วาฬน้อยผู้ป็นที่รักของเหล่ามนุษย์ - บทที่ 101 ลูกวาฬน้อยโหดร้ายเกินไปแล้ว
บทที่ 101 ลูกวาฬน้อยโหดร้ายเกินไปแล้ว
ฉินเฉิงเจ๋อกับคนอื่น ๆ ที่เตรียมพร้อมลงไปช่วยพบว่าอิงอิงน้อยเร็วมากเสียจนมองไม่ทัน
พวกเขาเพิ่งจะถอดเสื้อนอกกับรองเท้าออก ทั้งสามคนที่ถูกโยนลงน้ำก็ถูกเธอลากขึ้นมาแล้ว
เด็กหนุ่มที่โตมากที่สุดในกลุ่มดูแล้วน่าจะอายุประมาณสิบห้าสิบหกปี ใบหน้าของเขาซีดเซียว ตัวสั่นเทาไปหมด
“แก… แค่ก ๆ ๆ …ฉันบอกไว้เลยนะ… ฉันไม่มีทาง… ปล่อยแกไป… อย่างแน่นอน…”
ทันทีที่เขาขึ้นมาและหายใจเอาอากาศเข้าไปได้ ฉินอิงอิงก็โยนเขาลงไปในแม่น้ำอีกครั้งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก
ต่อมาก็คนที่สองและคนที่สาม!
ฉินเฉิงเจ๋อกับคนอื่นยังคงอึ้งอยู่ “…”
นี่อิงอิงน้อยติดบั๊กอยู่เหรอ?
เป็นอย่างนี้นี่เอง!
ไม่สิ!
จะเป็นไปได้ยังไง?
อิงอิงน้อยลงน้ำไปไม่ถึงนาทีเลยมั้ง?
ไม่นึกเลยว่าเธอจะลากเด็กหนุ่มสามคนที่อยู่คนละตำแหน่งขึ้นมาพร้อมกันได้
ฉินเฉิงไห่ขยี้ตา “นี่มัน… เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
ฉินเฉิงอวี้พูดติดอ่าง “ทักษะ… กะ… การว่ายน้ำของน้องสาวน่าทึ่งมาก!”
“จริง!” ฉินเฉิงหลีหยุดกังวลเมื่อเขาเห็นเจ้าตัวน้อยว่ายน้ำอย่างสบายอารมณ์ กระแสน้ำทำอะไรเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ ดูราวกับตุ๊กตาในภาพวาดที่ว่ายไปมาอย่างอิสระและเสรี
ก่อนหน้านี้เขากังวลว่าวัยรุ่นทั้งสามจะตายถ้าลงไปช่วยไม่ทัน และเรื่องนี้อาจจะสร้างรอยด่างพร้อยให้อิงอิงน้อยไปตลอดชีวิต
เดิมทีคนชั่วแบบนี้ไม่จำเป็นจะต้องตกไปถึงมือฉินอิงอิง พวกเขาล้วนจัดการทุกอย่างแทนเธอได้
แต่ตอนนี้…
เยี่ยนลี่เฉิงที่เข้าใจในการกระทำของอิงอิงน้อยเองก็ยังกังวลอยู่บ้าง
“อิงอิงน้อย เธอจะป่วยเอาได้นะ”
ฉินอิงอิงพักจากการว่ายน้ำและตอบพี่ชายผู้ให้อาหารด้วยเสียงไร้เดียงสา
“ไม่หรอกค่ะ พี่ลี่เฉิงไม่ต้องห่วงหรอก อิงอิงน้อยรู้ลิมิตตัวเองดี”
“มื้อเย็นอิงอิงกินอิ่มมาก ว่ายอีกสามสี่ชั่วโมงก็ไม่มีปัญหา!”
ลูกวาฬไม่ได้ว่ายน้ำมานานมากแล้ว พูดได้ไม่เต็มปากว่านี่เป็นสิ่งที่เธอทำได้อย่างไร้กังวล
น้ำในแม่น้ำกับในมหาสมุทรไม่เหมือนกัน น้ำในมหาสมุทรเค็ม เต็มไปด้วยกลิ่นคาว แต่น้ำในแม่น้ำไม่ใช่ มันเย็นและมีรสหวาน
แถมสภาพแวดล้อมของแม่น้ำสายนี้ก็ดีมาก ถึงจะเป็นน้ำในแม่น้ำแต่ก็ไม่ได้มีสีเขียวที่ขุ่นจนมองอะไรไม่เห็น
ในน้ำมีปลาแหวกว่ายอยู่จำนวนมาก น่าเสียดายที่พอเธอลงไปแล้ว ปลาพวกนั้นจะรู้สึกได้ถึงอันตรายก็เลยว่ายหนีไปอย่างรวดเร็ว
ฉินอิงอิงห่อเหี่ยว
ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในร่างของวาฬเพชฌฆาตอ้วน เธอไม่กินปลาตัวเล็กกับกุ้งฝอยพวกนี้หรอก
“ช่วย… ช่วยด้วย…”
“ช่วยด้วย… ใครก็ได้ช่วยด้วย!”
…
เยี่ยนลี่เฉิงเห็นเด็กหนุ่มคนแรกกำลังจะจมน้ำ เขาเริ่มขมวดคิ้ว “อิงอิงน้อย เขาใกล้จะไม่ไหวแล้ว!”
ฉินอิงอิงมองไปอย่างไม่พอใจ จากนั้นก็ดำน้ำลงไปจนมิดหัว
เด็กหนุ่มที่ใกล้จะจมน้ำหายไปจากสายตา จากนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นริมแม่น้ำ เขาถูกฉินเฉิงเจ๋อลากตัวขึ้นมาภายในสามวินาที
“แค่ก ๆ”
“แค่ก ๆ ๆ”
ไม่ถึงครึ่งนาที อิงอิงน้อยก็จัดการกับเด็กหนุ่มคนที่สองโดยไม่จำเป็นต้องให้พวกพี่ชายยื่นมือมาช่วยเหลือ ฉินอิงอิงโยนเขาข้ามไหล่ให้ขึ้นฝั่ง
ผ่านไปสิบวินาทีนิด ๆ เด็กหนุ่มคนที่สามก็ถูกเหวี่ยงข้ามไหล่ขึ้นมาบนพื้นหญ้าริมแม่น้ำเช่นกัน
เด็กหนุ่มทั้งสามคนหายใจหอบเหนื่อย ขณะเดียวกันก็ไอแบบไม่หยุดพัก
“แค่ก ๆ… แฮ่ก…”
ฉินอิงอิงไม่ได้ขึ้นจากน้ำทันที แต่ว่ายวนอยู่ในแม่น้ำหนึ่งรอบ หลังจากนั้นก็โผล่หัวขึ้นมาพูดกับเด็กหนุ่มคนที่สามด้วยเสียงสดใส
“พักผ่อนพอแล้วรึยัง?”
เด็กหนุ่มคนที่สามหมดคำจะพูด “…”
โหดร้าย!
นี่มันจอมเผด็การตัวจิ๋วจากไหนกันเนี่ย!
เธอจะโหดเกินไปแล้วนะ!
มองไม่เห็นเหรอว่าพวกเขาใกล้จะขาดอากาศหายใจแล้ว?
ฉินอิงอิงโบกมือให้พวกเขาก่อนจะเอ่ยเชิญชวน “มาเล่นกันต่อเถอะ!”
เด็กหนุ่มคนที่สาม “…”
ไม่!
พวกเราขอปฏิเสธ!
ในตอนที่ฉินอิงอิงเตรียมจะโยนพวกเขาลงไปเป็นครั้งที่สามก็มีเสียงฝีเท้าดังมาไกล ๆ เธอจึงหันไปมองด้วยความแปลกใจ
ผู้ใหญ่หลายคนกับเด็ก ๆ วิ่งกรูมาทางนี้พร้อมหายใจหอบเหนื่อย
“เซี่ยงเฉิน! เซี่ยงเจิ้ง! เซี่ยงปัว! พวกลูกอยู่ที่ไหน?”
“แม่! ในแม่น้ำทางนี้… มะ… เหมือนว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ของพวกพี่เลยนะ!”
“อะไรนะ?”
“ในแม่น้ำมีเด็กอยู่หนึ่งคนด้วย!”
…
เยี่ยนลี่เฉิงมองไปที่อิงอิงตัวน้อยทันทีและพูดเสียงเบา “อิงอิงน้อย เธอเป็นอะไรไป?!”
ฉินอิงอิงผู้ซื่อตรงมาตลอด จู่ ๆ ก็รู้สึกใจตรงกันกับพี่ชาย เธอหลับตาและตะเกียกตะกายไปมาด้วยมือเล็ก ๆ
“ช่วยด้วย! ช่วยอิงอิงด้วย!”
เด็กหนุ่มคนที่สามหน้าเหวอ “…”
พวกนายกำลังทำอะไร?!
นี่คิดจะทำอะไรกัน?!
คิดหลอกลวงกันแบบนี้เลยเหรอ!
เอาจริงดิ!
ฉินเฉิงเจ๋อวิ่งตัดหน้าเยี่ยนลี่เฉิงพุ่งลงน้ำและว่ายไปตรงหน้าน้องสาวอย่างรวดเร็ว จากนั้นฉินเฉิงไห่ก็เอาเสื้อขนเป็ดไปคลุมอิงอิงน้อยไว้อย่างแน่นหนา
“อิงอิง น้องเป็นยังไงบ้าง?”
“วางใจได้เลย พวกพี่จะแก้แค้นให้เธอเอง!”
เด็กหนุ่มคนที่สามตาโต “…”
ไม่ใช่นะ!
ไอ้น้อง พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง จะบอกว่าคนที่เป็นผู้เสียหายไม่ใช่พวกเขาสามคนงั้นเหรอ?
เจ้าตัวน้อยเล่นน้ำอย่างมีความสุขขนาดนั้น พวกเขาต่างหากที่เกือบจะจมน้ำตายอยู่รอมร่อ!
ผู้ปกครองของอีกฝ่ายมาถึงแล้ว เหล่าเด็ก ๆ ตระกูลฉินก็ต้องโทรเรียกผู้ปกครองของตนเองมาด้วยเช่นกัน
ดังนั้น ในวันส่งท้ายปีเก่าจึงมีใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยของคนสองสามคนในห้องรับแขกตระกูลฉิน พวกเขาคือมู่หรงเจิ้นฮุยแห่งตระกูลมู่หรง กับหลัวเหวินจู๋ผู้เป็นภรรยา ตอนนี้ลูกทั้งสามของพวกเขาได้เดินทางกลับประเทศอย่างเป็นทางการเพื่อลงหลักปักฐานแล้ว พวกเขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเยี่ยนผิงและเจียงหลิง ตระกูลเยี่ยน
สถานการณ์แบบนี้ นายใหญ่ตระกูลฉินกับคุณนายตระกูลฉินขี้เกียจจะเผชิญหน้ามาแต่ไหนแต่ไร
พวกเขาคุยกับหลานสาวอยู่ชั้นล่าง กลัวว่าเจ้าตัวเล็กจะไม่สบายเพราะตกน้ำตกท่า
ผลคือเจ้าตัวน้อยมีชีวิตชีวามาก ปากเล็กพูดคุยเจื้อยแจ้วกับคุณปู่ คุณย่าเกี่ยวกับเหตุการณ์ในตอนนั้น
คุณนายตระกูลฉินพยักหน้าอย่างเหลืออด “อิงอิงน้อยทำถูกแล้ว! พวกเขาสมควรโดน!”
นายใหญ่ตระกูลฉินขมวดคิ้ว “ที่นั่นมีกล้องวงจรปิดนะ!”
ถ้าพวกเขามีอันตรายถึงชีวิต อิงอิงน้อยจะทำยังไง?
แม้ว่าเด็กอายุไม่ถึงสี่ขวบจะไม่ได้รับโทษแต่ก็จะมีความผิดติดตัวไปตลอดชีวิตและถูกตราหน้าเอาได้
ตระกูลฉินอย่างพวกเขาไม่กลัวอยู่แล้ว กลัวก็แต่อิงอิงน้อยโตไปจนรู้ความแล้วจะมีปม กลายเป็นแผลใจที่เธอจะไม่สามารถจัดการชีวิตของเธอได้
คุณนายตระกูลฉินคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าสามีพูดถูกต้อง จึงรีบร้อนเปลี่ยนคำพูด
“อิงอิงน้อย การฆ่าคนมีความผิด แค่สั่งสอนให้บทเรียนก็พอแล้ว”
ฉินอิงอิงพยักหน้า “คุณปู่ คุณย่า อิงอิงรู้ค่ะ พวกพี่ ๆ บอกแล้ว อิงอิงเลยไม่ได้ปล่อยให้พวกเขาจมน้ำตาย แค่ให้พวกเขาเล่นน้ำด้วยกัน! แต่พวกเขาโง่ไปหน่อย แค่ว่ายน้ำก็ยังว่ายไม่เป็น!”
คุณนายตระกูลฉินจินตนาการถึงฉากที่เกิดขึ้นและรู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อเด็กชายจากตระกูลมู่หรงทั้งสามคนอย่างสุดซึ้ง
แต่ก็สมควรโดนจริง ๆ!
อิงอิงน้อยถูกอกถูกใจคุณย่าอย่างเธอมากเลยจริง ๆ
การแสดงออกของนายใหญ่ตระกูลฉินดูสงบนิ่ง แต่ในใจกลับไม่สงบนัก
หลานชายทั้งสามเกือบกลายเป็นร่างไร้วิญญาณใต้รถของเหล่าเด็กหนุ่มตระกูลมู่หรง เรื่องนี้ไม่สามารถชดใช้ได้ด้วยการโยนคู่กรณีลงไปในแม่น้ำและปล่อยให้แช่อยู่ครู่หนึ่ง
นั่นเป็นแค่การระบายความโกรธแค้นเท่านั้น!
คนตระกูลมู่หรงกับคนตระกูลเยี่ยนกำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นของตระกูลฉินด้วยความรู้สึกว้าวุ่นใจเป็นอย่างมาก
หลังจากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจากพวกเด็ก ๆ พวกเขาคิดว่าเด็กน้อยตระกูลฉินคนนั้นรับมือได้ยากมาก ถึงกับกัดฟันแน่นอย่างอดไม่ได้ แต่ก็ไม่ยอมรับว่าเด็กตระกูลมู่หรงทั้งสามคนเป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน
ผู้หลักผู้ใหญ่สองคนของตระกูลฉินไม่โผล่มาให้เห็นหน้า ว่ากันว่าเจ้าตัวน้อยฉินอิงอิงล้มป่วยจนลุกขึ้นไม่ได้ พวกเขาอยากให้เธอเสียชีวิตด้วยอาการป่วยใจจะขาด แต่เนื่องจากสถานการณ์ไม่เป็นใจจึงได้แต่หวังว่าฉินอิงอิงจะดีขึ้นในไม่ช้า เมื่อดีขึ้นแล้วก็ควรมาเผชิญหน้ากันทันที
ถนนเส้นนั้นมีกล้องวงจรปิด แต่ภาพในกล้องหลังจากที่เด็กตระกูลมู่หรงทั้งสามคนเร่งความเร็วพุ่งเข้าชนคนอย่างไม่คิดลังเล เป็นเหตุให้ตกลงแม่น้ำกลับเสียหายทั้งหมด
มันบังเอิญถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?
ใครจะไปเชื่อ!