หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 21 ตอนที่ 605 สตรีใจกล้า
เล่มที่ 21 ตอนที่ 605 สตรีใจกล้า
เพียงไม่นานทั่วทั้งพระราชวังก็ลือกันทั่ว องค์ชายห้าถูกวางยาพิษจนบ้าคลั่ง แม่ทัพกงซุนได้รับบาดเจ็บ คุณหนูหลายท่านตกใจ ส่วนคุณหนูฟู่ที่บริสุทธิ์ที่สุด ชายกระโปรงของนางอาบยอมไปด้วยเลือด…
ทุกคนถูกจัดให้อยู่ในห้องแห่งหนึ่ง รอฮองเฮาเสด็จมาไต่สวน
คุณหนูหลายท่านรวมตัวกันด้วยใบหน้าขาวซีด วิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้
“น่ากลัวยิ่งนัก หากไม่ใช่เพราะองค์ชายใหญ่ ไม่รู้ว่าเรื่องจะกลายเป็นเช่นไร!”
“ใช่แล้ว คุณหนูฟู่น่าสงสารยิ่ง ถูกลากไปพัวพันจนได้รับบาดเจ็บ! หมอหลวงหลายท่านก็ได้รับบาดเจ็บด้วย องค์ชายแปดช่างโหดเหี้ยมจริงๆ กระทั่งเสด็จพี่ของตนก็ยังทำร้ายได้…”
“มิใช่ว่าบ่าวไพร่ผู้นั้นออกมารับผิดแล้วหรือ? เรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกับองค์ชายแปด”
“ใช่แล้ว พวกเจ้าเห็นหรือไม่ ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างองค์ชายใหญ่กับคุณหนูกงซุนจะไม่ธรรมดา!” เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา ทุกคนพลันคิดถึงตอนที่เฟิ่งหลิงปกป้องอวิ๋นซูเมื่อครู่นี้ คิดถึงคำเรียกขานอันเปี่ยมกังวลเช่นนั้น
องค์ชายใหญ่ถึงกับเรียกชื่อคุณหนูกงซุนโดยตรง นี่ทำให้พวกนางพากันคาดเดาขึ้นมา
ในมุมหนึ่ง สตรีที่สงบเงียบมาโดยตลอดมีบรรยากาศอึมครึมที่ทำให้ผู้คนไม่อาจเข้าใกล้แผ่ออกมาจากร่าง ซ่างกวนเมิ่งยากจะบรรยายอารมณ์ของตนในยามนี้ยิ่งนัก สวรรค์ต้องการเล่นตลกกับนางหรือ? จึงได้ทำให้องค์ชายแปดและบ่าวสุนัขผู้นั้นช่วยกันชะล้างความสงสัยแทนนังสารเลวนั่นอย่างไม่คิดชีวิตเยี่ยงนี้! นางยากจะโน้มน้าวให้ตนยอมรับเรื่องนี้ได้ ไม่ทราบว่าควรจะทำเช่นไรจึงจะระบายความโกรธแค้นในใจออกไปได้
หมอหลวงหนุ่มสองคนปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าทุกคน รอบด้านพลันเงียบลง มองพวกเขาเดินเข้าไปในห้องที่คุณหนูฟู่พักผ่อนอยู่
“นี่…”เข็มเงินเล่มนั้นยังคงปักอยู่บนต้นขาของนาง เพียงแต่คุณหนูฟู่รู้วิชาแพทย์จึงใช้ยาราดลงไปรอบบาดแผลแล้ว สามารถหยุดเลือดเอาไว้ได้ชั่วคราว หมอหลวงหนุ่มทั้งสองเผยความกระอักกระอ่วนออกมา บาดเจ็บบริเวณซ่อนเร้นเช่นนี้ บุรุษและสตรีแตกต่าง พวกเขายากจะลงมือจริงๆ
“ใช่แล้ว! มิใช่ว่าคุณหนูกงซุนก็รู้วิชาแพทย์หรือ? พอดีเลย ให้นางมาจัดการบาดแผลให้คุณหนูฟู่เถิด!”
เมื่อกล่าวถึงอวิ๋นซู สายตาของคุณหนูฟู่พลันเปล่งประกาย คิดไปถึงท่าทีกังวลขององค์ชายใหญ่ในยามนั้น
หมอหลวงทั้งสองรีบถอยออกไปจากในห้อง คุณหนูหลายคนมองไปด้วยความระมัดระวัง พวกนางไม่กล้ามองภาพคาวเลือดเช่นนั้นอีก เพียงแค่คิด พวกนางก็รู้สึกอยากจะเป็นลมแล้ว
ซ่างกวนเมิ่งมองไปยังประตูห้องที่ปิดสนิท ใบหน้าเจือไปด้วยรอยยิ้มเย็นยะเยือก
ฟู่หย่าผู้นี้ช่างแกว่งเท้าหาเสี้ยนเสียจริง! เดิมทีไม่มีเรื่องอะไรเกี่ยวข้องกับนาง แต่ยังจะเข้ามาวุ่นวายให้ได้ ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้นับว่าสาสมแก่นางแล้ว! ก่อนหน้านี้ซ่างกวนเมิ่งสั่งให้คนแจกเทียบออกไปตามใจ คิดไม่ถึงว่าจะส่งไปให้คุณหนูฟู่ด้วย นางมาได้ ซ่างกวนเมิ่งก็รู้สึกแปลกใจมากแล้ว ต้องทราบว่าคนผู้นี้ยึดมันคุณธรรมยิ่งนัก ในวังมีคุณหนูเพียงไม่กี่ท่านที่มีความสัมพันธ์อันดีกับนาง
เพียงแค่อาศัยตำแหน่งของนาง แม้ไม่โผล่หน้าออกมาบ่อยนัก ทว่าเมื่อปรากฏตัวออกมายังมีคนเข้าใกล้อย่างกระตือรือร้น
ซ่างกวนเมิ่งเห็นเงาร่างของอวิ๋นซูบนร่างของนางอยู่หลายส่วน ความเกลียดชังในใจยิ่งทวีความลึกล้ำมากขึ้น ลอบสาปแช่งให้บาดแผลของนางย่ำแย่ลง
อีกด้านหนึ่ง
บนเตียง หวงฝู่เซียวสลบไสลไม่ได้สติ เฟิ่งหลิงควบคุมแรงเอาไว้อย่างดีจึงไม่ได้ทำให้เส้นเอ็นที่ขาของขาด ตอนนี้ถูกหมอหลวงเย็บปิดเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ทุกคนกลัวว่าเมื่อเขาตื่นมาจะบ้าคลั่งขึ้นมาอีก จึงทำได้เพียงใช้เชือกมัดเขาไว้
“ทูลองค์ชายใหญ่ บาดแผลขององค์ชายห้าทรงตัวแล้ว เพียงแต่ไม่ทราบว่าหลังจากตื่นมาจะอาละวาดอีกหรือไม่ พวกกระหม่อมไม่รู้เรื่องยาปลุกกำหนัดชนิดนี้มากนัก บางที…อาจให้คุณหนูฟู่มาตรวจดูเสียหน่อย” เพียงแต่คุณหนูฟู่เองก็ได้รับบาดเจ็บ
ไม่นาน หมอหลวงหนุ่มสองคนนั้นก็เดินเข้ามา พวกเขาคารวะเฟิ่งหลิงครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงหันไปมองอวิ๋นซูที่อยู่ด้านข้าง “คุณหนูกงซุน คุณหนูฟู่บาดเจ็บบริเวณต้นขา พวกข้ามิอาจรักษา ลำบากคุณหนูกงซุนไปดูเสียหน่อยได้หรือไม่ขอรับ?”
ใช่แล้ว เข็มเงินนั้นของตนเองไม่ใช่เข็มเงินธรรมดา ต่อให้หมอหลวงเหล่านี้กล้าดึงก็ยากจะรับประกันว่าจะเหลืออาการแทรกซ้อนอะไรไว้หรือไม่ อวิ๋นซูรีบลุกขึ้น ผงกหัวเล็กน้อย จากนั้นจึงมองไปยังหวงฝู่รุ่ยและซานสุ่ยที่อยู่ในห้องด้วยความกังวล หวังว่าหลังจากตนไป พวกเขาจะพูดความจริงกับเฟิ่งหลิง
ไม่นานในห้องก็เหลือเพียงพวกเขาสามคน ด้านนอกมีองครักษ์คุ้มครองเอาไว้ หวงฝู่รุ่ยก้มหน้าลง มือที่วางอยู่บนเข่าสั่นเล็กน้อยราวกับคิดจะทำอะไรบางอย่างแต่ก็หวาดกลัว
“น้องแปด ตอนนี้กล่าวความจริงกับข้าได้แล้วหรือไม่?”
“…”
“องค์ชายใหญ่! ทุกสิ่งนี้บ่าวเป็นผู้กระทำทั้งสิ้น ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับองค์ชายแปด หากต้องการลงโทษก็ลงโทษบ่าวผู้เดียวเถิด!” ซานสุ่ยคุกเข่าลงบนพื้น คลานไปแทบเท้าเฟิ่งหลิง บุรุษรูปงามเป็นเอกมองไปที่เขาอย่างเย็นชา “เจ้าคิดว่านี่เป็นปัญหาของการลงโทษหรือ? เจ้าคิดว่าเจ้ายอมรับผิดเพียงผู้เดียวแล้วองค์ชายแปดจะไม่ต้องรับผิดชอบเช่นนั้นหรือ?”
นี่… “ตะ แต่ว่า…”
“ซานสุ่ย ไม่ต้องพูดแล้ว ทุกสิ่งนี้ข้าเป็นผู้กระทำทั้งสิ้น ซานสุ่ยเพียงรับผิดแทนข้าเท่านั้น เสด็จพี่ใหญ่สามารถกราบทูลเสด็จพ่อและเสด็จแม่ตามความจริงได้ รุ่ยเอ๋อร์สำนึกผิดแล้ว” ในยามที่หวงฝู่รุ่ยดื่มน้ำชาแทนอวิ๋นซูก็ตัดสินใจแล้วว่าจะรับผิดแทนหวงฝู่เซียว
เฟิ่งหลิงมองเด็กชายที่รู้สึกหวาดกลัวอย่างชัดเจนแต่ยังคงฝืนทำสงบนิ่ง “ในเมื่อเจ้าสำนึกผิด ข้ายอมไม่ปิดบังอะไรแทนเจ้า แต่ข้าอยากรู้ว่าเจ้าไปได้พิษเสน่ห์นี่มาจากที่ใด?”
ท่าทีของหวงฝู่รุ่ยชะงักไป เขาไม่รู้จักว่าพิษเสน่ห์คืออะไร “ขะ ข้าสั่งให้คนไปหามา”
“สั่งผู้ใด? หามาจากที่ใด? ซานสุ่ยไปหามาหรือ?”
“ไม่! ไม่ใช่ซานสุ่ย!” หวงฝู่รุ่ยรีบปฏิเสธ เขาคิดจะรับผิดชอบผู้เดียว ไม่ต้องการลากผู้ใดมาพัวพัน
“เช่นนั้นเป็นข้าราชบริพารคนใด?” เฟิ่งหลิงเข้าใจความคิดของเขาดี เด็กโง่ผู้นี้ต้องการรับผิดแทนคน แต่กลับไม่มีความสามารถเช่นนั้นโดยสิ้นเชิง
จริงดังคาด หวงฝู่รุ่ยจมลงสู่ความเงียบงัน
“องค์ชายใหญ่ เป็นซานสุ่ยเอง! องค์ชายแปดไม่รู้อะไรทั้งสิ้น ยาปลุกกำหนัดนี้ เป็น…เป็นบ่าวซื้อมาจากนอกวัง! กาน้ำชายวนยางนั้นบ่าวก็เป็นผู้นำมา!”
“ซานสุ่ย เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว!” หวงฝู่รุ่ยรีบร้อนเข้าไปดึงขันทีน้อยผู้นั้นไว้ เฟิ่งหลิงมองภาพเบื้องหน้า รู้สึกอาวรณ์
ความรู้สึกระหว่างพวกเขาช่างหาได้ยากในพระราชวังอันกว้างใหญ่แห่งนี้ เพียงแต่ ล้วนโง่งมทั้งสิ้น!
“เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าพิษเสน่ห์นี้มีผลอย่างไร?”
ซานสุ่ยกัดฟัน “ขอเพียงเป็นพิษที่ทำให้คนตายได้ บ่าวก็ไม่สนใจว่ามันจะมีผลอย่างไร!”
เฟิ่งหลิงมองไปยังคนทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้าอย่างสงบ ท่าทีเช่นนี้ทำให้หวงฝู่รุ่ยและซานสุ่ยไม่ทราบว่าอีกฝ่ายเชื่อหรือไม่
“หากเสด็จพ่อเสด็จแม่ทรงประทับอยู่ที่นี่แล้วพวกเจ้ากล่าวเช่นนี้ ความผิดฐานหลอกลวงเบื้องสูง ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจหนีพ้น”
อะไรนะ? ความผิดฐานหลอกลวงเบื้องสูง!
“พิษเสน่ห์เป็นยาที่ถูกสั่งให้เป็นยาต้องห้าม เจ้าบอกว่าเจ้าซื้อมาจากนอกวังหรือ?” เฟิ่งหลิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย คำพูดของเขาทำให้หวงฝู่รุ่ยและซานสุ่ยพูดอะไรไม่ออก เขามองคนทั้งสองที่มีสีหน้าร้อนรน ค่อยๆ เอ่ยปากอีกครั้ง “และเพราะเป็นยาต้องห้าม ดังนั้นต่อให้เป็น้องห้าก็ไม่แน่ว่าจะหามาได้ เรื่องนี้เกรงว่าน้องห้าเองก็เป็นเหยื่อ น้องแปดคิดจะให้ผู้ลงมือที่แท้จริงหนีไปได้หรือ?”
อะไรนะ?! เสด็จพี่เขา…แต่ตนรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า เรื่องนี้ เสด็จพี่ห้ามิอาจหนีความผิดพ้น
สายตาลังเลของซานสุ่ยกวาดมองไปมาระหว่างหวงฝู่รุ่ยและเฟิ่งหลิง ท่าทีเช่นนี้มากพอที่จะอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
“หากเจ้าไม่ยอมพูดความจริง ถึงตอนนั้นจับคนร้ายไม่ได้ พวกเจ้าจะถูกลงโทษฐานหลอกลวงเบื้องสูงจนตาย องค์ชายห้าก็ยากจะพ้นโทษ”
“ไม่! ต่อให้ตายบ่าวก็ไม่เสียดาย! ขอองค์ชายโปรดช่วยองค์ชายแปดด้วย! เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับองค์ชายแปดจริงๆ องค์ชายห้าให้องค์ชายแปดเขียนจดหมายถึงคุณหนูกงซุน ให้นางเข้าวังมา จากนั้นจึงให้บ่าวไปหยิบกาน้ำชายวนยางมาจากในตำหนักของพระองค์ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเหตุใด ผู้ที่ถูกพิษกลับเป็นองค์ชายห้าเอง….”
“ซานสุ่ย!”
“องค์ชายแปด! บ่าวไม่กลัวตาย บ่าวเพียงกลัวว่าองค์ชายจะถูกป้ายความผิด! องค์ชายใหญ่ต้องช่วยพวกเราได้แน่!”
ดวงตาของหวงฝู่รุ่ยสั่นไหว สบตากับดวงตากระจ่างใสของเฟิ่งหลิง ในใจเกิดความเปรี้ยวฝาด ค่อยๆ ก้มหน้าลง
…
“คุณหนูกงซุน!” ภายในตำหนัก เงาร่างสุภาพเยือกเย็นดึงดูดสายตาของทุกคน ซ่างกวนเมิ่งมีสีหน้าเย็นชา สายตาทิ่มแทงไปบนร่างของอวิ๋นซูราวกับคมมีด
“คุณหนูกงซุน คุณหนูฟู่อยู่ในห้องขอรับ”
อวิ๋นซูพยักหน้าเล็กน้อย หมอหลวงทั้งสองเฝ้าอยู่ด้านนอก บดบังสายตาทุกคนไว้
ค่อยๆ ผลักประตูเดินเข้าไป สตรีงดงามบนเตียงเงยหน้าขึ้น ชั่วขณะที่สบตากับอวิ๋นซู ทั้งสองแย้มยิ้มให้กันบางๆ
ซ่างกวนเมิ่งยกชายกระโปรงค่อยๆ เดินไปใกล้หน้าต่างราวมิตั้งใจ ดวงตามองไปด้านหน้า แต่กลับกลั้นหายใจสังเกตุความเคลื่อนไหวด้านใน
“คุณหนูฟู่จัดการบาดแผลเรียบร้อยแล้วหรือ?” อวิ๋นซูมองบริเวณที่มีสีแดงม่วงปรากฏบนชายกระโปรง รู้ว่าฟู่หย่าใส่ยาเรียบร้อยแล้ว
ฟู่หย่าพยักหน้า ได้พักผ่อนไปชั่วครู่ ทำให้ใบหน้าที่เดิมทีขาวซีดฟื้นฟูจนมีเลือดฝาดอยู่บ้าง
อวิ๋นซูหยิบกรรไกรที่เตรียมไว้ขึ้นมา ตัดชายกระโปรงของฟู่หย่าอย่างระมัดระวัง เมื่อตัดผ้าเปื้อนเลือดออก ผิวที่ถูกเข็มเงินปักอยู่จึงค่อยๆ ปรากฏขึ้นเบื้องสายตา “อาจจะปวดเล็กน้อย ขอคุณหนูฟู่อดทนชั่วครู่”
“ไม่เป็นไร เจ็บปวดแค่นี้ไม่นับเป็นอะไรได้”
อวิ๋นซูคิดไม่ถึงว่านางจะกล่าวเช่นนี้ออกมา ในใจยิ่งมีความรู้สึกดีต่อสตรีผู้นี้มาขึ้นหลายส่วน ต้องทราบว่าเมื่อพบกับบาดแผลเช่นนี้ หากเป็นคุณหนูที่อ่อนแอเสียหน่อยคงจะสลบไปแล้ว
อวิ๋นซูใส่ยาชารอบบาดแผล ฟู่หย่ารู้สึกแผลมีความร้อนแผ่ออกมา มองการเคลื่อนไหวอันชำนิชำนาญของอีกฝ่าย พริบตาเดียวเข็มเงินนั้นก็ถูกดึงออก ฟู่หย่าแย้มยิ้มเล็กน้อย “ยาชานี้คุณหนูกงซุนปรุงเองหรือ?”
ความร้อนบนผิวชัดเจนกว่าความเจ็บปวดนัก นี่แตกต่างจากยาชาที่ใช้กันในแคว้นเหลียน
คิดไม่ถึงว่ากระทั่งส่วนนี้นางก็สังเกตุเห็นด้วย อวิ๋นซูแย้มยิ้มเล็กน้อย “เพียงเพิ่มสมุนไพรฤทธิ์ร้อนไปหลายตัวก็ทำให้รู้สึกชานานขึ้นแล้ว”
ได้ยินว่าคุณหนูกงซุนถูกครอบครัวชาวนารับไปเลี้ยงดู บางทีการได้มีชีวิตอยู่ในชนบทกลับทำให้นางได้สัมผัสกับสมุนไพรมากมายกระมัง ฟู่หย่าไม่ได้คิดอะไรมาก ถามออกไปอย่างสงบนิ่งประโยคหนึ่ง “ไม่ทราบว่าคุณหนูกงซุนเป็นสหายกับองค์ชายใหญ่หรือ?”
คำพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้ทำให้อวิ๋นซูชะงักไปเล็กน้อย อีกฝ่ายมองท่าทีของนาง จากนั้นจึงยิ้มอย่างเป็นมิตร “ฟู่หย่ามีความรู้สึกดีต่อองค์ชายใหญ่ เมื่อครู่เห็นองค์ชายเป็นห่วงคุณหนูกงซุนถึงเพียงนั้น ในใจจึงคาดเดาได้หลายส่วน”
สตรีใจกล้าผู้นี้ทำให้ผู้คนแปลกใจนัก นางกล่าวว่านางมีความรู้สึกดีต่อเฟิ่งหลิงหรือ?
Venus36
สุดยอดเลยแม่นางหมอ นางเองจะทำไงล่ะทีนี้ โอ๊ย นางถามตรงๆ ว่านางเอกเป็นอะไรกับพระเอก นางเองจะตอบไงล่ะ อยากรู้อะ