หน่วนหยาง... ทารกมังกรผู้บันดาลสุข - บทที่ 110 ท่านเชื่อในแสงหรือไม่
บทที่ 110 ท่านเชื่อในแสงหรือไม่
บทที่ 110 ท่านเชื่อในแสงหรือไม่?
สุดท้ายในขณะที่ยังเจรจาไม่สำเร็จ พั่นกวานกลับชิงดวงวิญญาณของหลี่อวิ๋นไปพร้อมกับปิดมิติกลางอากาศ
หน่วนเป่ายืนมองถ้ำอันว่างเปล่าด้วยความงุนงง มีเพียงประโยคเดียวในหัว ‘เขากังวลมากไปแล้ว’
วันต่อมา ในขณะที่หน่วนเป่ากำลังนอนหลับอย่างสบาย เซียวจี้หลางก็เดินเข้ามาเขย่าตัวนาง
“หน่วนเป่า หน่วนเป่า ตื่นสิ นี่ข้าเอง พี่สี่” หน่วนเป่าลืมตาขึ้น เมื่อเห็นใบหน้าใหญ่ยื่นเข้ามาใกล้ นางก็ปล่อยหมัดเล็ก ๆ ด้วยความสะลึมสะลือ
“โอ๊ยยย!”
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดปลุกให้หน่วนเป่ากลับมามีสติอีกครั้ง ทว่าเซียวจี้หลางในตอนนี้กลับดวงตาเขียวช้ำเป็นวงราวกับสยงเมา*[1]ไปแล้ว
“พี่สี่? ท่านอยากให้หน่วนเป่าตกใจหรือ?” เจ้าก้อนแป้งหันกลับไปมองใบหน้าเจ็บปวดแต่น่าขบขันทันที
เซียวจี้หลางนวดเบ้าตาเบา ๆ พลางยกนิ้วให้กับนาง “น้องสาวแรงเยอะไม่เบา ทำเอาข้าเจ็บจะตายอยู่แล้ว!”
หน่วนเป่าเริ่มรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ นี่พี่สี่เสียสติไปแล้วหรือ!
“เจ้าบอกว่าเมื่อคืนอาจารย์จะมาหา ข้ารออยู่ตั้งนาน เขาก็ไม่มาสักที” เซียวจี้หลางร่ำไห้
หน่วนเป่าได้ยินเช่นนั้นจึงหาวพลางปลอบใจแบบขอไปที “ไม่ต้องห่วง เขาต้องมาแน่ ส่วนจะมาวันไหนข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน”
คำพูดไร้ซึ่งความรับผิดชอบเช่นนี้ มีแต่หน่วนเป่าเท่านั้นที่กล้าพูดอย่างไม่อาย
เซียวจี้หลางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ในขณะที่เขากำลังเดินจากไป พลันนึกถึงคำที่พ่อพูดว่าเมื่อวานเห็นสัตว์ประหลาด ดังนั้นจึงโพล่งออกมาว่า
“น้องสาว อาจารย์ของข้าเป็นคนใช่หรือไม่?”
เซียวจี้หลางเดินกลับมาถามหน่วนเป่าอีกครั้ง
เจ้าก้อนแป้งมองสายตารอคอยคำตอบของพี่ชายด้วยความไม่เข้าใจนัก
สรุปว่าพี่สี่คาดหวังว่าอาจารย์ในอนาคตของเขาเป็นหรือไม่เป็นคนกันแน่?
ทว่าเมื่อนึกถึงเรื่องที่ฉางหลิวทำ นางหวังว่าเขาจะมาในรูปแบบของคนดีที่สุด
“น้องสาว?” เซียวจี้หลางมองนางด้วยสายตาไม่ยอมแพ้
“ท่านพี่ ท่านเชื่อในแสงหรือไม่?” หน่วนเป่าถามจากใจ
เซียวจี้หลางพลันดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะพยักหน้ารัว ๆ “เชื่อ เชื่อ เชื่อ!”
“เช่นนั้นท่านต้องชอบเขาแน่ ๆ” คนขี้อวดอย่างฉางหลิวจะต้องทำแสงแวววับออกมาอย่างแน่นอน
เด็กน้อยสองคนที่มักคิดต่างกัน ในบัดนี้กลับเข้าอกเข้าใจกันอย่างดี
คืนนั้นเอง เซียวจี้หลางได้พบกับร่างโปร่งแสงของฉางหลิว ทว่ากลับแสดงท่าทางรังเกียจเล็กน้อยในใจ
“อาจารย์คือสตรีหรือนี่” ยังดีที่ไม่ใช่สัตว์ประหลาด แต่กลับส่งสตรีนางหนึ่งมาแทน เซียวจี้หลางรู้สึกผิดหวังอย่างสุดซึ้ง
ฉางหลิวตกตะลึงไปครู่หนึ่ง สตรีอะไรกัน?
เจ้าเด็กบ้านี่ใช้ส่วนใดมองว่าเขาคือสตรี
เซียวจี้หลางทำหน้าเศร้าโศก ไม่เชิงว่าน้องสาวจะโกหกเขาทั้งหมดหรอก อาจารย์ผู้นี้มีแสงอย่างที่บอกจริง ๆ ทว่าไม่เหมือนกับที่เขาจินตนาการไว้แม้แต่น้อย
ฉางหลิวเพิ่งปรากฏตัวได้ไม่นานแต่กลับถูกแทงใจดำอย่างแรง
เขาถึงกับคิดในใจว่ามีตรงไหนที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ ก่อนจะโบกมือทำให้แสงบนร่างกายหายวับไป
เซียวจี้หลางเห็นดังนั้นจึงร้องไห้ออกมาทันที
“ฮือ…”
“ไม่มีแสงแล้ว”
ฉางหลิวไม่คิดมาก่อนว่าศิษย์ตัวน้อยของเขาจะชอบแสง หรือนี่จะเป็นโชคชะตาในตำนานที่เขาว่ากัน?
หน่วนเป่าตามเสียงร้องไห้ของพี่สี่มา “ฉางหลิว เจ้าทำให้พี่สี่ของข้าร้องไห้หรือ!”
หน่วนเป่าเป็นคนมือไวเสมอ เมื่อพูดจบนางก็สะบัดแส้ในมือออกไปทันที
โชคดีที่ฉางหลิวหายตัวหลบได้ทัน
ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ทว่าเซียวจี้หลางกลับเดินตามไปดูพร้อมกับส่งเสียงเชียร์
“น้องสาวเก่งจริง ๆ ว้าว สุดยอดเลย”
“โอ๊ะ! ไม่สุดยอดแล้ว แค่นี้ท่านอาจารย์หลบไม่ทัน ไม่มีตาหรือ!”
…
“หุบปากเลย!”
ทั้งสองเอ่ยขึ้นพร้อมกัน ทำเอาเซียวจี้หลางร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้ง “ไม่มีแสงแล้ว”
ฉางหลิวเริ่มรู้สึกปวดหัว เขากระซิบถามกับหน่วนเป่าเบา ๆ “เขาอยากได้แสงอะไรกัน?”
หน่วนเป่าคาดไม่ถึงมาก่อนว่าคนที่ร้องไห้เก่งที่สุดจะเป็นพี่สี่ของนางคนนี้ ก่อนจะถอนหายใจและหยิบบางอย่างออกมา
“เอาไปดูเสีย นี่เป็นตอนโปรดสุดหวงแหนของข้า ดูจบแล้วอย่าลืมเอามาคืนด้วยนะ! นี่เป็นของที่ข้าเอามาจากอีกโลกหนึ่งน่ะ”
หน่วนเป่ายื่นให้ฉางหลิวอย่างไม่เต็มใจนัก
“ค่าเช่าเท่าไรหรือ” ฉางหลิวถามกลับอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน่วนเป่าจึงมองกลับด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “ทองคำหนึ่งแท่ง ขอบใจนะ!”
ฉางหลิวแทบจะเขวี้ยงของในมือทิ้งทันที “ทำไมท่านไม่ปล้นข้าเลยเล่า!”
“กำลังปล้นอยู่นี่ไง! เพิ่งทำการค้าครั้งแรก อาจะไม่ค่อยคุ้นเคยนัก ฮ่า ๆ ๆ” หน่วยเป่าตอบด้วยความมั่นใจ
ฮ่า ๆ ๆ หัวเราะกับผีน่ะสิ!
ฉางหลิวหยิบทองคำหนึ่งแท่งออกมาวาง ก่อนจะรีบคว้าตัวเซียวจี้หลางหายไป ราวกับกลัวว่าจะถูกเก็บค่าหายใจหากอยู่นานกว่านี้
หน่วนเป่ารีบถือทองคำแท่งพลางวิ่งไปหาหลินซื่อในห้องโถง
“ท่านแม่ ข้าให้!”
หลินซื่อเห็นทองคำแท่งตรงหน้าพลันตกใจอย่างยิ่ง
นางปรับอารมณ์และค่อย ๆ สูดลมหายใจเข้าออกแล้วจึงถามว่า “หน่วนเป่า นี่เจ้าไปทำอะไรมา?”
เจ้าก้อนแป้งส่ายหน้า “หน่วนเป่าเก่ง หน่วนเป่าหาอาจารย์มาให้พี่สี่ นี่เป็นค่าเช่าที่อาจารย์ให้มา”
ทว่าหลินซื่อกลับเข้าใจอีกอย่างว่าหน่วนเป่าให้อาจารย์เช่าพี่สี่ ด้วยค่าเช่าทองคำหนึ่งแท่ง
เมื่อลองพิจารณาดูแล้ว เขาจะเช่าไปทำอะไรกัน
“อย่างพี่สี่ของเจ้าจะเช่าไปทำอะไรหรือ?”
“อาจารย์จะสอนวิชาให้พี่สี่น่ะ” เจ้าก้อนแป้งทำท่าเตะต่อย หลินซื่อจึงมองว่าการซื้อขายครั้งนี้ไม่เสียเปรียบอย่างแน่นอน
นางรีบพูดทันที “ดีแล้ว ขอฝากพี่สี่กับเจ้าด้วยแล้วกัน เอาให้เต็มที่ไปเลย แม่เชื่อใจหน่วนเป่า”
หน่วนเป่าได้ยินดังนั้นจึงรู้สึกดีใจมาก ก่อนจะยื่นทองคำให้หลินซื่อ และหยิบขนมบนโต๊ะวิ่งออกไปอย่างมีความสุข
เซียวหย่งฝูมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าอิจฉา “หน่วนเป่าไม่สนใจข้าเลย มีเงินเท่าใดก็ให้เจ้าหมด”
หลินซื่อยืดหน้าอกพลางพูดอย่างภาคภูมิ “ท่านป้อนนมนางหรือ ท่านดูแลเรื่องกินของนางหรือ ต่อไปท่านก็ลองทำอาหารดูสิ แล้วมาดูกันว่าหน่วนเป่าจะเข้าหาใครมากกว่ากัน”
เซียวหย่งฝูก้มหน้ามองอกแบน ๆ ของตน ก่อนจะรีบส่ายหน้า “ไม่ดีกว่า”
ก่อนจะเสริมอีกประโยค “เจ้าหมายความว่าหากหน่วนเป่ามีน้ำนมก็จะกลายเป็นแม่หรือ?”
หลินซื่อโกรธขึ้นมาทันที จากนั้นจึงวิ่งไล่ตีสามีอยู่นาน
หน่วนเป่าได้ยินเสียงหัวเราะของท่านพ่อท่านแม่จึงยิ้มอย่างมีความสุข
“เสี่ยวลิ่ว อยากเล่นเกมสนุก ๆ กับพี่สาวหรือไม่?”
หน่วนเป่าถามเสี่ยวลิ่วที่ดูสะลึมสะลือ
เด็กน้อยที่กำลังจะหลับพลันตาสว่างขึ้นมาทันที “เอา! เสี่ยวลิ่วจะเล่นกับพี่สาว”
หน่วนเป่าอุ้มเสี่ยวลิ่วขึ้นมาพลางพูดว่า “พร้อมหรือยัง?”
“พร้อมแล้ว อ๊า!”
หน่วนเป่าโยนเขาลอยขึ้นบนอากาศทันที
“เอาอีก พี่สาว โยนเลย!”
ฟิ้ววว
แต่หน่วนเป่าโยนเสี่ยวลิ่วสูงเกินไป จนน้องชายขึ้นไปติดอยู่บนขื่อเสียอย่างนั้น
“ฮ่า ๆ ๆ พี่สาว เสี่ยวลิ่วอยู่บนฟ้าแล้ว”
“นั่นมันบนขื่อบ้านต่างหาก เจ้าอยากขึ้นไปบนฟ้าหรือ? พี่ลองโยนเจ้าขึ้นไปบนฟ้าดีหรือไม่?”
“เอา ๆ ๆ”
หน่วนเป่าอุ้มเสี่ยวลิ่วออกไปที่ลานบ้าน ก่อนจะ… ฟิ้ววว
“อ๊า!”
คนในบ้านรีบวิ่งออกมาทันทีที่ได้ยินเสียงของเสี่ยวลิ่ว
หลินซื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าตามหน่วนเป่า “หน่วนเป่า เจ้ามองอะไรอยู่? แล้วลิ่วเอ๋อร์ล่ะ เมื่อครู่ข้ายังได้ยินเสียงของเขาอยู่เลย”
“มาแล้ว นั่นไง!” หน่วนเป่าพูดขณะยังเงยหน้า
“พี่สาว ข้าอยากขึ้นไปบนท้องฟ้าอีก เอาอีก!”
หลินซื่อได้ยินดังนั้นแทบจะเป็นลมล้มหมดสติ ในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากห้าม ทว่าหน่วนเป่ากลับ… ฟิ้ววว โยนออกไปอีกครั้ง
หลินซื่อยืนมองลูกน้อยคนที่หกของตนเองหายไปในหมู่เมฆ
แต่ทุกคนยังคงได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของเขาอย่างชัดเจน
“หน่วนเป่า ไม่เป็นอะไรแน่หรือ? น้องชายเจ้า…”
“อ๊า พี่สาว ข้า…”
“ไม่ได้นะ” หลินซื่อรีบเอ่ยปากห้าม “กลับไปนอน! หาก… ข้างบนคงจะหนาวมาก หากไม่สบายไปจะทำอย่างไร”
หน่วนเป่าวางเสี่ยวลิ่วลง ก่อนจะเดินไปกอดขาหลินซื่อ “ท่านแม่ ลองเล่นด้วยกันเถอะนะ ลองขึ้นไปดูข้างบนเสียหน่อย”
หลินซื่อรีบโบกมือปฏิเสธทันที “ไม่ได้ ๆ ข้าจะตกใจตายเอานะ เอ่อ… ข้างบนหนาวมากหรือไม่?”
เซียวหย่งฝูเอามือปิดปากหัวเราะ นี่แหละคือคนที่ปากไม่ตรงกับใจ
“ไม่หนาว!” หน่วนเป่าไม่รอให้ท่านแม่ตอบ ก่อนจะโยนนางขึ้นไปทันที
“โอ้! นี่ข้าโยนท่านแม่ขึ้นไปแล้ว น่ากลัวเหลือเกิน”
ทว่าการแสดงออกของหน่วนเป่าไม่มีคำว่ากลัวอยู่ในนั้นเลยด้วยซ้ำ
หลินซื่อกรีดร้องอยู่ในหมู่เมฆด้านบน
ในขณะที่เซียวหย่งฝูเอามือถูกันไปมาด้วยความอยากรู้อยากลอง “ลูกรัก พ่อขอเป็นคนต่อไปนะ!”
[1] สยงเมา คือ หมีแพนด้า
ปล. จากความเห็นส่วนตัวของบก. เดาว่า ‘เชื่อในแสงหรือไม่’ เป็นวลีจากเรื่องอุลตร้าแมนที่หน่วนเป่าเล่าให้พี่สี่ฟัง และพี่สี่ก็เชื่อสนิทใจ ส่วนของที่หน่วนเป่ายื่นให้ฉางหลิวน่าจะเป็นซีดีเรื่องอุลตร้าแมน