สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย - บทที่ 19 เว่ยเซิงโม่
บทที่ 19 เว่ยเซิงโม่
ถูกลอบโจมตีงั้นหรือ?
ดูท่าว่าไอ้คนบงการที่อยู่เบื้องหลังนั่น คงไม่อยากจะทิ้งหนทางรอดให้เขาเลยจริง ๆ สินะ เว่ยเซิงโม่หรี่ดวงตาสีน้ำเงินเข้มลง พลางลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดในใจอีกครั้ง
หลังจากเขาทำภารกิจของกองทัพเสร็จสิ้นและกลับมายังดาวเมืองหลวง ไม่นานนักเขาก็ได้รับข่าวกรองว่ามีเบาะแสเกี่ยวกับพี่ชายและพี่สะใภ้ที่หายสาบสูญไปปรากฏอยู่ที่ดาวดอแรน
แม้เรื่องนี้จะมีข้อพิรุธมากมาย แต่เขาไม่อยากพลาดโอกาสแม้เพียงน้อยนิดที่จะตามหาครอบครัว ดังนั้นเขาจึงประกาศต่อภายนอกว่ากำลังพักรักษาตัว
แต่ตัวจริงกลับพาคนสนิทเดินทางไกลมายังดาวดอแรนแห่งนี้
ผลปรากฏว่า ทันทีที่ลงจากยานอวกาศ เขาก็ถูกคนสนิทของตัวเองแทงข้างหลัง กว่าจะฝ่าวงล้อมออกมาได้ พลังพิเศษของเขาก็ถูกใช้งานเกินขีดจำกัดจนเกิดอาการ ‘คลั่งทางจิต’
เนื่องจากมีทหารไล่ล่าไม่หยุด เพื่อจะสลัดหลุดเขาจึงฝืนใช้พลังอีกครั้งจนบาดเจ็บซ้ำซ้อน
ร่างกายไม่สามารถกลับคืนสู่ร่างมนุษย์ได้ในระยะสั้น จึงต้องกลายร่างเป็น ‘ร่างวัยเยาว์’ เพื่อหลบหนีการตามล่า
โชคยังดีที่ร่างวัยเยาว์ของเขานั้นดูธรรมดาไม่สะดุดตา หลังจากผ่านอุปสรรคมามากมาย
เขาก็ซมซานมาหลบพักรักษาตัวอยู่ในวิลล่าร้างที่ไม่มีคนอาศัยอยู่
ทว่าสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงเลยก็คือ วิลล่าที่เขามาอาศัยอยู่นั้น กลับกลายเป็นบ้านของ ‘พรานหญิง’ คนนั้น!
ใช่แล้ว… เว่ยเซิงโม่รู้จักเมิ่งหนานซวี่
เพราะสถานที่ที่เขาไปปฏิบัติภารกิจก่อนหน้านี้ ก็คือดาวร้างหมายเลข D9027 นั่นเอง!
ในวันนั้น หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ เว่ยเซิงโม่กำลังเตรียมตัวถอนกำลังออก
แต่เขากลับมองเห็นการต่อสู้ที่ดุเดือดจากบนยานอวกาศ สัตว์อสูรระดับ 7 กำลังแผดคำรามด้วยความดุร้าย พรานสาวในชุดดำที่บาดเจ็บสาหัสกุมกริชในมือไว้แน่น
เธอไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย ทุกกระบวนท่าแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและจิตสังหารที่พร้อมจะตายตกไปตามกัน
จิตวิญญาณเช่นนั้นทำให้เว่ยเซิงโม่เกิดความเลื่อมใส เขาจึงกลายร่างเป็นสัตว์อสูรพุ่งลงจากฟากฟ้า และฆ่าสัตว์อสูรที่บาดเจ็บหนักตัวนั้นทิ้งเสีย
พรานสาวคนนั้นบาดเจ็บหนักจนต้องกลายร่างเป็นร่างสัตว์ เว่ยเซิงโม่จึงจงใจทิ้งน้ำยาซ่อมแซมระดับสูงไว้ให้เธอหนึ่งหลอด
บางทีพรหมลิขิตคงกำหนดไว้แล้ว คราวนี้จึงถึงตาเธอเป็นฝ่ายช่วยชีวิตเขาบ้าง
เว่ยเชิงโม่รู้สึกสับสนในใจยิ่งนัก
เขาซ่อนสมาร์ทดีไวซ์ไว้ที่เดิม ขณะที่กำลังลังเลว่าจะไปนอนที่ไหนดี เงาสีดำสายหนึ่งก็ทาบทับลงมาปกคลุมร่างของเขาไว้
เว่ยเชิงโม่: ……
“เสี่ยวไป๋จ๊ะ… คิดจะไปไหนเหรอ?”
หญิงสาวในชุดนอนสีขาวปรากฏตัวขึ้นข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เธอกำลังจ้องมองเขาพร้อมกับเอ่ย ‘กระซิบจากปิศาจ’ ออกมา
“แกน่ะดื่มน้ำยาซ่อมแซมของฉันไปตั้ง 3 หลอด เป็นแมวที่ขายตัวใช้หนี้ให้ฉันแล้วนะ จะคิดหนีไปได้ยังไง?”
พูดจบเธอก็โน้มตัวลงมาอุ้มเขาขึ้น
ราตรีนี้อากาศเย็นเยียบ แต่เว่ยเชิงโม่กลับรู้สึกตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มและอบอุ่นจากทรวงอกของเธอ
เว่ยเชิงโม่ที่ถูกลูบไล้ ตั้งแต่หัวจรดหางถึงกับวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
สรุปแล้ว ระหว่างเขากับเธอ ใครเป็นฝ่ายเสียเปรียบกันแน่เนี่ย?
ทางด้านเมิ่งหนานซวี่ที่จับแมวขาวขี้หนีได้ก็อารมณ์ดีสุด ๆ เธอขอบใจ 521 ในใจที่ช่วยเตือนได้ทันเวลา
[นี่มันมูลค่าตั้ง 3 แสนเหรียญดาวเลยนะโฮสต์! พูดยังไงก็ปล่อยให้หนีไปไม่ได้เด็ดขาด!]
521 ผู้ขี้งกไม่มีวันยอมให้ทรัพย์สินของโฮสต์สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยเด็ดขาด
ต่อให้เป็นแมวก็ไม่ได้!
เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่ลืมตา เมิ่งหนานซวี่ก็เห็นเจ้าแมวขาวน้อยตัวนุ่มนิ่มที่เคยคิดจะหนี มันกำลังหลับสนิทพร้อมส่งเสียงครางครืด ๆ ในลำคอ หางสีขาวพวงใหญ่พาดอยู่บนแขนของเธอ
เมิ่งหนานซวี่ที่โดนดาเมจความน่ารักจู่โจมจนหัวใจสั่นไหว ลูบไล้เจ้าตัวเล็กเบา ๆ เจ้าแมวขาวลืมตาขึ้นมาอย่างสะลืมสะลือ
พอเห็นว่าเป็นเธอมันก็หลับต่อด้วยความง่วงงัน
อยากลูบก็ลูบไปเถอะ โดนเอาเปรียบมาตั้งขนาดนี้แล้ว เพิ่มอีกครั้งจะเป็นไรไป คนรักแมวผู้มีความสุขลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วลงไปทำอาหารเช้า เช้านี้เธอตั้งใจจะทำ ‘นั่วหมี่ฉือป้า’ และ ‘โจ๊กแปดขุมทรัพย์’
ด้วยความนึกสนุก เมิ่งหนานซวี่จึงเปิดสตรีมขึ้นมา เนื่องจากเป็นช่วงเช้า จำนวนคนในห้องสตรีมจึงยังมีไม่มากนัก
[พี่สาว อรุณสวัสดิ์ค่ะ!]
[โชคดีจัง ถ้าฉันไม่ตื่นเช้าคงพลาดสตรีมรอบนี้ไปแล้ว!]
[สรุปว่าวันนี้ทำมื้อเช้าเหรอครับ?]
เมิ่งหนานซวี่ยิ้มทักทายแฟนคลับ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกคน! วันนี้อาจะมาสอนทำนั่วหมี่ฉือป้านะคะ”
[ฉือป้าคืออะไรเหรอ?]
[ชื่อฟังดูเรียกยากจัง]
[ทำไมวันนี้พี่สาวเปิดสตรีมเช้าจังเลยคะ?]
เมื่อเห็นคำถามจากแฟนคลับ เมิ่งหนานซวี่ก็จัดเตรียมอุปกรณ์ไปพลางตอบคำถามไปพลาง
“ตอนแรกก็ไม่ได้กะจะสตรีมหรอกค่ะ แค่นึกอยากทำขึ้นมาน่ะ”
“ฉือป้าเป็นอาหารว่างในวัฒนธรรมโบราณค่ะ ขั้นตอนการทำค่อนข้างยุ่งยากหน่อย แต่รสชาติและสัมผัสดีมากเลยล่ะ”
วันนี้เมิ่งหนานซวี่ดูอ่อนโยนกว่าปกติ ผมยาวสลวยไม่ได้รวบขึ้นเหมือนทุกที
แต่ปล่อยทิ้งตัวลงเคลียไหล่อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ใบหน้าของเธอดูผุดผ่องและนุ่มนวลยิ่งขึ้น
[วันนี้พี่สาวสวยจังเลย]
[นกที่ตื่นเช้าย่อมได้กินหนอน แฟนคลับที่ตื่นเช้าย่อมได้ดูคนสวย เย้!]
[ยัยหนูวันนี้แต่งตัวดูดีนะ เดี๋ยวตาจะซื้อให้หลานสาวใส่บ้าง]
ด้วยจำนวนการสตรีมที่เพิ่มขึ้น แฟนคลับของเธอก็มากขึ้นตามไปด้วย ห้องสตรีมของเธอต่างจากสายอาหารคนอื่นตรงที่มีคนทุกเพศทุกวัยเข้ามาดู เพราะต่อหน้าอาหารเลิศรสที่แท้จริง ย่อมไม่มีกำแพงเรื่องประวัติหรืออายุ
“อันดับแรก เรามาทำผงถั่วเหลืองกันก่อนค่ะ วัตถุดิบซื้อจากเว็บสถาบันวิจัยวัฒนธรรมโบราณเจ้าเดิมนะคะ”
[จ้า ๆ รู้แล้วจ้าว่าพี่เป็นพรีเซนเตอร์สถาบันวิจัยฯ]
[ใช่เล้ย พูดเหมือนพวกเราไม่รู้ว่า ‘บ้านหลังที่สอง’ ของพี่อยู่ที่ไหน]
[ขำมาก วันก่อนฉันไปแย่งซื้อวัตถุดิบโจ๊กฟักทอง หมดภายในวินาทีเดียวจนคอลเซ็นเตอร์เว็บเขาเอ๋อไปเลย]
[พี่สาวของพวกเรานี่มันเครื่องป้ายยาอาหารเคลื่อนที่ชัด ๆ]
เมิ่งหนานซวี่ตั้งเตาจุดไฟ เทถั่วเหลืองลงในกระทะ
“ใช้ไฟอ่อนคั่วไปเรื่อย ๆ นะคะ ระวังอย่าให้ไหม้เด็ดขาด”
“พอได้กลิ่นหอมของถั่วชัดเจนแล้วก็ปิดไฟตักขึ้น นำไปใส่เครื่องปั่นรวมกับน้ำตาลจนกลายเป็นผงละเอียด เท่านี้เราก็ได้ผงถั่วเหลืองแล้วค่ะ”
[กลิ่นหอมของถั่วชนิดนี้พิเศษมากเลย]
[ดูแล้วรอบนี้ไม่ยากแฮะ เดี๋ยวจัดตามเลย]
เมิ่งหนานซวี่ขยับมาถึงขั้นตอนสำคัญของวันนี้
วัตถุดิบหลักของฉือป้าคือข้าวเหนียว เธอนำข้าวเหนียวที่แช่น้ำไว้ล่วงหน้าหนึ่งคืนมาวางแผ่ในซึ้งนึ่ง นึ่งเป็นเวลา 30 นาที จากนั้นนำออกมาขณะที่ยังร้อน ๆ แล้วใช้ค้อนไม้ ‘ตำ’ ซ้ำไปซ้ำมา
“จะบอกให้ว่า การเป็นเชฟเนี่ยคืองานใช้แรงงานนะคะ” เมิ่งหนานซวี่บ่นขำ ๆ
“เพื่อน ๆ ที่มีวัตถุดิบทำไปพร้อมกันได้เลยค่ะ ได้ทั้งของอร่อยได้ทั้งออกกำลังกาย ”
[55555 ได้ทั้งของอร่อยได้ทั้งฟิตเนสเนี่ยนะ]
[พี่สาวตอนเหวี่ยงค้อนตำแป้งยังดูสวยเลย]
[สตรีมเมอร์ที่คุณคิด: หญิงสาวผู้อ่อนช้อยปรุงซุป สตรีมเมอร์ความเป็นจริง พลังมหาศาลสร้างปาฏิหาริย์]
จำนวนคนในห้องสตรีมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แชทก็ยิ่งคึกคัก
เมล็ดข้าวเหนียวค่อย ๆ เลือนหายไป กลายเป็นเนื้อเดียวกันที่มีความเหนียวนุ่มจากการถูกตำ เมิ่งหนานซวี่รีบปั้นมันเป็นก้อนกลม ๆ เล็ก ๆ แล้วนำลงไปคลุกในผงถั่วเหลืองที่เตรียมไว้
เท่านี้ “นั่วหมี่ฉือป้า” ก็เสร็จสมบูรณ์
“ใครชอบหวานก็ราดน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงลงไปได้นะคะ”
เมิ่งหนานซวี่วางส่วนของผู้ชมไว้บนโต๊ะอาหาร พร้อมกับโจ๊กแปดขุมทรัพย์ที่เคี่ยวไว้ล่วงหน้า
“เชิญค่ะทุกคน!”
[ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พี่สาวคือที่สุด!]
[สัมผัสดีมากเลย นุ่มเหนียวแต่ไม่ติดฟัน รสชาติเรียบง่ายแต่ไม่จืดชืด]
[ข้างบนเนี่ย พูดเก่งก็พูดอีกเยอะ ๆ เลยนะ]
[ทำไมโจ๊กแปดขุมทรัพย์นี่มันอร่อยกว่าโจ๊กฟักทองอีกอ่ะ]
[ในโลกสตาร์เน็ตได้กินของอร่อยของพี่สาว แต่ชีวิตจริงต้องกระดกสารอาหารจืด ๆ เฮ้อ]
ขณะนี้เป็นเวลาเข้างานพอดี แฟนคลับต่างชวนเพื่อนฝูงเข้ามาเพลิดเพลินกับความสุขยามเช้า และความนิยมระดับนี้ทำให้เมิ่งหนานซวี่ติดอันดับแนะนำอีกครั้ง
[สตรีมเมอร์คนนี้ติดอันดับอีกแล้ว ขอเข้ามาดูหน่อย]
[เชี่ย! ทำไมฉันเพิ่งมาเจอสตรีมเมอร์เทพขิง ๆ แบบนี้วะ?]
[ใครมันหลอกฉันว่าอาหารที่สตรีมเมอร์คนนี้ทำรสชาติงั้น ๆ วะ?]
[นี่มันฝีมือระดับกวาดล้างหมวดอาหารได้ทั้งหมวดเลยนะเนี่ย]
ตอนนี้จำนวนแฟนคลับของเมิ่งหนานซวี่พุ่งพรวดจ่ออันดับ Top 10 แล้ว ความนิยมบางช่วงถึงกับแซงอันดับ 1 การจะขึ้นไปครองแชมป์นั้นอยู่แค่เอื้อม!
ชาวเน็ตต่างพากันโหยหวนด้วยความซาบซึ้งในรสอาหารส่วนเมิ่งหนานซวี่ก็เดินขึ้นชั้นบนไปตามเจ้าก้อนแป้ง เมิ่งซางลู่ตื่นนานแล้ว เขานั่งอ่านหนังสือจำลองอยู่ที่โต๊ะอย่างเรียบร้อย
“ชางชาง ทานข้าวลูก!”
เมื่อได้ยินเสียงเธอ เจ้าก้อนแป้งก็กระโดดลงจากเก้าอี้วิ่งมาหาเธอ
เมิ่งหนานซวี่ก้มลงจุ๊บที่หน้าผากเจ้าตัวน้อย
“อรุณสวัสดิ์จ้ะ!”
เจ้าก้อนแป้งหูแดงระเรื่อ
“อรุณสวัสดิ์ครับ!”
เธอเดินไปที่ห้องตัวเอง อุ้มเจ้าแมวขาวที่ยังสลีปปี้อยู่ขึ้นมา แล้วพาเจ้าก้อนแป้งลงไปทานข้าว
เว่ยเชิงโม่ที่ตื่นเพราะกลิ่นหอมของอาหาร มองดูอาหารเต็มโต๊ะแล้วกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะอย่างรู้หน้าที่
“อันนี้ของชางชาง อันนี้ของคุณอา ส่วนอันนี้ของเสี่ยวไป๋จ้ะ”
เมิ่งหนานซวี่เลื่อนจานอาหารไปตรงหน้าแต่ละคน
เว่ยเชิงโม่มองดู ‘นม’ ในชามของตัวเอง สลับกับมองดู ‘ฉือป้า’ ในชามของพวกเธอ แล้วรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกกีดกัน
เขามองเมิ่งหนานซวี่ด้วยสายตาไม่พอใจ
นี่กะจะเอาเปรียบเสร็จแล้ว ก็จะไม่ยอมให้กินข้าวดี ๆ เลยใช่ไหม?!