หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 21 ตอนที่ 623 ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย
เล่มที่ 21 ตอนที่ 623 ชีวิตแขวนบนเส้นด้าย
ตงฟางซวี่เดินผ่านกลุ่มคนที่กำลังวุ่นวาย มองเพียงปราดเดียวก็พบหญิงชายที่กำลังโอบกอดกันท่ามกลางราตรี
“ฝ่าบาท พวกเขาหมดสติทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงาผู้หนึ่งตรวจสอบองครักษ์ที่สลบไสลไม่ได้สติบนพื้น ยาสลบหรือ?! “จับพวกมัน อย่าให้หนีไปได้แม้แต่ผู้เดียว!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ในเวลาเพียงพริบตา องครักษ์กลุ่มใหญ่ถาโถมเข้าไปในตำหนัก เพียงไม่นานก็เข้าต่อสู้พัวพันกับกลุ่มบุรุษชุดดำ
“กรี๊ด!” เลือด! มีแต่เลือดเต็มไปหมด! หย่งเวยมองศพที่ล้มลงบนพื้นด้วยความหวาดกลัว เจาจวิ้นรีบโอบนางไว้ในอ้อมกอดเพื่อปิดบังทัศนวิสัยของนาง “ อย่ามอง ไม่เป็นไร!”
ตงฟางซวี่ถูกทุกคนคุ้มครองอยู่ในมุมหนึ่ง สายตาอันเย็นชามองไปยังบุรุษข้างกายหย่งเวย อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายปิดบังใบหน้าเอาไว้ เห็นเพียงดวงตาแน่วแน่คู่นั้น “พวกเจ้าหนีไม่รอดหรอก ปล่อยองค์หญิงเสีย ยอมถูกจับดีๆ เถิด!”
เจาจวิ้นกัดฟัน มองสายตาของรัชทายาทในยามนี้ ในใจพลันแปรเปลี่ยนไปร้อยรสชาติ เขาทำให้รัชทายาทต้องผิดหวังแล้ว เพียงแต่…สตรีในอ้อมกอดต้องการเขายิ่งกว่า!
“กองทหารราชองครักษ์เล่า?! เรียกกองทหารราชองครักษ์ที่อยู่ใกล้ๆ มา!”
ตอนนี้เองมีบุรุษในอาภรณ์สีดำหลายคนทะยานลงมาจากฟ้า พริบตาเดียวก็ร่วมสังหารท่ามกลางความวุ่นวาย
สายตาอันคุ้นเคยคู่นั้นทำให้เจาจวิ้นตื่นตะลึงครั้งใหญ่ “พวกเจ้ามาทำไม?!” มิใช่กล่าวกันดีแล้วว่าให้พวกเขารักษาตำแหน่งของตนให้ดี อย่าได้ปรากฎตัวออกมาหรือ?
“ท่านแม่ทัพ พวกเรามีวันนี้ได้ล้วนเป็นท่านแม่ทัพมอบให้ ครั้งนี้ต่อให้ตาย พวกเราก็จะขอติดตามท่านแม่ทัพไปด้วย!”
องครักษ์แห่งตำหนักบูรพาและองครักษ์เงาต่อสู้สังหารกับบุรุษในอาภรณ์ชุดดำเหล่านี้อย่างพอฟัดพอเหวี่ยงไม่รู้แพ้รู้ชนะ กระบวนท่าอันคุ้นเคยทำให้ในใจของใครหลายคนเกิดความสงสัย นี่มันเกิดอะไรขึ้น มีความรู้สึกราวกับกำลังทุ่มสังหารคนกันเอง
“พวกเจ้าคือผู้ใดกันแน่?!” องครักษ์ผู้หนึ่งทนไม่ไหวจนตะโกนออกมา อย่างไรก็ตาม บุรุษชุดดำทำเพียงคุ้มครองอยู่รอบๆ หย่งเวยและบุรุษผู้นั้น ปกป้องพวกเขาถอยไปทางด้านหลัง
“มือธนู!”
พลันนั้นมีมือธนูกลุ่มหนึ่งทะยานออกมา เรียงแถวอยู่เบื้องหน้าตงฟางซวี่
“ฝ่าบาท แต่องค์หญิงยังอยู่ตรงนั้น…”
ดวงตาของตงฟางซวี่สว่างวาบ มองสตรีในอ้อมกอดของบุรุษ นางมีสีหน้าขาวซีดและตื่นตระหนก เขากัดฟันอย่างดุดัน เนิ่นนานยังคงมิออกคำสั่ง
“หย่งเวย ขอเพียงเจ้ากลับมา ข้าจะไม่เอาผิดเจ้า!”
เสียงของตงฟางซวี่ดังกังวาลอยู่ในอากาศของตำหนักอันวุ่นวาย แต่หย่งเวยกลับยังคงจับคอเสื้อของท่านแม่ทัพกองราชองครักษ์แน่น น้ำตาไหลออกมาจนใบหน้าพร่าเลือน แม้จะหวาดกลัว แต่ในใจของหย่งเวยเหลือเพียงความคิดเดียว นั่นก็คือ ต่อให้ตายก็ขอตายด้วยกันกับเขา
นอกตำหนัก รถม้าคันหนึ่งรออยู่ในป่านานแล้ว
เหตุใดนานเพียงนี้ยังไม่ออกมาอีก หรือจะเกิดเรื่องเหนือคาดอันใดขึ้น?
“ใต้เท้า! จู่ๆ รัชทายาทก็เปลี่ยนเส้นทางกลับไป คนของพวกเราปะทะกับองครักษ์ของตำหนักบูรพาแล้วขอรับ!”
จี้จิ่นดวงตามืดครึ้มลง “พวกเจ้ารออยู่ที่นี่!” เขาออกคำสั่งกับบุรุษหลายคนที่อยู่ด้านหลัง จากนั้นจึงวิ่งตามบุรุษผู้นั้นไปทางตำหนัก
ประกายสีเงินสองสว่าง ผ้าสีดำบนใบหน้าของบุรุษชุดดำผู้หนึ่งถูกฟันขาด พลันเกิดเสียงตื่นตะลึงดังตามมา “ปะ เป็นท่าน?!”
ทุกคนเพียงมองก็จำบุรุษผู้นั้นได้ ถึงกับเป็นกองราชองครักษ์ในวังเชียวหรือ?!
“รัชทายาท ทรงทอดพระเนตรเถิด!”
เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้?! ตงฟางซวี่มองไปยังบุรุษชุดดำที่ค่อยๆ ตกเป็นรองด้วยความสั่นสะท้าน มีหลายใบหน้าที่เขาจดจำได้ เป็นกองราชองครักษ์จริงๆ! หรือจะกล่าวว่า…พลันนั้นเขารีบมองไปยังบุรุษที่อยู่ข้างกายหย่งเวย สายตาอันคุ้นเคยเช่นนั้น เพลิงโทสะที่ลุกโชนนั้น ทำให้สมองของตงฟางซวี่ปรากฏใบหน้าแข็งกร้าวของบุรุษผู้หนึ่งขึ้นมา “เจาจวิ้น ถึงกับเป็นเจ้าเชียวหรือ…”
จะอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึง มีอำนาจในการสับเปลี่ยนเวรยามองครักษ์ในวัง สามารถเข้าออกตำหนักประทับขององค์หญิงได้อย่างอิสระในยามค่ำคืน ท่านแม่ทัพกองราชองครักษ์มีความสามารถเช่นนี้จริงๆ! เพียงแต่จะอย่างไรเขาก็คิดไม่ถึงว่าคนที่ตนให้ความสำคัญมาตลอดจะถึงกับทำเรื่องเนรคุณเช่นนี้!
“นอกจากองค์หญิง คนอื่นฆ่าให้หมด ไม่เว้น!”
ความโกรธเกรี้ยวพลัดกัดกร่อนสติสัมปชัญญะของตงฟางซวี่ เขาไม่อาจทนเห็นคนที่ตนให้ความสำคัญทรยศได้! คิดไปถึงก่อนหน้านี้ จู่ๆ องค์ชายเถี่ยเจินไปท้าประลองกับเจาจวิ้น ทั้งยังมีความแปลกประหลาดของเจาจวิ้นในวันนั้น ที่แท้ก็มีสาเหตุเช่นนี้!
เขา…ถึงกับหยอกล้อราวเห็นตนเป็นคนโง่! ตงฟางซวี่ยากจะเก็บกลืนโทสะที่ลุกโชนนี้ลงไป ไอสังหารอันไร้ก้นบึ้งเอ่อทะลักออกมาจากบนร่าง
“ท่านแม่ทัพ รีบไป!” ในเวลาเพียงชั่วพริบตา องครักษ์แห่งตำหนักบูรพาก็มีกำลังเสริมเข้ามากลุ่มใหญ่ บุรุษในอาภรณ์ชุดดำบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก
“ไปที่ใด?!”
เจาจวิ้นดวงตาเป็นประกาย มองหัวหน้าองครักษ์แห่งตำหนักบูรพาที่มีสายตาไม่อยากเชื่อผู้นั้น รีบคุ้มครองสตรีในอ้อมกอดไว้ด้านหลัง
“เจาจวิ้น คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเจ้า!” หัวหน้าองครักษ์กำดาบในมือแน่น “รัชทายาทให้ความสำคัญกับเจ้าเพียงนี้ เหตุใดเจ้าจึงทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้!”
เจาจวิ้นกัดริมฝีปาก ไม่มีเส้นทางใดให้ถอย
“คิดไม่ถึงว่าการต่อสู้ของเจ้ากับข้าจะเกิดในสถานการณ์เช่นนี้” กระบี่ของอีกฝ่ายมีไอสังหารแผ่ออกมาอย่างไม่คิดปกปิดแม้แต่น้อย หัวหน้าองครักษ์แห่งตำหนักบูรพากับแม่ทัพกองราชองครักษ์ จะกล่าวเช่นไรก็เป็นการต่อสู้ที่โหดเหี้ยมดุดันครั้งหนึ่ง
“ไม่! ไม่! เจาจวิ้น เจ้ารีบไปเถิด เจ้ารีบไปเสีย!” หย่งเวยถูกสถานการณ์เบื้องหน้าทำเอาตกใจจนสติแจ่มชัดยิ่งขึ้น นางจับมือเจาจวิ้นแน่น ปวดใจราวกับถูกความหวาดกลัวฉีกเป็นชิ้นๆ
อย่างไรก็ตาม เพียงไม่นานประกายดาบเงากระบี่ก็บีบเข้ามา การต่อสู้ดุเดือดเมื่อครู่นี้ทำให้เจาจวิ้นสูญเสียพลังกายไปมาก พวกเขารักษาเส้นทางถอยมาตลอด เพียงแต่สิ่งที่รอยู่เบื้องหลังกลับเป็นองครักษ์ในตำหนักที่มากยิ่งขึ้น
“ท่านแม่ทัพไม่ต้องสนใจพวกเรา พาองค์หญิงไปเถิด!” บุรุษในอาภรณ์สีดำที่เหลือรู้ดีว่าท่านแม่ทัพกองราชองครักษ์ไม่อยากทิ้งพวกเขา เพียงแต่พวกเขาเตรียมใจตายนานแล้ว ตอนนี้เอง เสียงกรีดร้องอันน่าอนาจเสียงหนึ่งทำให้ทุกคนตื่นตะลึง พบว่ามีเลือดพุ่งกระฉูดออกมาจากแขนซ้ายของเจาจวิ้น แขนขาดสะบั้นต่อหน้าต่อตาหย่งเวย สตรีกรีดร้องอย่างหวาดกลัว
“เจาจวิ้น! เจาจวิ้น!”
แม้หัวหน้าองครักษ์จะตัดแขนแม่ทัพกองราชองครักษ์ได้ แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บภายในรุนแรง บุรุษชุดดำที่เหลือล้อมเข้ามา รวมพลังกันจับทั้งสองโยนขึ้นไปบนหลังคา “ไป! รีบไป!”
“พวกเจ้า…” เบื้องล่างคือการต่อสู้นองเลือด สายตาของเจาจวิ้นเต็มไปด้วยความสับสน บนมือหย่งเวยเต็มไปด้วยเลือดของเขา “เจาจวิ้น เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
มองไปยังสตรีในอ้อมกอดแล้วมองไปยังพี่น้องที่เสียสละเพื่อเขาอีกครั้ง เจาจวิ้นไม่เคยสับสนรุนแรงเพียงนี้มาก่อน
“ไป! รีบไป!”
“ปล่อยธนู!”
อะไรนะ?! คนทั้งสองที่อยู่บนหลังคาเห็นตงฟางซวี่ที่ออกคำสั่ง ไม่นานห่าธนูก็ถูกยิงเข้ามา เจาจวิ้นกัดฟัน รีบอุ้มสตรีในอ้อมกอดกระโดดลงไปจากหลังคา หายไปจากสายตาของทุกคน
เกิดเรื่องอะไรขึ้น เหตุใดจึงเอะอะเช่นนี้?
เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยที่อยู่ในตำหนักประทับสะดุ้งตื่นจากความฝัน คลุมเสื้อคลุมแล้วเดินออกไปนอกห้อง อย่างไรก็ตามคล้ายกับว่าขาของเขาจะเหยียบอะไรบางอย่าง เมื่อก้มหน้าลงมอง พบว่าเป็นเลือดกองหนึ่ง! นี่…
“เจาจวิ้น เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
เสียงอันลางเลือนค่อยๆ ใกล้เข้ามา เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยรีบคว้าธนูมาถือ มีความระมัดระวังเต็มใบหน้า ทว่าในพุ่มไม้บริเวณมุมหนึ่ง กลับมีบุรุษที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสผู้นั้นปรากฏตัวขึ้น ทั้งยังมีหย่งเวยที่ร้องไห้อยู่ด้านข้าง
“องค์หญิง?!”
เจาจวิ้นรีบเงยหน้าขึ้น อาการบาดเจ็บสาหัสทำให้สีหน้าของเขาขาวซีด แต่สายตาไม่ได้ย่ำแย่แม้แต่น้อย หย่งเวยมองไปยังเถี่ยเจินอวิ๋นเหวยที่ค่อยๆ เดินใกล้เข้ามา ส่ายศีรษะด้วยความสิ้นหวัง “ไม่ ไม่…ปล่อยพวกเราสองคนไปเถิด…”
“พวกท่าน…”
สายตาหยุดอยู่บนแขนที่ขาดไปของบุรุษ เหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาได้? เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยยังไม่ทันมีปฏิกิริยาอันใด ด้านหลังก็มีเสียงฝีเท้าถี่ๆ ดังตามมา
“อยู่นี่! ที่นี่มีรอยเลือด!”
แย่แล้ว! เจาจวิ้นรีบลุกขึ้นยืน คิดไม่ถึงว่าร่างกายจะโอนเอน หย่งเวยรีบเข้ามาประคองเขา “เจาจวิ้น เจ้าไปเถิด ไม่ต้องสนใจข้า รัชทายาทไม่ฆ่าข้าแน่ แต่เขาจะฆ่าเจ้า…”
ในที่สุดเถี่ยเจินอวิ๋นเหวยก็เข้าใจกระจ่างว่าเกิดอะไรขึ้น ที่แท้เขาถึงกับคิดพาองค์หญิงหนี!
“พวกท่านตามข้ามา!”
ตงฟางซวี่และคนอื่นๆ ไล่ตามรอยเลือดมาตลอดทาง “ฝ่าบาท นี่เป็นตำหนักที่องค์ชายเถี่ยเจินประทับอยู่!”
อย่างไรก็ตาม ประตูตำหนักที่เปิดกว้าง ทั้งยังมีห้องที่ว่างเปล่าเช่นนั้นทำให้มีคนคาดเดาอะไรบางอย่างได้โดยพลัน “คงมิใช่ว่าท่านแม่ทัพกองราชองครักษ์จับองค์ชายเถี่ยเจินเป็นตัวประกันกระมัง?”
“ไม่ เขาได้รับบาดเจ็บสาหัส หนีไปได้ไม่ไกลแน่ ตามไป!”
ในเส้นทางเล็กๆ อันมืดมิด เจาจวิ้นมองบุรุษที่คุ้มครองอยู่ข้างกาย เสียงอันอ่อนแรงดังขึ้น “เหตุใดจึงช่วยกระหม่อม?”
เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยมองสภาพน่าสังเวชของหย่งเวยครู่หนึ่ง จากนั้นจึงมองไปยังบุรุษที่มีร่างกายบาดเจ็บและเหนื่อยล้า “คิดไม่ถึงว่าท่านจะกล้าพาองค์หญิงหนีจริงๆ เพียงแค่จุดนี้ข้าก็ไม่อยากให้ท่านตายแล้ว” แม้ว่าสภาพเช่นนี้ดูแล้วราวกับจะหนีความตายไม่พ้นก็ตาม
“…หากกระหม่อมตาย…”
“หุบปาก! อย่ามากล่าวว่าให้ข้าดูแลองค์หญิงอะไรพวกนั้น หากท่านตาย ท่านคิดว่าองค์หญิงจะอยู่ได้หรือ?”
เจาจวิ้นดวงตาเปล่งประกาย เขาคิดไม่ถึงว่าองค์ชายเถี่ยเจินผู้นี้จะเลือดร้อนและยุติธรรมเช่นนี้ หากมิใช่ว่าฐานะและสถานการณ์ของคนทั้งสองแตกต่าง บางทีเขาอาจได้เป็นสหายกันกระมัง?
“พวกเขาอยู่นั่น!”
เบื้องหลังมีคบไฟจำนวนมากลุกโชน เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยเริ่มรู้สึกไม่สงบ “มาทางนี้!”
“ฝ่าบาทนั่นมิใช่องค์ชายเถี่ยเจินหรือ? เหตุใดจึงได้…”
ตงฟางซวี่เองก็คิดไม่ถึง องค์ชายเถี่ยเจินถึงกับช่วยพวกเขาหนีเช่นนี้เชียวหรือ พลันนั้นรู้สึกขายหน้าจนสิ้น ในใจยิ่งโกรธแค้นต่อการทรยศของเจาจวิ้นและหย่งเวย เพราะพวกเขา หน้าตาของแคว้นเฉินถูกขายจนสูญสิ้นต่อหน้าเถี่ยเจินแล้ว!
“พวกท่านไปก่อน ที่นี่มอบให้ข้าเอง!”
เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยผลักเจาจวิ้นออกไป จากนั้นจึงหมุนตัวไป มองกองทหารที่บีบใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว “รัชทายาท ในเมื่อพวกเขามีความรักความจริงใจต่อกัน เหตุใดจึงไม่ปล่อยให้พวกเขาสมปรารถนา?!”
น่าขัน! นี่เป็นเรื่องของแคว้นเฉิน ถึงเวลาให้คนนอกมาชี้นิ้วสั่งตั้งแต่ยามใดกัน! “องค์ชายหลีกทางไปเถิด อย่ามาบาดเจ็บจะดีที่สุด”
“นี่มันเพราะเหตุใดกัน รัชทายาท อวิ๋นเหวยตัดสินใจไม่อภิเษกกับองค์หญิงแล้ว!”
ทว่าตงฟางซวี่กลับปรายตามองเขาอย่างเย็นยะเยือก “ต่อให้ท่านไม่แต่ง ข้าก็จะไม่ปล่อยพวกเขาหนีไป! ตามไป!”
อะไรนะ?! เมื่อเห็นกลุ่มคนเดินผ่านข้างกายตนไปด้วยความรวดเร็ว เถี่ยเจินอวิ๋นเหวยถึงกับขมวดคิ้วแน่น หรือว่านี่คือนิสัยของรัชทายาทแห่งแคว้นเฉิน?! ทำให้ผู้คนไม่พอใจยิ่งนัก!
“พวกเจ้าหนีไม่รอดหรอก!”
เบื้องหน้ามีองครักษ์ล้อมเข้ามาจนเต็ม ด้านหลังมีทหารไล่ตามมา ทั้งสองที่เหนื่อยล้าหยุดฝีเท้าลง สบตากันท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชน
“หย่งเวย ขออภัย ข้าพาท่านหนีไปไม่ได้”
หย่งเวยส่ายหน้า ยื่นมือออกไปสัมผัสใบหน้าของบุรุษที่มีน้ำตาไหลออกมาตั้งแต่ยามใดก็มิอาจทราบ “ได้อยู่ด้วยกันกับเจ้า ข้าก็พอใจแล้ว…”
“ปล่อยองค์หญิงกลับมาเสีย! แล้วข้าจะให้เจ้ามีศพสมบูรณ์!” เมื่อเห็นท่าทีรักใคร่ของทั้งสอง ตงฟางซวี่ยิ่งรู้สึกขัดตา เหตุใดจึงทำเรื่องน่าอับอายเช่นนี้ต่อหน้าทุกคน ต่อหน้าองค์ชายเถี่ยเจินเช่นนี้?! คนหนึ่งคือองค์หญิงที่สง่าผ่าเผย อีกคนคือแม่ทัพกองราชองครักษ์ในวัง หากแพร่ออกไปคงเป็นเรื่องน่าขบขันที่สุดในแผ่นดิน!
Venus36
องค์รัชทายาทนับวันน่ากลัว อวิ๋นซูช่างดูคนผิดจริงๆ คนสุภาพอ่อนโยนในตอนแรก บัดนี้เปงี่ยนเป๋นปีศาจร้ายไปแล้ว