หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 20 ตอนที่ 595 ทรมานราวอยู่ในขุมนรก
เล่มที่ 20 ตอนที่ 595 ทรมานราวอยู่ในขุมนรก
ภายในเขตแดนแคว้นเหลียน
ในคุกใต้ดินอันมืดมนแห่งหนึ่งมีเสียงโซ่เหล็กดังกระทบคละเคล้าไปด้วยเสียงครางต่ำอันเจ็บปวดของสตรีดังแว่วมา
“กรี๊ด! อา!” เปลวเทียนกระพริบไหวสาดส่องไปยังใบหน้าน่ากลัวของสตรีผู้นั้น ผิวสีเทาแตกร้าวด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจนเห็นเนื้อภายใน จากนั้นตามมาด้วยก้อนเนื้อสีชมพูที่งอกออกมาใหม่ในทันที ราวกับพื้นดินแตกระแหงที่เคยผ่านการระเบิดของภูเขาไฟและฟื้นคืนสู่ความมีชีวิตชีวาของฤดูใบไม้ผลิในเวลาเพียงชั่วพริบตา เกรงว่าหากผู้ใดได้เห็นภาพนี้ ล้วนต้องหลบไปอาเจียนอยู่ด้านข้างทั้งสิ้น
แขนขาทั้งสี่ของนางถูกมัดด้วยโซ่เหล็ก ตรึงแน่นอยู่บนกำแพง ไม่ว่าจะดิ้นอย่างไรก็ไม่อาจหนีจากสถานที่โหดเหี้ยมราวกับขุมนรกไปได้
ดวงตาเปือกชื้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังอันไร้ก้นบึ้ง ไม่ว่าจะกี่ครั้ง นางล้วนคิดถึงคนผู้นั้น นังสารเลวที่ทำให้นางมีสภาพเช่นนี้!
เงาร่างในชุดคลุมสีดำค่อยๆ เดินเข้ามาจากด้านนอก สายตาเย็นชาหยุดอยู่บนร่างของสตรีผู้นั้น เมื่อเห็นอาภรณ์ที่ถูกอาบย้อมด้วยสีม่วงแดงทั้งร่าง มุมปากพลันประดับไปด้วยรอยยิ้มโหดเหี้ยม
คล้ายกับว่าเขาคุ้นชินแล้ว เดินตรงไปนั่งลงที่โต๊ะไม้ด้านข้าง จิบชาชั้นยอดอย่างสบายอารมณ์
“ทะ…ท่านผู้อาวุโส…” ซ่างกวนเมิ่งมองไปยังบุรุษตรงข้ามอย่างยากลำบาก เสียงแหบแห้งราวกับผืนทราย “เพราะเหตุใด…เพราะเหตุใด…”
บุรุษเอ่ยขึ้นด้วยเสียงน่าสะพรึงกลัว “รู้สึกหรือไม่ว่า…การผลัดผิวในครั้งนี้ใช้เวลามากขึ้นสามเท่า?
ทุกครั้งที่ผิวเน่าเปลื่อยมักจะตามมาด้วยการเกิดใหม่ที่เจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ เดิมทีใช้เวลาเพียงครึ่งวัน แต่ตอนนี้นางถูกขังอยู่ที่นี่มาหนึ่งวันกว่าแล้ว เพื่อที่จะไม่ให้นางเจ็บปวดจนฆ่าตัวตาย นางจึงเต็มใจใช้โซ่มัดมือมัดเท้าของตนเอาไว้ ทุกครั้งต้องใช้จิตใจอันแน่วแน่ทั้งหมดถึงจะจัดการกับความทรมาณเช่นนี้ได้ เพียงแต่ครั้งนี้ นางรู้สึกว่าตนแทบจะรับไม่ไหวแล้ว
“เจ้าไม่ยอมเชื่อฟังข้า เพิ่งจะกลับมาเมื่อวาน พิษบนร่างกำเริบขึ้นแล้ว หากไม่ชำระล้างให้ดี เจ้าคิดจะใช้ใบหน้าในสมัยก่อนที่เหลือเพียงครึ่งเดียวออกไปปรากฏตัวต่อหน้าองค์ชายหรือ?” ในคำพูดของผู้อาวุโสไม่มีความสงสารอยู่เลย ราวกับในความคิดของเขา ซ่างกวนเมิ่งเป็นเพียงสิ่งของอย่างหนึ่ง เป็นเพียงเครื่องมือเท่านั้น
สตรีผู้มีสภาพย่ำแย่น่ากลัวกัดฟันแน่น หากเป็นก่อนหน้านี้ เกรงว่านางคงรับไม่ไหวจนเลือกจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายไปแล้ว! เพียงแต่ในยามที่นางได้เห็นคนผู้นั้นอีกครั้ง เพลิงแห่งโทสะที่ลุกโชนได้อาบย้อมไปยังทุกอณูความคิดของนาง ต่อให้ต้องเจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่เช่นนี้ นางก็จะทนต่อไป เพื่อเอาคืนนังสารเลวนั่นให้มากขึ้นเป็นเท่าตัว!
บุรุษในอาภรณ์ชุดดำเงยหน้าขึ้นมองแสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามาในคุกใต้ดิน กล่าวออกมาอย่างเกียจคร้าน “น่าจะได้แล้ว”
ได้ยินเสียงแกรกดังขึ้นหลายครั้ง เสียงกรีดร้องดังสนั่นฟ้า เหงื่อมากมายไหลลงมาจากใบหน้าแดงก่ำของสตรี กระดูกบนร่างของนางรวมกันอีกครั้งในสภาพน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง สุดท้ายจึงก่อกำเนิดเป็นร่างกายสง่างาม รอยแดงค่อยๆ จางหายไป ฟื้นคืนสู่ผิวขาวนวลอย่างเชื่องช้า เพียงแต่ซ่างกวนเมิ่งราวกับถูกแย่งชิงจิตวิญญาณทั้งหมดไปแล้วก็มิปาน ถูกแขวนอยู่บนกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรงเช่นนั้น
“การสร้างกระดูกสุดท้ายนี้ เจ็บปวดกว่าเมื่อก่อนสักสิบเท่าเลยใช่หรือไม่? แต่นับว่าเจ้าโชคดียิ่งแล้ว มิเช่นนั้นหากเป็นสถานการณ์ปกติ เจ้ายังไม่ทันได้เหยียบย่างเข้ามาในที่แห่งนี้ก็กลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว” บุรุษสะบัดแขนเสื้อสีดำ โซ่บนร่างของซ่างกวนเมิ่งพลันคลายออก สตรีผู้นั้นล้มลงบนพื้นราวกับตุ๊กตาพังๆ ตัวหนึ่ง หลับตาสัมผัสอากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเชื้อราโชยเข้ามาในกายเนื้อใหม่ของนาง
ชายหนุ่มในอาภรณ์สีดำหลายคนเดินเข้ามาจากด้านนอก ในมือถือไก่เป็นๆ หลายตัวเดินมาเบื้องหน้าซ่างกวนเมิ่ง ยกมือขึ้นฟันลงไป ไก่เหล่านี้ไม่มีโอกาสแม้แต่จะดิ้นก็หัวขาดจนร่วงลงพื้น เลือดสดๆ ไหลล้อมซ่างกวนเมิ่ง
“ฮ่าๆๆ ยังไม่รีบกินอีก? เจ้ายังมีเรื่องต้องทำให้สำเร็จมิใช่หรือ?”
สตรีบนพื้นได้กลิ่นคาวเลือดอันคุ้นเคยก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เลือดสีแดงสดสะท้อนเข้าสู่ดวงตาของนาง ความพร่าเลือนเบื้องหน้าเจือไปด้วยแสงสะท้อนสีแดง นางยื่นมือออกไปราวไม่รู้ตัว จับไก่ตัวหนึ่งที่ยังมีเลือดไหลออกมา กินดื่มเลือดสดๆ ราวกับสัตว์ร้ายที่หิวโซมาหลายวัน
ท่าทีเช่นนี้ราวกับสัตว์ประหลาดที่ออกมาจากขุมนรก ภายในคุกใต้ดินพลันฟุ้งกระจายไปด้วยเสียงซูดกิน ทั้งยังมีเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งแหบแห้งของบุรุษชุดดำ
“หลายครั้งนี้เจ้าทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก! กินให้ดีเถิด คิดถึงความลำบากที่เจ้าได้รับในระยะนี้ให้ดี ต้องการเป็นเหมือนเมื่อก่อนหรือไม่ที่ต้องตายด้วยน้ำมือของหลิ่วอวิ๋นซู!”
เมื่อกล่าวถึงชื่อนี้ มือของซ่างกวนเมิ่งพลันชะงักไป ดวงตาฟื้นคืนสู่ประกายเย็นชาที่ทำให้ผู้คนต้องหนาวเหน็บจนสั่นเทาอีกครั้ง กัดกินไก่สดด้วยท่าทีดุดัน เลือดสดๆ ไหลลงมาจากมุมปาก ยิ่งกินมากผิวของนางก็ยิ่งดี
บุรุษชุดดำส่งสายตาครั้งหนึ่ง ชายหนุ่มชุดดำทั้งหมดจึงโยนไก่ในมือแล้วถอยออกไป
สตรีครึ่งคนครึ่งผีบนพื้นลิ้มรสกลิ่นคาวเลือดที่อัดแน่นอยู่เต็มปาก หางตามีความเปียกชื้นไหลลงมาสองสาย แยกไม่ออกว่าเป็นน้ำตาหรือโลหิต
“ข้าจะรอเจ้าอยู่ด้านนอก” บุรุษแย้มยิ้มอย่างพอใจ จากนั้นจึงสะบัดแขนเสื้อเดินหายไปจากสายตาของซ่างกวนเมิ่ง
สายตาที่เดิมที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวพลันอัดแน่นไปด้วยความแค้น มองไปยังบุรุษที่กำลังเดินจากไป ซ่างกวนเมิ่งค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง มือที่จับไก่อยู่อดไม่ได้ที่จะสั่นเทา ความคิดเดียวที่ทำให้นางยืนหยัดมีชีวิตต่อไปได้ก็คือ ทำให้หลิ่วอวิ๋นซูอยู่ไม่สู้ตาย! สภาพราวกับปีศาจเช่นนี้ของตนจะแตกต่างอะไรกับการตายเล่า?! แต่หากไม่ได้เห็นหลิ่วอวิ๋นซูคุกเข่าร้องขอชีวิตอยู่แทบเท้าตน นางจะยอมตายไปเช่นนี้ได้อย่างไร?!
ไม่! นางจะต้องมีชีวิตต่อไป จะต้องมีชีวิตต่อไปจนถึงที่สุด! ต้องทำให้คนที่ทิ้งตนและคนที่ทำร้ายตนพบกับจุดจบที่คู่ควรกับพวกมัน! อย่างไรก็ตาม การที่นางเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้งเพราะกินยาต้องห้ามเข้าไป เปลี่ยนแปลงใบหน้าและมีชีวิตใหม่อีกครั้ง!
…
ภายในห้องฟุ้งกระจายไปด้วยหมอกโลหิต ถอดชุดตัวในที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดสีม่วงแดงออก ซ่างกวนเมิ่งมองไปยังตนเองในกระจกที่ดูงดงามยิ่งขึ้น ใบหน้าไม่คุ้นเคย ท่าทีไม่คุ้นเคย น้ำเสียงไม่คุ้นเคย ทว่านี่คือนางในตอนนี้
ผิวขาวนวลราวหิมะ เจือไปด้วยกลิ่นหอมที่ทำให้ผู้คนต้องลุ่มหลง ดวงตาชุ่มชื้นราวสายน้ำเจือไปด้วยความลึกล้ำที่ทำให้ผู้คนมอมเมา ทุกอณูของจิตวิญญาณของนางล้วนใช้ความเจ็บปวดทรมานเป็นแรงผลักดันหล่อหลอมออกมา ผู้อาวุโสมอบความงามที่สามารถล่อลวงผู้คนให้นาง สอนเสียงร้องที่สลักลึกลงไปในใจผู้คนให้นาง นางในตอนนี้เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ ยอดเยี่ยมกว่าเมื่อก่อนไม่รู้กี่ร้อยเท่า เพียงแต่เพราะเหตุใด! นานเพียงนี้แล้วนางยังไม่ได้รับพระทัยขององค์ชายใหญ่อีก?!
นางไม่เชื่อว่าตนจะแพ้ให้หลิ่วอวิ๋นซูชั่วชีวิต! ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนต้องจ่ายออกไปยังไม่เพียงพออีกหรือ?!
นางเข้าไปแช่ในถังน้ำจนเกิดเสียงดังจ๋อม น้ำสมุนไพรอันร้อนระอุทำให้เส้นประสาททุกเส้นของนางเจ็บปวด เพียงแต่ซ่างกวนเมิ่งกลับทำราวไม่รู้สึก มองไปเบื้องหน้าอยู่เช่นนั้น
ในสมองเต็มไปด้วยภาพใบหน้าไม่ยินดียินร้ายของอวิ๋นซู เลือดทุกหยดในกายกำลังกรีดร้อง จะต้องทำให้นางอยู่ไม่สู้ตาย! อยู่ไม่สู้ตาย!
ภายในห้อง บุรุษในชุดคลุมสีดำหลับตารออยู่บริเวณนั้น จนกระทั่งประตูเปิดออก ลมเย็นพัดมา เจือไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ
ซ่างกวนเมิ่งที่เปลี่ยนอาภรณ์เรียบร้อยแล้วงดงามกว่าเมื่อก่อนถึงสามส่วน ทุกการเคลื่อนไหวสูงศักดิ์และสง่างามอย่างยิ่ง ไม่ว่าบุรุษใดได้เห็นล้วนไม่สงสัยเลยว่านี่ต้องเป็นสิ่งยอดเยี่ยมที่สุดในหมู่มนุษย์เป็นแน่
ผู้อาวุโสค่อยๆ ลืมตาขึ้น “พอใจหรือไม่?”
ซ่างกวนเมิ่งค่อยๆ ยกมือขึ้น มองไปยังนิ้วมือทั้งสิบอันงดงามกระจ่างใส แย้มยิ้มเล็กน้อย
“หึ แต่เจ้าล่วงเกินฮองเฮาไปแล้ว ต่อให้มีร่างกายงดงามแล้วอย่างไรเล่า?”
“ผู้อาวุโสโปรดระงับโทสะ เมิ่งเอ๋อร์เพียงเลอะเลือนไปชั่วครู่จึงได้ทำเรื่องโง่งมเช่นนั้นออกไป จะไม่มีครั้งหน้าอีกแล้วเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นหรือ? ข้าคิดว่าแผลของเจ้าหายดีจนลืมเเลือนความเจ็บปวดไปแล้วเสียอีก” ในดวงตาของผู้อาวุโสไม่มีอารมณ์อันใด น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันที่ไม่ปกปิดเลยแม้แต่น้อย
ซ่างกวนเมิ่งก้มหน้าลงเล็กน้อย กล่าวเสียงเบาทว่ามุมปากกับยกยิ้ม “ความทุกข์ระทมราวกับอยู่ในขุมนรกเช่นนี้ ผู้ใดจะลืมได้?”
“เช่นนั้น…หรือจะกล่าวว่าเจ้ากลัว? กลัวว่าจะแพ้อีกครั้งหรือ?” คำพูดของบุรุษในชุดคลุมสีดำกรีดแทงลงไปในทุกอณูของซ่างกวนเมิ่ง นางสูดหายใจลึก “กลัว! ย่อมต้องกลัวแน่!”
ลำคอของนางแข็งเกร็ง ดวงตามีประกายเคียดแค้นที่ทำให้ผู้คนต้องหวาดกลัว “กลัวว่าจะปล่อยให้นางหนีไปได้อีก! กลัวว่าจะสูญเสียโอกาสแก้แค้นไปอีกครั้ง!”
“ดี! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะให้โอกาสอีกครั้ง!”
จดหมายฉบับหนึ่งถูกโยนไปที่เท้าของซ่างกวนเมิ่ง นางก้มตัวลงเก็บแล้วเปิดออกอ่านโดยพลัน “ผู้อาวุโส นี่…เป็นไปได้หรือ?”
“มีอะไรเป็นไปไม่ได้บ้างเล่า? หลิ่วอวิ๋นซูกล้าก่อกวนให้แคว้นอี้วุ่นวายโดยไม่กลัวว่าจักรพรรดิเซียวจะมาหาถึงที่! คราวนี้จักรพรรดิเซียวต้องการร่วมมือกันด้วยพระองค์เอง พวกเราเพียงต้องใช้ประโยชน์จากเขาเท่านั้น”
“แต่ว่าข้าไม่อยากมอบตัวนางออกไป!” ซ่างกวนเมิ่งกัดฟันพูดอย่างดุดัน บุรุษเหล่านี้ล้วนตาบอดกันทั้งสิ้น! หลิ่วอวิ๋นซูมีอะไรดี! “ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้พบนางอีกครั้ง ข้าต้องการตอบแทนทุกสิ่งทุกอย่างกลับไปพร้อมดอกเบี้ย!”
เสียงหัวเราะอันแปลกประหลาดดังมาจากบุรุษ “พวกเราเพียงบอกว่าจะร่วมมือกับจักรพรรดิเซียว รับปากเขาเมื่อใดว่าจะมอบคนออกไป? ข้าอย่างไรก็ได้ ต้องดูว่าเจ้ามีความอดทนเพียงใด”
สายตาของซ่างกวนเมิ่งเปล่งประกาย “ข้าต้องการกรีดหนังนางออกมาทั้งเป็น ทำให้นางเป็นตุ๊กตามนุษย์วางไว้ในห้อง ไว้ชื่นชมทุกวัน! ในเมื่อจักรพรรดิเซียวรักนางเพียงนี้ เมื่อถึงเวลาข้าจะส่งขาข้างหนึ่งหรือไม่ก็แขนข้างหนึ่งไปให้ก็พอแล้ว”
ในยามที่นางเอ่ย ราวกับกำลังกล่าวถึงมดตัวหนึ่งที่ไม่มีเรี่ยวแรงจะโต้ตอบก็มิปาน
“จำบทเรียนในครั้งนี้ไว้ให้ดี แม่ทัพกงซุนไม่อาจเคลื่อนไหวได้ชั่วคราว เจ้าหาโอกาสพาหลิ่วอวิ๋นซูออกมาเพียงลำพัง เมื่อถึงตอนนั้นจะฆ่าจะแกงก็อยู่ที่เจ้า”
“ขอบคุณผู้อาวุโส เมิ่งเอ๋อร์จะจำไว้!”
“อีกอย่าง จดหมายฉบับนี้เจ้าจะตอบเช่นไรก็ตามใจ จะอย่างไรจุดประสงค์ของพวกเราก็คือทำให้องค์ชายใหญ่หายตัวไปเสีย!”
พระราชวังแห่งแคว้นอี้
ภายในตำหนักอันหรูหราทว่าเย็นชา บริเวณคางของบุรุษสูงศักดิ์มีรอยเคราขึ้นมาก ดวงตาเย็นชาเจือไปด้วยความใคร่ครวญ เขากำจอกสุราในมือแน่น นั่งอยู่ในศาลาราวกับรูปสลัก
“ฝ่าบาท! มีจดหมายมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
บุรุษผู้หนึ่งปรากฏตัวเบื้องหลังเซียวอี้เชินโดยไร้เสียง ดวงตาของบุรุษเปล่งประกาย ในที่สุดก็เคลื่อนไหวแล้ว
เปิดจดหมายฉบับนั้นที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมอันแปลกประหลาด ดวงตาของเซียวอี้เชินมีความยินดีระเบิดออกมาโดยพลัน “นางอยู่ที่แคว้นเหลียนจริงๆ! นางไปแคว้นเหลียนจริงๆ !”
อย่างไรก็ตาม ชั่วขณะต่อมาสีหน้าของเซียวอี้เชินพลันเคร่งขรึมลง “นางไปแคว้นเหลียนกับคนผู้นั้น! นาง…ทรยศเจิ้น!”
Venus36
จักรพรรดิเซียว หน้าหนามาก ตัวเองสั่งฆ่าอวิ๋นซูเอง ยังบอกเขาทรยศ ส่วนผู้หญิงสยดสยองใช้วิชาพิศดารชุบตัวใหม่ คงเป็นพี่สาวแน่ๆ ที่วางยาพิษฆ่ายกครัว ถูกนางเอกซ้อนแผนอีกที ตายละ ศัตรูร่วมมือกันแบบนี้ นางเอกเองจะแย่ไหม แงๆ