หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 20 ตอนที่ 593 เยี่ยมเยียนจวนโหว
เล่มที่ 20 ตอนที่ 593 เยี่ยมเยียนจวนโหว
รถม้าคันหนึ่งค่อยๆ หยุดลงบริเวณหน้าประตูจวนชางติ้วโหว
“เหนียงเหนียง ระวังเพคะ!”
นางข้าหลวงประคองสตรีบนรถม้าลงมาอย่างระมัดระวัง องครักษ์บริเวณประตูเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าจวนไปรายงาน
“ชายารอง? นี่…นี่เป็นเรื่องจริงหรือ?” ภายในศาลา ตู้หย่วนฟางมีความยินดีเต็มใบหน้า อย่างไรก็ตามเพียงไม่นานในดวงตากลับประดับไปด้วยความกังวล ในเวลาเช่นนี้จู่ๆ ท่านพี่ก็ออกจากวัง หรือทางรัชทายาทจะเกิดอะไรขึ้น? “พาข้าไปดู!”
ถึงแม้ว่าจวนชางติ้วโหวที่ใหญ่โตจะไม่ได้โอ่อ่าหรูหราเฉกเช่นพระราชวัง แต่ทุกสิ่งที่อยู่ที่นี่ล้วนเต็มไปด้วยชีวิตชีวา มองแล้วทำให้เกิดรอยยิ้มจากใจ อารมณ์ที่เดิมทีหดหู่ของนางก็ได้รับผลที่ดีไปด้วย นางทอดถอนใจยาวๆ ดูแล้วน้องสาวอยู่ที่นี่คงมีชีวิตดีเยี่ยม
“ชายารอง?!”
เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหนึ่ง ตู้หย่วนซิ่วได้ยินจึงหันไป เห็นสตรีงดงามกำลังเดินเข้ามาด้วยความยินดี
“น้องสาว ไม่ได้พบกันนาน เป็นอย่างไรบ้าง?”
ดวงตาของตู้หย่วนฟางแดงก่ำ ชั่วขณะที่ได้เห็นตู้หย่วนซิ่วนางรู้สึกยากจะเชื่อสายตาตนเองยิ่งนัก เหตุใดท่านพี่ของนางจึงได้ซูบผอมเช่นนี้? ดวงหน้าที่เดิมทีอวบอิ่มสมบูรณ์ ในยามนี้กลับเจือไปด้วยเมฆหมอกอันโศกเศร้าที่ไม่อาจขจัดทิ้ง แก้มซูบตอบดูเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาคู่นั้น สายตาของท่านพี่ก่อนหน้านี้อ่อนโยนเพียงนั้น แต่ตอนนี้ราวกับถูกฉาบด้วยความขุ่นมัว มิอาจเห็นสายตาอันเปล่งประกายเฉกเช่นวันวาน
“หม่อมฉันสบายดี เหนียงเหนียง พะ พระองค์…”
“น้องข้า ที่นี่ไม่มีคนนอก เจ้าเรียกเช่นนี้จะทำให้ข้าปวดใจ!”
ตู้หย่วนฟางรีบก้มหน้าลงเพื่อปิดซ่อนความโศกเศร้าในดวงตา นางรู้เรื่องความเปลี่ยนแปลงของรัชทายาทจากปากเฟิ่งอวี่แล้ว เดิมทียังมีความคาดหวังอยู่หลายส่วน คิดว่าบางทีท่านพี่อาจจะมีชีวิตไม่เลวนัก เพียงแต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้าบอกนางหมดแล้ว เรื่องที่ไม่อยากเห็นมากที่สุดเกิดขึ้นแล้ว
ตู้หย่วนซิ่วไม่ได้ใส่ใจการกระทำอันปกปิดของอีกฝ่าย เหตุใดนางจะไม่รู้สภาพของตนในยามนี้ นางไม่ได้พบบิดามารดาของนางนานแล้วเพราะกลัวว่าพวกเขาจะกังวล แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว นางไม่สนใจสิ่งใดอีก
“น้องข้า ข้ามาวันนี้เพราะมีเรื่องต้องการสอบถามเจ้า”
ตู้หย่วนฟางเงยหน้าขึ้นด้วยความแปลกใจ นางราวกับคาดเดาอะไรบางอย่างได้แล้วจึงออกคำสั่งกับบ่าวไพร่ข้างกาย “เตรียมขนมมาเถิด นำไปที่ลานเรือน”
ภายในลานเรือนมีเสียงนกร้องและกลิ่นดอกไม้หอมหวน สายตาตู้หย่วนซิ่วหยุดอยู่บนกระถางดอกไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ “ดอกไม้เหล่านี้งดงามจริงๆ” ทั่วทั้งลานเต็มไปด้วยกลิ่นอายความสดชื่น นางจินตนาการถึงวันเวลาที่น้องสาวของตนทุ่มเทไปกับที่นี่โดยไร้ซึ่งความกังวล
“ท่านพี่ ในวังเกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ?”
ตู้หย่วนซิ่วหลุบตาลง จากนั้นจึงสูดหายใจลึก เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง “แม่ทัพเฟิ่งพูดอะไรกับเจ้าหรือไม่? เช่นเรื่องที่รัชทายาทต้องการสร้างตำหนักเนี่ยนซู”
ที่แท้ก็เป็นเรื่องนี้จริงๆ ด้วย!
สายตาของตู้หย่วนฟางเปล่งประกาย ท่าทีเช่นนี้เป็นการอธิบายทุกสิ่งแล้ว
“แม่ทัพเฟิ่งเองก็เคยกล่าวโน้มน้าวรัชทายาทแล้วใช่หรือไม่?” เดิมทีนางคิดจะกล่าวเรื่องนี้กับเฟิ่งอวี่ ในฐานะที่เป็นดั่งพี่น้องแขนขาของรัชทายาท หากเขามีใจกล่าวโน้มน้าวย่อมดีกว่าคำพูดนับหมื่นประโยคของขุนนางเหล่านั้น
“ท่านพี่ สามีข้าเคยกล่าวกับรัชทายาทมาแล้ว เพียงแต่…” ตู้หย่วนฟางส่ายศีรษะน้อยๆ ทุกครั้งที่เฟิ่งอวี่กล่าวถึงเรื่องนี้ สีหน้าจะเผยความกังวลออกมาอย่างอดไม่อยู่ กระทั่งนางก็สัมผัสได้ว่ารัชทายาทในตอนนี้ผิดปกติไป เพื่อท่านหมอ รัชทายาทกระทำการไร้สติได้จริงๆ
“ที่ข้ามาวันนี้เพราะต้องการขอร้องแม่ทัพเฟิ่งให้กล่าวเตือนรัชทายาทอีกครั้ง ถึงแม้ตอนนี้ทั้งสองเเคว้นจะพักรบกันอยู่ แต่จักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้มีใจทะเยอทะยานและโหดเหี้ยมนัก ไม่รู้ว่าจะทำลายคำสัญญาและบุกรุกเข้ามาอีกเมื่อใด การสร้างตำหนักเนี่ยนซูต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรและกำลังคนมากมาย เพื่อที่จะโจมตีแคว้นอี้ ท้องพระคลังมิอาจคับขัน จำเป็นต้องหยุดยั้งฝ่าบาท!”
“คำพูดเหล่านี้สามีข้าเคยกล่าวกับรัชทายาทมาแล้ว เพียงแต่…ท่านพี่ หรือท่านดูไม่ออก รัชทายาท…ไม่ใช่รัชทายาทเฉกเช่นกาลก่อนอีกต่อไปแล้ว!”
มือของตู้หย่วนซิ่วสั่นระริก เหตุใดนางจะสัมผัสไม่ได้เล่า เพียงแต่ทุกสิ่งทุกอย่างนี้จะตำหนิเขาได้อย่างไร? ผ่านเรื่องร้ายมามากมายเพียงนั้น ไม่ว่าเป็นผู้ใดก็ต้องเปลี่ยนแปลงกันทั้งสิ้น รัชทายาทเพียงรักท่านหมอจนลึกล้ำเกินไป นางเชื่อว่าขอเพียงท่านหมอกลับมาได้ รัชทายาทจะต้องกลายเป็นจักรพรรดิที่ปราดดเปรื่องเป็นแน่!
เพราะว่าคำพูดของท่านหมอ เขาต้องฟังแน่นอน!
เพียงแต่เรื่องราวไม่อาจเรียกคืนได้ ตอนนี้ท่านหมอเป็นตายยังไม่แน่ชัด หากเป็นดังเช่นที่เสด็จแม่กล่าว เช่นนั้นท่านหมอคงมิอยู่บนโลกนี้จริงๆ แล้ว จะให้คนตายผู้หนึ่งมาโน้มน้าวรัชทายาทได้อย่างไร? ดังนั้นทำได้เพียงอาศัยความพยายามของผู้อื่นแล้ว!
“ต่อให้เป็นเช่นนี้ข้าก็อยากจะทำอะไรบ้าง!” สายตาของตู้หย่วนซิ่วทอดมองไปยังสถานที่ห่างไกล ท่าทีเช่นนี้ทำให้ในใจของตู้หย่วนฟางรู้สึกเจ็บปวด ท่านพี่ผ่านเรื่องอะไรมากันแน่ถึงได้มีท่าทีเช่นนี้ นางในตอนแรกล้วนมีความสุขเต็มหน้า ภาพสตรีแห่งจวนชางชิ่งโหวที่แต่งชุดแดงออกไป นางยังจำได้ราวกับเพิ่งเกิดขึ้น
เพราะท่านพี่ได้แต่งกับคนที่ตนรัก นางจึงอวยพรอย่างจริงใจ แม้ว่า…ในใจจะรู้สึกไม่ดีอยู่หลายส่วนก็ตาม
คิดไม่ถึงว่าความรู้สึกไม่ดีจะกลายเป็นจริงขึ้นมา ตู้หย่วนฟางเริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้ว ทั้งๆ ที่รู้ว่าเมื่อเดินเข้าประตูวังล้วนเป็นสถานที่ลึกล้ำประดุจมหาสมุทร หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ตอนแรกนางต้องคัดค้านท่านพี่เป็นแน่ ไม่ยอมให้นางเข้าไปสู่กรงขังที่กลืนกินผู้คนเช่นนั้น!
หากรักกันก็แล้วไปเถิด เพียงแต่ใจของรัชทายาทไม่ได้อยู่กับท่านพี่โดยสิ้นเชิง ผู้ที่ต้องเจ็บปวดมีเพียงท่านพี่ผู้เดียว!
“ท่านพี่ ได้ยินว่าอวี๋ซูผู้นั้นถูกส่งเข้าไปในตำหนักเย็นแล้ว ท่านพี่อย่าได้ช่วยนาง อย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่าม…สามีข้ากำลังพยายามอยู่ มอบเรื่องเหล่านี้ให้ขุนนางในราชสำนักเถิด ท่านพี่เพียงดูแลองค์ชายน้อยก็พอแล้ว…”
หยาดน้ำตาไหลผ่านแก้มตู้หย่วนซิ่วไปอย่างเงียบงัน ตู้หย่วนฟางตื่นตะลึง ไม่รู้ว่าควรจะกล่าวอะไรไปชั่วครู่ “ท่านพี่! ท่าน…เป็นข้าไม่ดีเอง ข้าจะไม่พูดคำเหล่านี้แล้ว…ท่านพี่…”
“ไม่ ไม่เกี่ยวกับเจ้า ตั้งแต่วันที่แต่งให้กับราชวงศ์ข้าก็ตัดสินใจแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะอยู่ข้างกายรัชทายาทไปชั่วชีวิต ตอนนี้รัชทายาทกระทำผิด ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะดึงพระองค์กลับมาให้ได้!”
เมื่อเห็นความแน่วแน่เด็ดเดี่ยวเปล่งประกายในดวงตาของนาง ตู้หย่วนฟางพลันเกิดความรู้สึกอย่างหนึ่ง พี่รองของนาง…ราวกับมีบางอย่างแตกต่างไป ราวกับนางเข้มแข็งกว่าเมื่อก่อน การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ดียิ่งกว่าการหดหู่ซึมเศร้าไร้ซึ่งความหวังเสียอีก
…
อีกด้านหนึ่ง
“วันนี้มีคนมาที่จวนหรือ?” เฟิ่งจัวเดินเข้ามาจากด้านนอก มองไปยังรถม้าที่จอดอยู่
สีหน้าของพ่อบ้านชราไม่เป็นธรรมชาตินัก ถึงกับไม่ยอมตอบทั้งยังถอยไปจากเบื้องหน้าเขา ปฏิกิริยาเช่นนี้ทำให้ในใจของเฟิ่งจัวเกิดความรู้สึกผิดปกติ หรือว่า…ผู้มาเยือนเป็นแขกคนสำคัญอันใด?!
รัชทายาทให้เขาจับตาดูการเคลื่อนไหวทุกอย่างในจวน ท่าทางการรอคอยในหลายวันมานี้จะเกิดผลแล้ว!
เมื่อคิดถึงตรงนี้เฟิ่งจัวจึงรีบเก็บท่าที เดินเข้าไปบริเวณเขตเรือนของเฟิ่งอวี่
“คุณชาย ท่านเข้าไปไม่ได้”
คิดไม่ถึงว่านอกเขตเรือนจะถึงกับมีองครักษ์คุ้มกันอยู่สองนาย
“ทำไม? ข้ามาหาพี่ใหญ่ก็ไม่ได้หรือ?!” เฟิ่งจัวยิ่งมั่นใจในความคิดของตน มีคนพิเศษมาหาพี่ใหญ่แล้ว!
องครักษ์ทั้งสองสีหน้าไรอารมณ์ “คุณชายใหญ่ยังไม่กลับจวน มีเพียงฮูหยินอยู่ด้านใน”
พี่สะใภ้หรือ? เฟิ่งจัวอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว พี่สะใภ้อยู่ด้านใน เช่นนั้นเหตุใดต้องทำลับๆ ล่อๆ เพียงนี้ด้วย? “เช่นนั้นข้าจะเข้าไปกล่าวกับพี่สะใภ้เสียหน่อย…”
องครักษ์ทั้งสองยื่นมือออกมาขวางไว้ “ฮูหยินสั่งไว้ว่าห้ามผู้ใดเข้าไปรบกวน”
“พวกเจ้า! ข้าเองก็เป็นคุณชายในจวนชางติ้วโหวแห่งนี้ พวกเจ้าฟังคำพูดของพี่สะใภ้ ไม่ฟังคำพูดของข้าหรือ?!” เฟิ่งจัวรู้สึกเสียหน้ายิ่งนัก แค่ต้องการพูดกับพี่สะใภ้มันยากเพียงนี้เชียวหรือ? คนเหล่านี้เห็นเขาเป็นโระระบาดหรือไร?
องครักษ์ผู้มีสีหน้าเย็นชาทั้งสองทำเพียงมองไปเบื้องหน้า ไม่ตอบเขาอีก การเคลื่อนไหวที่มือก็ไม่ได้ยอมถอยเลยแม้แต่น้อย ปฏิกิริยาเช่นนี้ทำให้ในใจของเฟิ่งจัวเกิดความโกรธเคือง จะอย่างไรพวกเขาก็เป็นทหารชั้นยอดซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของพี่ใหญ่ ตนต้องการบุกเข้าไปก็ไม่อาจเข้าไปได้ ท่าทางจะทำได้เพียงรอโอกาสแล้ว
เสียงเปี่ยมความสงสัยดังขึ้นจากด้านหลัง “น้องห้า เจ้ามาทำอะไรที่นี่?”
เฟิ่งจัวตกใจ หมุนตัวไปด้วยความเคร่งเครียด พบเข้ากับสายตาลึกล้ำของเฟิ่งฉีจึงรีบแย้มยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน “ไม่ ไม่มีอะไร แค่มาหาพี่สะใภ้ใหญ่เท่านั้น…”
“ตอนนี้พี่สะใภ้ใหญ่กำลังตั้งครรภ์ เจ้าไม่เข้าไปรบกวนจะเป็นการดี”
เฟิ่งฉีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รู้สึกว่าการกระทำของเฟิ่งจัวในระยะนี้ดูแปลกไป เมื่อครู่ผ่านทางมาที่นี่ก็ได้ยินเขาเอะอะโวยวายจึงเข้ามาดูเสียหน่อย
“…ใช่ ใช่แล้ว เช่นนั้นข้าจะไปเดี๋ยวนี้…” เมื่อเขาขยับ หยกประดับและเข็มขัดบริเวณเอวพลันส่งเสียงดัง เฟิ่งฉีรีบเอ่ยปาก “ระยะนี้น้องห้าดูเปลี่ยนไปมาก”
“…” แผ่นหลังของเฟิ่งจัวมีเหงื่อเย็นซึมออกมา “ทะ ที่ไหนกัน พี่สี่ล้อเล่นแล้ว”
“เครื่องประดับบนร่างของเจ้าเป็นไหมถักดิ้นทองใหม่ล่าสุดของซูหังกระมัง?” ชุดนี้ต้องสูญเสียเงินไปไม่น้อยเลยทีเดียว เงินเบี้ยหวัดรายเดือนที่ทุกคนในจวนได้รับมีการกำหนดเคร่งครัดอย่างยิ่ง เขาไปนำเงินมากมายเพียงนี้มาจากที่ใด?
เฟิ่งจัวรีบเดินถอยหลังไปหลายก้าว “พี่สี่ ท่านดูผิดแล้ว นี่เป็นแค่เครื่องประดับธรรมดา ไม่อาจสู้เครื่องประดับของพี่สี่ได้หรอก!”
สายตาของเฟิ่งฉีประดับไปด้วยความลึกล้ำหลายส่วน เฟิ่งจัวถูกท่าทีเช่นนี้ของเขาทำเอาตกใจจนสองขาอ่อนแรง รัชทายาทให้ผลประโยชน์เขามาไม่น้อยเลยจริงๆ เขาเองก็ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง คิดไม่ถึงว่าสายตาของพี่สี่จะร้ายกาจเช่นนี้
“เช่นนั้นหยกประดับที่เอวเจ้าเล่า? ข้าดูแล้วราคาคงไม่น้อยเลยทีเดียว”
เฟิ่งจัวรีบกุมหยกประดับบริเวณเอวจนมือไม้พันกันมั่ว “ไม่ๆๆ ของเหล่านี้เป็นเพียงหยกประดับธรรมดา ใช้เงินไม่มากหรอก! ฮ่าๆ พี่สี่ ข้าขอตัวก่อน ครั้งหน้าค่อยนัดพี่สี่ไปดื่มกันด้านนอก!”
หลังจากกล่าวประโยคนี้ทิ้งเอาไว้ เฟิ่งจัวก็รีบหมุนตัวเดินหายไปจากมุมหนึ่งอย่างรวดเร็ว
“คุณชายสี่หรือ?” ภายในลานเรือนมีเสียงตู้หย่วนฟางดังแว่วมา องครักษ์ทั้งสองรีบก้าวไปด้านข้าง เฟิ่งฉีก้าวเข้าไปด้วยท่าทีสุภาพเคร่งขรึม
มองเห็นสตรีอีกผู้หนึ่งนั่งอยู่ในศาลาบริเวณไกลๆ ตอนแรกเขายังจำไม่ได้ เพียงแต่เมื่อเข้ามาใกล้ เฟิ่งฉีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ ชายารองรัชทายาท?! เหตุใด…จึงเปลี่ยนไปมีสภาพเช่นนี้!
“ถวายพระพรชายารอง…”
“คุณชายสี่รีบลุกขึ้นเถิด ล้วนเป็นคนกันเอง ไม่จำเป็นต้องมากพิธี” คำพูดของนางอ่อนโยน ไม่มีท่าทีเฉกเช่นพระสนมแม้แต่น้อย เดิมทีเขาไม่มีความรู้สึกดีๆ กับรัชทายาท เพียงแต่กับสตรีผู้นี้ เฟิ่งฉีกลับเกลียดไม่ลง
สายตาของตู้หย่วนฟางตกอยู่บนกล่องเล็กๆ ในมือเฟิ่งฉี อีกฝ่ายมีปฏิกิริยาขึ้นมาโดยพลัน “พี่สะใภ้ นี่เป็นของบำรุงครรภ์ที่สหายคนหนึ่งของข้าได้มาจากแดนไกล อีกสักครู่ให้โรงครัวทำเป็นอาหารเย็นให้พี่สะใภ้เถิด…”
บำรุงครรภ์?! ตู้หย่วนซิ่วตกตะลึงสตรีตรงข้ามมีริ้วสีชมพูพาดผ่านใบหน้า “หย่วนฟาง เจ้า…”
Venus36
กลัวรัชทายาทบ้าสืบรู้ว่านางเอกอยู่ไหนมากก ขอแอดเอาเรื่อง หวนคืนชะตาแค้น มาลง