หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 22 ตอนที่ 645 ซ่างกวนได้รับบาดเจ็บ
เล่มที่ 22 ตอนที่ 645 ซ่างกวนได้รับบาดเจ็บ
ภายในศาลาเหอฮวา บุรุษสง่างามยืนเอามือไพล่หลัง มองไปยังเส้นทางที่ตนเดินมา จนกระทั่งเงาร่างงดงามปรากฏตัวขึ้นเบื้องสายตา ใบหน้าของหนานฟางเฟยพลันปรากฏรอยยิ้มยินดี รีบยกชายอาภรณ์เดินเข้าไป
“คุณหนูกงซุน มิได้พบกันนาน สบายดีหรือไม่?”
ใบหน้าที่ประทินโฉมอย่างปราณีตเบื้องหน้าทำให้หนานฟางเฟยรู้สึกแปลกใหม่ ที่แท้นางไม่เพียงเหมาะกับความเรียบง่าย แต่ยังเหมาะกับการแต่งกายงดงามปราณีตด้วย ต้องทราบว่าหากเป็นเมื่อก่อน เขาต้องเกลียดชังสตรีที่แต่งกายตนเองด้วยเครื่องประดับและอาภรณ์งดงามหลากสีสันเหล่านี้เป็นแน่ ทว่าคุณหนูกงซุนกลับแตกต่าง ราวกับมิว่านางจะเปลี่ยนไปมีสภาพเช่นไรล้วนสมเหตุสมผลทั้งสิ้น
“ขอบคุณคุณชายหนานที่ใส่ใจ ซูเอ๋อร์สบายดีทุกอย่างเจ้าค่ะ”
หนานฟางเฟยเห็นท่าทีของอีกฝ่ายเว้นระยะห่างชัดเจน พลันเอ่ยถามอย่างรู้สึกไม่ดีนัก “คุณหนูกงซุนกำลังตำหนิที่ฟางเฟยมาโดยมิได้รับเชิญหรือ?”
“คุณชายหนานเข้าใจผิดแล้ว งานเลี้ยงฉลองในวันนี้ซูเอ๋อร์เสนอให้ท่านพ่อเชิญขุนนางในราชสำนักและคุณหนูทั้งหลายมาเป็นแขกที่จวน ได้ยินว่าคุณชายหนานมิชอบคบค้าสมาคม ดังนั้นซูเอ๋อร์จึงมิได้ให้ท่านพ่อส่งเทียบเชิญให้คุณชาย ขอคุณชายโปรดอภัย”
ทั้งๆ ที่รู้ว่าคำพูดของอีกฝ่ายเป็นเพียงคำพูดตามมารยาท ทว่าหนานฟางเฟยกลับไม่ถือสาแม้แต่น้อย “ความจริงฟางเฟยมาในวันนี้เพราะท่านพ่อกล่าวว่าต้องการพบคุณหนูกงซุนเสียหน่อย มิทราบว่าคุณหนูเต็มใจหรือไม่?”
อวิ๋นซูดวงตาเปล่งประกาย ต้องการพบนางหรือ? ในฐานะที่เป็นผู้อาวุโส หากตนกล่าวว่าไม่พบ เช่นนั้นจะเป็นการเสียมารยาทอย่างยิ่ง แต่หากพบ เช่นนั้นย่อมคล้ายกับว่าตนยอมรับคำหมั้นหมายอย่างเงียบงัน เรื่องของตชฟายซวทำอวิ๋นซูเข้าใจเหตุผลอย่างหนึ่ง นั่นคือเรื่องของความรู้สึก หากยืดเยื้อนานไป ผลลัพธ์กลับยิ่งร้ายแรง ตอนนี้หนานฟางเฟยมีเพียงความรู้สึกรับผิดชอบต่อการหมั้นหมายตั้งแต่เด็กเท่านั้น ต้องทำให้เขาเข้าใจกระจ่างว่าระหว่างพวกเขาทั้งสองมิอาจมีอนาคตอันใดร่วมกันได้
เห็นอวิ๋นซูไม่เอ่ยคำใด หนานฟางเฟยจึงรู้สึกย่ำแย่อยู่บ้าง หรือว่าตนจะเร่งร้อนเกินไป? ในสมองพลันปรากฏภาพที่องค์ชายใหญ่อยู่กับอวิ๋นซู เขาเคยลังเลมาก่อน แต่คิดว่าในเมื่อนางเป็นภรรยาที่หมั้นหมายกันตั้งแต่เด็กของตน แม้จะผ่านความยากลำบากมากมาย ทว่าในที่สุดก็กลับมาอยู่ข้างกายตนแล้ว นี่มิใช่ลิขิตสวรรค์หรือ? ยิ่งไปกว่านั้น จนกระทั่งตอนนี้องค์ชายใหญ่ก็มิได้มีท่าทีอันใด ทุกคนล้วนคิดว่าซ่างกวนเมิ่งคือพระชายาในอนาคตขององค์ชายใหญ่ หนานฟางเฟยย่อมรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่คู่ควรกับอวิ๋นซู และเพราะเป็นเช่นนี้ เขาจึงคิดว่าตนสามารถมอบความสุขให้อวิ๋นซูได้มากกว่า
“คุณหนูกงซุนมิเต็มใจหรือ?”
อวิ๋นซูเงยหน้าขึ้น มองไปยังสีหน้าระมัดระวังของหนานฟางเฟย “ท่านพ่อมักจะกล่าวว่าต้องการเชิญนายท่านหนานมาร่วมสนทนาที่จวน เมื่อถึงตอนนั้น ซูเอ๋อร์ค่อยขออภัยนายท่านหนานด้วยตัวเองอีกครั้ง”
ความหมายของคุณหนูกงซุนก็คือ…
หนานฟางเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย ลังเลครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยปากขึ้นว่า “คุณหนูกงซุนเติบโตมานอกเมืองหลวงตั้งแต่เด็ก อาจไม่เข้าใจความหลอกลวงมากเล่ห์ในพระราชวัง นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ตระกูลหนานของพวกเราไม่เต็มใจไปมาหาสู่กับคนในราชสำนัก ชีวิตในวังไม่อาจสู้ชีวิตนอกวังได้ นอกจากกฎวังมากมาย ยังมีแผนชั่วร้ายที่ป้องกันได้มิรอบด้าน ฟางเฟยมิได้เห็นแก่ตัว แต่หวังให้คุณหนูกงซุนมีความสุข”
เหตุใดจู่ๆ เขาจึงกล่าวคำพูดเหล่านี้ออกมาได้ อวิ๋นซูสังเกตุเห็นว่าเขากำลังกล่าวเตือนบางอย่างโดยนัย อย่างไรก็ตาม เหตุใดนางจะไม่ทราบว่าวังหลังมีสภาพเช่นไรเล่า ทว่าเมื่อเผชิญหน้ากับหนานฟางเฟย นางคิดว่าตนไม่จำเป็นต้องพูดจาให้มากความ ทำเพียงแย้มยิ้มบางเบา “ขอบคุณคุณชายหนานที่กล่าวเตือน”
“…” น้ำเสียงของนางยังคงห่างเหิน หนานฟางเฟยรู้สึกยากจะรับไหว “คุณหนูกงซุนไม่เชื่อฟางเฟยหรือ?”
อีกด้านหนึ่ง
ซ่างกวนเมิ่งเดินหาคนอยู่ในสวนบุปผาเพียงลำพัง ตกลงนังสารเลวนั่นไปที่ใดกันแน่?! สายตาของนางหยุดอยู่บนหอสูงด้านข้าง ดวงตาเกิดประกายไหลผ่าน จากนั้นจึงมองไปรอบด้านครู่หนึ่ง ยกชายกระโปรงเดินขึ้นหอสูงไป
หอสูงแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากสวนบุปผาเมื่อครู่ นางคิดว่าหากมองจากที่สูงควรจะเห็นอวิ๋นซูได้แน่
จริงดังคาด นางเห็นเงาร่างของอวิ๋นซูและหนานฟางเฟยอยู่ในศาลาบริเวณไม่ไกล ในใจซ่างกวนเมิ่งรู้สึกแปลกใจ “เหตุใดจึงอยู่กับคุณชายหนานได้?” พวกเขากำลังทำอะไรกัน?
พบว่าบุรุษและสตรีในศาลากำลังจ้องตากัน ซ่างกวนเมิ่งได้กลิ่นบรรยากาศที่ต่างออกไป สายตาของนางหยุดอยู่บนสะพานเบื้องหน้า บางที หากไปที่นั่นคงได้ยินอะไรบ้าง
ภายในงานเลี้ยง เพียงพริบตาเดียว ชุนเซียงก็ไม่เห็นร่องรอยของซ่างกวนเมิ่งแล้ว ในใจพลันเกิดเสียงดังสนั่น แย่แล้ว คุณหนูให้ตนจับตาดูซ่างกวนเมิ่งให้ดี ตอนนี้กลับไม่เห็นนาง หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจะทำเช่นไรเล่า? ไม่ได้ นางต้องรีบไปแจ้งคุณหนู!
ไม่นานเงาร่างของชุนเซียงก็ปรากฏขึ้นบริเวณไม่ไกลจากศาลา อวิ๋นซูเห็นท่าทีร้อนรนบนใบหน้าของนางได้โดยพลัน
“คุณชายหนาน โปรดรอสักครู่” อวิ๋นซูมีสีหน้าเคร่งขรึมลง พริบตาเดียวสาวใช้ผู้นั้นก็เดินมาถถึงข้างกายนาง “คุณหนูเจ้าคะ ซ่างกวนเมิ่งหายไปแล้ว!”
ดวงตาของอวิ๋นซูมืดครึ้มลง หายไปแล้ว? ยามนี้เอง ใบหน้าหนึ่งบนสะพานสูงไม่สะดุดตาที่อยู่ไม่ไกลมองมา ทำให้ดวงตาของอวิ๋นซูเปล่งประกาย นางรีบหันหลังไปกำชับอะไรบางอย่างกับชุนเซียง สาวใช้ผู้นั้นมีความแปลกใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า จากนั้นจึงพยักหน้าเล็กน้อย
ซ่างกวนเมิ่งก้มตัวลง พยายามซ่อนตัวอยู่หลังรั้วไม้ ยามนี้ชุนเซียงจากไปแล้ว ส่วนอวิ๋นซูและหนานฟางเฟยนั่งตรงข้ามกัน บนใบหน้าเจือไปด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร
นางเดินเข้าไปใกล้ศาลาทีละก้าว ได้ยินเสียงสนทนาของพวกเขาจางๆ พลันนั้นจึงเกิดความยินดีในใจ ดียิ่ง คิดไม่ถึงว่านังแพศยานั่นจะล่อลวงคุณชายหนานด้วย ในเมื่อตนพบแล้ว ย่อมต้องทำลายชื่อเสียงของนางให้จมดิน!
“คุณหนูกงซุน เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
อวิ๋นซูแย้มยิ้มบางเบา หางตาปลายมองไปยังสตรีใจกล้าที่เดินเข้ามาทางพวกเขาทีละก้าว แม้จะซ่อนตัวอยู่หลังรั้วไม้จึงมิถูกพบโดยง่าย ทว่าพฤติกรรมเช่นนั้นทำให้นางหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้เสียจริง “ไม่มีอะไร เพียงแค่แมวน้อยในจวนหายไปตัวหนึ่งเท่านั้น”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้…” ทว่าเมื่อคุณชายหนานเห็นสายตาของอวิ๋นซู พลันรู้สึกว่าเรื่องคงไม่เป็นเช่นนั้นแน่ ไม่ทราบว่านางเห็นตนเป็นคนนอกตั้งแต่ยามใด?
ซ่างกวนเมิ่งลอบกัดฟัน สายตาของนางหยุดอยู่บนใบหน้าอบอุ่นของหนานฟางเฟย ในใจยิ่งรู้สึกเกลียดชังอวิ๋นซูถึงกระดูก ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าบุรุษบนโลกใบนี้เป็นอะไรไปหมด นังแพศยานั่นมีดีอันใด ไม่คู่ควรให้ผู้อื่นมองดูแม้เพียงสายตา ขอเพียงตนนั่งอยู่กับนางก็ทำให้อารมณ์ย่ำแย่จนกินดื่มอะไรไม่ลงแล้ว!
สมควรตาย! เหตุใดจึงไม่กล่าวคำใดเล่า?
ยามนี้เอง ชุนเซียงพาคุณหนูสามท่านเดินมาทางด้านนี้ นางอุทานขึ้นมาโดยพลัน “เอ๋? เหตุใดคุณหนูซ่างกวนจึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
คุณหนูทั้งสามรีบเงยหน้าขึ้นมอง พบว่าบนสะพานสูงเบื้องหน้า มีสตรีผู้หนึ่งนั่งย่อตัวอย่างระมัดระวัง ทำท่าทีลับๆ ล่อๆ ไม่ทราบว่ากำลังมองอะไรอยู่
เสียงพรืดดังขึ้น ทั้งสามพากันหัวเราะ คิดไม่ถึงว่าซ่างกวนเมิ่งที่ยามปกติหยิ่งทะนงปานนั้นจะมีท่าทีเฉกเช่นคนถ่อย ช่างทำให้ผู้คนยากจะบรรยายอารมณ์ของตนในยามนี้จริงๆ
ซ่างกวนเมิ่งตั้งใจฟังยิ่งนัก มิได้สังเกตว่ามีคุณหนูหลายคนเดินเข้ามาใกล้โดยสิ้นเชิง นางค่อยๆ ยื่นตัวไปด้านหน้า ได้ยินเสียงฟิ้วครั้งหนึ่ง บริเวณเอวเกิดความแจ็บปวดเเล่นออกมา ราวกับมีคนยิงธนูใส่นางก็มิปาน สตรีผู้มีท่าทีลับๆ ล่อๆ กรีดร้องออกมาโดยมิได้คาดคิดแม้แต่น้อย ทั้งร่างโถมไปยังบันไดด้านข้าง เสียงปักดังขึ้นหลายเสียง สตรีผู้นั้นลื่นลงบันไดไปอย่างน่าอนาจยิ่ง “กรี๊ด!”
การเคลื่อนไหวทางด้านนี้รบกวนไปถึงหนานฟางเฟยที่อยู่ในศาลา เขารีบลุกขึ้นยืน “เกิดอะไรขึ้น?”
อวิ๋นซูทำเพียงแย้มยิ้มเล็กน้อย “คงหาแมวตัวนั้นเจอแล้วกระมัง”
“โอ้ย…ผู้ใด?! ผู้ใดผลักข้า?!” ซ่างกวนเมิ่งตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่งจากบนพื้น มือข้างหนึ่งประคองเอวที่ยังคงเจ็บปวดของตน ทว่าสะพานเบื้องหน้ากลับไร้ซึ่งผู้คน ยามนี้เอง ด้านหลังมีเสียงถากถางดังขึ้น “คุณหนูซ่างกวนเป็นอะไรไปหรือ? เหตุใดอยู่ดีๆ จึงกระโดดลงจากสะพานได้?”
อะไรนะ?! ซ่างกวนเมิ่งหันกลับไปมอง ไม่ทราบว่าเบื้องหน้ามีสตรีสามคนยืนอยู่ตั้งแต่ยามใด ทั้งยังมีชุนเซียงที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยใบหน้าแปลกประหลาดอีกด้วย
ยามนี้เอง อวิ๋นซูเดินเข้ามาช้าๆ สายตาหยุดอยู่บนใบหน้าของซ่างกวนเมิ่ง อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความสงสัย “คุณหนูซ่างกวน เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
“จะ จวนแม่ทัพของพวกเจ้ารับรองแขกเช่นนี้หรือ?! เมื่อครู่มีคนผลักข้าจากด้านหลัง!”
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมอง ทว่าบนสะพานกลับไร้ซึ่งผู้คน
คุณหนูทั้งสามไม่เห็นด้วย “คุณหนูซ่างกวนคิดมากเกินไปแล้ว เมื่อครู่พวกเราเห็นชัดเจนว่าคุณหนูกระโดดลงมาจากสะพานเอง”
“พวกเจ้ากล่าวอันใด? เหตุใดคุณหนูเช่นข้าจึงต้องกระโดดสะพานด้วยเล่า? มีคนวางแผนร้ายใส่ข้าชัดๆ!” ซ่างกวนเมิ่งโมโหอย่างยิ่งยวด คนเหล่านี้สมองใช้การไม่ได้แล้วหรือไร? ถึงกับกล่าวว่าตนกระโดดสะพานลงมาเองเชียว
วางแผนร้ายหรือ? น่าขันยิ่งนัก พวกนางทั้งสามล้วนเห็นกับตา ไม่ทราบว่าคุณหนูเมิ่งเกิดบ้าอะไรขึ้นมา ถึงกับกลิ้งลงมาจากสะพานเอง “คุณหนูซ่างกวน นี่เป็นความผิดของท่าน เหตุใดต้องทำเรื่องทำลายผู้อื่นกระทบตนเองเช่นนี้ด้วย คุณหนูกงซุนมีเจตนาดีจึงเชิญท่านมาเป็นแขกที่จวน แต่ท่านกลับใส่ร้ายจวนแม่ทัพเช่นนี้”
“ใช่แล้ว เมื่อครู่พวกเราเห็นชัดเจนยิ่งนัก คุณหนูซ่างกวนอย่าได้เล่นสำบัดสำนวนเลย”
“พวกเจ้า! เป็นพวกเจ้าที่ใส่ร้ายข้าเพื่อประจบประแจงกงซุนซู!” ซ่างกวนเมิ่งชี้ไปยังสามคนนั้นพลางกล่าวด่าอย่างดุดัน การเคลื่อนไหวทางด้านนี้ดึงดูดผู้คนไม่น้อย
อวิ๋นซูก้าวออกมาเบื้องหน้าซ่างกวนเมิ่ง “คุณหนูซ่างกวนได้รับบาดเจ็บหรือ? เด็กๆ ไปตรวจบาดแผลให้คุณหนูซ่างกวน”
“ไม่จำเป็น! เมื่อครู่มีคนลอบทำร้ายข้าชัดๆ! คุณหนูกงซุน หากไม่ต้องการให้เมิ่งเอ๋อร์มาก็กล่าวมาตามตรงเถิด ไม่จำเป็นต้องแสร้งทำเป็นส่งเทียบเชิญอันใดมาให้ เรื่องนี้ข้าไม่ยอมให้จบเช่นนี้แน่! ข้าจะกลับไปกราบทูลทุกสิ่งทุกอย่างกับฮองเฮา ให้พวกเจ้าที่กระทำผิดทุกคนต้องรับผลที่ตามมา!”
เมื่อกล่าวถึงฮองเฮา คุณหนูทั้งหลายพลันหน้าเปลี่ยนสีดังคาด คิดไม่ถึงว่าเมื่อซ่างกวนเมิ่งเคลื่อนไหว บริเวณเอวจะเกิดความเจ็บปวดแล่นไปถึงหัวใจโดยพลัน “อะ เอวข้า…เจ้า ต้องเป็นเจ้าแน่ เมื่อครู่เจ้าทำอันใด?” นางถึงกับชี้จมูกด่าอวิ๋นซู ทว่าในที่สุดซ่างกวนเมิ่งก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะสายตาในยามนี้ของอวิ๋นซู ราวกับกำลังหัวเราะก็มิปาน
“เอวของคุณหนูซ่างกวนได้รับบาดเจ็บหรือ? เด็กๆ ประคองคุณหนูซ่างกวนไปในห้อง”
คุณหนูทั้งสามที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างสบตากัน จากนั้นจึงรีบเดินตามไป
ภายในห้อง ซ่างกวนเมิ่งนอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าขาวซีด ไม่รู้ว่านังแพศยานี่ทำอะไร เอวของนางในยามนี้ราวกับถูกแทงอย่างแรง เจ็บเสียจนหน้าผากมีเหงื่อเย็นไหลซึมออกมา
อย่างไรก็ตาม อวิ๋นซูค่อยๆ เลิกชายอาภรณ์ของนางขึ้น ปรากฏเอวขาวนวลไร้ซึ่งบาดแผลอันใด ในที่สุดคุณหนูทั้งสามที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ทนไม่ไหว “คุณหนูซ่างกวน เหตุใดไม่ดูตัวเองเสียหน่อยเล่า? บาดแผลใหญ่ยิ่งนัก!”
อะไรนะ? ซ่างกวนเมิ่งยื่นมือไปแตะ สัมผัสชุ่มชื้นทำให้นางขมวดคิ้ว ดูเถิด มีเลือดไหลจริงๆ กระมัง?
อย่างไรก็ตาม เมื่อก้มมองฝ่ามือของตน กลับพบว่ามีเพียงคราบน้ำเปียกชื้น ซ่างกวนเมิ่งชะงักไป นี่มัน…เกิดอะไรขึ้น?!
“เรียนคุณหนู บนสะพานไม่มีอาวุธอันใดอยู่เลยขอรับ” องครักษ์หลายคนกลับมารายงาน ซ่างกวนเมิ่งขมวดคิ้วแน่น นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามีสายตาขบขันภายในห้องมองมาที่ตน ราวกับต้องการเห็นสภาพน่าขายหน้าของนางก็มิปาน
Venus36
เริ่มเกลียดคุณชายหนาน ดื้อด้าน ชอบความฉลาดอวิ๋นซู และอยากรู่ว่าอวิ๋นซูจะหลุดพ้นจากการหมั้นหมายอย่างไร