หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 22 ตอนที่ 644 ที่แท้คือนาง
เล่มที่ 22 ตอนที่ 644 ที่แท้คือนาง
ตอนนี้เอง มีมือคู่หนึ่งจับข้อมือนางแน่น ซ่างกวนเมิ่งตกใจ เบนสายตาขึ้นมอง กลับสบเข้ากับดวงตากระจ่างใสคู่หนึ่ง อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
ไม่ทราบว่าตั้งแต่ยามใดที่อวิ๋นซูจับข้อมือนางเช่นนั้น จับแน่นเสียจนทำให้นางสะบัดไม่ออกไปชั่วครู่ สีหน้ามืดครึ้มยิ่งขึ้น “คุณหนูกงซุน…”
อย่างไรก็ตาม สตรีเบื้องหน้ากลับมิได้เอ่ยคำใด ทำเพียงมองนางอยู่เช่นนั้น คุณหนูรอบๆ ก็ตกใจเช่นกัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น? หรือว่าในที่สุดคุณหนูกงซุนก็ทนคุณหนูเมิ่งไม่ไหว คิดจะตอบโต้คืนบ้างแล้ว?
สายตาสงบนิ่งไร้คลื่นลมราวกับจะสามารถมองทะลุใบหน้างดงามไม่คุ้นเคยจนเห็นคนอีกผู้หนึ่งที่ซ่อนอยู่ ไม่ทราบว่าตั้งแต่ยามใดที่ซ่างกวนเมิ่งถูกสายตาของอวิ๋นซูมองจนกระวนกระวาย รู้สึกราวกับตนจะเผยโฉมหน้าดั้งเดิมออกมาได้ทุกเมื่อ อย่างไรก็ตาม ด้วยนิสัยของนางกลับไม่อนุญาตให้ตนถอย ในยามนี้ ใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้มแข็งเกร็งออกมา “คุณหนูกงซุนมีสิ่งใดจะกำชับหรือ? จับจนเมิ่งเอ๋อร์เจ็บไปหมดแล้ว”
นางมองไปยังนิ้วเรียวยาวบริเวณมือของตน ในใจเกิดความรู้สึกรังเกียจ จากนั้นจึงมองไปยังอวิ๋นซูที่ยามนี้ยังคงไม่พูดไม่จา สายตาเช่นนั้นราวกับกำลังกล่าวว่า มีลูกไม้อันใดก็รีบใช้ออกมาเถิด
พลันนั้นอวิ๋นซูกลับแย้มยิ้มบางเบา จอกชาที่อยู่ในมือถูกประคองขึ้นมา “ซูเอ๋อร์เพียงถูกใบหน้างดงามของคุณหนูซ่างกวนทำเอาตกตะลึงจนเหม่ยลอยไปชั่วครู่ เสียมารยาทจริงๆ ซูเอ๋อร์ขอคารวะคุณหนูซ่างกวนหนึ่งจอก หวังว่าคุณหนูจะอภัย”
ถูกใบหน้างดงามของตนทำให้ตกตะลึง?! ฮ่าๆ กงซุนซูผู้นี้กำลังเล่นลูกไม้อันใดอยู่ คารวะสุราเช่นนั้นหรือ? คิดว่าตนกลัวหรือไร
ในที่สุดอวิ๋นซูก็ปล่อยมือ ซ่างกวนเมิ่งจึงหยิบจอกชาเบื้องหน้าตนขึ้นมา มองไปยังอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ สายตาของสตรีทั้งสองเจือไปด้วยความลึกล้ำที่ผู้อื่นมองไม่ออก จอกกระเบื้องหยกขาวชนกันเบาๆ จากนั้นทั้งสองจึงยกขึ้นดื่ม
“คุณหนูซ่างกวน วันหน้ามาเที่ยวเล่นจวนกงซุนบ่อยๆ ดีหรือไม่?”
หึ ถึงกับเล่นลูกไม้เช่นนี้ต่อหน้าตนเชียวหรือ ในใจซ่างกวนเมิ่งหัวเราะเย็นชา ทว่าใบหน้ากลับไม่แสดงออกใดๆ ตอบกลับอวิ๋นซูด้วยท่าทางเย็นชาแล้วนั่งลง ยามนี้เอง อวิ๋นซูส่งสายตาลึกล้ำครั้งหนึ่งให้ชุนเซียงชุนเซียงผู้ฉลาดเฉลียวจึงพาสาวใช้หลายคนเข้ามา “คุณหนูทั้งหลาย พวกบ่าวจะเติมชาให้ทุกท่านเจ้าค่ะ”
จากนั้นจึงถือโอกาสที่ซ่างกวนเมิ่งมิได้สังเกตลอบสับเปลี่ยนจอกชาหยกขาวที่นางใช้เมื่อครู่นี้
ไม่ทราบว่าตั้งแต่ยามใด บนระเบียงทางเดินรอบๆ มีองครักษ์สิบกว่าคนยืนอยู่ ทุกคนสนใจเพียงจิบสุราชิมชา มิได้สังเกตุเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้แม้แต่น้อย ยกเว้นบุคคลเพียงผู้เดียว
ดวงตาของซ่างกวนเมิ่งเปล่งประกาย นี่มันเกิดอะไรขึ้น? คล้ายกับว่าเมื่อครู่ยังไม่มีองครักษ์มากมายเพียงนี้ นางมองไปยังอวิ๋นซูด้วยสายตาเคียดแค้น สมควรตาย ไม่มีเรื่องอันใดก็ยังหาเรื่องมาคารวะน้ำชานั่นอีก ทำให้นางพลาดโอกาสดีๆ ที่จะวางยาพิษไปเชียว! ส่วนอวิ๋นซูเดินไปพูดคุยคบค้าสมาคมอยู่ท่ามกลางกลุ่มขุนนางแล้ว สำหรับซ่างกวนเมิ่ง เมื่อเทียบกันแล้ว การเอาชีวิตอวิ๋นซูสำคัญกว่าการเอาชีวิตคุณหนูเหล่านี้มาก นางบอกตนเองว่าอย่าได้บุ่มบ่ามเป็นอันขาด หากยังไม่ได้เห็นอวิ๋นซูสิ้นลม ตนย่อมมิอาจเกิดเรื่องเหนือคาดอันใดได้!
เมื่อเห็นใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มของแต่ละคน ซ่างกวนเมิ่งพลันรู้สึกรังเกียจอยู่ในใจ หยิบตะเกียบเบื้องหน้าตนคีบอาหารชนิดหนึ่งวางลงในถ้วยของตนมั่วๆ คิดไม่ถึงว่าชั่วขณะต่อมาจะต้องคายอาหารออกมา เผ็ด! เผ็ดยิ่ง! “ทำอาหารอะไรกัน! น่ารังเกียจ!”
น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความรังเกียจเช่นนี้ทำให้คุณหนูรอบด้านพลันหน้าเปลี่ยนสี มีคุณหนูหลายท่านทนไม่ไหว ลุกขึ้นยืนเดินไปซุบซิบกันด้านข้าง พวกนางไม่อยากนั่งที่เดียวกับซ่างกวนเมิ่งแล้ว
สายตารังเกียจเหล่านั้นทำให้ซ่างกวนเมิ่งแค่นเสียงเย็นในใจ นางไม่สนใจว่าผู้อื่นจะมองนางเช่นไร นางรู้เพียงว่าบนโลกใบนี้มีสิ่งหนึ่งที่มิอาจแปรเปลี่ยน นั่นก็คืออำนาจ! รอให้นางเป็นพระชายาขององค์ชายใหญ่เสียก่อน ทำภารกิจที่ห้องเฮามอบหมายให้สำเร็จ ถึงตอนนั้นคนเหล่านี้คงมาร้องไห้อ้อนวอน ต้องการประจบประแจงนางกระมัง?
ความอัปยศในอดีตจะนับเป็นอะไรได้? ต้องมีสักวันที่นางจะตอบแทนคืนไปนับเท่าทวี!
รถม้าคันหนึ่งหยุดอยู่หน้าประตูจวนแม่ทัพกงซุนอย่างเงียบงัน บุรุษหล่อเหล่าสง่างามผู้หนึ่งก้าวลงจากรถม้า พ่อบ้านที่กำลังเดินผ่านประตูพลันตกตะลึง คุณชายหนาน?! แย่แล้ว เขามาได้อย่างไร!
“ฮ่าๆๆ ดื่ม! ดื่ม!” ยามนี้แม่ทัพกงซุนมีความสุขยิ่งนัก พ่อบ้านชรารีบเดินมาข้างกายเขาด้วยท่าทีตื่นตระหนก “ท่านแม่ทัพ แย่แล้วขอรับ!”
แม่ทัพกงซุนมองเขาตาขวาง วันนี้เป็นวันดี มีอะไรแย่กัน “มิเห็นหรือว่าข้าแม่ทัพกำลังดื่มสุรากับใต้เท้าทั้งหลายอยู่? มีเรื่องอันใด อีกสักครู่ค่อยมารายงาน”
“แต่ว่า…” บนใบหน้าของพ่อบ้านชรามีความร้อนรนปรากฏชัด
“ฮ่าๆๆ ท่านแม่ทัพ หากมีเรื่องเร่งด่วน อีกสักครู่พวกเราค่อยมาคารวะท่านแม่ทัพแล้วกันขอรับ” เหล่าขุนนางล้วนเป็นผู้มีสายตาเฉียบแหลม พากันสลายตัวไปโดยพลัน แม่ทัพกงซุนวางจอกสุราในมือลงด้วยท่าทีไม่พอใจ “มีเรื่องอันใด? ทำลายเรื่องดีงามของข้าหมดแล้ว!”
“ท่านแม่ทัพ คะ คุณชายหนานมาขอรับ…”
อะไรนะ?! หนานฟางเฟย!
พ่อบ้านชราเผยสีหน้ากระอักกระอ่วน มองไปยังท่าทีตื่นตะลึงของท่านแม่ทัพ “ท่านแม่ทัพขอรับ ดูเหมือนพวกเราจะไม่ได้ส่งเทียบเชิญให้ตระกูลหนาน…”
ใช่ ใช่แล้ว เขาลืมส่งเทียบเชิญให้ตระกูลหนานจริงๆ! ทว่าความจริง จิตใต้สำนึกของแม่ทัพกงซุนต้องการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าระหว่างหนานฟางเฟยและอวิ๋นซูอย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงละเลยเทียบเชิญฉบับนี้ไป “ตอนนี้คุณชายหนานอยู่ที่ใด?”
“เข้ามาแล้วขอรับ…”
แม่ทัพกงซุนรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาโดยพลัน หลานชายท่านนี้จะรุกแรงเกินไปหรือไม่ จะทำเช่นไรดี? “ไปๆๆ ไปโถงด้านหน้า!”
ยามนี้หนานฟางเฟยนั่งอยู่บริเวณโถงด้านหน้าแล้ว เสียงสนทนาครึกครื้นลอยมาตามสายลม บนใบหน้าของบุรุษสง่างามผู้นี้ประดับไปด้วยรอยยิ้มบางเบาอยู่ตลอด มิได้แสดงท่าทีไม่พอใจแม้แต่น้อย
“โธ่ หลานชาย! หลานชาย!”
ยังไม่ทันเห็นตัวคนเสียงก็นำมาก่อนแล้ว แม่ทัพกงซุนเดินก้าวใหญ่เข้ามา หนานฟางเฟยรีบลุกขึ้นยืน “ท่านแม่ทัพกงซุน”
“โธ่ หลานชาย เสียมารยาทจริงๆ เสียมารยาทแล้ว! ข้า ข้า…”
หนานฟางเฟยแย้มยิ้มเล็กน้อย “บิดาของฟางเฟยรู้ว่าแม่ทัพกงซุนต้องลืมเพราะยุ่งวุ่นวายเป็นแน่ จึงให้ฟางเฟยนำของขวัญมามอบให้ ไม่ทราบว่าคุณหนูกงซุนอยู่ที่ลานด้านหลังหรือขอรับ?”
“…” เมื่อหนานฟางเฟยกล่าวคำนี้ แม่ทัพกงซุนยิ่งรู้สึกลำบากใจ เขาสามารถจินตนาการถึงท่าทีบนใบหน้านายท่านหนานยามกล่าวประโยคนี้กับหนานฟางเฟยได้อย่างชัดแจ้งเลยทีเดียว สองพ่อลูกคู่นี้ ทั้งๆ ที่รู้อย่างชัดเจน แต่กลับต้องการสร้างความกระอักกระอ่วนให้ตน เพียงแต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ ความรู้สึกผิดในใจของเขายิ่งรุนแรง
“นี่…ซูเอ๋อร์อยู่เป็นเพื่อนคุณหนูทั้งหลายที่ลานด้านหลัง” ความหมายของเขาก็คือ ที่ลานด้านหลังมีคุณหนูมากมาย เกรงว่าหนานฟางเฟยไม่ควรไป
ไหนเลยจะรู้ว่า บุรุษสง่างามเบื้องหน้ากลับทำเพียงแย้มยิ้มเล็กน้อย “เช่นนั้นฟางเฟยจะไปทักทายคุณหนูกงซุนเสียหน่อย”
อะไรนะ?! “หลานชาย เจ้า…”
ไม่รอให้แม่ทัพกงซุนหยุดยั้ง หนานฟางเฟยก็เดินหายไปจากสายตาของเขาแล้ว
สายตาของ ชุนเซียงจับจ้องการกระทำของซ่างกวนเมิ่งเขม็ง ในใจรู้สึกเห็นใจสตรีผู้นี้อยู่บ้าง คุณหนูท่านอื่นหลีกเลี่ยงนางราวกับงูพิษ ไม่ทราบว่าซ่างกวนเมิ่งที่นั่งอยู่เพียงลำพังในยามนี้จะมีความรู้สึกเช่นไร ยิ่งไปกว่าชุนเซียงยังสัมผัสได้ถึงจุดประสงค์ของอวิ๋นซูจางๆ แล้ว พฤติกรรมของคุณหนูซ่างกวนผู้นี้ทำให้นางรู้สึกแปลกๆ ราวกับเคยพบที่ใดมาก่อน นอกจากนั้น การลองเชิงของคุณหนูตนยิ่งทำให้ชุนเซียงมั่นใจในความคิดของตนมากขึ้น
คุณหนูซ่างกวนผู้นี้ต้องเป็นคนที่ตนรู้จักเป็นแน่ หรือจะเป็นการเปลี่ยนแปลงใบหน้า?
สายตาของอวิ๋นซูมองไปยังร่างของสตรีที่นั่งโดดเดี่ยวผู้นั้นเป็นครั้งคราว ทั้งยังสนทนารับรองขุนนางทุกท่านไปพลาง นางสั่งให้คนจับตามองบริเวณนี้อย่างแน่นหนาแล้ว หากซ่างกวนเมิ่งฉลาด มิควรกระทำการบุ่มบ่าม
ยามนี้เอง เงาร่างร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นบริเวณไม่ไกล ดึงดูดความสนใจของอวิ๋นซู สายตาเป็นมิตรหยุดอยู่บนใบหน้านาง อวิ๋นซูเบนสายตาขึ้น พบว่าหนานฟางเฟยกำลังเดินใกล้เข้ามา
คุณชายหนาน? เขามาได้อย่างไร คล้ายกับว่าท่านพ่อมิได้ส่งเทียบเชิญให้ตระกูลหนาน
อวิ๋นซูไม่อาจไม่ยอมรับว่านางรู้สึกสิ้นไร้หนทางกับคุณชายหนานท่านนี้จริงๆ ทั้งๆ ที่บอกกล่าวเจตนาแก่เขาอย่างชัดเจนแล้ว คิดไม่ถึงว่าเขากลับดื้อรั้นเช่นนี้ อีกทั้งยามนี้มิใช่เวลาอันดีที่จะรับมือกับหนานฟางเฟย อวิ๋นซูมองซ่างกวนเมิ่ง รีบดึงสาวใช้ข้างกายมากำชับเสียงเบา
ยามหนานฟางเฟยเดินลงบันไดมา พลันถูกสาวใช้ผู้นั้นขวางไว้
“คุณชายหนานโปรดหยุดก่อนเจ้าค่ะ”
หนานฟางเฟยดวงตาสว่างวาบ สาวใช้ผู้นั้นเอ่ยปาก “คุณหนูของข้าเชิญให้คุณชายหนานไปรอที่ศาลาเหอฮวาด้านข้างสักครู่เจ้าค่ะ”
พลันนั้นเอง มีคนเห็นคุณชายโดดเด่นท่านนี้ เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อันร้อนแรงดังขึ้นระลอกหนึ่ง
“ดู! นั่นมิใช่คุณชายตระกูลหนานหรือ?!”
“ใช่แล้ว คิดไม่ถึงว่าเขาจะมาด้วย คนตระกูลหนานเชิญตัวยากยิ่ง!”
“คุณชายหนานมาหาผู้ใด? แม่ทัพกงซุนไม่ได้อยู่ที่นี่มิใช่หรือ?”
ชั่วขณะนั้นทุกคนพากันคาดเดาขึ้นมา
หนานฟางเฟยมองไปยังกลุ่มสตรีเหล่านั้นแล้วจึงหยุดฝีเท้าลง ใคร่ครวญเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าให้สาวใช้เบื้องหน้าแล้วหมุนตัวเดินจากไป
“เอ๋ เหตุใดจึงไปแล้ว?”
“ใช่ เหตุใดจึงไปแล้ว?”
ยามนี้เอง นางระบำในอาภรณ์สีชมพูกลุ่มหนึ่งเดินกรีดกรายมาจากด้านข้าง พริบตาเดียวก็มาถึงบริเวณที่นั่งของทุกคน ดนตรีไพเราะดังขึ้น แขนเสื้อพริ้วไหวบดบังทัศนวิสัยของทุกคน ทำให้ความสนใจย้ายมาอยู่ที่พวกนาง ทุกคนมองสตรีที่ร่ายรำราวกับโบยบินข้างกายด้วยความตื่นตะลึง
ความคิดอันเป็นเอกลักษณ์เช่นนี้คือความคิดของผู้ใดกัน? ถึงกับให้นางระบำมาร่ายรำบริเวณที่นั่งเชียว พริบตาเดียวบรรยากาศพลันครึกครื้นอย่างยิ่ง มิทันไรก็มีคนอุทานออกมา คุณหนูท่านนั้นมองดอกไม้สดเบื้องหน้าตนด้วยความชมชอบ เมื่อครู่นี้ที่มือของนางระบำว่างเปล่าแท้ๆ เหตุใดจึงปรากฏดอกไม้ขึ้นมาได้
บนใบหน้าของนางระบำปรากฏรอยยิ้มลึกลับ เสียงอุทานดังขึ้นไม่ขาดสาย
“ให้ข้าดูมือของพวกเจ้าเสียหน่อยเถิด เหตุใดจึงมีสิ่งของออกมาจากความว่างเปล่าได้?” ที่แท้นี่มิใช่เพียงคณะร่ายรำธรรมดา แต่ยังเจือไปด้วยการแสดงซับซ้อนที่ทุกคนไม่เคยเห็น
นางระบำผู้หนึ่งแย้มยิ้ม โบกสะบัดผ้าในมือครั้งหนึ่ง กลางฝ่ามือพลันปรากฏขนมอันปราณีตขึ้นมา ค่อยๆ วางลงเบื้องหน้าคุณหนูทั้งหลาย
“เป็นของจริง! เป็นขนมกุ้ยฮวาจริงๆ! ”
เสียงอุทานทำให้ซ่างกวนเมิ่งจ้องมองไปทางพวกนางด้วยความรำคาญใจ ก็แค่การเล่นกลเท่านั้น มิเคยพบเห็นโลกภายนอกหรือไร? นางมองหาเงาร่างของอวิ๋นซูท่ามกลางผู้คนมากมายเบื้องหน้า คิดไม่ถึงว่ากลับหานางไม่พบ หรือเมื่อครู่นางจะถือโอกาสยามวุ่นวายปลีกตัวออกไปแล้ว?
ซ่างกวนเมิ่งกัดฟัน ช่างเป็นวิธีการบดบังสายตาที่น่ารังเกียจยิ่ง นางไปที่ใดแล้ว?!
Venus36
คุณชายหนานดื้อด้าน องค์ชายใหญ่รีบมาเร็วเข้า