ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 871 แย่งความโปรดปราน / ตอนที่ 872 เจ้านายผู้ร่ำรวยทั้งสาม
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 871 แย่งความโปรดปราน / ตอนที่ 872 เจ้านายผู้ร่ำรวยทั้งสาม
ตอนที่ 871 แย่งความโปรดปราน / ตอนที่ 872 เจ้านายผู้ร่ำรวยทั้งสาม
ตอนที่ 871 แย่งความโปรดปราน
เซียวอวี้หรงแต่งกายด้วยชุดสีขาวพร้อมกับขลุ่ยหยกอันปราณีตแขวนอยู่ที่เอวของเขา เขาอายุสามสิบแล้ว แต่กลับดูมีพลังมากกว่าคนอายุสิบกว่ายี่สิบกว่าเสียอีก เขายืนอยู่หน้ารถม้า สดชื่นสดใส เรียกได้ว่าราวกับภาพวาดชายหนุ่มรูปงามภาพหนึ่ง
ความงดงามของเซียวอวี้หรงไม่ได้เกิดจากใบหน้านี้ แต่เป็นเพราะกลิ่นอายของหนอนหนังสือที่เต็มเปี่ยมไปทั้งร่าง มันทำให้ผู้คนมองมาที่เขาราวกับตกลงไปในทะเลหนังสือเป็นหมื่นๆ เล่มและจมลงไปได้ในชั่วพริบตา
นี่คือศิษย์น้องรองของนาง
เซี่ยเฉียวมองเหม่อไปชั่วขณะ
พอนางใจลอยไปก็มีพัดเล่มหนึ่งเข้ามาขวางสายตาของนาง
“ศิษย์พี่มองอะไรอยู่หรือ” จ้าวเสวียนจิ่งปรากฏตัวอย่างกะทันหัน
เซี่ยเฉียวชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะสังเกตเห็นเขา
จากนั้น…
“วันนี้ศิษย์น้องแต่งตัว…ไม่ค่อยเหมือนทุกทีนะ” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วเล็กน้อย
จิ๊ ศิษย์น้องทั้งสองของนางนี่คิดจะกลบรัศมีของนางหรืออย่างไร!
ศิษย์น้องรัชทายาทของนางนี้ก็แต่งกายด้วยชุดสีขาว แต่ที่ไม่แตกต่างออกไปก็คือ ชุดสีขาวของเขาดูเหมือนจะปักด้วยดิ้นเงิน งานปักก็ไม่ธรรมดาเลย ภายใต้แสงน้อยๆ เขาส่องประกายราวกับเทพเซียน เดิมทีหน้าตาของเขาก็ดีมากอยู่แล้ว ตอนนี้เขายังสวมมงกุฏหยกขาว สง่างามราวกับภูเขาเยือกเย็นทำให้คนหลงใหลเมามาย กายหอมกลิ่นอำพันทะเล ช่าง…
ทันใดนั้นเซี่ยเฉียวก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่งทันที
นางก้มลงมองตัวเอง
วันนี้…นางสวมชุดนักพรตเต๋าสีเทาที่เรียบง่ายและสกปรกยาก
“ทำไมวันนี้ศิษย์น้องถึงพกพัดมาด้วย ไม่มีประโยชน์” สายตาเซี่ยเฉียวจ้องมองพัดเล่มนั้นไม่วางตา
พัดดอกสาลี่หยกขาวช่างดีงามอะไรอย่างนี้ ลวดลายดอกไม้บนพัดก็งดงาม วัสดุที่ใช้ทำพัดก็ดี ยามที่มันส่งเสียงดังฟึ่บนั้นก็ทำให้คนอดหันไปมองไม่ได้!
นี่มันแย่งความโดดเด่นกันชัดๆ?
ป้อมเหมิงจยา อาจารย์…
เซี่ยเฉียวมองคนทั้งสองด้วยแววตาจริงจัง
ศิษย์พี่ศิษย์น้องเยอะ ความขัดแย้งก็มากตามไปด้วย หรือว่าศิษย์น้องสองคนนี้รู้ว่านางเป็นที่รักของอาจารย์มากที่สุด ก็เลย…คิดจะแย่งความโปรดปรานกับนาง?!
“ตอนนี้อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว แต่ระยะทางยาวไกล ระหว่างเดินทางคงมียุงและแมลงมากมาย มีพัดไว้ค่อยพัดเสียหน่อยน่าจะดีกว่า” จ้าวเสวียนจิ่งกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม
ทุกอิริยาบถทุกการเคลื่อนไหวดูสบายๆ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็สมบูรณ์แบบอะไรอย่างนั้น
เซี่ยเฉียวครุ่นคิดเล็กน้อย “พวกเจ้า…รอข้าหน่อย เดี๋ยวข้ากลับมา”
เซี่ยเฉียวพูดจบก็สั่งให้คนขนของขึ้นไปไว้บนรถก่อน แล้วหันหลังเดินจากไป
“ศิษย์พี่ยังมีเรื่องอะไรต้องทำอีกหรือ” เซียวอวี้หรงเดินเข้ามาถามด้วยความสงสัย
จ้าวเสวียนจิ่งกวาดตามองเขา “ศิษย์พี่สวมชุดขาวเดินทางไม่กลัวว่าจะสกปรกหรือ”
“ฝ่า…ศิษย์น้องเองก็สวมชุดขาวนี่” เซียวอวี้หรงสุภาพมาก “ไปพบอาจารย์จะทำแบบขอไปทีได้อย่างไร เสื้อผ้าที่ข้านำมาด้วยล้วนแต่เป็นสีขาวทั้งนั้น สวมใส่แล้วก็ดูสง่าดี พออาจารย์เห็นแล้วก็จะต้องชมว่าข้ามีพัฒนาการ”
จ้าวเสวียนจิ่งหัวเราะออกมาทันที
เขารู้อยู่แล้วว่า ศิษย์พี่ของเขาคงจะไม่อยู่เฉยแน่ โชคดีที่วันนี้เขาพิถีพิถัน มิฉะนั้นเขาจะต้องถูกแย่งความโดดเด่นไปเป็นแน่
พอนึกถึงสายตาที่เซี่ยเฉียวมองเซียวอวี้หรงเมื่อครู่นี้…
ความคิดที่จะกินคนของเขาก็เกิดขึ้นในใจแล้ว
ครึ่งชั่วยามถัดมาเซี่ยเฉียวก็กลับมา
นางเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่หมดทั้งชุด นอกจากนั้นเด็กรับใช้ที่ติดตามนางไปด้วยก็ยังแบกห่อผ้าขนาดใหญ่กลับมา แล้วยัดเข้าไปในรถม้าของเซี่ยเฉียวด้วย
เซี่ยเฉียวโยนเสื้อผ้าที่เทาเรียบๆ นั้นทิ้งไป แล้วเปลี่ยนไปสวมชุดสีขาวด้วยเช่นกัน ซึ่งนับว่าเป็นเสื้อผ้าที่เข้าชุดกัน นางม้วนผมเป็นมวยไว้บนศีรษะ ปักปิ่นหยกขาวแล้วมัดไว้ด้วยไหมสีน้ำเงิน และมีกระบี่สีน้ำเงินเล่มเล็กที่เพิ่งซื้อมาห้อยอยู่ที่เอวของนาง
เซี่ยเฉียวแย้มยิ้ม “ข้าพร้อมแล้ว ออกเดินทางได้!”
ทันใดนั้นก็มีลมพัดมาเบาๆ เสื้อผ้าสีขาวของเซี่ยเฉียวพลิ้วไหวราวกับจะพานางขึ้นสู่ความเป็นเซียนกระนั้น
ตอนที่ 872 เจ้านายผู้ร่ำรวยทั้งสาม
บุคลิกในฐานะโม่ชูเซิงของนางนั้นเทียบไม่ได้กับความคิดอันมากมายของศิษย์น้องทั้งสอง แต่ก็ไม่ได้ด้อย!
นอกจากนี้ นางยังแปดเปื้อนกิเลสทางโลกน้อยกว่าคนทั้งสอง ในแง่ของคุณภาพอารมณ์แล้วนางไม่แพ้แน่!
เสริมจุดแข็งกลบจุดด้อย นางลบเครื่องแปลงโฉมไม่ได้ แต่นางสามารถทำให้บุคลิกผู้วิเศษของนางไปถึงขีดสุดได้!
เซี่ยเฉียวยิ้มน้อยๆ ท่ามกลางสายลม โจวเว่ยจงและคนอื่นๆ ต่างก็มองจนดวงตาพร่าพรายไปหมด
พวกเขาเกือบจะคุกเข่าลงเสียแล้ว
เขาจะต้องรับใช้เจ้านายสามคนนี้ บ้าไปแล้วหรือ
ออกเดินทางไปข้างนอกจะใส่เสื้อผ้าสีดำน้ำเงินหรือเทาไม่ได้หรือ ทั้งสะอาดทั้งใช้การได้ดี หากระหว่างทางเจออันตรายก็ยังหลบซ่อนได้ง่ายไม่สะดุดตา!
แต่นี่พวกเขากลับชวนกันสวมชุดขาว ไม่กลัวว่าจะเด่นจนทิ่มตาบ้างหรือ!
นอกจากนี้ บุคลิกลักษณะของพวกเขาทั้งสามคนก็เป็นเช่นดวงตะวันอันสดใสพระจันทร์อันเจิดจ้าชัดๆ เดิมทีมันก็ทำให้คนอื่นไม่กล้ามองนานๆ อยู่แล้ว ตอนนี้พอยิ่งพิถีพิถันกันขึ้นมา…จะฆ่ากันให้ตายเลยหรืออย่างไร
หลายๆ คนที่อยู่ข้างถนนก็อดไม่ได้ที่จะมองมากันแล้ว
เซี่ยเฉียวปัดฝุ่นในมือของนางก่อนจะยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย นางพยักหน้าเบาๆ แล้วก้าวขาขึ้นรถ
เซียวอวี้หรงและจ้าวเสวียนจิ่งก้าวตามหลังนางไปทันที หลังจากที่ทุกคนขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ขบวนรถก็ออกเดินทาง!
ป้อมเหมิงจยาไม่ได้อยู่ไกลมาก แต่ก็ไม่ได้ถือว่าใกล้
รถม้าของเซี่ยเฉียวคันนี้ดีที่สุดแล้ว ถึงอย่างไรนางก็เป็นศิษย์พี่ ยามเมื่อเดินทางอยู่ข้างนอกก็ต้องจัดลำดับความสำคัญตามสำนัก สถานะรัชทายาทไม่มีประโยชน์ในเวลานี้
นางจดจ่ออยู่กับการวาดยันต์
แผ่นแล้วแผ่นเล่าผ่านไปอย่างราบรื่น
พวกเขาหยุดพักระหว่างทางสองครั้ง แต่ละครั้งเป็นเวลาไม่นานนัก พอถึงเวลาเย็นพวกเขาก็รีบเร่งเดินทางเข้าพักในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในป่า
โรงเตี๊ยมแห่งนี้อยู่ติดกับถนนสายหลักและกิจการของพวกเขาก็ดีมาก เซี่ยเฉียวไม่ได้รีบลงจากรถม้า หลังจากรอให้ศิษย์น้องทั้งสองคนลงจากรถม้าก่อน นางก็เปิดม่านลงมาด้วยตัวเอง
ศิษย์น้องทั้งสองคนนับว่ารู้ความ พวกเขาต่างก็เข้ามาประคองนาง
เซี่ยเฉียวพยักหน้าน้อยๆ วางมาดเต็มที่
ว่ากันในแง่ของความคิดแล้ว ศิษย์น้องทั้งสองของนางก็ยังเทียบกับปรมาจารย์อย่างนางไม่ได้!
“ศิษย์พี่เหนื่อยไหม ห้องข้างบนจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว” เวลานี้จ้าวเสวียนจิ่งทำตัวเหมือนกับศิษย์น้องธรรมดาๆ ไม่ได้วางท่าเลยแม้แต่น้อย
“กินอะไรกันก่อนสักหน่อย” เซี่ยเฉียวยิ้มน้อยๆ แต่ยังคงเก็บอาการ มองไม่ออกถึงข้อบกพร่องใดๆ มองอย่างไรก็เหมือนผู้บรรลุเต๋าแล้ว
ขณะนั้นคนที่นั่งอยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ต่างก็พากันตกตะลึง
เสี่ยวเอ้อล้วนแต่ตะลึงงันอยู่กับที่
โจวเว่ยจงนั้นล่วงหน้ามาจัดการเรื่องห้องพักให้ก่อน แต่เวลานี้เมื่อเสี่ยวเอ้อเห็นแขกทั้งสามท่านก็อดที่จะกลืนน้ำลายไม่ได้
ผู้ดูแลร้านตบศีรษะเสี่ยวเอ้อเข้าอย่างจังไปหนึ่งที “ยังไม่รีบไปยกน้ำชามาอีก!”
“อ๊ะ? อา!” เสี่ยวเอ้อรู้สึกราวกับว่าตนเองยืนอยู่บนปุยนุ่นกระนั้น
ที่นี่มัน…ก็แค่โรงเตี๊ยม ข้างหน้าไม่มีหมู่บ้าน ข้างหลังมีไม่ร้านค้า ต้อนรับแต่คนธรรมดาที่สัญจรไปมา!
ต่อให้เป็นพวกที่น่าจะเป็นเจ้านาย หลังจากลงจากรถม้ามาแล้วก็มักจะปรากฏอาการเหนื่อยล้าหมดแรง ดูไม่ค่อยมีพลังเท่าไร ไหนเลยจะเหมือนทั้งสามท่านนี้…
แค่ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา มั่งคั่งสูงศักดิ์!
“ยามอยู่ข้างนอก ข้าในฐานะศิษย์พี่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบดูแลพวกเจ้า อยากจะกินอะไรก็สั่งเถอะ ระหว่างทางนี้ค่าใช้จ่ายของพวกเจ้าให้เป็นหน้าที่ของข้าก็แล้วกัน” เซี่ยเฉียวยิ้มอย่างมีเมตตาให้ศิษย์น้องทั้งสอง
เซียวอวี้หรงรู้สึกปลาบปลื้ม “ควรจะเป็นศิษย์น้องที่แสดงความกตัญญูต่อศิษย์พี่ ไหนเลยจะให้ศิษย์พี่ออกเงินได้”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ศิษย์พี่ก็รับผิดชอบแต่อาหารการกินของข้าเถอะ ศิษย์พี่รองควักเงินของเขาเอง ท่านไม่ต้องกังวล” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ยสบายๆ
“…” เซียวอวี้หรงมองเขาด้วยสายตางุนงง
ฝ่าบาทไม่ได้ไม่มีเงินเสียหน่อย!
ร้านค้าของศิษย์พี่ก็ไม่รู้ว่าทำกำไรได้เท่าไร นางจะแบกรับไหวหรือ
หนทางนี้…ยังอีกยาวไกล พอไปถึงป้อมเหมิงจยาก็ยังมีเรื่องให้ต้องใช้เงินเยอะแยะ พวกเขาย่อมต้องเป็นคนดูแลศิษย์พี่สิ?!