ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 805 ไม่เข้าใจคำพูดของเจ้า / ตอนที่ 806 การสอบใหญ่
ตอนที่ 805 ไม่เข้าใจคำพูดของเจ้า / ตอนที่ 806 การสอบใหญ่
ตอนที่ 805 ไม่เข้าใจคำพูดของเจ้า
ในคุกที่น่าอึดอัดยากที่จะได้เห็นแสงตะวัน นอกเสียจากจะถูกลากตัวออกไปทำงาน
ซย่าหย่าอวิ๋นได้พบจำเลยที่ทำร้ายตนเองให้ต้องตกระกำลำบากแล้ว นางจะปล่อยไปได้อย่างไร ต่อหน้าพี่หญิงต่ง นางแทบจะกลายเป็นคนบ้าไปแล้วกระนั้น แต่เมื่อใดที่นางสบโอกาส นางจะนำความอัปยศที่นางได้รับมาคืนกลับไปทั้งหมด
ในห้องขังนี้จะได้ยินเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแทบทุกวัน
บางครั้งเมื่อถูกทุบตีอย่างดุเดือด ทั้งสองคนจะกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่ด้วยกัน ข้าคว้าเจ้า เจ้าคว้าข้า
ทางฝั่งตระกูลต่งก็เป็นไปตามที่ผู้คุมพูดไว้ไม่มีผิด พวกเขาใช้เงินเล็กน้อยเพื่อกรุยทาง เมื่อมีการประหารหลังฤดูใบไม้ร่วงก็ขอให้ผู้คุมใช้ผ้าห่อศีรษะให้ หากนางตายในคุกก็ขอให้ผู้คุมช่วยเก็บศพด้วย
ใครก็ตามที่พูดแบบนี้แสดงว่าเขาไม่สนใจแล้วว่าคนผู้นั้นจะตายเมื่อไร
ต่งซีอวิ๋นไม่สามารถทนไปจนถึงวันที่จะถูกตัดหัวประหารชีวิตได้ในท้ายที่สุด
ไม่กี่วันก่อนการประหารชีวิต นางก็ถูกซย่าหย่าอวิ๋นรัดคอจนหายใจไม่ออกและเสียชีวิต
หลังจากที่นางตายไปแล้ว ชั่วขณะที่นางกลายเป็นวิญญาณ นางก็คิดว่าตนเองจะสามารถไปแก้แค้นเซี่ยเฉียวรวมถึงปรมาจารย์โม่และคนที่ทำร้ายนางได้ แต่วิญญาณของนางก็วับไปแทบจะทันที
ที่นี่คือศาลตัดสินคดี
ที่นี่เคยมีคนตายจำนวนมาก มีวิญญาณแค้นที่ชั่วร้ายยิ่งกว่านางเสียอีก แต่เนื่องจากมีพลังแห่งความยุติธรรมของทางการกดข่มไว้ ไอแค้นของวิญญาณแค้นเหล่านี้จึงไร้ผล
แต่ไม่เป็นอุปสรรคให้วิญญาณกลืนกินกันเอง
ตอนยังมีชีวิตอยู่ก็ต่อสู้ ตายไปแล้วก็ต้องต่อสู้ วิญญาณที่ไม่มีความยึดติดก็จะหนีไปอย่างรวดเร็ว พริบตาก็ลงไปยังปรโลก จึงสามารถหลบพ้นหายนะไปได้
ส่วนวิญญาณอื่น ต่อให้วิญญาณไม่สลายไปก็หนีไปไม่พ้นจากที่แห่งนี้ ท้ายที่สุดก็จะสับสนเลอะเลือน แม้แต่ตนเองก็จำไม่ได้ว่าเป็นใคร กลายเป็นเมฆหมอกขุ่นมัว ไม่เหลือรูปร่างมนุษย์ใดๆ ไปเมื่อไรก็รู้ ไม่เหลืออะไรอย่างสิ้นเชิง
…
ต่งซีอวิ๋นเองก็กลายเป็นคำต้องห้ามในสำนักศึกษาหลวง
ในวันที่คดีสิ้นสุดลง ไม่ว่าชายหรือหญิงในสำนักศึกษาหลวงต่างก็พากันตกตะลึง
ใครบ้างที่จะไม่รู้จักต่งซีอวิ๋นในฐานะหญิงสาวมากความสามารถอันดับหนึ่งของเมืองหลวง
จิตใจดี สง่างาม มีน้ำใจ และเต็มไปด้วยความสามารถ ตอนที่นางยกเลิกการหมั้นกับองค์ชายสี่ หลายคนรู้สึกเสียใจไปกับนางด้วย แต่ต่อมาเมื่อได้ยินว่านางเสียสติไป อารมณ์ทอดถอนใจก็มาแทนที่
กลับนึกไม่ถึงว่า…
ผู้หญิงที่เดิมทีคิดว่าเป็นดอกไม้งาม ที่แท้ก็เป็นเสือที่กินคน
สงสารก็แต่คุณหนูรองต่ง นางไร้เดียงสาไม่มีพิษภัย แต่กลับต้องมาตายอย่างน่าอนาถเช่นนี้
เรือนหมู่ตันอยู่ในช่วงขาลง
ชีไหวเองก็เช่นกัน หลังจากที่เขาเห็นต่งซีอวิ๋นแล้วหนีไปในวันนั้น พอกลับไปเขาก็ล้มป่วยหนักในทันที จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ออกมาจากบ้าน และก็ไม่มีหน้าจะออกไปไหนด้วย
ท่ามกลางบรรยากาศอันซับซ้อนนี้ การสอบใหญ่ของสำนักศึกษาหลวงก็มาถึง
“ศิษย์น้อง การสอบคราวนี้ พี่หญิงใหญ่ของเจ้าเป็นตัวเต็งในการลุ้นที่หนึ่งในฝั่งผู้หญิงเชียวนะ…” ฉู่เจี้ยนงุนงง
หากเป็นเมื่อก่อนเจ้าเด็กนี่จะต้องคุยโม้อวดพี่หญิงใหญ่ของตนเองแล้ว
เขามักจะพูดอยู่เสมอว่านางหน้าตางดงาม
แต่เดี๋ยวนี้เซี่ยผิงไหวไม่ได้พูดถึงและยังตั้งใจเรียนหนังสือมาก ทุกครั้งที่เขาพูดถึงเซี่ยเฉียว เซี่ยผิงไหวก็โกรธขึ้นมาตั้งแต่เขายังพูดไม่ทันจบ แปลกจริงๆ!
อันที่จริง…เซี่ยเฉียวเองก็ไม่คิดว่าจะปิดปังเซี่ยผิงไหวไว้นานขนาดนี้
เดิมทีนางคิดว่าจะแค่สองสามวัน แต่ใครจะรู้ว่าเด็กคนนี้จะทำตัวเรียบร้อยดีเหลือเกิน เขาไม่พูดคุยกับคนอื่น และไม่เที่ยวเตร่ แต่กลับมานั่งอ่านหนังสือที่เรือนของอาจารย์เซียวหรือไม่ก็กลับบ้านไปฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ จนไม่มีโอกาสที่จะรู้ความจริงได้เลย!
“เมื่อครู่นี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ” เซี่ยผิงไหวขมวดคิ้ว “ยังไม่จบสินะ!? ทั้งที่รู้ว่าพี่สาวของข้าตายไปแล้ว ก็ยังมาพูดแบบนี้อีก อยากโดนอัดจริงๆ ใช่ไหม!”
เซี่ยผิงไหวรู้สึกว่าเขาอดทนมากพอแล้ว
พี่หญิงใหญ่ขอให้เขาเป็นเด็กดี เขาจึงไม่ทะเลาะวิวาท ไม่ยอมอัดศิษย์พี่คนนี้ เผื่อพี่หญิงใหญ่ที่อยู่เบื้องล่างรู้เข้าและจะรู้สึกไม่สบายใจ
แต่ฉู่เจี้ยนไร้ยางอาย มันมากเกินไปแล้ว!
“ไม่ใช่นะ…เจ้าจะมาหัวร้อนอะไรกับข้า เมื่อครู่นี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ พี่หญิงใหญ่ของเจ้า! ทำไมข้าฟังไม่เข้าใจล่ะ!” ฉู่เจี้ยนก็ตกตะลึงและรู้สึกไม่ชอบมาพากล
ตอนที่ 806 การสอบใหญ่
ฉู่เจี้ยนรู้สึกว่านิสัยขี้หงุดหงิดของเซี่ยผิงไหวนี้น่าจะพอได้แล้ว ทำไมถึงยังไม่จบไม่สิ้นเสียทีนะ
หากไม่ใช่เพราะเห็นว่าช่วงนี้เขาตั้งอกตั้งใจจริงๆ เขาในฐานะศิษย์พี่ก็จะต้องสั่งสอนเขาหน่อยล่ะ!
“เจ้าไม่มีสมองหรือ พูดออกชัดๆ อย่างนี้ยังจะไม่เข้าใจอะไรอีก! ข้าเบื่อที่จะคุยกับเจ้าแล้ว!” เซี่ยผิงไหวโมโหฮึดฮัด
ฉู่เจี้ยนเองก็มีโมโหขึ้นมาแล้ว “เซี่ยผิงไหว! ข้าเป็นศิษย์พี่ของเจ้านะ ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ ไม่รู้จักมารยาทสักนิด ข้ายังนึกว่าเจ้าพัฒนาขึ้นบ้างแล้ว นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะยังไม่รู้ความเช่นนี้!”
เซี่ยผิงไหวจ้องมองหน้าเขาด้วยอารมณ์
ใครกันแน่ที่ไม่รู้ความ
ชอบพูดถึงคนที่ตายไปแล้ว เปิดแผลเขาแล้วยังโรยเกลืออย่างเจ็บแสบ จะเป็นคนดีไปได้อย่างไร!
“พอได้แล้ว” เซี่ยผิงไหวเผยความเป็นศัตรูอย่างรุนแรง
ฉู่เจี้ยนถือว่าตัวเองเป็นสุภาพบุรุษและจะไม่ทะเลาะวิวาท เวลานี้เซี่ยผิงไหวทำให้เขาโกรธมากจนเขาสะบัดแขนเสื้อจากไปทันที!
วันนี้มีการสอบครั้งใหญ่ สำนักศึกษาหลวงเงียบอย่างน่าประหลาด เพราะการสอบครั้งใหญ่นี้สำคัญมาก ผู้เข้าสอบแทบทั้งหมดจึงรู้สึกประหม่าอย่างยิ่ง ทุกคนต่างก็ถือหนังสือตำราอยู่ในมือ อ่านได้เท่าไรก็เท่านั้น
งานแต่งงานของเซี่ยเฉียวยังต้องรออีกมากกว่าครึ่งปี ดังนั้นนางจึงไม่รีบร้อนที่จะออกจากสำนักศึกษา แต่การสอบครั้งใหญ่นี้เป็นการสอบที่สำคัญครั้งสุดท้ายสำหรับนางจริงๆ
ถึงแม้ว่านางจะแต่งงานไปแล้ว นางก็ยังสามารถมาอ่านหนังสือที่สำนักศึกษาได้ เรื่องนี้ก็ทำเซี่ยเฉียวพอใจแล้ว
เซี่ยเฉียวยังคงลงทะเบียนสอบแปดวิชาเหมือนเดิม
การสอบเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนาง พอนางรีบเขียนคำตอบเสร็จแล้วก็ส่งกระดาษคำตอบทันที จากนั้นก็กลับไปที่หอส่องชะตา
และ…
คาดว่าเรื่องที่ตนเองยังมีชีวิตก็น่าจะปิดไม่มิดอีกแล้ว
นางยังต้องเตรียมรับมือกับความโกรธของน้องชายงี่เง่าของตนเองด้วย
นางกังวลมากจนรู้สึกกระวนกระวาย เวลาที่เจ้าเด็กนั่นโมโหขึ้นมา เขาจะไม่ตัดหัวนางหรอกใช่ไหม
การสอบของสำนักศึกษาดำเนินไปเป็นเวลาสามวันติดต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นเรือนหมู่ตันหรือเรือนไห่ถังก็ต้องเข้าร่วมด้วย ดังนั้นบรรยากาศที่เคร่งขรึมนี้จึงกินเวลาหลายวัน
หลังจากสอบเสร็จก็เป็นวันหยุด เหล่าอาจารย์ก็ต้องตรวจแก้กระดาษคำตอบ ส่วนพวกศิษย์ก็รู้สึกกังวลมากราวกับว่าพวกเขากำลังรอการตัดสินโทษ ในใจก็รู้สึกทรมานยิ่งนัก
โชคยังดีที่ผลการสอบออกมาอย่างรวดเร็ว
เซี่ยเฉียวรู้ความสามารถของตนเองดี นางจึงไม่ได้ไปที่สำนักศึกษาเพื่ออ่านประกาศ
ที่สำนักศึกษาหลายคนกำลังดูรายชื่อบนกระดาษสีแดง
“แม่นางเซี่ยเป็นอันดับหนึ่งในแปดวิชาอีกแล้ว! ตอนที่นางได้ที่หนึ่งในแปดวิชาก็มีคนบอกว่านางไม่ได้เรียนเก่งจริง คงเป็นเรื่องบังเอิญ คราวนี้คงไม่มีอะไรจะพูดแล้วสินะ”
“นึกถึงตอนนั้นต่งซีอวิ๋น…” ใครก็ไม่รู้พูดขึ้นมา ทุกคนก็เลยยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน
ตอนที่ต่งซีอวิ๋นยังอยู่ เสียงโห่ร้องจากเรือนหมู่ตันนั่นดังยิ่งกว่าใครๆ พวกเขาต่างก็พูดว่าเซี่ยเฉียวนั้นเทียบกับหญิงสาวมากความสามารถอันดับหนึ่งไม่ได้เลย
บัดนี้…
คำพูดแบบเดิมยังอยู่ แต่คนนั้นไม่มีแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ต่งซีอวิ๋นมากความสามารถแล้วอย่างไร นางนิสัยใจคอไม่ดี แล้วจะเทียบกับแม่นางเซี่ยได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจไม่ใช่เรื่องที่นางได้ที่หนึ่งในแปดวิชานี้หรอก แต่เป็นคะแนนรวมของทั้งสองเรือนต่างหาก
คนของเรือนหมู่ตันรู้สึกเย็นเยียบในใจทันทีที่ได้เห็นคะแนน
เนื่องจากคะแนนโดยรวมของคนเรือนคงกู่หลายคนนั้นเหนือกว่าเรือนหมู่ตันของพวกเขา!
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ความพยายามในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้เรือนคงกู่กับเรือนหมู่ตันทัดเทียมกันได้!?
แน่นอนว่าคนที่ได้คะแนนเหนือกว่าส่วนใหญ่นั้นเป็นศิษย์หญิงจากเรือนคงกู่ ฝั่งศิษย์ชายก็มีเหมือนกัน แต่กลับมีค่อนข้างน้อย เพราะถึงอย่างไรศิษย์ของเรือนหมู่ตันก็คัดเลือกมาเอาคนที่มีความสามารถดีที่สุดเข้ามา จึงยากที่จะเอาชนะความพยายามตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาได้จริงๆ
แต่ก็มีน้อยมากที่เป็นข้อยกเว้น ซึ่งมันก็น่าตื่นเต้นมากแล้วสำหรับศิษย์ส่วนใหญ่
ศิษย์ของเรือนคงกู่กระตือรือร้นที่จะเรียนรู้มากขึ้น ในขณะที่ศิษย์ของเรือนหมู่ตันก็รู้สึกได้ถึงความวิกฤติเช่นกัน
อันดับของเซี่ยเฉียวนั้นยิ่งทำให้เรือนคงกู่ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น อันดับของฟังมู่เสวี่ยและคนอื่นๆ ก็สูงมาก มากจนทำให้พวกนางเองก็งุนงงและมีความรู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อยอยู่เหมือนกัน