หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 21 ตอนที่ 604 การมาของเฟิ่งหลิง
เล่มที่ 21 ตอนที่ 604 การมาของเฟิ่งหลิง
“ซานสุ่ย!” หวงฝู่รุ่ยกลัวว่าซานสุ่ยจะพูดความจริงออกมา เมื่อถึงตอนนั้นชื่อเสียงของเสด็จพี่คงถูกทำลาย ทั้งยังพัวพันไปถึงคุณหนูกงซุนด้วย!
ไหนเลยจะรู้ว่าขันทีน้อยผู้นั้นมีร่างกายสั่นระริก เอ่ยปากออกมาราวกับใช้เรี่ยวแรงทั้งหมด “ทุกสิ่งทุกอย่างนี้ บ่าวเป็นผู้กระทำ! ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับองค์ชายแปด!”
“เอ๋? นี่…นี่…” ตกลงนี่มันเรื่องอะไรกันแน่ องค์ชายแปดกล่าวว่าพระองค์เป็นผู้กระทำ ตอนนี้บ่าวผู้นี้กลับออกมารับผิดอีก! พวกเขาคิดว่านี่เป็นการละเล่นหรืออะไร?! ทุกคนยากจะเชื่อว่าใต้หล้าจะมีเรื่องแย่งกันยอมรับผิดเช่นนี้ด้วย
“ซานสุ่ย เจ้ากำลังกล่าวเหลวไหลอันใด?!”
หวงฝู่รุ่ยคิดจะเดินเข้าไปหยุดการกระทำของขันทีน้อย แต่ซานสุ่ยกลับถอยหลังไปก้าวหนึ่ง หยิบมีดออกมาจากแขนเสื้อ
“อันตราย! เร็ว รีบคุ้มครององค์ชาย!” ทุกคนความตื่นตระหนกครั้งใหญ่ ตอนนี้มีองครักษ์พุ่งเข้ามาล้อมซานสุ่ยเอาไว้
“ซานสุ่ย เจ้ากำลังทำอะไร? รีบวางมีดลงเสีย!” หวงฝู่รุ่ยคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ ซานสุ่ยจะกระทำเช่นนี้ ในสถานการณ์นี้เกรงว่าคงไม่มีผู้ใดเชื่อคำพูดของตนแล้ว!
มือที่กำมีดของซานสุ่ยสั่นไม่หยุด เขารู้ว่าองค์ชายแปดต้องการชะล้างความสงสัยทั้งหมดแทนตนอย่างสุดกำลัง ดังนั้นจึงคิดวิธีเช่นนี้ขึ้นมา มือจับอาวุธแน่น สำหรับผู้เป็นบ่าว นี่นับเป็นโทษที่มิอาจอภัย!
“อย่าเข้ามา! ทุกคนอย่าเข้ามา! ทุกสิ่งนี้ข้าเป็นผู้กระทำทั้งสิ้น! ยามปกติองค์ชายห้ามักจะรังแกองค์ชายแปด ยิ่งไปกว่านั้นยังปฏิบัติเลวร้ายกับบ่าวไพร่เช่นพวกข้า! องค์ชายแปด บาดแผลบนร่างของซานสุ่ยล้วนต้องขอบคุณองค์ชายห้าที่ประทานให้! ซานสุ่ยรู้ตัวดีว่าจะช้าจะเร็วก็ต้องมีสักวันที่จะตกตายอยู่ในพระหัตถ์ขององค์ชายห้า หากต้องเป็นเช่นนี้ มิสู้ซานสุ่ยลงมือก่อนเสียยังจะดีกว่า!” เหตุผลของซานสุ่ยหนักแน่นยิ่งนักทำให้ผู้อื่นเชื่อถือเขามากขึ้นในพริบตา
“บ่าวไพร่โอหัง! ถึงกับกล้าทำเรื่องฆ่าฟันเจ้านายเช่นนี้เชียวหรือ!”
ซานสุ่ยหัวเราะ “องค์ชายแปดถึงจะเป็นเจ้านายของข้า! ความจริงข้าควรลงมือนานแล้ว! หากมิใช่เพราะองค์ชายห้า องค์ชายแปดคงไม่ต้องพบเจอเรื่องเช่นนี้ พวกเราที่เป็นบ่าวไพร่ก็ไม่ต้องเจ็บปวดเช่นนี้!”
ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่นอกเหนือการคาดเดาของซ่างกวนเมิ่งไปมาก คนเหล่านี้ถึงกับแย่งกันส่งตัวเองไปตาย! นางมองไปยังสตรีที่ยืนเงียบอยู่ที่มุมหนึ่งอย่างโกรธแค้น ในดวงตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ตอนนี้เองบุรุษที่ถูกแม่ทัพกงซุนจับตัวไว้แน่นตะโกนขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง “อา! คุณหนูเมิ่ง คุณหนูเมิ่งช่วยข้าด้วย!”
อะไรนะ? ทุกคนพลันหน้าเปลี่ยนสี พากันมองไปยังซ่างกวนเมิ่งที่มีสีหน้าตื่นตกลึงด้วยความสงสัย
“คุณหนูเมิ่ง…นะ นี่มันยาอะไร? อึดอัดเหลือเกิน!”
ซ่างกวนเมิ่งใจกระตุก มีคนไม่น้อยเผยสายตาสงสัยและคาดเดาออกมา สมควรตาย! หรือหวงฝู่เซียวผู้นี้จะยังไม่เสียสติโดยสมบูรณ์? กลับกล่าวคำพูดชวนให้ผู้คนสงสัยออกมาในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้เชียว! “อะ องค์ชายห้าทรงเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่?”
นางรีบเผยท่าทีหวาดกลัวออกมา ไปหลบอยู่หลังองครักษ์ผู้หนึ่ง คุณหนูฟู่มองประกายคล้ายมืดครึ้มคล้ายกระจ่างในดวงตาของหวงฝู่เซียว เอ่ยปากอย่างเย็นชา “องค์ชายห้าไม่ได้เสียสติ มิเช่นนั้น เหตุใดเขาจึงจดจำได้เพียงคุณหนูเมิ่งเล่า?”
ใช่แล้ว ที่นี่มีคนมากมายเพียงนี้ เหตุใดจึงเรียกเพียงคุณหนูเมิ่งเล่า? หรือจะกล่าวว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ไม่ธรรมดา?
คำพูดของคุณหนูฟู่ทำให้ทุกคนคาดเดากันไปต่างๆ นานา ซ่างกวนเมิ่งลอบกัดฟัน คุณหนูฟู่ผู้นี้หมายความว่าอย่างไร เรื่องนี้เกี่ยวข้องอันใดกับนาง เหตุใดต้องตั้งตัวเป็นศัตรูกับตนด้วย?
“คุณหนูเมิ่ง…คุณหนูเมิ่ง…ร้อน ร้อนเหลือเกิน…” หวงฝู่เซียวค่อยๆ เผยท่าทีหลงไหลออกมาทีละน้อย สตรีหลายคนเบื้องหน้า เมื่ออยู่ในสายตาของเขาล้วนกลายเป็นสตรีใบหน้างดงาม “คุณหนูเมิ่ง ฮ่าๆ…ฮ่าๆ…”
สีหน้าของคุณหนูเมิ่งเดี๋ยวแดงเดี๋ยวเขียว ไม่อาจปล่อยให้เขากล่าวเหลวไหลเช่นนี้ต่อไปได้อีก! “หมอหลวง เร็วเถิด รีบตรวจดูองค์ชายห้าเสียหน่อย หากองค์จักรพรรดิทรงตำหนิลงมา พวกท่านคงรับไม่ไหว!”
หมอหลวงหลายท่านมีสีหน้าเคร่งขรึมลง รีบร้อนเข้าไป หมอหลวงผู้หนึ่งหยิบเข็มเงินออกมาเลื่อนเข้าไปใกล้จุดชีพจรบนศีรษะของหวงฝู่เซียว
“ฝังเข็มไม่ได้!”
“ฝังเข็มไม่ได้!” ภายในห้องมีเสียงทั้งสองดังขึ้นพร้อมกัน อวิ๋นซูและคุณหนูฟู่สบตากัน อย่างไรก็ตามพวกนางกลับเอ่ยปากช้าเกินไป เข็มเงินของหมอหลวงผู้นั้นปักเข้าไปบนศีรษะของหวงฝู่เซียวแล้ว เขาพลันเบิกตากว้าง หลังจากนิ่งไปชั่วครู่ มีพลังลมปราณอันรุนแรงระเบิดออกมา กระทั่งแม่ทัพกงซุนที่อยู่ด้านหลังก็ถูกกระแทกออกไป ได้ยินเสียงพลั่กดังขึ้น หมอหลวงถูกการเคลื่อนไหวอันดุดันเช่นนี้ทำให้ล้มลงกับพื้น รอบด้านฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้น
“เร็ว…รีบหนี…”
“อ้าก!” หวงฝู่เซียวมีสภาพราวกับสัตว์ร้ายกระหายเลือด ทัศนวิสัยของเขาขุ่นมัว จากนั้นจึงรวมอยู่บนใบหน้าของทุกคน การมองเห็นกลายเป็นจุดสีขาว ความเจ็บปวดราวกับถูกสายฟ้าโจมตีอัดแน่นอยู่ในสมอง เขาดิ้นพลางกุมขมับของตน ส่งเสียงคำรามราวสัตว์ร้าย ร่างกายวิ่งชนไปรอบด้าน ไม่ว่าองครักษ์รอบๆ จะขวางอย่างไรก็ถูกเรี่ยวแรงอันแปลกประหลาดที่ระเบิดออกอย่างกะทันหันของเขากระแทกจนปลิวออกไป
“เสด็จพี่! เสด็จพี่ ท่านเป็นอะไรไป อย่าทำให้รุ่ยเอ๋อร์ตกใจ!” ทุกคนต่างกลัวว่าจะถูกหวงฝู่เซียวทำร้าย มีเพียงหวงฝู่รุ่ยที่พุ่งเข้าไปโดยไม่สนใจร่างกายของตน ทว่าร่างกายอ่อนแอไม่ทนลมของเขากลับถูกกระแทกกลับมา
“องค์ชายโปรดระวัง! อันตราย อย่าได้เข้าไป!” ทุกคนลืมการมีอยู่ของซานสุ่ยไปโดยสิ้นเชิง เขารีบโถมตัวไปเบื้องหน้า ใช้ร่างกายปกป้องหวงฝู่รุ่ยเอาไว้ “องค์ชายห้าเสียสติไปแล้ว องค์ชายอย่าเข้าไป!”
ดวงตาทั้งสองของหวงฝู่เซียวแดงก่ำ กวาดมองไปรอบด้าน จากนั้นสายตาพลันตกอยู่บนใบหน้าของหวงฝู่รุ่ย ทัศนวิสัยกระจ่างชัดขึ้นเป็นพิเศษ
“รุ่ยเอ๋อร์…รุ่ยเอ๋อร์…”
“เสด็จพี่!” หวงฝู่รุ่ยมีความยินดีเต็มหน้า อย่างน้อยเสด็จพี่ก็ยังจำตนได้!
อวิ๋นซูที่ถูกองครักษ์ปกป้องอยู่ในมุมหนึ่งพลันมีสายตาเคร่งขรึมลง “องค์ชายแปด อย่าเข้าไป!” เพียงแต่นางคิดจะขวางก็ไม่ทันเสียแล้ว หวงฝู่รุ่ยยังไม่ทันเข้าไปใกล้ ท่าทีของหวงฝู่เซียวก็โหดเหี้ยมขึ้นมาโดยพลัน “ล้วนต้องตำหนิเจ้า! ล้วนต้องตำหนิเจ้า! หากเจ้าตายไปให้เร็ว! เสด็จแม่คงไม่ถูกส่งเข้าตำหนักเย็น เหตุใดเจ้าจึงมีชีวิตอยู่! เหตุใด!”
คำพูดย่ำแย่ไม่น่าฟังทั้งหลายถูกด่ากราดออกมา หวงฝู่รุ่ยชะงักอยู่กับที่ สีหน้าของซานสุ่ยพลันขาวซีด “องค์ชาย องค์ชายอย่าฟัง! อย่าฟัง! องค์ชายห้าเสียสติไปแล้ว เขากำลังพูดเหลวไหล!”
เพียงแต่คำก่นด่าแต่ละประโยคของหวงฝู่เซียวได้แทงลงไปยังหัวใจของหวงฝู่รุ่ยเสียแล้ว เขาถึงกับยืนนิ่งงันอยู่กับที่ กระทั่งหวงฝู่เซียวพุ่งมาเบื้องหน้าชูหมัดขึ้นแล้ว เขาก็ยังไม่มีการเคลื่อนไหวอันใด
อวิ๋นซูรู้สึกไม่สบายใจ นางยกแขนของตนขึ้นกดกลไกโดยไม่แม้แต่จะคิด ได้ยินเสียงฉึก ประกายสีเงินส่องสว่าง เข็มเงินปักลงไปที่รักแร้ของหวงฝู่เซียวอย่างแม่นยำไร้ข้อผิดพลาด เขาถูกโจมตีจนชะงักนิ่งกลางอากาศ
แม่ทัพกงซุนถือโอกาสนี้จับแขนเขาจากด้านหลัง เงาร่างงดงามร่างหนึ่งเดินไปเบื้องหน้าท่ามกลางเสียงอุทานของทุกคน “คุณหนูฟู่ อันตราย!”
สตรีงดงามมีสีหน้าเคร่งขรึมลง ในมือถือเข็มเงินสามเล่มปักลงไปบริเวณคอด้านหลังของหวงฝู่รุ่ยโดยพลัน จากนั้นจึงมองไปยังหมอหลวงที่ร้องโอดครวญอยู่บนพื้น “รีบมาช่วยเร็ว!”
เพียงแต่เมื่อครู่หมอหลวงทั้งหลายถูกพลังภายในของหวงฝู่เซียวทำร้าย ตอนนี้กระทั่งยืนก็ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะยืน
“อ้าก! อ้าก!” แม้ว่ามือทั้งสองของหวงฝู่เซียวจะขยับไม่ได้ แต่ขาของเขายังคงถีบออกไปอย่างบ้าคลั่ง
“คุณหนูฟู่รีบออกมา ให้ข้าแม่ทัพจัดการเอง!” แม่ทัพกงซุนคิดไม่ถึงว่าหวงฝู่เซียวจะมีพลังภายในเช่นนี้ แข็งแกร่งจนมิเหมือนคนธรรมดา กล้ามเนื้อที่แขนของเขามีเส้นเลือดสีเขียวปรากฏขึ้นนานแล้ว ท่าทางคงยืนหยัดได้ไม่นานนัก
ประกายสีเงินสองสายส่องสว่าง กลไกบนข้อมือของอวิ๋นซูเคลื่อนไหวอีกครั้ง เข็มเงินปักลงบนจุดชีพจรที่ขาทั้งสองของหวงฝู่เซียว
คุณหนูฟู่หันไปด้วยความแปลกใจ อวิ๋นซูก้าวออกมาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยู่เหนือการคาดเดาของนางก็คือ เข็มเงินที่ตนยิงออกไปถึงกับถูกพลังภายในของหวงฝู่เซียวที่ทำให้เลือดในกายบวมเป่งขึ้นไม่หยุดดันออกมาทีละน้อย
“คุณหนูกงซุน ท่านกับข้าร่วมแรงกัน สกัดจุดชีพจรแต่ละจุดขององค์ชาย!”
“ไม่ทันแล้ว! คุณหนูฟู่ รีบออกไปจากที่นี่!”
อะไรนะ?! คุณหนูฟู่ยังมิทันมีปฏิกิริยากลับมา นางก็รู้สึกว่าบนขามีความเจ็บปวดเกิดขึ้นระลอกหนึ่ง ถึงกับมีเข็มเงินถูกกระแทกกลับมา ปักลึกลงไปบนผิวของนาง
“ระวัง!” อวิ๋นซูรีบยื่นมือออกไปดึงนางออกมา ข้างหูได้ยินเสียงตะโกนระลอกหนึ่ง “ซูเอ๋อร์ รีบไป!”
เพียงพริบตาเดียว มีคนเข้ามาปกป้องคุณหนูฟู่ที่เกือบจะกระแทกบานประตูเอาไว้ นางเงยหน้าขึ้นมองด้วยความเจ็บปวด สิ่งที่ตกอยู่ในม่านสายตาคือดวงหน้างดงามหล่อเหลา “องค์ชายใหญ่…”
เฟิ่งหลิงกวาดตามองนางครู่หนึ่ง จากนั้นจึงปล่อยมือนาง ทะยานตัวราวสายลม พริบตาเดียวก็ดึงอวิ๋นซูมาปกป้องในอ้อมกอด ชั่วพริบตาที่แม่ทัพกงซุนถูกการโจมตีของหวงฝู่เซียว ก็รีบชักกระบี่จากเอวออกมา ฟันไปยังเส้นเอ็นเท้าของหวงฝู่เซียวครั้งหนึ่ง เลือดสองสายพลันทะลักออกมา
บุรุษบ้าคลั่งคุกเข่าลงกับพื้นราวกับหุ่นเชิดที่ไร้ผู้ควบคุม คำรามออกมาอย่างเจ็บปวด
“อ๊าก!”
เสียงนี้ราวกับเสียงกรีดร้องที่ออกมาจากขุมนรก ในสมองเกิดเสียงดังวิ้งๆ หวงฝู่เซียวกุมศีรษะของตนด้วยความสิ้นหวัง ร่างกายโอนเอนรุนแรง ดวงตาพลันขุ่นมัว
กระบี่ยาวในมือของเฟิ่งหลิงถูกตวัดออกไปโดยพลัน ใช้ด้ามกระบี่ที่แข็งราวเหล็กกล้ากระแทกลงไปที่ลำคอของหวงฝู่เซียว เสียงคำรามพลันหยุดลง บุรุษตาเหลือก สิ้นสติไปเช่นนี้
ทุกสิ่งทุกอย่างนี้เกิดขึ้นรวดเร็วยิ่งนัก ทำให้ทุกคนไม่ทันได้มีปฏิกิริยาใด
“ซูเอ๋อร์ ไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” เฟิ่งหลิงก้มหน้าลงมองสตรีในอ้อมกอดด้วยความเป็นห่วง อวิ๋นซูส่ายศีรษะอย่างเรียบเฉย
“เสด็จพี่!” หวงฝู่รุ่ยคุกเข่าลงด้านข้าง มองไปยังเลือดที่นองเต็มพื้น รู้สึกราวกับมีมือคู่หนึ่งกำลังบีบคอเขาแน่น
“องค์ชาย…” ซานสุ่ยรีบตามไปอยู่ข้างกาย กลัวว่าองค์ชายห้าจะฟื้นขึ้นมาทำร้ายเจ้านายของตนได้ทุกเมื่อ
แม่ทัพกงซุนได้รับบาดเจ็บภายใน สีหน้าไม่ค่อยดีนัก เขาเดินมาข้างกายเฟิ่งหลิง “องค์ชายใหญ่ โชคดีที่พระองค์เสด็จมา”
ภายในห้องเละเทะ หน้าต่างถูกพังไปหลายบาน บนพื้นเต็มไปด้วยเสียงโอดครวญ
คุณหนูหลายท่านถูกทำให้ตกใจจนใบหน้างดงามถอดสี หลบอยู่ในมุม ทรุดตัวลงไม่กล้ายืนขึ้น ซ่างกวนเมิ่งมองไปยังอวิ๋นซูที่อยู่ในอ้อมกอดเฟิ่งหลิงด้วยดวงตาประดุจคมมีด ผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในแขนเสื้อถูกขยี้จนยับ
คุณหนูที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุดก็คือคุณหนูฟู่ที่ยืดตัวขึ้นเมื่อครู่นี้ กระโปรงของนางถูกอาบยอมไปด้วยเลือด เพียงแต่ยามนี้ นอกจากความเจ็บปวดแล้ว นางกลับใช้สายตาลึกล้ำมองไปยังบุรุษสตรีเบื้องหน้า แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยเห็นองค์ชายใหญ่เป็นห่วงสตรีผู้หนึ่งเพียงนี้มาก่อน
Venus36
รอทุกวันเลย พระเอกมาช่วยทัน สงสารองค์แปดมากอะ ใจดีเหลือเกิน ทว่าทำไมพระเอกมีแต่คนชอบเนี่ย ตายๆๆๆ อวิ๋นซู นางมีคู่แข่งเยอะมาก มีแต่คนอิจฉา