พี่ชายตัวร้าย ท่านต้องกลายเป็นท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้นะ - บทที่ 17
ฮูหยินผู้เฒ่าหลัว เรียกเด็กสาวหลายคนออกมา
พบฮูหยินหลิว บรรดาเด็กสาวของตระกูลหลัว
ต่างมีรูปลักษณ์งดงามหมดจด ผิวพรรณขาว
สะอาดถือเป็นหญิงงามโดยแท้ ฮูหยินหลิวชื่นชม
พวกนางอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งยังมอบเม็ดถั่วทองให้อี๋ห
นิงอีกถุงหนึ่งเป็นพิเศษ
คุณชายหลิวชำเลืองมองหลัวอี๋อวี้ครั้งหนึ่ง เมื่อ
พบว่านางงดงามไม่ผิดจากที่คาดไว้ก็รู้สึกประหม่า
หลัวอี๋อวี้หันหน้าไปคุยกับเฉินซื่อโดยไม่ละสายตา
แผ่นหลังยืดตรง
ฮูหยินหลิวย่อมพึงพอใจหลัวอี๋อวี้เป็นอย่างมาก
หลังจากพูดคุยอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งสองบ้านก็ตกลง
เรื่องการหมั้นหมาย
เวทีการแสดงถูกตั้งที่ลานกว้างด้านหน้า ทุกคนจึง
เคลื่อนย้ายไปยังลานกว้างเพื่อชมการแสดง
เหล่าหญิงสาวนั่งอยู่ด้านหลัง หลัวอี๋เหลียนเกลี้ย
กล่อมหลัวอี๋อวี้ด้วยนํ้าเสียงนุ่มนวล ยกย่อง
คุณชายหลิวอยู่หลายประโยค ทั้งยังเอ่ยกับหลัว
อี๋อวี้ว่า“เกรงว่าอีกไม่กี่ปีท่านเจ้าเมืองเปั่าติ้งก็จะ
ลงจากตำแหน่งแล้ว ต่อไปใต้เท้าหลิวก็จะได้เลื่อน
ยศ พี่สาวก็จะพลอยได้รับวาสนา ย่อมไม่มีทาง
ลำบากเป็นแน่”
สีหน้าหลัวอี๋อวี้ดีขึ้นเล็กน้อย กระซิบเสียงเบา จับ
มือพูดคุยกับหลัวอี๋เหลียนครู่ใหญ่
หลัวอี๋ซิ่วหันมาพูดกับอี๋หนิง “พี่หญิงใหญ่ของเจ้า
เก่งกาจนัก พี่หญิงสี่ยังไม่เคยพูดคุยกับข้าด้วย
อารมณ์สุนทรีย์เช่นนี้เลย”
ในใจอี๋หนิงคิดว่าพวกนางสองพี่น้องเหมือนพี่น้อง
กันเสียที่ใด กลับคล้ายศัตรูคู่อาฆาตเสียมากกว่า
พบกันทีก็หน้าดำหน้าแดง ลำคอปูดบวมหลัวอี๋อวี้
จะพูดดี ๆ กับเจ้าได้อย่างไร อี๋หนิงกล่าวเสียง
เนือยเนิบ “พี่หญิงหกนิสัยอ่อนโยน รู้จักรับแขก
ไม่ว่ากับผู้ใดก็คบหาได้ดี”
หลัวอี๋ซิ่วฟังแล้วก็คล้ายเกิดความคิด
ยามบ่ายแสงอาทิตย์เริ่มร้อนแรง ฮูหยินผู้เฒ่าหลัว
จึงเชิญฮูหยินหลิวไปพักผ่อนที่โถงบุปผา
หลัวอี๋อวี้ถูกเฉินซื่อเรียกไปสนทนา หลัวอี๋ซิ่วเห็น
นางกำลังจะจากไปก็รีบไปขอให้หลัวอี๋อวี้ถอด
กำไลปีสี่ออกมาให้นางเล่น หลัวอี๋อวี้ถลึงตามอง
นางครั้งหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ถอดกำไลออกจาก
ข้อมือ หลัวอี๋ซิ่วเอาไปอวดอี๋หนิง“เจ้าดู สวยมาก
ใช่หรือไม่”
เม็ดพลอยสีเขียวเข้มดุจหยกนั้นกลิ้งไปมาบนนิ้ว
มือเรียวขาว งดงามมากจริง ๆ
เซวียนเกอร์นั่งอยู่ในอ้อมกอดของหลัวอี๋เหลียน
เมื่อเห็นของแปลกใหม่ก็แบมือเล็กอวบอ้วนออก
“พี่หญิงห้า เซวียนเกอร์ก็อยากเล่น อยากเล่น
ด้วย!”
หลัวอี๋ซิ่วชักมือกลับทันที ไม่กล้ามอบของราคา
แพงนี้ให้เด็กเล่น นางเกลี้ยกล่อมเป็นพัลวัน “เซ
วียนเกอร์เชื่อฟังนะ อันนี้เล่นไม่ได้”
เซวียนเกอร์เป็นเด็กผู้ชายที่มีอายุน้อยที่สุด ปกติ
มักได้รับการปรนนิบัติไม่ต่างจากอี๋หนิง ทุกคน
ล้วนตามใจเขา เฉียวอี๋เหนียงยิ่งปรนเปรอ
เด็กผู้ชายคนนี้จนไม่สมเหตุสมผล ปรารถนาสิ่งใด
ก็ได้สิ่งนั้น เมื่อได้ยินว่าไม่ให้ก็ร้องไห้จะเอาทันที
หลัวอี๋เหลียนได้ยินน้องชายร้องไห้ก็รีบย่อตัวลง
หยิบกลองปั๋องแปั๋งขึ้นมากล่อม ทว่าเซวียนเก
อร์กลับไม่ต้องการของเล่นที่เล่นจนเบื่อชิ้นนี้แล้ว
เขาผลักมันออก ยื่นมือไปหาหลัวอี๋ซิ่ว หลัวอี๋
เหลียนเห็นน้องชายจะเอาให้ได้ก็ขมวดคิ้วมุ่น เอ่ย
ด้วยนํ้าเสียงนุ่มนวล “หรือ…พี่หญิงห้าให้เซวียน
เกอร์เล่นสักหน่อยเถิด เขาจะได้ไม่ร้องไห้สร้าง
ความวุ่นวาย”
หลัวอี๋ซิ่วกลับแค่นเสียงหึ “หากเขาทำตกเสียหาย
จะทำอย่างไร”
หลัวอี๋เหลียนกวาดตามองหยาบ ๆ ครั้งหนึ่งก็
เข้าใจว่ามันเป็นเพียงอัญมณีที่หาได้ดาษดื่นทั่วไป
คิดว่าเซวียนเกอร์เคยทำลายข้าวของราคาแพงมา
ไม่รู้เท่าไร ก็แค่กำไลวงหนึ่ง และใช่ว่ามันจะ
แตกหักง่ายเสียเมื่อไร นางเกลี้ยกล่อมอย่าง
อดทน “พี่หญิงห้า หากเป็นสิ่งของทั่วไป จะให้เซ
วียนเกอร์เล่นก็คงไม่เป็นอะไร…”
หลัวอี๋ซิ่วกำลังจะพูดต่อ สาวใช้ก็ยกของหวานเข้า
มา เป็นเกล็ดหิมะถั่วแดงนํ้าผึ้งที่นิยมกินกัน
ในช่วงคิมหันต์ ชามใบเล็กที่คล้ายถาดหยกมีนํ้า
แข็งละเอียดดุจหิมะ ด้านบนราดด้วยถั่วแดงต้ม
ละเอียดและนํ้าอ้อยหวานมองแล้วชวนให้นํ้า
ลายสอ
อี๋หนิงหยิบของหวานลงมาจากถาด ยิ้มให้เซวียน
เกอร์ “เซวียนเกอร์อยากกินสิ่งนี้หรือไม่”
เซวียนเกอร์ถูกดึงดูดโดยของหวานก็ไม่สนใจจะ
เล่นกำไลอีก
ทว่าหลัวอี๋ซิ่วกลับไม่ค่อยพอใจ “สิ่งใดเรียกว่า
ของทั่วไป หากเสียหายจะให้นางชดใช้ นางยัง
ชดใช้ไม่ไหว! เป็นดั่งที่คาดไว้ สิ่งที่อนุคลอด
ออกมา…”
อี๋หนิงส่งสัญญาณมือให้นางเงียบ เอ่ยเสียงตํ่าเบา
“เซวียนเกอร์ไม่เล่นก็พอแล้ว จะกล่าวเรื่องพวกนี้
ไปไย”
หลัวอี๋ซิ่วยังคงไม่พอใจ บ่นพึมพำ “เหตุใดเจ้าต้อง
ช่วยนางพูดด้วยข้าจะบอกเจ้าให้ เหล่าสาวใช้ข้าง
กายข้าต่างพูดกันลับหลังว่า หากไม่ใช่เพราะรับ
เฉียวอี๋เหนียงเข้ามา ท่านแม่ของเจ้าก็คงไม่ทุกข์
ตรม ปั่วยจนไม่นานก็จากไป…”
ที่อี๋หนิงเกลี้ยกล่อมนางไม่ใช่เพราะกลัวว่านางจะ
ถูกผู้อื่นหาเรื่องหรืออย่างไร แต่คนไร้สมองผู้นี้
กลับไม่รู้เรื่องใด ๆ นางทอดถอนใจ “สุนัขกัดหลี่ว์
ต้งปิง ไม่สำนึกความหวังดี1 ข้าคร้านจะกล่อมเจ้า
แล้ว!”
หลัวอี๋ซิ่วยิ้มตาหยี เข้ามาควงแขนอี๋หนิง “อย่า
โมโหเลย เจ้าว่าพวกพี่อี๋อวี้อยู่ด้านนอกกำลังคุย
สิ่งใด พวกเราออกไปฟังกันเถิด”
แต่ไหนแต่ไรอี๋หนิงก็เป็นคนเกียจคร้าน ทั้งยังกลัว
ร้อน ดังนั้นย่อมปฏิเสธ ทว่าหลัวอี๋ซิ่วกลับสงสัย
ใคร่รู้นัก นางลงจากตั่งไม้ วิ่งหายไปดุจกลุ่มควัน
เพื่อจะไปลอบฟังพวกเฉินซื่อสนทนา สาวใช้รีบไล่
ตามนางไป ทำให้นางต้องวิ่งสุดฝีเท้า
เมื่อวานอี๋หนิงนอนดึก จึงคิดจะอาศัยโอกาสนี้
นอนพักกลางวันยากนักที่หลัวอี๋ซิ่วจะไม่มา
รบกวนนาง
นางกำลังกอดหมอน เตรียมนอนหลับ ก็พลันได้
ยินเสียงของแตกหักดังขึ้น คล้ายกับเสียงเม็ด
ลูกปัดนับไม่ถ้วนแตกกระจาย
หัวใจอี๋หนิงพลันบีบรัดแน่น จากนั้นก็ได้ยินเสียง
เด็กร้องไห้จ้า นางลืมตา มองเม็ดปีสี่ในมือเซวียน
เกอร์ที่ตกกระจายไปทั่วพื้น สาวใช้ที่ปรนนิบัติเขา
รีบเข้ามาปลอบประโลม อี๋หนิงชี้ไปที่เม็ดพลอย
เอ่ยถาม “ไม่ใช่ว่าไม่ให้เขาเล่นหรืออย่างไร
เช่นนั้นเซวียนเกอร์เอามาจากที่ใด”
สาวใช้ใหญ่รีบคุกเข่า “บ่าวทำให้คุณหนูเจ็ดตื่น
แล้ว กำไลวงนี้…เป็นคุณหนูหกให้คุณชายน้อย
เล่น บ่าวก็ไม่ทราบแน่ชัดเจ้าค่ะ”
อี๋หนิงรีบลงจากเตียง พูดกับเสวี่ยจือ “เจ้ารีบไป
ช่วยปลอบเซวียนเกอร์”จากนั้นก็หันไปสั่งซงจือ
“รีบไปเรียกคุณหนูห้ามา!”
ทั้งสองรู้สึกว่าเมื่อคุณหนูของตนจริงจังขึ้นมาก็ดูมี
เค้าลางของคุณหนูใหญ่ ในใจคิดว่าพวกนางสม
กับเป็นพี่น้องกันจริง ๆ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปตาม
คน
ทันทีที่อี๋หนิงเดินเข้าไปก็พบว่ามีพลอยหลายเม็ด
แตกหัก แต่เดิมปีสี่ก็เป็นสิ่งแตกหักง่าย หลัวอี๋
เหลียนกลับกล้าเอาให้เซวียนเกอร์เล่น! ปีสี่วงนี้ยัง
เป็นสินเดิมของเฉินซื่อ ลํ้าค่าอย่างยิ่ง หากเฉินซื่อ
รู้เข้า หลัวอี๋ซิ่วคงไม่แคล้วพลอยถูกลงโทษไปด้วย
อี๋หนิงรีบให้สาวใช้เอาถาดเข้ามาเก็บเม็ดปีสี่ที่
แตกหักขึ้น
เสวี่ยจือเกลี้ยกล่อมให้เซวียนเกอร์หยุดร้องไห้ได้
แล้ว นางกระซิบบอกคุณค่าของกำไลปีสี่วงนี้ให้
สาวใช้ใหญ่ของเซวียนเกอร์รับรู้ สาวใช้ใหญ่ตกใจ
จนริมฝีปากซีดขาว นางวานให้เสวี่ยจือช่วยดูแล
เซวียนเกอร์ ส่วนตนก็รีบวิ่งไปหาหลัวอี๋เหลียน
อี๋หนิงรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย การนอนกลางวันคง
ทำไม่สำเร็จแล้วเซวียนเกอร์ยังคงร้องไห้กระซิก ๆ
นางต้องไปกล่อมเขา
ขณะนั้นเองเฉินซื่อก็พาหลัวอี๋อวี้กลับเข้ามา เมื่อ
เห็นปีสี่ที่แตกกระจายอยู่ที่พื้น ก็มองไปยังเม็ดปีสี่
ที่เหลือซึ่งอี๋หนิงกำลังถืออยู่
สีหน้านางเข้มลึกดุจบ่อนํ้า นางจะจำสิ่งที่ตนมอบ
ให้หลัวอี๋อวี้ไม่ได้ได้อย่างไร แต่ไหนแต่ไรอี๋หนิงก็
ซุกซน การทำลายข้าวของเสียหายไม่ใช่เรื่องที่
เพิ่งเกิดครั้งสองครั้ง แต่นางจะถือสากับอี๋หนิง
เพียงเพราะกำไลวงเดียวไม่ได้ จึงทำได้เพียงอด
กลั้นก่อนเอ่ยถาม “อี๋หนิง กำไลวงนี้แตกเสียหาย
เพราะตกหล่นหรือ”
อี๋หนิงกลัวว่านางจะเข้าใจผิดจึงเอ่ยเสียงเบา
“เมื่อครู่เซวียนเกอร์เอาออกมาเล่น ทำตก
เสียหายไปไม่กี่เม็ด ที่เหลือยังดีอยู่เจ้าค่ะ”
เวลานี้เองหลินไห่หรูก็เข้ามา ด้านหลังยังมี
หลัวเฉิงจางที่เพิ่งเสร็จจากงานราชการ เตรียมตัว
มาพบหน้าคุณชายหลิว
หลัวเฉิงจางมองปีสี่ที่แตกกระจายอยู่ที่พื้น ก่อน
จะมองไปยังอี๋หนิงที่ยืนอยู่ข้างซากปีสี่ ส่วนเฉิน
ซื่อมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก เขาถามด้วยหัวคิ้วที่ขมวด
มุ่น “พี่สะใภ้ ไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นมาอย่างไร
เป็นอี๋หนิงที่ซุกซนจนทำให้ท่านโมโหหรือ”
เฉินซื่อโคลงศีรษะ “ก็แค่เด็กน้อยทำข้าวของ
เสียหายเท่านั้น ไม่เป็นไร”
หลัวเฉิงจางได้ยินเฉินซื่อพูดเช่นนี้ก็ยิ่งเข้าใจผิด
มองอี๋หนิงด้วยสายตาเย็นเยียบ เขานึกถึงเรื่องใน
สมัยก่อนที่อี๋หนิงเคยทำลายข้าวของในห้อง
หนังสือไปไม่น้อย ก็พูดด้วยนํ้าเสียงเกรี้ยวกราด
“รีบขอขมาปั้าสะใภ้เสียยิ่งโตยิ่งไม่รู้ความ ปีสี่
นี้ลํ้าค่านัก สามารถเอาออกมาเล่นได้หรือ ทั้งยัง
ทำให้เสียหายเช่นนี้อีก”
อี๋หนิงใจกระตุก ดีมาก ดีมาก บิดาด้อยค่าท่านนี้
ช่างแสดงได้สมบทบาทยิ่งนัก
ยังไม่ทันถามให้กระจ่างก็กล้าต่อว่าบุตรสาว
มั่นใจว่าเป็นนางที่ซุกซนเอาแต่ใจ ไม่สนใจถูกผิด