ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 1023 ข้าลืมไปเลย / ตอนที่ 1024 มีชีวิตอย่างยากลำบาก
ตอนที่ 1023 ข้าลืมไปเลย / ตอนที่ 1024 มีชีวิตอย่างยากลำบาก
ตอนที่ 1023 ข้าลืมไปเลย
การส่งวิญญาณเป็นอาชีพของเซี่ยเฉียว ดังนั้นต่อให้นางเหนื่อยเท่าไรนางก็ไม่บ่น
ที่ควรต้องทำก็ต้องทำให้ดี ลูกค้าของนางใจดี แต่นางจะทำตามใจตัวเองเพราะสาเหตุนี้ไม่ได้
เซี่ยเฉียวขยี้ตาเล็กน้อยเพื่อปลุกตนเองขึ้นมา นางเดินไปหยิบพู่กันกับกระดาษ และเชิญคนตระกูลไป๋หลี่มาเข้าแถวลงบันทึกความปรารถนาสุดท้ายของพวกเขาทีละคน
เมื่อไป๋หลี่จี้เห็นนางขยันและเอาใจใส่เช่นนั้น เขาก็รู้สึกทั้งสุขและเศร้าผสมปนเปกัน
ยังมีเวลาอีกห้าวันกว่าจะถึงเทศกาลส่งเสื้อผ้าฤดูหนาว ยังพอสามารถทำความปรารถนาเหล่านี้ให้สำเร็จได้บางส่วน
พอเห็นว่าเซี่ยเฉียวให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขนาดนั้น สมาชิกตระกูลไป๋หลี่ก็ไม่ได้ทำเป็นเล่น พวกเขาต่างก็คิดเรื่องความปรารถนาของตนเองอย่างรอบคอบ
อันที่จริงแล้วความปรารถนาของพวกเขาเรียบง่ายมาก
มีคนที่อยากจะอ่านหนังสือที่เคยอ่านค้างอยู่ตอนยังมีชีวิตอยู่ให้จบ จะได้ไม่ต้องรู้สึกติดค้างอยู่ในใจ
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
มีคนที่อยากจะให้นางไปยืนด่าหน้าสุสานหลุมฝังศพของฮ่องเต้ราชวงศ์ก่อนสักครั้ง
แน่นอนว่า แม้พวกเขาจะด่าคน แต่คำพูดของพวกเขาก็ยังสละสวยสวยงามมากอยู่ดี
มีบางคนที่อยากให้เซี่ยเฉียววาดภาพเหมือนของพวกเขา ทำภาพบรรพชนขึ้นมา แล้วเอาภาพของพวกเขาเข้าไปแขวนไว้ในนั้นให้บัณฑิตใต้หล้ามาแหงนหน้ามองด้วยความเคารพ
…
คืนหนึ่งผ่านไปโดยไม่รู้ตัวกว่าที่เซี่ยเฉียวจะจัดบันทึกความปรารถนาทั้งหมดเสร็จสิ้นเรียบร้อย
ใต้ตาทั้งสองของนางดำคล้ำ
ดวงตาแข็งทื่อเล็กน้อย
เซี่ยเฉียวเกาศีรษะ สูดอากาศ และออกไปพร้อมกับบันทึกความปรารถนามากมายซึ่งสามารถทำให้สำเร็จได้ในอ้อมแขนของตนเอง ตอนที่นางลงไปยังชั้นล่าง ผู้ดูแลฉังที่เห็นสภาพของนางเป็นเช่นนั้นก็รู้สึกตื่นตกใจทันที
“นายท่านของเราวันนี้เป็นอะไรไปแล้ว ดูเหมือนกับนักพรตที่บ้าคลั่งคนหนึ่ง…” ผู้ดูแลฉังเป็นกังวลเล็กน้อย
วันนี้สภาพจิตใจของนายท่านดูไม่ดีเลย!
เซี่ยเฉียวกำลังรีบร้อนมากจริงๆ ถึงอย่างไรก็มีหลายสิ่งหลายอย่างที่นางต้องทำ หากไม่ทำอย่างนี้นางคงทำไม่เสร็จแน่!
นอกจากนี้…นางก็เคยชินกับสภาพเช่นนี้มานานแล้ว นางเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แม้ว่ามันจะยากและเหนื่อยที่ต้องวิ่งวุ่นเพื่อวิญญาณแบบนี้ แต่ชีวิตน้อยๆ ของนางนี้กลับไม่เป็นไร กลับกันยิ่งนางเกียจคร้าน นางก็จะไม่ได้บุญ และสุขภาพร่างกายก็จะยิ่งแย่ลง
อาจจะกล่าวได้ว่านางกลัวความยากจน เมื่อมีความปรารถนามากมายมาหานางถึงที่ นางจึงไม่กล้าทิ้งอะไรไปทั้งนั้น หากนางปล่อยไป ไม่แน่นางอาจจะได้บุญมีความสุขน้อยลง นางยอมลำบากสักหน่อยดีกว่า!
เซี่ยเฉียวซื้อของมากมายในร้านหนังสือ
นางเดินต่อไปที่รถม้า
นางยืนรออยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางเนิบๆ ประคองร่างอันอ่อนล้า ท่าทางราวกับจะล้มยามถูกลมพัด
ในเวลานี้อวี๋เซียนสวมเสื้อคลุมลายนกยูงสีแดงชาด และเมื่อนางเห็นเซี่ยเฉียวยืนอยู่หน้าประตูร้านหนังสือท่ามกลางลมหนาว นางก็ตกใจทันที และรีบสาวเท้ายาวๆ เข้าไปหาเซี่ยเฉียว “ท่านปรมาจารย์! อากาศหนาวขนาดนี้ท่านมายืนทำอะไรที่นี่”
ดวงตาของปรมาจารย์แดงเล็กน้อย…
นางได้รับความไม่เป็นธรรมอะไรหรือเปล่า
เซี่ยเฉียวหันหน้าไปมองอย่างคนไร้วิญญาณ พอเห็นว่าเป็นอวี๋เซียน นางก็ยกยิ้มขึ้นมา “เจ้าสวมชุดนี้ดูดีทีเดียว”
อวี๋เซียนเต็มไปด้วยความห้าวหาญ นางสวมชุดสีแดงนี้แล้วดูดีมาก ความห้าวหาญท่วมร่าง เห็นแล้วก็รู้สึกสดใสสบายตา!
“ขอบคุณปรมาจารย์สำหรับคำชม!” อวี๋เซียนก็ไม่ได้รู้สึกเขินอาย นางมองของที่เซี่ยเฉียวซื้อมา “ของตั้งมากขนาดนี้ ทำไมท่านไม่ให้ทางร้านส่งไปที่หอส่องชะตาให้เลยล่ะ ท่านจะมายืนเฝ้าอยู่ทำไม”
“จริงด้วย ข้าลืมไปเลย” เซี่ยเฉียวชะงักไปเล็กน้อย
“สภาพจิตของท่านดูไม่ค่อยดีเท่าไรนะ ท่านไปเจอเรื่องอะไรมาหรือ หากมีเรื่องอะไรที่ข้าจะช่วยท่านได้ ข้าจะไม่ปฏิเสธแน่นอน” อวี๋เซียนเป็นกังวลมาก
“ไม่มีหรอก เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีอะไร” เซี่ยเฉียวเอ่ยช้าๆ “เจ้า…เป็นอย่างไรบ้าง”
อวี๋เซียนอยู่ที่บ้านตระกูลโจวเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้
“ก็ไม่เลวนะ” อวี๋เซียนหัวเราะน้อยๆ “อีกไม่กี่วันข้าจะหาวิธีกลับไปบ้านตระกูลเซี่ย”
ขณะที่นางกำลังพูดอยู่นั้น คนที่ออกมาพร้อมกับอวี๋เซียนก็เดินมา “พี่หญิง ท่านนี้เป็นใครหรือ ทำไมแต่งตัวอย่างนี้ ดูเหมือนพวกหมอดูเลยนะ ทางที่ดีพวกเราอยู่ให้ห่างๆ คนที่ประเภทนี้ไว้หน่อยดีกว่า ไม่เช่นนั้น หากคนอื่นมาเห็นเข้าจะนินทาเราเอาได้”
สภาพของเซี่ยเฉียววันนี้ธรรมดามาก ผมเผ้าของนางยุ่งเหยิงเล็กน้อย แม้ว่านางจะยืนตัวตรงสง่างามเหมือนเดิม แต่สีหน้าของนางไม่ดีเลย
กลิ่นอายเซียนของนางก็ลดลงไปมาก
ตอนที่ 1024 มีชีวิตอย่างยากลำบาก
เซี่ยเฉียวก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อจัดระเบียบเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ของตนเอง
วันนี้นางออกมาโดยลืมเปลี่ยนชุดใหม่…
แล้วนางก็ยกแขนตนเองขึ้นอีก พอดมๆ ดูแล้วก็พบว่ายังดีที่ร่างกายนางยังสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็นอะไร
“หากเจ้าพูดอะไรไม่เป็นก็ไม่ต้องพูดดีกว่า! ปรมาจารย์เป็นผู้มีพระคุณของข้าหากเจ้ายังพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะอัดเจ้าสักหมัด!” อวี๋เซียนหันกลับไปกำหมัดของนางข่มขู่น้องหญิงลูกพี่ลูกน้องคนนั้น
ข้างกายของอวี๋เซียนไม่ได้มีแค่คนเดียว
คนที่เอ่ยปากเมื่อครู่นี้เป็นน้องสาวจากบ้านรองตระกูลโจว นางชื่อว่าโจวซือจิน ที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังมีน้องสาวที่เกิดจากอนุภรรยาและลูกพี่ลูกน้องหญิงฝั่งบิดาของโจวเว่ยจงอีกสามคน
เมื่อพวกนางได้ยินคำพูดของอวี๋เซียนในเวลานี้ต่างก็พากันทำสีหน้าย่ำแย่
โจวซือจินหดหู่เล็กน้อย “พี่หญิง ข้าก็พูดเพราะหวังดีกับท่านนะ ก่อนหน้านี้ท่านรู้จักพวกคนที่ไม่เข้าท่าน่าสงสัยมากมายจึงไม่ได้กลับมาที่บ้านตระกูลโจว ทำให้ท่านย่าต้องเป็นกังวลไปด้วย ในเมื่อตอนนี้ท่านมาอยู่บ้านเราแล้วก็ต้องรักษากฎกติกามารยาทของเราด้วย”
เซี่ยเฉียวไม่ยินได้ฟังอะไรทั้งนั้น
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ลมพัดจนทำให้นางรู้สึกปวดหัว
หูอื้อไปหมด
โจวซือจินเพิ่งจะพูดจบ เซี่ยเฉียวก็แข้งขาอ่อนเป็นลมไปทันที
อวี๋เซียนคล่องแคล่วว่องไว นางรีบคว้าเซี่ยเฉียวและกอดไว้ทันที
จากนั้นอวี๋เซียนก็หันไปมองโจวซือจืนด้วยสายตาขุ่นเคือง “เจ้านี่มันปากตลาดจริงๆ ทำให้ปรมาจารย์โกรธจนเป็นลมไปแล้ว หากท่านปรมาจารย์เป็นอะไรไป ข้าจะต้องสับเจ้าทั้งเป็นแน่!”
พอนางพูดจบก็อุ้มเซี่ยเฉียวขึ้นมา แล้วให้เสี่ยวเอ้อส่งรถม้าและสิ่งของของเซี่ยเฉียวไปที่หอส่องชะตา ส่วนนางก็อุ้มเซี่ยเฉียวไปที่รถม้าของตนเอง แล้วสั่งให้คนขับรถม้ารีบพานางไปหาหมอที่โรงหมอทันที
เมื่อก่อนเซี่ยเฉียวมักจะเป็นลมหมดสติอยู่บ่อยๆ ตอนที่นางอยู่ในหมู่บ้านด้านล่างภูเขาที่ตั้งของวัดสุ่ยเย่ว์ นางก็ต้องเป็นลมสักหลายครั้งในแต่ละวัน และถูกส่งตัวไปโรงหมออยู่บ่อยครั้ง
เพียงแต่ในช่วงปีกว่าที่ผ่านมาร่างกายของนางดีขึ้นมาก
เมื่อครู่นี้นางเหนื่อยเล็กน้อย แต่นางนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าตนเองจะทนไม่ไหว
อวี๋เซียนตกใจไม่เบาเลย นางรู้สึกว่าลมหายใจของปรมาจารย์แผ่วเบานัก ช่างน่าสงสารจริงๆ เมื่อนางคิดได้ว่าคนตระกูลเซี่ยดูเหมือนจะคุ้นเคยกับปรมาจารย์ดี นางก็เลยเรียกใครคนหนึ่งให้ไปที่ศาลตัดสินคดีเพื่อตามตัวเซี่ยผิงกั่งมาช่วยตัดสินใจ
ส่วนทางนั้นโจวซือจินก็โกรธจนหน้าแทบระเบิด “นาง นางช่างไร้มารยาทนัก! ทั้งๆ ข้าหวังดีตักเตือนเรื่องชื่อเสียงของนาง แต่นางกับมาด่าข้า?! พวกเจ้าก็ได้ยินแล้วใช่ไหมว่านางรังแกข้าก่อน! นางจะสำคัญอะไร บอกว่าเป็นพี่หญิงลูกพี่ลูกน้องกัน นางก็แค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีใครอยากได้เท่านั้นแหละ ตระกูลโจวของข้าดีกับนางเข้าหน่อย นางก็คิดว่าตนเองเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ขึ้นมาแล้ว!?”
“พี่หญิงสาม ข้าว่าท่านอย่าได้รีบร้อนตื่นเต้นไปก่อนเลย หากว่านักพรตผู้นี้เกิดเป็นคนที่สำคัญมากๆ ขึ้นมาจริงๆ เล่า”
“ก็แค่นักพรตคนหนึ่งเท่านั้น จะมีอะไรพิเศษกัน!” โจวซือจินโกรธไม่เบา นางครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วก็ถ่มน้ำลาย “ไป ลองตามไปดู ข้าอยากจะรู้นักว่านักพรตผู้นั้นเป็นฮูหยินบ้านไหนถึงทำให้นางไม่สนใจญาติพี่น้องขนาดนี้!”
โจวซือจินกระทืบเท้า นางรีบขึ้นรถม้าแล้วตามอวี๋เซียนไปทันที
รถม้าแล่นไปอย่างบ้าคลั่ง และไม่นานมันก็พาพวกนางมาถึงโรงหมอ
หลังจากที่ท่านหมอตรวจดูอยู่สักพัก คิ้วของเขาก็ขมวดย่นยู่อย่างแรง “ร่างกายของนักพรตผู้นี้อ่อนแอมาก ขาดกำลังภายใน ครรภ์อ่อนแอ…นางน่าจะเหน็ดเหนื่อยตรากตรำมากเกินไปจึงได้เป็นลมไปอย่างนี้ ไม่มีวิธีรักษาโรคนี้ แต่หลังจากที่ได้พักผ่อนสักพักนางก็ควรจะฟื้นได้เอง”
ท่าหมอสั่นศีรษะ
“ครรภ์อ่อนแอ” อวี๋เซียนขมวดคิ้ว “โรคนี้…พบได้บ่อยหรือ”
“ก็มีบ้าง แต่ที่ร้ายแรงแบบนี้มีไม่มากนัก” ท่านหมอกล่าว
เขาไม่รู้ว่านักพรตผู้นี้อยู่มานานขนาดนี้ได้อย่างไร
อวี๋เซียนมองนักพรตและพึมพำกับตัวเอง “โชคชะตาของข้าแปลกอะไรอย่างนี้ คุณหนูใหญ่ตระกูลเซี่ยที่ข้าชื่นชอบก็มีสุขภาพไม่ดีเช่นกัน ข้าได้ยินมาว่าเป็นครรภ์อ่อนแอด้วย นางเดินสามก้าวก็หอบ เดินห้าก้าวก็ไป น่าสงสารมาก ไม่นึกเลยว่าแม้แต่ปรมาจารย์ท่านนี้ก็ยังเป็นโรคนี้ด้วย…เฮ้อ ที่แท้คนอื่นๆ ก็มีชีวิตอย่างยากลำบากขนาดนี้…”