หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 20 ตอนที่ 589 ความรู้สึกยากควบคุม
เล่มที่ 20 ตอนที่ 589 ความรู้สึกยากควบคุม
ยามค่ำคืน
บุรุษสูงศักดิ์เดินไปยังตำหนักอันคุ้นเคย อารมณ์ในวันนี้ได้รับผลกระทบจากเหล่าขุนนางดื้อรั้นที่มิยอมแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง บางทีตอนนี้ทั่วทั้งพระราชวังคงมีเพียงอวี๋เหม่ยเหรินที่พอให้ตนพักหายใจได้บ้าง
ตงฟางซวี่รู้ดีว่าอวี๋เหม่ยเหรินเป็นเพียงตัวแทนอวิ๋นซูในความคิดตนเท่านั้น ได้เห็นนางหันมายิ้มให้ในบางครั้ง ได้เห็นแผ่นหลังที่กำลังยุ่งอยู่กับงานบางอย่าง ทำให้เขารู้สึกราวกับเห็นอวิ๋นซูยืนอยู่เบื้องหน้าตน
เมื่ออยู่ข้างกายนาง อารมณ์ของตนถึงจะสงบลง ถึงจะรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างก่อนหน้านี้ไม่ใช่เพียงความฝันตื่นหนึ่ง มีเพียงที่นั่นที่เขาจะสามารถหายใจได้อย่างแท้จริง
อีกทั้งแต่ไหนแต่ไรสตรีผู้นั้นก็มิเคยบ่นว่าอันใดต่อหน้าตน ตงฟางซวี่คิดว่าเมื่อได้อยู่ใกล้กันทำให้รู้สึกสบายใจไม่มีความกดดัน
แม้ว่า…ตู้หย่วนซิ่วเองก็ไม่เคยบ่นว่าเช่นกัน แต่เมื่อได้เห็นนาง ตนมักจะคิดถึงค่ำคืนนั้น
เขารู้สึกผิดต่ออวิ๋นซูมาโดยตลอด คิดว่าตนทำเรื่องผิดต่อนาง เมื่อได้เห็นตู้หย่วนซิ่วยิ่งทำให้เขาคิดถึงพฤติกรรมย่ำแย่อย่างไม่อาจสลัดทิ้ง ยิ่งไปกว่านั้นตงฟางซวี่ยังรู้สึกผิดต่อบุตรของเขาอีกด้วย เนื่องจากเขาไม่เคยคิดจะมีบุตรกับสตรีอื่นมาก่อน
เขาเป็นบุรุษที่ไม่คู่ควรกับการทำหน้าที่บิดาจริงๆ
ตงฟางซวี่คิดว่าตอนนี้ในสมองของตนเต็มไปด้วยเรื่องของอวิ๋นซู เขาไม่มีความคิดจะใคร่ครวญถึงผู้อื่นอีก เขาช่างเห็นแก่ตัวจริงๆ เพียงแต่เขาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงความเห็นแก่ตัวนี้ เขาต้องการให้อวิ๋นซูรู้ว่าในใจของตนมีนางเพียงผู้เดียว
“รัชทายาทเสด็จ!”
ภายในตำหนักประทับ อวี๋ซูค่อยๆ ลุกขึ้นยืน นางข้าหลวงทั้งหมดรีบถอยออกไป เพียงไม่นานบุรุษรูปงามผู้นั้นปรากฏตัวเบื้องหน้านาง
เมื่อสบดวงตาลึกล้ำคู่นั้น ในใจของอวี๋ซูอดไม่ได้ที่จะเต้นระรัว แบนสายตาออกโดยไม่รู้ตัว สติสัมปชัญญะกำลังบอกตนไม่หยุดว่าอย่าได้รักเขา อย่าได้รักเขา ผู้ที่จะเจ็บปวดมีเพียงตนเท่านั้น
เพียงแต่…เมื่อเผชิญหน้ากับบุรุษผู้ลุ่มหลงในรักเช่นนั้น ใต้หล้านี้จะมีสตรีมากน้อยเพียงใดต้านทานได้บ้าง?
นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่อวี๋ซูเกลียดชังหลิ่วอวิ๋นซู นางไม่เข้าใจ ในใจของท่านหมอคิดเช่นไรกันแน่
“ถวายพระพรฝ่าบาท”
“ลุกขึ้นเถิด ข้าเคยบอกแล้วว่าไม่ต้องมากพิธี” เสียงของตงฟางซวี่เจือไปด้วยความเหนื่อยล้า เดินไปนั่งข้างหน้าต่างอย่างที่เคยทำ “เมื่อครู่เดินผ่านสวน เห็นสมุนไพรที่ปลูกในสวนเหล่านั้น เจ้าเป็นคนปลูกหรือ?”
คิดไม่ถึงว่ารัชทายาทจะมีความละเอียดอ่อนเพียงนั้น
“เพคะ อวี๋ซูเห็นว่าระยะนี้พระองค์มีพระพักตร์เหนื่อยล้า จึงคิดปลูกสมุนไพรเหล่านั้นด้วยตัวเอง วันหน้าเมื่อพระองค์เสด็จมาจะได้ชงชาสมุนไพรช่วยให้พระองค์ผ่อนคลายอารมณ์เสียหน่อยเพคะ”
นางค่อยๆ หลุบตาลง ไม่มองสีหน้าตงฟางซวี่ เพียงแต่อีกฝ่ายกลับเงียบลงกะทันหันทำให้อวี๋ซูรู้สึกแปลกใจ คงมิใช่ว่าการกระทำของตนทำให้รัชทายาททรงกริ้วหรอกกระมัง?
จากการที่ได้ไปมาหาสู่กันในช่วงนี้ ดูเหมือนนางจะเข้าใจได้แล้วว่ารัชทายาทเป็นคนเช่นไร หากตนประจบประแจงเขาเป็นพิเศษ กลับจะได้รับความเกลียดชังกลับมา ขอเพียงทำตามธรรมชาติ ฟังคำพูดของเขาอย่างเงียบสงบและตอบกลับไปถึงจะเป็นวิธีการปฏิบัติต่อกันที่ดีที่สุด
ในใจของอวี๋ซูรู้สึกเคร่งเครียด พยายามคิดว่าควรจะทำเช่นไรจึงจะผ่อนคลายบรรยากาศได้ ยามนี้เองอีกฝ่ายกลับค่อยๆ เอ่ยขึ้น “ลำบากแล้ว”
นางเงยหน้าขึ้นโดยพลัน สายตาของตงฟางซวี่ทอดมองไปนอกหน้าต่าง ไม่ได้กล่าวอะไรอีก
ในใจพลันผ่อนคลายขึ้นมา อย่างไรก็ตามกลับมีความยินดีเอ่อล้นออกมาอย่างมิอาจควบคุม นี่แสดงให้เห็นว่ารัชทายาททรงมิปฏิเสธความหวังดีของนางใช่หรือไม่?
“รัชทายาททรงกำลังกลัดกลุ้มเรื่องการสร้างตำหนักเนี่ยนซูหรือเพคะ?”
ตงฟางซวี่อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว อวี๋ซูสังเกตสีหน้าเขาอย่างระมัดระวัง ขอเพียงอีกฝ่ายมีอารมณ์ขัดแย้ง ตนจะรีบหันเหความสนใจของเขาทันที
“ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้าใจข้าเช่นเจ้า อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าพวกเขาจะกล่าวเช่นไรข้าย่อมไม่เปลี่ยนใจ”
น้ำเสียงของเขาแน่วแน่ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย อวี๋ซูรู้สึกกังวลอยู่บ้าง
ที่ฮองเฮาเคร่งเครียดถึงเพียงนี้ เป็นเพราะคิดว่าการที่รัชทายาทดึงดันทำตามใจตนเองเช่นนี้จะไปสั่นคลอนความซื่อสัตย์ภักดีของขุนนางในราชสำนัก เพียงแต่ในความคิดของนาง รัชทายาทมีอำนาจที่จะทำเช่นนี้อย่างสิ้นเชิง เขาคือจักรพรรดิแห่งแคว้นเฉินในอนาคต หรือยังต้องขอความเห็นชอบจากขุนนางทุกเรื่อง? ในจุดนี้ความคิดของนางเหมือนกับรัชทายาท
เพียงแต่…ในใจยังคงมีความอิจฉา ตำหนักเนี่ยนซู ตำหนักเนี่ยนซู ความหมายตามชื่อ หากสร้างเสร็จจริงๆ เกรงว่าวันหน้าเมื่อตนได้เห็นป้ายตำหนักคงอดไม่ได้ที่จะปวดใจกระมัง?
หากสามารถหยุดยั้งฝ่าบาทได้ เช่นนั้นแม้ตนไม่ต้องแย่งชิงก็ยังสามารถใช้วันชีวิตสงบสุขได้เสียหลายวัน
“ผ่านไปอีกไม่กี่เดือนก็จะสร้างเสร็จแล้วหรือเพคะ?”
“อืม เมื่อข้าหานางพบก็คงสร้างเสร็จแล้ว”
อวี๋ซูค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ “ไม่ทราบว่าฝ่าบาทจะทรงยินยอมพาหม่อมฉันไปดูเสียหน่อยหรือไม่เพคะ?”
ตงฟางซวี่เบนสายตาขึ้นโดยพลัน ดวงตาเจือไปด้วยประกายเฉียบคมอยู่หลายส่วน “เจ้าอยากเข้าไปหรือ?” ในน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความอันตราย
ร่างกายอวี๋ซูพลันแข็งเกร็ง ทว่าบนใบหน้ากลับยังแสร้งทำเป็นธรรมชาติ นางย่อมรู้ว่าตำหนักเนี่ยนซูนี้มีเพียงท่านหมอผู้เดียวที่จะเหยียบย่างเข้าไปได้ คำพูดนี้ของตนคงไปสัมผัสถูกขีดจำกัดของรัชทายาทเข้าเสียแล้ว
“อวี๋ซูเพียงคิดว่า ท่านหมอเป็นสตรียอดเยี่ยมเช่นนี้ ไม่แน่ว่าจะชอบตำหนักหรูหราเปล่งประกาย บางทีอวี๋ซูอาจช่วยตกแต่งเครื่องเรือนอยู่ที่สวน ช่วยเสนอแนะฝ่าบาทได้ เช่นนี้เมื่อท่านหมอได้เห็นความโดดเด่นของตำหนักเนี่ยนซูย่อมรับรู้ได้ถึงความใส่พระทัยของฝ่าบาทเพคะ”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา สีหน้าของตงฟางซวี่พลันอ่อนโยนลง
ความชอบและนิสัยของอวี๋เหม่ยเหรินเหมือนกับอวิ๋นซูจริง นางอาจมอบคำแนะนำดีๆ ให้ตนได้
“พรุ่งนี้ข้าจะพาเจ้าไป”
อวี๋ซูแย้มยิ้มเล็กน้อย “เพคะ”
ค่อยๆ หมุนตัวไป รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายไปช้าๆ แทนที่ด้วยความโศกเศร้า
ยามค่ำคืนดำเนินไป อวี๋ซูนั่งอยู่ด้านข้างอย่างเงียบสงบ หยิบผ้าในมือขึ้นมาปักฆ่าเวลา หากรัชทายาทยังไม่ไป นางก็ไม่กล้าพักผ่อน
บนผ้าแพรนุ่มปักลายยวนยางคู่ อวี๋ซูอดไม่ได้ที่จะมองจนเหม่อลอย ยวนยาง ยวนยาง นี่เป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งของตนเท่านั้น เดิมทีคิดจะปักลายมงคลหรือหากมีโอกาสจะสามารถปักถุงหอมให้เขาพกพา เพียงแต่กลับปักจนมีสภาพเช่นนี้โดยไม่รู้ตัว
เปลวเทียนกระพริบไหว อวี๋ซูเบนสายตาขึ้นอย่างระมัดระวัง บุรุษข้างหน้าต่างนั่งหลับตาพิงกำแพง ลมพัดมาคลอเคลียเส้นผมอ่อนนุ่มของเขาเบาๆ ใบหน้าหล่อเหลาเจือไปด้วยอารมณ์ไม่สงบ อวี๋ซูได้เห็นพลันจิตใจอ่อนยวบ
บางทีคงมีเพียงช่วงเวลาเช่นนี้ที่นางกล้าชื่นชมใบหน้าหล่อเหลาโดยมิต้องสนใจสิ่งใด
รัชทายาทที่กำลังหลับตาดูสงบนิ่งเพียงนั้น ไม่มีบรรยากาศเคร่งขรึมเฉกเช่นเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น มีเพียงความโศกเศร้าและความเหนื่อยล้าที่ทำให้นางปวดใจ
ลมกลางคืนหนาวเย็น อวี๋ซูกลัวว่ารัชทายาทจะหนาวจึงเอ่ยเรียกเบาๆ “ฝ่าบาท?”
บุรุษไม่ได้ตอบ ลมหายใจราบเรียบสม่ำเสมอ
ฝ่าบาทบรรทมแล้วหรือ? เรื่องเช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อน ก่อนหน้านี้ เมื่อถึงเวลานี้ฝ่าบาทควรจะเสด็จกลับไปแล้วถึงจะถูก
คละเคล้าไปด้วยความกังวลและความคาดหวัง อวี๋ซูเดินไปหยิบเสื้อกันลมที่อยู่ด้านข้างแล้วเดินเข้ามาอย่างเงียบงัน คลุมให้เขาช้าๆ การเคลื่อนไหวเงียบเชียบราวกับกลัวว่าจะทำให้เส้นผมปลิวก็มิปาน
บุรุษรูปงามอยู่ใกล้เพียงเอื้อม นางสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของตนที่เต้นเร็วขึ้น
นางยื่นมือออกไปกลางอากาศโดยไม่ฟังเสียงเรียกให้หยุดของตน เพียงแต่นางกลับไม่กล้าสัมผัสใบหน้าอันน่าหลงใหลนั้น
บางครั้งอวี๋ซูก็รู้สึกว่าตนคล้ายกับหัวขโมยต่ำต้อย ขโมยความอ่อนโยนและความใส่ใจที่รัชทายาทมีต่อท่านหมอ นางเกลียดตนเองในยามนี้ยิ่งนัก ไม่ทราบว่าเริ่มตั้งแต่ยามใดที่นางมีความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ของการเป็นตัวแทนเช่นนี้
ทุกครั้งที่สายตาของเขาหยุดอยู่บนร่างตน มักมีความรู้สึกพึงพอใจอันยากบรรยาย
เสียงแกรกดังขึ้น ลมเบาๆ พัดหน้าต่างด้านนอกขยับ อวี๋ซูตกใจจนรีบถอยหลังไปหลายก้าว การเคลื่อนไหวเช่นนี้ทำให้ขนตาของบุรุษข้างหน้าต่างขยับเล็กน้อย
ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เบื้องหน้ามีเงาร่างอันคุ้นเคยยืนอยู่ ท่ามกลางความพร่าเลือน เขาพลันจำคนผิด ในสมองเกิดเสียงดังสนั่น “ซูเอ๋อร์ เจ้ากลับมาแล้ว!”
รีบยืนขึ้นคว้ามือของอวี๋ซูดึงมาเบื้องหน้าตน ใบหน้าเล็กๆ ที่เจือไปด้วยความตื่นตะลึงปรากฏอยู่เบื้องหน้า “ฝะ ฝ่าบาท!”
“…” ความยินดีเต็มดวงตาพลันกลายเป็นความผิดหวัง “เป็นเจ้า…”
ค่อยๆ ปล่อยมือเล็กๆ ของนาง เสื้อกันลมบนร่างร่วงหล่นสู่พื้น
เสียงอันเปี่ยมไปด้วยความผิดหวังและเซื่องซึมอันไร้ขอบเขตเช่นนี้ทำให้อวี๋ซูอดไม่ได้ที่จะดวงตาแดงระเรื่อ ในใจเกิดความรู้สึกสะท้อนใจ ต้องการโถมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของเขาแล้วกอดเขาให้แน่นเพื่อปลอบใจ บอกเขาว่าไม่เป็นไร ต่อให้ท่านหมอไม่กลับมาก็ยังมีตนอยู่ข้างกาย
เพียงแต่บรรยากาศเปล่าเปลี่ยวบนร่างของบุรุษทำให้อวี๋ซูมิได้ใจกล้ากระทำเช่นนั้น
นางกลัวว่าจะป็นการดูหมิ่นความรักที่รัชทายาทมีต่อท่านหมอ และกลัวว่าตนจะสูญเสียคุณสมบัติในฐานะตัวแทนนี้ไป
“ดึกเพียงนี้แล้ว เจ้าพักผ่อนเถิด”
หลังจากกล่าวประโยคนี้ทิ้งเอาไว้ ตงฟางซวี่ก็หมุนตัวไปโดยไม่อาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย แผ่นหลังอันโดดเดี่ยวสะท้อนเข้าสู่ดวงตาดำมืด
อวี๋ซูมองมือของตนนิ่ง ตรงนั้นราวกับยังหลงเหลือความอบอุ่นจากฝ่ามือรัชทายาทอยู่ เพียงแต่ความอบอุ่นเช่นนี้มิใช่ของตน
…
วันต่อมา
“เหนียงเหนียง ท่าน…” นางข้าหลวงเข้ามาปรนนิบัติแต่เช้า เห็นดวงตาแดงระเรื่อของอวี๋ซูจึงคิดว่าหรือเมื่อคืนจะเกิดอะไรขึ้น? ดูเหมือนว่าเมื่อคืนรัชทายาทจะเสด็จกลับดึกอยู่บ้าง
อวี๋ซูมองตัวเองในกระจก ไม่ว่านางจะแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจมากเพียงใด แต่สีหน้ากลับไม่อาจหลอกลวงผู้คน
นางนอนไม่หลับทั้งคืน ในสมองมักจะมีช่วงเวลาที่รัชทายาทลืมตาปรากฏ
ด้านนอกมีเสียงขันทีน้อยดังแว่วมา “เหนียงเหนียง ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้บ่าวมารับเหนียงเหนียงไปตำหนักเนี่ยนซูพ่ะย่ะค่ะ”
อะไรนะ?! บนใบหน้าของนางข้าหลวงเต็มไปด้วยความยินดี “เหนียงเหนียง ฝ่าบาทให้พระองค์เสด็จไปตำหนักเนี่ยนซูแล้ว!” กระทั่งนางก็รู้ว่าตำหนักเนี่ยนซูเป็นสถานที่เช่นไร เดิมทีคิดว่าเตรียมไว้ให้ท่านหมอโดยเฉพาะ ตอนนี้รัชทายาทถึงกับให้คนมารับเหนียงเหนียง มิใช่เป็นการแสดงให้เห็นว่าเหนียงเหนียงมีโอกาสเข้าไปหรือ?
บนใบหน้าของอวี๋ซูปรากฏรอยยิ้มขมขื่น “ประทินผิวโฉม”
“เพคะ เหนียงเหนียง!” จะต้องประทินโฉมให้เหนียงเหนียงงดงาม! ให้รัชทายาทเห็นแล้วมิลืมเลือน!
ขบวนเกี้ยวอันหรูหราหยุดรออยู่นอกตำหนักนานแล้ว อวี๋ซูเพิ่งจะเหยียบย่างออกมาจากประตูตำหนัก ที่ตำหนักของฮองเฮาก็มีคนไปรายงาน
“เหนียงเหนียง ทรงทอดพระเนตรเถิด อวี๋เหม่ยเหรินผู้นี้มีความสามารถจริงๆ ฝ่าบาทไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปตำหนักเนี่ยนซู”
ฮองเฮาขมวดขนงแน่น แต่กลับไม่ได้ตรัสคำใด
ตอนนี้เอง ด้านนอกมีเสียงขันทีดังขึ้น
“ชายารองเสด็จ!”
Venus36
สงสารจริง มีแต่หญิงงามหลงรักรัชทายาท ชายงามหลงรักใบหน้าสวยแบบสบายๆ เย็นๆ ไม่ได้โดดเด่นของอวิ๋นซู ส่วนทางจริงๆ แต่พระเอกเราหล่อสุด