งในห้องโถง เขาจิบชาไม่

กล่าววาจา ทั้งยังไม่สนใจอี๋หนิง ด้านนอกดวง

อาทิตย์ฉายแสงแรงกล้า มีคนในชุดเฉิงจึคนหนึ่ง

เดินเข้ามา “…จับได้หกคน อีกสองสามคนที่เหลือ

เห็นสถานการณ์ไม่ดีจึงฉวยโอกาสหลบหนีไปแล้ว

ขอรับ”

“ตามไป” ลู่เจียเสวียกล่าวเพียงเท่านี้ คนผู้นั้นก็

ออกไปอีกครั้ง

อี๋หนิงไม่ได้ดื่มชา เมื่อครู่แสงแดดด้านนอก

ร้อนแรงยิ่งนัก ลำคอนางแห้งผากเล็กน้อย ทว่า

บัดนี้สถานการณ์ด้านนอกยังคงโกลาหล นางคิด

ว่าข้างกายลู่เจียเสวียน่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย

ที่สุด ดังนั้นอย่าวิ่งวุ่นจะดีเสียกว่า นางมองดวง

อาทิตย์ด้านนอก ไม่รู้ว่าเว่ยหลิงรู้หรือยังว่าเรือน

ด้านหลังเกิดเรื่องขึ้น มีเรื่องให้ต้องกังวลไม่หยุด

หย่อน

เหตุการณ์ไม่คาดคิดครั้งนี้ขัดขวางพิธีงานแต่งของ

นาง มิเช่นนั้นยามนี้นางคงเข้าพิธีไปเรียบร้อยแล้ว

ลู่เจียเสวียมองอี๋หนิง ไม่รู้เหตุใดนางจึงยังวิ่งวุ่นทั้ง

ที่ใกล้จะแต่งงานอยู่รอมร่อ หากไม่ใช่เพราะเขา

ช่วยไว้ ยามนี้นางคงโดนฟันจนกลายเป็นผีไปแล้ว

จริงๆ

เดิมเขาหมายมั่นให้เฉิงหลางแต่งอี๋หนิงเป็นภรรยา

สุดท้ายกลับกลายเป็นหลัวเซิ่นหย่วน

ภายในห้องถูกประดับตกแต่งด้วยโคมไฟพู่ระย้า

ผ้าต่วนสีแดงสดถูกแขวนใต้ชายคา หญิงสาวใน

ชุดมงคลแดงกำลังมองแสงตะวันนอกหน้าต่าง

ด้วยท่าทีสงบนิ่ง ดวงอาทิตย์ที่เบนไปทางทิศ

ประจิมทอแสงสีส้มจางๆ สาดส่องลงบนกำไล

ทองที่อยู่บนข้อมือนาง ดูทั้งสูงศักดิ์และงามสง่า

มีเพียงทรงผมของเจ้าสาวเท่านั้นที่ไม่ค่อยเหมาะ

กับนาง ขับให้ใบหน้าของนางยิ่งอ่อนละมุน

บรรยากาศงานแต่งครึกครื้นถึงเพียงนี้ ทำให้เขา

คิดถึงงานแต่งของตนในปีนั้น

ชีวิตนี้ลู่เจียเสวียเคยเข้าพิธีมงคลสมรสเพียงครั้ง

เดียว

อันที่จริงไม่ได้ใหญ่โตเช่นครั้งนี้ เวลานั้นเขาเป็น

เพียงบุตรอนุที่ไม่โดดเด่น ไม่มีเงินทองมากมาย ที่

สามารถจัดได้ก็จัดแล้ว แต่ในยามที่เขาแต่งรับ

นางเข้าจวน เขากลับรู้สึกตื่นเต้นมีความสุขมาก

นางไม่มีทางรู้ว่าช่วงเวลาที่เขาเปิดผ้าคลุมศีรษะ

ออก และนางเงยหน้ามองเขาอย่างพินิจนั้น ทำ

ให้เขาอดยิ้มออกมาอย่างยินดีไม่ได้

เขาในยามนี้มีตำแหน่งสูง กุมอำนาจใหญ่

เพียบพร้อมด้วยทุกสิ่งอย่าง ทรัพย์สมบัติ อำนาจ

ฐานันดร ไม่ว่าสิ่งใดก็สามารถมอบให้นางได้

ทว่าคนผู้นั้นกลับไม่อยู่แล้ว

ลู่เจียเสวียหลับตาลงด้วยอารมณ์หนักหน่วง แสง

อัสดงด้านนอกเริ่มมืดสลัว

อี๋หนิงรู้สึกว่าบรรยากาศในยามนี้ช่างแปลกพิลึก

ไม่มีคนเข้ามารายงานอะไรแล้ว ท้องฟั้าเริ่มมืด

ใกล้เลยฤกษ์ยามแล้ว

นางคิดจะเดินออกไปด้านนอกเพื่อสั่งให้บ่าวไพร่

สักคนไปดู ทว่าคนด้านหลังกลับเอ่ยขึ้นอย่าง

กะทันหัน “นางก็มีนามว่าอี๋หนิง”

หัวใจของนางพลันเต้นรัว กระทั่งลืมตัวว่าควร

ตอบสนองอย่างไร มือที่จับขอบประตูค่อยๆ

แปรเปลี่ยนเป็นซีดขาว เล็บจิกแน่นจนเริ่มรู้สึก

เจ็บ

ความรู้สึกที่ไม่อาจพรรณนาได้ชัดเจนว่าคือความ

โกรธแค้นหรือความเสียใจโหมซัดสาดไม่หยุด

ลู่เจียเสวียผ่านเหตุการณ์บ้าคลั่ง สงคราม คลื่น

ลมฝนมาอย่างโชกโชน บัดนี้เขายืนอยู่บนอำนาจ

สูงสุด สามารถกำหนดความเป็นตายของผู้อื่นได้

ตามอำเภอใจ ทว่าเขากลับยังจดจำภรรยาที่ตบ

แต่งในยามที่ยังเป็นเพียงบุตรของอนุธรรมดาคน

หนึ่งในจวนปีนั้นได้

เหตุใดเขาจึงเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมากะทันหัน

อี๋หนิงพยายามควบคุมน้ำเสียงให้สงบนิ่งมากที่สุด

“ท่านพ่อบุญธรรมกำลังกล่าวถึงอะไร ข้าไม่

เข้าใจ”

ลู่เจียเสวียเพียงยากจะพูดออกมาเท่านั้น บางที

อาจเป็นเพราะค่ำคืนเงียบเหงาเกินไป ความทรง

จำจึงยิ่งเด่นชัด เขาทนตรากตรำอย่างหนักเพื่อ

ใครสักคน ทว่าคนที่เขารักสุดหัวใจกลับจากไป

แล้ว อารมณ์ที่เคยโกรธแค้น สิ้นหวัง อยาก

ทำลายทุกสิ่ง มาบัดนี้เหลือเพียงถ้อยคำเรียบง่าย

และเรียบเฉยในช่วงแสงอัสดง

“เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าใจ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียง

เรียบเฉย “เวลานี้ทุกสิ่งน่าจะเรียบร้อยแล้ว ไป

เรียกพ่อของเจ้าเข้ามาเถิด”

อี๋หนิงมองดวงอาทิตย์ยามสายัณห์ ก่อนจะหัน

กลับมามองเขา

ภายใต้แสงสีทองอันแรงกล้า เงามืดภายในห้อง

เข้าปกคลุมใบหน้าข้างหนึ่งของเขาไว้ คนที่เคยมี

รอยยิ้มเต็มหน้า มาบัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเคร่ง

ขรึมเย็นชา

“ตกลง” อี๋หนิงรับคำ จากนั้นจึงก้าวผ่านประตูไป

นางอยากไปสั่งบ่าวไพร่ให้ไปเชิญท่านพ่อ ทว่าตัว

นางกลับพิงกายอยู่กับเสา นิ่งเงียบอยู่นาน

จนกระทั่งมีเสียงแผ่วเบาขานเรียกนาง “อี๋หนิง”

อี๋หนิงหันศีรษะกลับมาก็พบหลัวเซิ่นหย่วนในชุด

มงคลสีแดง เขากำลังเดินมาตามระเบียงทางเดิน

ช่วงก้าวของเขายาวมาก ร่างสูงใหญ่ถูกอาบไล้

ด้วยแสงสีทองของอาทิตย์ยามอัสดง ด้านหลัง

ติดตามมาด้วยคนของหน่วยเทพสงคราม

อี๋หนิงมึนงงไปชั่วครู่ ร่างของคนผู้นี้ซ้อนทับกับคน

ที่มีใบหน้าเปียมไปด้วยรอยยิ้มผู้นั้น ทว่าเขาไม่ได้

ยิ้ม กระทั่งบนชุดมงคลยังแฝงด้วยกลิ่นอาย

สังหารหลายส่วน

เขาเดินเอามือไพล่หลังมาหยุดตรงหน้า จากนั้น

จึงจับมือของนางไว้ กวาดสายตามองร่างนาง เมื่อ

พบว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติก็กล่าวออกมาด้วย

น้ำเสียงคล้ายโล่งใจ “ข้าจะให้คนไปส่งเจ้าที่เรือน

ฝังบูรพา เจ้าพักผ่อนสักครู่แล้วค่อยไปขึ้นเกี้ยว

อย่าได้พลาดฤกษ์มงคล”

อี๋หนิงยังคงกังวลเรื่องพวกคนร้ายเมื่อครู่ “พี่ชาย

สาม จับตัวคนพวกนั้นได้หรือยัง”

“จับได้แล้ว กำลังสอบสวน” หลัวเซิ่นหย่วนกล่าว

“รีบกลับไปเถิด ก่อนแต่งงาน เจ้าห้ามพบข้า”

“สินเจ้าสาวที่ผู้บัญชาการลู่ส่งมา ด้านในเป็น…

หัวคน” ก่อนจากไป อี๋หนิงได้บอกกล่าวหลัวเซิ่น

หย่วน “ข้าเดาว่าอย่างน้อยเขาต้องไปสังหารรอง

ผู้บัญชาการสักคนมาเป็นแน่ มิเช่นนั้นคงไม่ส่งหัว

คนกลับมา ท่านต้องบอกท่านพ่อ”

“ข้ารู้แล้ว” เขาลูบศีรษะอี๋หนิง น้ำเสียงอ่อนโยน

ลงเล็กน้อย “เจ้าเป็นเจ้าสาว ใกล้จะออกเรือน

แล้ว เรื่องเหล่านี้มีคนคอยจัดการอยู่ เจ้ารีบ

กลับไปเถิด”

อี๋หนิงฟังแล้ว ปลายจมูกก็พลันรู้สึกแสบร้อน นาง

เดินตามคนของหน่วยเทพสงครามไปยังฝังบูรพา

เมื่อพวกฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยเห็นว่านางไม่เป็นอะไรถึง

ได้โล่งใจ ครั้นพบว่าใบหน้าของอี๋หนิงที่แต่งไว้เริ่ม

ซีดจางจึงรีบเรียกคนมาผัดแปั้งเพิ่มเติม ก่อนสวม

เครื่องศีรษะครบชุดโดยมีฮูหยินติ้งเปั่ยโหวที่มี

ครอบครัวสมบูรณ์เป็นคนปักปินทองให้นาง ครบ

ชุดใหญ่เต็มพิธีการ

เสียงฆ้องกลองในจวนเริ่มบรรเลงอย่างครื้นเครง

อีกครั้ง แขกเหรื่อที่มาร่วมอวยพรก่อนหน้านี้รู้

เพียงว่าเกิดเหตุการณ์บางอย่าง แต่ไม่ทราบถึง

รายละเอียด

เว่ยหลิงนำกำลังพลของหน่วยเทพสงครามมาปิด

ล้อมเหล่าคนร้ายไว้ ก่อนจับมัดแล้วโยนเข้าไปใน

ห้องเก็บฟืน เขายังไม่มีเวลาซักถามลู่เจียเสวียอ

ย่างละเอียดว่าคนที่เขาสังหารไป แท้จริงแล้วเป็น

ผู้ใด มาด้วยจุดประสงค์อะไร ยามนี้ถึงฤกษ์มงคล

แล้ว เว่ยหลิงยืนอยู่หน้าห้องโถงด้านหน้า รอให้

คนในครอบครัวและสหายของเจ้าสาวประคอง

บุตรสาวมากล่าวอำลา

อี๋หนิงคุกเข่าโขกศีรษะให้เขากับท่านย่า นางเห็น

ทุกคนต่างจับจ้องมาที่นางจึงเม้มริมฝีปากยิ้ม

น้อยๆ

เรื่องเมื่อครู่นางแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ต้อง

ออกเดินทางไปยังตรอกฝูเสวียแล้ว มิฉะนั้นจะไม่

ทันพิธีกราบไหว้

แววตาของเว่ยหลิงวูบไหว เขาก้าวไปด้านหน้า

หนึ่งก้าวแล้วประคองบุตรสาวขึ้น แต่กลับไม่รู้ว่า

ควรพูดอะไร เป็นฮูหยินผู้เฒ่าเว่ยที่รับมือของอี๋ห

นิงมา ยิ้มกว้างพลางกล่าวคำอวยพรหลาย

ประโยค ก่อนเรียกเฉิงหลางให้เข้ามาแบกนางไป

ขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว

อี๋หนิงหันกลับไปมองเป็นครั้งสุดท้าย เว่ยหลิง ฮู

หยินผู้เฒ่าต่างกำลังมองนาง แม้แต่จ้าวหมิงจูที่

ยืนข้างกายท่านย่าก็ยังส่งยิ้มให้นาง ถิงเกอร์ที่

มีถงมามาคอยจับจูงอยู่จ้องนางด้วยสายตา

อาวรณ์น่าสงสาร

นางไร้มารดา ไร้พี่ชาย ตั้งแต่เล็กก็โดดเดี่ยว

จ้าวหมิงจูไม่ใช่พี่สาวโดยสายเลือด กับถิงเกอร์

นางก็ดูแลเขามาได้หนึ่งปี ไม่ง่ายเลยกว่าจะเกิด

ความรู้สึกผูกพัน มาบัดนี้นางกลับต้องออกเรือน

แล้ว

ถึงนางออกเรือนไปแล้วจะสามารถกลับมาได้

ทว่าก็กลับมาในฐานะสะใภ้ของตระกูลอื่นแล้ว

อี๋หนิงลูบศีรษะของถิงเกอร์ เขาเงยหน้าขึ้นสูง ไม่

เอื้อนเอ่ยสิ่งใด

ผู้ที่มีครอบครัวสมบูรณ์ปิดผ้าคลุมศีรษะให้นาง

อี๋หนิงมองไม่เห็นภายนอกแล้ว ตามการ

เคลื่อนไหวของผ้าแดง นางสัมผัสได้ว่าร่างตน

กำลังอยู่บนแผ่นหลังแน่นของคนผู้หนึ่ง เขาแบก

นางขึ้นหลัง ย่างเท้าก้าวอย่างมั่นคง

คนหามเกี้ยววางเกี้ยวลง อี๋หนิงอุ้มโถล้ำค่าไว้ใน

อ้อมแขน มุดตัวเข้าไปนั่งในเกี้ยวเจ้าสาว ทันใด

นั้นคนที่ส่งนางเข้ามาก็ยื่นมือมาจับมือนางไว้

เบาๆ ก่อนคลายออก จากนั้นเกี้ยวเจ้าสาวก็ถูก

ยกขึ้น

นางสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างค่อยๆ ผ่อนคลายนั่ง

ตัวตรง

อี๋หนิงจำได้ว่าจากตรอกอวี้จิ่งไปยังตรอกฝูเสวีย

ต้องผ่านทางแยกสามครั้ง มีร้านน้ำแกงเนื้อแพะ

ตรงทางแยกหนึ่ง ร้านนั้นมีชื่อเสียงมาก เพียงได้

กลิ่นก็รู้ว่าถึงแล้ว

ระยะทางครึ่งชั่วยามไม่ถือว่านานนัก อาจเป็น

เพราะจิตใจกระวนกระวายจึงพาให้รู้สึกว่า

กาลเวลาช่างยาวนาน แสงจากตะเกียงเขาแพะ

เคลือบลอดผ่านเข้ามา ก่อให้เกิดเป็นแสงสีแดง

สลัว

ผ่านไปครู่ใหญ่นางจึงได้ยินเสียงดังอึกทึก เมื่อ

เทียบกับอารมณ์อำลาด้านนั้น ด้านนี้ครึกครื้น

กว่ามาก กระทั่งเสียงสั่วน่าก็ยังดูมีชีวิตชีวา

มากกว่า ผู้คนมากมาย ยังมีเสียงหัวเราะของ

เด็กๆ และเสียงของประทัด มีคนเข้ามาช่วย

ประคองนาง ได้ยินเสียงผู้ที่มีครอบครัวสุข

สมบูรณ์ชี้นำทาง บอกกล่าวให้นางคร่อมอานม้า

ก้าวข้ามกระถางไฟ หรือบางครั้งก็เตือนให้ระวัง

สะดุดธรณีประตู

นางยังไม่เคยมาเยี่ยมเยือนจวนในตรอกฝูเสวีย

อี๋หนิงก้าวเข้าไปในห้องโถงกลาง ภายใต้ผ้าคลุม

ศีรษะ นางมองไม่เห็นสิ่งใด ได้แต่ทำตามผู้บอก

กล่าวพิธีการ ขณะที่นางลุกขึ้น ร่างกายก็ซวนเซ

เล็กน้อย เขารีบยื่นมือเข้ามาประคอง ทำให้นาง

ยืนได้อย่างมั่นคง คนผู้นั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อน

เก็บมือกลับไป

อี๋หนิงถูกพาตัวเข้าไปในห้องหอ ภายในห้องเต็ม

ไปด้วยเสียงครึกครื้น น่าจะมีคนมากมาย นางได้

ยินเสียงผู้ที่มีครอบครัวสมบูรณ์ฮูหยินติ้งเปั่ยโหว

กล่าวกลั้วหัวเราะ “เจ้าบ่าวต้องเอาผ้าคลุมศีรษะ

ขึ้นแล้ว”

มีฮูหยินหลายคนส่งเสียงโห่ร้องสร้างบรรยากาศ

“เปิดผ้าคลุม ดูสิว่าเจ้าสาวงดงามหรือไม่!”

พบเห็นกันมานานแล้ว มีอะไรงดงามไม่งดงามอีก

เล่า อี๋หนิงลอบคิด ทว่ายามนี้นางกลับรู้สึก

ประหม่าขึ้นมา เสียงด้านนอกพลันเงียบลงอย่าง

เห็นได้ชัด จากนั้นไม้มงคลก็ยื่นเข้ามา ผ้าคลุม

ศีรษะถูกเปิดออกแล้ว

นางเห็นใบหน้าเขาในทันที ใบหน้าคนอื่นๆ ต่าง

เต็มไปด้วยรอยยิ้ม มุมปากของเขาขบเม้ม

เล็กน้อย พอให้ถือว่าเขากำลังยิ้มแล้ว สายตาเอา

แต่จับจ้องนาง

“เจ้าสาวงดงามมาก!” ฮูหยินหลายคนกล่าวด้วย

รอยยิ้ม ทว่าประโยคถัดมากลับไม่ได้เอ่ยออกมา

เพียงแต่ยังดูอ่อนเยาว์ไปบ้าง เกรงว่าคงยังไม่ถึง

วัยปักปิน

ท่านรองเสนาบดีกรมโยธาคนใหม่แต่งรับภรรยา

อายุน้อยถึงเพียงนี้ เห็นทีคงลำบากแล้ว

ยามนี้อี๋หนิงถึงได้เห็นผู้คนรอบกาย หลินไห่หรูยืน

อยู่ข้างกายผู้ที่มีครอบครัวสมบูรณ์ ยังมีหลัวอี๋ซิ่ว

และหลัวอี๋อวี้ที่ไม่ได้พบกันนาน ทั้งสองคนต่าง

แต่งกายเฉกเช่นสตรีที่ออกเรือนแล้ว ท่านปั้านาง

เฉินยืนอยู่ข้างกายหลัวอี๋ซิ่ว ยังมีสตรีแปลกหน้า

รูปโฉมงดงามสองคนที่อี๋หนิงไม่เคยพบมาก่อน

น่าจะเป็นภรรยาของหลัวหวยหย่วนกับหลัวซาน

หย่วน ส่วนสตรีและฮูหยินท่านอื่น นางไม่รู้จัก

แล้ว

ทว่านี่ไม่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความ

ครื้นเครงของงานแต่ง หลัวเซิ่นหย่วนก้าวช้าๆ มา

หยุดข้างกายนางโดยมีผู้ที่มีครอบครัวสมบูรณ์

ท่องบทกลอนอวยพรและปลดม่านลง ทันใดนั้น

บนเตียงก็เต็มไปด้วยลำไย ถั่วลิสง ผลไม้แห้ง มี

เหรียญทองแดงเหรียญหนึ่งตกเข้าไปในสาบเสื้อ

ของอี๋หนิง ฮูหยินท่านหนึ่งกล่าวขึ้น “ต่อไป

เจ้าสาวต้องเป็นผู้ดูแลเงินทองในจวนแล้ว!”

นี่เป็นความเชื่ออะไรกัน อี๋หนิงมึนงงไปเล็กน้อย

นางมองหลัวเซิ่นหย่วน เขากลับผงกศีรษะแล้ว

กล่าว “เจ้าอยากดูแลก็ดูแลเถิด”

แม้เขาจะแคลงใจอยู่บ้างในวิธีการจัดการเรื่องเงิน

ทองของอี๋หนิง นางในวัยเยาว์ แม้แต่สินเจ้าสาว

ของตัวเองก็ยังคร้านจะดูแล

ไม่นานก็มีเด็กคนหนึ่งยกสุราเหอจิ้น[1]เข้ามา อี๋ห

นิงถูกฮูหยินท่านหนึ่งที่แขนเสื้อเต็มไปด้วยทองรั้ง

ตัวขึ้นมา

นางมองพี่ชายสามหยิบจอกสุราขึ้นมาจากถาด

เคลือบสีแดงสด ก่อนส่งให้นาง ในเวลานี้เองอี๋ห

นิงจึงเพิ่งตระหนักได้ว่านางต้องดื่มสุราเหอจิ้นกับ

หลัวเซิ่นหย่วน…นางถือจอกเหล้าไว้ในมือ คล้อง

เกี่ยวแขนของเขา นางสัมผัสได้ว่าแขนของเขา

กำยำกว่าแขนของนางมาก อี๋หนิงมองเขาแหงน

หน้ากระดกสุราลงไป สีหน้าไร้ซึ่งการ

เปลี่ยนแปลงใดๆ นางดื่มสุราไม่เป็น เพียงจิบคำ

เล็กๆ ก็สำลัก รู้สึกแสบร้อนตั้งแต่ลำคอไปจนถึง

ช่องท้อง จากนั้นใบหน้าก็แดงก่ำ สำลักกระอักไอ

ออกมา

บรรดาฮูหยินต่างลูบหลังให้นางพลางหัวเราะ

พวกนางจงใจรินให้อี๋หนิงเพียงเล็กน้อย แต่กลับ

รินให้หลัวเซิ่นหย่วนเต็มจอก

ฮูหยินติ้งเปั่ยโหวคลี่ยิ้มพลางขานประโยคออกมา

“สุราอวยพรแด่บ่าวสาวคู่ใหม่ ราตรีนี้เปียมไป

ด้วยความเมามายความหฤหรรษ์ สามีภรรยา

ครองคู่จนแก่เฒ่า ร่วมเสพสุขทุกวันคืน”

อี๋หนิงกำลังคิดถึงบทกลอนขบขันบทหนึ่ง จอกใน

มือนางยังเหลือสุราอยู่เล็กน้อย “นี่ต้องดื่มให้

หมด” ฝั่ายชายของครอบครัวสมบูรณ์ยิ้มพลาง

กล่าว

อี๋หนิงได้ยินก็คิดจะยกจอกขึ้นดื่ม ทว่าขณะที่นาง

ไม่ทันระวัง จอกในมือก็ถูกช่วงชิงไป

เขาดื่มเก่งมาก ไม่ว่าดื่มเท่าไรสีหน้าก็ไร้การ

เปลี่ยนแปลง เขายกหมดจอก

“พอแล้ว เจ้าไม่ต้องดื่มแล้ว” หลัวเซิ่นหย่วนวาง

จอกสุราลงบนถาดเคลือบสีแดงสด

นางกล่าวคำขอบคุณด้วยเสียงแผ่วเบา จากนั้น

บรรยากาศครื้นเครงในห้องหอก็จบลง บรรดาฮู

หยินทยอยล่าถอยออกไป

หลัวเซิ่นหย่วนนิ่งเงียบไปชั่วครู่ เขากล่าวกับนาง

เสียงเบา “อีกครู่ข้าจะกลับมา”

อี๋หนิงผงกศีรษะพลางยิ้มเล็กน้อย “ท่านไปเถิด”

นางนั่งลงบนเตียง มองบานประตูที่ถูกเขาปิดลง

ร่างสูงใหญ่ของเขาหายไปแล้ว เหลือนางเพียงคน

เดียว

บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัด เทียนหงส์มังกร

สีแดงกำลังลุกไหม้ ผ้านวมสีแดงสดปักลายนก

ยวนยาง ม่านลายบุปผาสีแดงทิ้งตัวจรดพื้น โต๊ะ

เครื่องแปั้งไม้แดงฝังงาช้างตัวใหม่ถูกปิดผนึกด้วย

ตัวอักษรมงคลคู่

อี๋หนิงมองชุดมงคลสีแดงสดบนร่างตน พอนึกถึง

แขนกำยำของเขาก็พลันรู้สึกว่าทุกชั่วขณะของ

การรอช่างน่ากระอักกระอ่วนนัก

นางไม่รู้ว่าควรปฏิบัติต่อเขาอย่างไรในคืนวัน

แต่งงาน…

——————–

1. เหอจิ้นคือสุราที่คู่บ่าวสาวต้องดื่มในวันพิธี

แต่งงาน

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 136"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
11/02/2023
ดาวน์โหลด (1)
ยอดหญิงอันดับหนึ่ง
05/09/2022
7 (2)
พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
20/06/2026
65c45e275HyR33Hh
ยอดกุ๊กบุกแดนเซียน
03/04/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.