หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 20 ตอนที่ 585 พบพายุหิมะ
เล่มที่ 20 ตอนที่ 585 พบพายุหิมะ
อวิ๋นซูทำเพียงมองไปยังกู้สวิ๋นฟางอย่างเรียบเฉย ยื่นมือออกไปรับหมั่นโถวในมือเฟิ่งหลิง การเลือกเช่นนี้ทำให้บุรุษผู้นั้นใบหน้าแข็งค้าง ดึงมือกลับมาด้วยท่าทีดุดัน แค่นเสียงเบาๆ ครั้งหนึ่ง
อวิ๋นซูรู้ดีว่ากู้สวิ๋นฟางผู้นี้ในยามที่ไม่ฟังเหตุผล ต่อให้เป็นเทพเซียนก็ยังไม่ไว้หน้า แต่ตนก็ไม่จำเป็นต้องคล้อยตามการกระทำเช่นนี้ของเขา
กู้สวิ๋นฟางอดไม่ได้ที่จะปรายตามองไปทางเฟิ่งหลิง ราวกับต้องการใช้สายตาแสดงความไม่พอใจในใจของตน คิดไม่ถึงว่าดวงตาของเขากลับเปล่งประกาย เมื่อมองไปตามสายตาของเขา อวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “บาดแผลของท่าน!”
ไม่ทราบว่าตั้งแต่ยามใด คอเสื้อบริเวณหน้าอกของเฟิ่งหลิงมีสีแดงจางๆ ซึมออกมา เขาเลิกคอเสื้อของตนออกดู พบว่าบนผ้าพันแผลอาบย้อมไปด้วยเลือดแล้ว
“ไม่เป็นไร เพียงแค่บาดแผลฉีกขาดเท่านั้น”
“องค์ชาย!” องครักษ์เงาหลายคนห้อมล้อมเข้ามาโดยพลัน องค์ชายเดินทางตลอดคืน เมื่อไปถึงจวนก็มิได้จัดการบาดแผลให้ดี ตอนนี้แผลเปิดอีกครั้งแล้ว ไม่ใช่เรื่องดีอะไร
“เข้าไปในรถม้า ข้าจะใส่ยาให้ท่าน” อวิ๋นซูกำลังคิดจะลุกขึ้นยืน ทว่ากู้สวิ๋นฟางกลับเดินไปข้างกายเฟิ่งหลิงเร็วกว่านางก้าวหนึ่ง “ บุรุษสตรีมิอาจแตะเนื้อต้องตัว ให้ข้าทำแทนเถิด!”
คิดไม่ถึงว่ากระบี่เล่มหนึ่งจะวางพาดอยู่บนลำคอของเขา องครักษ์เงาเอ่ยปากอย่างอดรนทนไม่ไหว “อย่าได้เสียมารยาท!”
เฟิ่งหลิงส่งสายตาครั้งหนึ่ง การเคลื่อนไหวขององครักษ์เงาผู้นั้นพลันชะงักไป เก็บกระบี่กลับมาด้วยท่าทางดุดัน
กู้สวิ๋นฟางแค่นเสียงเย็น ส่วนอวิ๋นซูมีสีหน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย เมื่อเขาเห็นสายตาเช่นนั้นพลันต้องแผ่นหลังแข็งเกร็ง ความจริงเขารู้แล้วว่าหมอหลวงประจำพระองค์ผู้นี้จะโกรธเคืองกับเรื่องร้ายแรงเท่านั้น ตอนนี้ทำได้เพียงถอยให้ก้าวหนึ่ง อย่ายั่วโมโหนางจะเป็นการดีที่สุด
เมื่อเห็นทั้งสองขึ้นรถม้าไป กู้สวิ๋นฟางจึงเก็บสายตากลับมา ดรุณีน้อยที่อยู่ด้านข้างดึงแขนเสื้อของเขาด้วยความสงสัย “พี่ชาย ดูเหมือนท่านไม่พอใจ”
“…ที่ไหนกัน? ไม่รู้เสียแล้วว่าข้าเบิกบานใจมากเพียงใด!” เขาจงใจยืดคอขึ้นสูง ทว่าผ้าม่านกลับบดบังทุกสิ่งทุกอย่างในรถม้าไว้จนสิ้น
เมื่อเห็นกู้สวิ๋นฟางไม่สนใจตน ซูหลิงเอ๋อร์พลันต้องคอตกด้วยความหดหู่ คิดไม่ถึงว่าเงาสีขาวที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วจะดึงดูดความสนใจของนาง “อา กระต่ายน้อย!”
กระต่ายขนยาวที่มีสีขาวราวหิมะตัวหนึ่งวิ่งเข้าไปในพุ่มไม้ด้านข้าง ดรุณีน้อยไล่ตามไปด้วยความยินดี เงาร่างเล็กๆ หายไปในมุมหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ในรถม้า อวิ๋นซูปลดอาภรณ์เฟิ่งหลิงอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นบาดแผลที่เสียดแทงนัยน์ตาจนน่าตกใจจึงอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน “บาดเจ็บสาหัสเพียงนี้แล้ว ท่านถึงกับ…”
บุรุษที่นอนเอนตัวลงครึ่งหนึ่งแย้มยิ้มเล็กน้อย “มิใช่ว่ามีเจ้าอยู่หรอกหรือ?”
“…” อวิ๋นซูทอดถอนใจอย่างอับจนคำพูด ยังดีที่เขามีพลังภายในปกป้องร่างกาย นี่เป็นเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้น หากรักษาให้ดีย่อมไม่เป็นปัญหาใหญ่ ทว่าถึงกับทำให้เขาบาดเจ็บได้ เห็นได้ว่าระยะนี้เขาไปทำเรื่องอันตรายมาแน่นอน
เมื่อเห็นสตรีข้างกายเงียบลง เฟิ่งหลิงจึงรู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ ยื่นมือออกไปกุมมือเล็กๆ ที่วางอยู่บนหน้าอกของตนเบาๆ “วางใจเถิด ข้าไม่ปล่อยให้ตัวเองเกิดเรื่องแน่ ยิ่งไปกว่านั้น ข้ารู้ว่าเจ้าเองก็ไม่ยอมให้ข้าเกิดเรื่องเช่นกัน”
หากจะกล่าวว่าเหลืออีกเพียงลมหายใจเดียวนับว่าไม่เป็นอะไร อวิ๋นซูคิดว่าหัวใจของตนคงรับไม่ไหว
ค่อยๆ เทยาลงบนบาดแผลที่ฉีกขาดนั้นเบาๆ พันแผลบนหน้าอกแกร่งนั้นอย่างละเอียด สายตาของเฟิ่งหลิงหยุดอยู่บนใบหน้าเล็กๆ ที่ดูจริงจังนั้นอย่างอ่อนโยน ขอเพียงนางอยู่ข้างกาย เขาย่อมรู้สึกสงบใจหาใดเปรียบ
“หึ นานเพียงนี้แล้ว เหตุใดยังไม่ลงมาอีก? หลิงเอ๋อร์ เจ้าเองก็เหนื่อยแล้วกระมัง? กลับไปบนรถม้า…” กู้สวิ๋นฟางยืนขึ้น มองไปยังทิศทางที่ซูหลิงเอ๋อร์ยืนอยู่เมื่อครู่นี้ เพียงแต่กลับไม่เห็นเงาร่างเล็กๆ นั้นแล้ว “หลิงเอ๋อร์?!”
การเคลื่อนไหวทางด้านนี้ดึงดูดความสนใจขององครักษ์เงาหลายคน “พวกเจ้าเห็นเด็กน้อยผู้นั้นหรือไม่? เด็กน้อยที่อยู่ด้วยกันกับข้าผู้นั้น”
“เมื่อครู่มิใช่ว่ายืนอยู่ข้างเจ้าหรือ?” เพราะความรังเกียจที่มีต่อกู้สวิ๋นฟาง องครักษ์เงาเหล่านี้จึงไม่สนใจสิ่งที่อยู่รอบข้างเขา
หลิงเอ๋อร์หายไปแล้ว?! ในใจของกู้สวิ๋นฟางเกิดความรู้สึกหวาดกลัว “หลิงเอ๋อร์! หลิงเอ๋อร์ได้ยินหรือไม่?!”
“เกิดอะไรขึ้น?” ทั้งสองที่อยู่ในรถม้าได้ยินเสียงเคลื่อนไหวด้านนอกจึงเดินออกมาด้วยความสงสัย
สีหน้าของกู้สวิ๋นฟางขาวซีดอย่างเห็นได้ชัด “หลิงเอ๋อร์หายไปแล้ว!”
ดวงตาของอวิ๋นซูสั่นไหว เฟิ่งหลิงมองไปทางองครักษ์เงาทั้งหลาย “แยกกันไปค้นหา!”
“ขอรับ!”
เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้ เมื่อครู่ยังยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆ! ในใจของกู้สวิ๋นฟางร้อนรนยิ่งนัก เมื่อเห็นท่าทีทำอะไรไม่ถูกของเขา อวิ๋นซูพลันคิดถึงคำพูดของชุนเซียงขึ้นมา ตนเคยเห็นเขาเป็นห่วงผู้อื่นเช่นนี้เมื่อใดกัน
องครักษ์เงาสำรวจรอยเท้าที่หลงเหลืออยู่บนพื้น “องค์ชาย เด็กผู้นั้นไปทางนี้พ่ะย่ะค่ะ!”
หลายคนรีบตามไปทางเส้นทางนั้น กู้สวิ๋นฟางตามหลังไปติดๆ มือที่อยู่ในแขนเสื้อของเขามีเหงื่อซึมออกมาชั้นหนึ่ง
ครืน…
ท้องฟ้าส่งเสียงแปลกประหลาดออกมา องครักษ์เงาผู้มีความรู้สึกเฉียบคมเงยหน้าขึ้นมอง “แย่แล้ว! พายุหิมะ!”
พายุหิมะ?! ดวงตาของเฟิ่งหลิงเกิดประกายไหลผ่าน โชคของพวกเขาย่ำแย่เสียจริง เหตุใดจึงพบกับพายุหิมะที่ยากจะเกิดขึ้นในสถานที่เช่นนี้ได้ “รีบหาคนก่อน!”
ท้องฟ้าที่เดิมทีมีสีครามค่อยๆ มืดครึ้มลง ลมหนาวรอบด้านร้องคำราม พัดพาเกล็ดหิมะจนม้วนตลบ
ทัศนวิสัยเบื้องหน้าถูกหิมะหาบใหญ่ที่พัดมาอย่างกะทันหันทำให้พร่าเลือน เฟิ่งหลิงจับมืออวิ๋นซูแน่น “พายุหิมะเช่นนี้มีเพียงในแคว้นเหลียนเท่านั้น ซูเอ๋อร์ อย่าไปจากข้างกายข้าเป็นอันขาด!”
“หลิงเอ๋อร์…หลิงเอ๋อร์…” เสียงของกู้สวิ๋นฟางถูกกลบฝังอยู่ในเสียงร้องคำรามของสายลม องครักษ์เงาด้านหน้ารีบกลับมา “องค์ชาย รอยเท้าถูกพายุหิมะฝังไปแล้ว!”
“หาคนไม่พบหรือ?”
องครักษ์เงาส่ายศีรษะ “สภาพพื้นที่ของที่นี่เป็นภูเขาสูงอันตราย มีหน้าผาอยู่ทุกที่ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ยังเจอกับพายุหิมะด้วย มองเส้นทางเบื้องหน้าไม่ชัดเจนพ่ะย่ะค่ะ!”
กู้สวิ๋นฟางรู้สึกหนักอึ้งในใจ ล้วนต้องตำหนิเขา หากเขาไม่ปล่อยให้หลิงเอ๋อร์ไปไหน คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
“ฝ่าบาท ตอนนี้ไม่ใช่เวลาหาคน หากพายุหิมะพัดมาเกรงว่าพวกเราเองก็คงถูกขังอยู่ที่นี่ มิสู้รอให้พายุสงบก่อนพวกเราค่อยไปหาเถิด”
“ไม่! ไปหาด้วยกัน!”
กู้สวิ๋นฟางหันกลับมา สีหน้าของเขาดูย่ำแย่จนบรรยายไม่ถูก
“ท่านหมอ พวกเจ้าหลบพายุหิมะอยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะไปหาเอง!”
“กู้สวิ๋นฟาง ตอนนี้ไม่ใช่เวลาให้ท่านมาโอ้อวด!” เสียงของอวิ๋นซูฟังดูอ่อนแรงเมื่ออยู่ในสายลม เกล็ดหิมะร่วงหล่นบนเส้นผมและไหล่ของนาง บริเวณแก้มเกิดความเย็นยะเยือก
“กรี๊ด!” ตอนนี้เอง ไม่ทราบว่าเสียงกรีดร้องดังแว่วมาจากที่ใด กู้สวิ๋นฟางดวงตาเป็นประกาย “หลิงเอ๋อร์! เป็นเสียงของหลิงเอ๋อร์!”
องครักษ์เงาหลายคนรีบตามไป บางคนมองเพียงปราดเดียวก็พบดรุณีน้อยที่กำลังเกาะกิ่งไม้บริเวณไม่ไกลจนแน่น ด้านหลังนางเป็นหน้าผาลึกจนไม่เห็นก้น!
“พี่ชาย! พี่ชายช่วยหลิงเอ๋อร์ด้วย…”
“หลิงเอ๋อร์!”
ครืน…
หิมะหอบใหญ่ร่วงลงข้างกายซูหลิงเอ๋อร์ เพียงพริบตาเดียวก็หายไปบริเวณหน้าผาจนไม่เห็นแม้แต่เงา ดรุณีน้อยร้องไห้จนดวงหน้าพร่าเลือน กลัวเหลือเกิน ในใจของนางหวาดกลัวยิ่งนัก “พี่ชาย…”
“ใต้เท้ากู้ ด้านหน้าอันตราย! ให้องครักษ์เงาไป…” ไม่รอให้เฟิ่งหลิงกล่าวห้าม กู้สวิ๋นฟางก็วิ่งเข้าไปแล้ว
พื้นสั่นไหวรุนแรง ในใจขององครักษ์เงาตื่นตระหนกครั้งใหญ่ “แย่แล้ว! พายุหิมะมาแล้ว!”
ท้องฟ้ากว่าครึ่งปกคลุมไปด้วยพายุหิมะขาวโพลน สิ่งที่ดูราวกับหมอกหนาทึบพัดพาลมอันบ้าคลั่งจนตลบม้วน นำพาความเย็นยะเยือกอันเสียดแทงกระดูกเข้ามา!
หิมะรอบด้านบดบังทัศนวิสัยของทุกคน กู้สวิ๋นฟางเช็ดหิมะที่ติดอยู่บนหน้าพลางค้นหาทิศทางที่ซูหลิงเอ๋อร์อยู่อย่างยากลำบากท่ามกลางพายุหิมะ
“หลิงเอ๋อร์ เจ้าอยู่ที่ใด?!”
“พี่ชาย ขะ ข้าอยู่นี่…”
เห็นแล้ว! เงาร่างเล็กๆ กำลังเกาะกิ่งไม้บริเวณหน้าผา ร่างกายห้อยออกไปนอกหน้าผาครึ่งนึงแล้ว
พื้นสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งขึ้น กู้สวิ๋นฟางเกิดลื่นจนล้มลงไปทั้งตัว เขารีบจับก้อนหินก้อนใหญ่ที่อยู่บนพื้นอย่างรวดเร็ว พยุงร่างกายให้มั่นคงได้อย่างหวาดเสียว
คิดไม่ถึงว่าพื้นบริเวณนี้จะลาดเอียง รวมกับถูกหิมะปกคลุมจึงยากที่จะยืนให้มั่นคง
“ฮือๆๆ…พี่ชาย หลิงเอ๋อร์กลัว…”
“ไม่ต้องกลัว! พี่ชายมาช่วยเจ้าแล้ว!”
สายลมอันบ้าคลั่งสกัดกั้นทุกคนอย่างรุนแรง ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น ท่ามกลางพายุหิมะมีคนตะโกนออกมา “แย่แล้ว แผ่นดินทรุด!”
อะไรนะ? ไม่รอให้พวกเขามีปฏิกิริยากลับมา หน้าผาที่หลายคนยืนอยู่พลันเกิดรอยแตกเป็นทางยาว
อวิ๋นซูยืนอยู่บนรอยแตกพอดี ร่างกายร่วงหล่นลงไปโดยไม่มีการกล่าวตักเตือน
“ซูเอ๋อร์!” เสียงของเฟิ่งหลิงทำให้กู้สวิ๋นฟางที่อยู่ไม่ไกลตกใจ ลมพายุอันบ้าคลั่งบดบังทัศนวิสัยของเขา แต่ยังคงมองเห็นสตรีที่ร่วงลงสู่พื้นในชั่วพริบตานั้นได้ชัดเจน
“ท่านหมอ!”
“กรี๊ด! พี่ชาย!” เสียงกรีดร้องของซูหลิงเอ๋อร์น่าอนาถขึ้นเรื่อยๆ กิ่งไม้ที่นางเกาะอยู่แกว่งไกวไปมา
สีหน้าของกู้สวิ๋นฟางขาวซีดหาใดเปรียบ ในเวลาสั้นๆ เขาถึงกับกัดริมฝีปากจนเลือดไหลออกมาแล้ว
“หลิงเอ๋อร์ จับมือข้าไว้!”
มืออันเย็นยะเยือกของทั้งสองสัมผัสกัน ทว่าพลันนั้นกลับลื่นจนแยกออก ร่างกายของซูหลิงเอ๋อร์กวัดแกว่งอยู่ท่ามกลางสายลมบ้าคลั่งในอากาศ มืออีกข้างหนึ่งที่เหลือเกือบจะทนไม่ไหวแล้ว
“พี่ชาย หลิงเอ๋อร์ หลิงเอ๋อร์จับไม่อยู่แล้ว…”
“ทนไว้ ทนไว้ก่อน…”
บริเวณหน้าผาเป็นพื้นที่ลาดเอียงอย่างมาก กู้สวิ๋นฟางรู้สึกว่าร่างกายของตนกำลังไหลลงไปทางก้นเหวช้าๆ ดวงหน้าเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของซูหลิงเอ๋อร์ประทับอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ในสมองเหลือเพียงความคิดเดียว มิอาจปล่อยให้นางเป็นอะไรไปได้!
ไม่ทราบว่าเอาแรงมาจากที่ใด เขาตะโกนออกมาครั้งหนึ่ง เท้าเหยียบลงไปบนกิ่งไม้บริเวณหน้าผา มือคว้าข้อมือของซูหลิงเอ๋อร์ไว้ ยืมแรงจากการโยกคลอนของกิ่งไม้ดึงนางขึ้นมา
“เร็ว รีบไป!”
ตอนนี้เอง มีแรงหนึ่งเกิดขึ้นด้านหลัง หิ้วเข็มขัดของพวกเขาทั้งสองแล้วดึงไปไกล เสียงครืนดังขึ้น จากนั้นจึงถูกกลบฝังอยู่ในหิมะอันหนาทึบ
เบื้องหน้ามีเพียงความขาวโพลน ในหูได้ยินเสียงวิ้งๆ จนฟังเสียงอื่นไม่ชัดเจน
ความรู้สึกเดียวของกู้สวิ๋นฟางก็คือ ความอบอุ่นที่มือของตนจับอยู่
เวลาผ่านไปทุกชั่วขณะดูยาวนานนับศตวรรษ พื้นดินที่สั่นสะเทือนค่อยๆ สงบลง กู้สวิ๋นฟางรู้สึกหน้าชาจนมิอาจขยับได้
“องค์ชาย! องค์ชาย…”
ข้างหูมีเสียงดังขึ้นอย่างเลือนราง ราวกับมีคนกำลังเขย่าเขาอยู่
Venus36
รำคาญใต้เท้ากู้จริงๆ ชอบซูเอ๋อร์กะเฟิ่งหลิงมาก อบอุ่น อยากมห้แอดเอาเรื่อง ย้อนลิขิตชะตา ชายาแพทย์มาลง ที่นี่