หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 22 ตอนที่ 649 เปลี่ยนแผนฉับพลัน
เล่มที่ 22 ตอนที่ 649 เปลี่ยนแผนฉับพลัน
อีกด้านหนึ่ง
ภายในตำหนักโกโรโกโสแห่งหนึ่ง มีเสียงกรีดร้องแหบต่ำดังกระชั้นถี่ “กรี๊ด! กรี๊ด!”
เหมยเฟยจับข้อมือของตนแน่น พิษภายในร่างกายกำเริบอีกครั้ง ทุกครั้งราวกับถูกบีบหัวใจจนเหลวแหลกทั้งเป็น บนหน้าผากเปียกชุ่มราวกับฝนตก ใบหน้าขาวซีดจนน่าหวาดกลัว
“เหมยเฟย! เป็นอะไรไปเพคะ ทำอย่างไรดี? หม่อมฉันจะไปขอร้องพวกเขา…”
“ไม่…อย่า อย่าไป…” นางกัดริมฝีปากของตนจนมีเลือดไหลออกมา “ให้เปิ่นกงตายไปเสีย ตายไป…ก็ดีแล้ว…” อย่างไรก็ตาม หางตายังคงมีน้ำตาไหลออกมา…เหตุใดต้องให้ตนรู้ว่าบุตรชายยังอยู่ในโลกนี้ด้วย หากไม่มีห่วง นางคงไม่มีชีวิตอยู่มาจนถึงทุกวันนี้เป็นแน่ ห่วงสุดท้ายก็คืออยากพบเขาสักครั้ง อยากพบรุ่ยเอ๋อร์ บอกเขาว่าหมู่เฟยผิดไปแล้ว หมู่เฟยไม่ตำหนิที่เขาจากไป ขอเพียงเขาให้อภัยในความผิดพลาดของตนก็เพียงพอ
อู๋ฮุ่ยอวิ๋นส่ายหน้า ระยะนี้นางคิดทำทุกวิถีทางเพื่อแจ้งกับคนภายนอก แต่กลับไม่มีโอกาส คนที่ส่งมาเพิ่มในลานมีมากขึ้นเรื่อยๆ ความหวังเดียวก็คือก้อนหินที่ตนปาออกไปในวันนั้น หรือจะไม่มีผู้ใดเก็บมันได้? หากมี แล้วเหตุใดจนกระทั่งตอนนี้ยังไม่มีใครพบพวกนางอีกเล่า?
ตอนนี้เอง เสียงประตูเปิดออกดังแว่วขึ้น อู๋ฮุ่ยอวิ๋นรู้สึกยินดีในใจ มีคนนำยาถอนพิษมาให้แล้วหรือ?
ไหนเลยจะรู้ว่าเมื่อหันตัวไป กลับเห็นสตรีผู้มีใบหน้างดงามสูงสง่ายืนอยู่เบื้องหน้านาง อาภรณ์สีแดงปักลายงดงามราวกับหงส์มีชีวิตเช่นนั้นทำให้อู๋ฮุ่ยอวิ๋นเข้าใจกระจ่างขึ้นมาโดยพลัน สตรีเบื้องหน้า หรือจะเป็นฮองเฮาแห่งแคว้นเหลียน?! ถึงกับ…ทรงพระเยาว์เพียงนี้เชียว…
ฮองเฮากวาดตามองอู๋ฮุ่ยอวิ๋นเล็กน้อย “ท่านนี้ เชื่อว่าคงเป็นลูกสะใภ้ขององค์หญิงเหมยกระมัง? คิกๆๆ หญิงงามผู้หนึ่ง เหตุใดอยู่ดีๆ จึงมีสภาพเช่นนี้ได้”
พระนางกล่าวถึงใบหน้าไร้การแต่งแต้มของอู๋ฮุ่ยอวิ๋น ทั้งยังมีชุดคลุมแม่ชีอีกด้วย
“ข้ามีนามทางชีว่าวั่งเฉิน…”
“หุบปาก เปิ่นกงไม่ได้กล่าวกับเจ้า! ในสถานที่แห่งนี้ เปิ่นกงไม่อยากฟังฉายาคำเรียกอันใด” ฮองเฮาพลันมีท่าทีโกรธเกรี้ยวขึ้นมา ทำให้สายตาของอู๋ฮุ่ยอวิ๋นเปล่งประกาย พบว่าสตรีสูงศักดิ์เดินผ่านข้างกายนางไปด้วยใบหน้าเมินเฉย หยุดยืนอยู่หน้าเหมยเฟย “องค์หญิงเหมย เจ็บปวดมากกระมัง? เปิ่นกงไม่เข้าใจจริงๆ ขอเพียงองค์หญิงเหมยเชื่อฟัง เปิ่นกงย่อมให้คนช่วยองค์หญิง หรือไม่อยากพบโอรสของตน?”
รุ่ยเอ๋อร์? มืออันขาวซีดของเหมยเฟยจับเก้าอี้ใต้ร่าง แต่กลับไม่ยอมกล่าวคำใด
“คิกๆ จะลำบากไปใย ฮองเฮาพระองค์ก่อนดีเพียงนั้นจริงหรือ ทำให้องค์หญิงเหมยยอมปกป้องเบาะแสของนางโดยไม่แม้แต่จะเสียดายชีวิตพระโอรสเชียว?” ฮองเฮารู้สึกว่าความอดทนของตนใกล้จะถูกใช้ไปหมดสิ้น ดูจากการกระทำขององค์หญิงเหมยในแคว้นเฉินแล้ว นางก็มิใช่คนมีคุณธรรมเช่นนั้น เหตุใดแม้ตายก็ไม่ยอมบอกเบาะแสของฮองเฮาพระองค์ก่อนให้ตนรู้เล่า?
“…พะ พี่สะใภ้ ตะ ตายไปแล้ว…เหตุใดเจ้า เจ้ายังไม่ยอม…ปล่อยนาง…”
“ตายไปแล้วหรือ?! หากตายง่ายเพียงนั้นจริงๆ ไท่ซ่างหวงคงไม่…” ดวงเนตรของฮองเฮาเปล่งประกาย รับรู้ว่าตนกล่าวผิดไปแล้วจึงรีบเก็บสีหน้าลง ทำราวมองไม่เห็นสายตาแปลกประหลาดขององค์หญิงเหมย “เสด็จพ่อ…เสด็จพ่อยังไม่ตายหรือ? เจ้า เจ้าบอกข้ามาเสีย…”
เหมยเฟยพลันดิ้นอย่างรุนแรงขึ้นมา ฮองเฮาเดินถอยหลังไปหลายก้าว “องค์หญิงเหมยกล่าวอันใด เปิ่นกงไม่เข้าใจ เปิ่นกงขอกล่าวเตือนองค์หญิงสักประโยค ส่งของที่ฮองเฮาองค์ก่อนมอบให้เจ้าออกมาเสีย มิเช่นนั้น…โอรสของเจ้า ก็อย่ามาตำหนิที่เปิ่นกงไม่เกรงใจ!”
หลังจากตรัสประโยคนี้ทิ้งไว้ ฮองเฮาก็สะบัดชายฉลองพระองค์ เดินก้าวใหญ่ๆ จากไป
เสด็จพ่อ…เสด็จพ่อยังมิได้เสด็จสวรรคตหรือ? ไท่ซ่างหวงหรือ…เหมยเฟยรู้สึกสั่นสะท้านกับข่าวนี้ยิ่งนัก ตั้งแต่ตนถูกส่งกลับมาแคว้นเหลียน จนกระทั่งตอนนี้ก็ไม่มีผู้ใดบอกกล่าวกับตนว่าเสด็จพ่อของนางยังมีชีวิตอยู่ นางคิดมาตลอดว่าเสด็จพ่อสวรรคตเพราะแก่ชรา ดังนั้นจึงไม่ได้สั่งให้คนไปช่วยตนที่แคว้นเฉิน เพียงแต่ตอนนี้…เหมยเฟยยากจะรับความจริงนี้ได้ เสด็จพ่อยังอยู่ เช่นนั้นเหตุใด เหตุใดจึงทรยศคำสัญญาที่พระองค์ให้ไว้กับตนในตอนแรก? ทั้งๆ ที่เคยตรัสว่า หากพ่ายแพ้ จะรับตนกลับมาจากแคว้นเฉินแท้ๆ…
หรือเสด็จพ่อจะเกลียดชังพี่สะใภ้ปานนั้น? ดังนั้นจึง…
เหมยเฟยพลันคิดถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งขึ้นมา อย่างไรก็ตาม ความเจ็บปวดกลับโจมตีมาอีกครั้ง ทำให้นางเจ็บจนดิ้น
“เหมยเฟย…” อู๋ฮุ่ยอวิ๋นจับมือนางแน่น ระยะนี้นางมักจะมองดูสตรีเบื้องหน้าทนทรมานราวกับไม่ใช่คนโดยที่ตนทำอะไรไม่ได้ ความรู้สึกหวาดกลัวที่มีต่อเหมยเฟยค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเห็นใจ ทั้งๆ ที่กลับมาถึงแคว้นบ้านเกิดของตนแล้ว แต่กลับต้องพบกับการปฏิบัติเช่นนี้ นางเริ่มได้ความรู้ใหม่เกี่ยวกับแคว้นเหลียนแห่งนี้แล้ว แคว้นแห่งนี้อาจจะยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งยิ่งกว่าแคว้นเฉิน แต่จะต้องโหดเหี้ยมยิ่งกว่าแคว้นเฉินเป็นแน่
“รุ่ยเอ๋อร์…” บนใบหน้าของเหมยเฟยในยามนี้ปรากฏรอยยิ้มบางเบา การปรากฏตัวของฮองเฮากลับทำให้นางผ่อนคลาย ระยะนี้ฮองเฮาไม่ได้มีการเคลื่อนไหวอันใด นางจึงกลัวว่าตงฟางรุ่ยจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ตอนนี้ ฮองเฮามาข่มขู่ตนเช่นนี้ เป็นการแสดงให้เห็นว่ารุ่ยเอ๋อร์ปลอดภัยไร้อันตราย ดูแล้วเขาคงซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ที่ฮองเฮาหาไม่พบ
เป็นเช่นนี้ก็ดี เป็นเช่นนี้ก็ดี…
บริเวณลานด้านนอก ฮองเฮาสูดพระอัสสาสะลึก รู้สึกเสียใจกับการหลุดปากของตนเมื่อครู่นี้ แต่ช่างเถิด ต่อให้เหมยเฟยรู้แล้วอย่างไรเล่า? จะอย่างไรนางก็ไม่อาจก้าวออกไปจากที่นี่ได้ช่วยชีวิต “เด็กๆ พิษขององค์หญิงเหมยกำเริบ ให้คนประคองลมหายใจของนางไว้เสีย หากตาย ข้าจะมาเอาความกับพวกเจ้า!”
“กระหม่อมรับพระบัญชา!”
ยามนี้เอง ขันทีชราผู้หนึ่งเดินมาข้างพระวรกายฮองเฮา กระซิบกระซาบอะไรบางอย่างข้างพระกรรณ พระพักตร์ของฮองเฮาพลันเปลี่ยนไป “ฝ่าบาทรู้เรื่องแล้วหรือ?”
“เรื่องนี้แพร่ไปทั่วทั้งพระราชวังแล้ว เชื่อว่าฝ่าบาทเองก็ทรงทราบ”
“เช่นนั้นซ่างกวนเมิ่งเล่า?” ดวงเนตรของฮองเฮามืดครึ้มลง คิดไม่ถึงว่าระยะนี้ตนไม่ได้สนใจเด็กสาวผู้นั้น นางกลับก่อความผิดยิ่งใหญ่เพียงนี้ขึ้นมาได้ หาเรื่ององค์ชายสี่หรือ? เหตุใดไม่ทำให้คนตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด ยามนี้ทำให้เรื่องราวและเทะไปหมดแล้ว! “ดูเหมือนคุณหนูซ่างกวนจะอยู่กับผู้อาวุโสพ่ะย่ะค่ะ”
“ลากนางมาหาเปิ่นกงเสีย!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ภายในตำหนักของฮองเฮา นอกตำหนักมีองครักษ์เพิ่มมากขึ้น สตรีผู้หนึ่งถูกลากตัวมาจากทางลับ ได้ยินเสียงพลั่กดังขึ้น ซ่างกวนเมิ่งถูกผลักลงพื้นอย่างแรง แล้วจึงดึงผ้าสีดำที่ผูกปิดดวงตาทั้งสองของนางออก
นางเงยหน้าขึ้นด้วยความหวาดกลัว สิ่งที่ปรากฏในดวงตากลับเป็นพระพักตร์อันเย็นเยียบของฮองเฮา” ฮะ ฮองเฮา…”
“เจ้ามีความสามารถเสียจริง กล้าสนิทสนมกับองค์ชายหลายพระองค์เชียว!”
ซ่างกวนเมิ่งรู้สึกตื่นตะลึงในใจ “ไม่ ไม่ใช่เพคะ…”
“ไม่ใช่หรือ? หากเจ้าคิดจะทำ เหตุใดจึงไม่ทำให้สะอาดสะอ้านเสียหน่อย? ยามนี้องค์ชายสี่สลบไสลไม่ได้สติ เหตุใดไม่ทำให้เขาเป็นเช่นเดียวกับองค์ชายห้าไปเสียเล่า หากวันหนึ่งเขาได้สติขึ้นมาแล้วชี้ตัวเจ้า เจ้าคิดจะทำให้พัวพันมาถึงเปิ่นกงหรือ?”
“ไม่ๆๆ เมิ่งเอ๋อร์ไม่กล้า! เมิ่งเอ๋อร์ไม่กล้า! เป็นองค์ชายสี่เขา…ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องเข้าใจผิด เป็นเรื่องเข้าใจผิดเพคะ!”
ฮองเฮาแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง ส่งสายตาเป็นสัญญาณ แม่นมที่อยู่ด้านหลังรีบเดินเข้ามา ถาดในมือมีของวางอยู่สามสิ่ง มีดเล่มหนึ่ง ยาพิษขวดหนึ่ง และผ้าเพรสีขาวยาวสามฉื่อ
อะไรกัน?! ซ่างกวนเมิ่งส่ายศีรษะระรัว “ไม่ ไม่…ฮองเฮา เมิ่งเอ๋อร์มีเรื่องจะกราบทูลเพคะ!”
นังเด็กสารเลวนี่ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วยังหวังให้ตนไว้ชีวิตนางอีกหรือ? ขอเพียงนางฆ่าตัวตาย เช่นนั้นทางฝั่งขององค์ชายสี่ย่อมมิมาถามไถ่อีก
“คุณหนูเมิ่ง รู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควรเสียหน่อยเถิด เลือกมาสักอย่างเถิดเจ้าค่ะ” แม่นมเอ่ยปากอย่างโหดเหี้ยม ซ่างกวนเมิ่งตกใจจนโขกศีรษะ “เหนียงเหนียงโปรดไว้ชีวิตด้วย! เหนียงเหนียงโปรดไว้ชีวิตด้วย! ความจริงเมิ่งเอ๋อร์ต้องการกราบทูลเรื่องนี้กับเหนียงเหนียงมาโดยตลอด กงซุนซูผู้นั้น…นาง นางเป็นคุณหนูของจวนชางหรงโหวแห่งแคว้นเฉิน! ยามนี้รัชทายาทแห่งแคว้นเฉินกำลังตามหานาง จักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้ก็กำลังตามหานาง เมิ่งเอ๋อร์ติดต่อกับจักรพรรดิเซียวแล้ว ขอเพียงฮองเฮายินยอมก็สามารถรับความช่วยเหลือจากแคว้นเฉินและแคว้นอี้ได้ เมื่อถึงตอนนั้น เหนียงเหนียงประสงค์ทำสิ่งใดล้วนได้ทั้งสิ้น!”
ดวงเนตรของฮองเฮาสว่างวาบ กงซุนซูคือคนแคว้นเฉิน? “คำพูดนี้เป็นเรื่องจริงหรือ?”
“จริงเพคะ! จริงแท้แน่นอน! เมิ่งเอ๋อร์มีจดหมายที่ส่งตอบโต้กับจักรพรรดิเซียวอยู่ด้วย หากเหนียงเหนียงไม่เชื่อ เมิ่งเอ๋อร์สามารถสั่งให้คนไปนำมาได้!”
ฮองเฮาใคร่ครวญครู่หนึ่ง “เหตุใดเจ้าจึงไม่กล่าวให้เร็วกว่านี้?”
“เมิ่งเอ๋อร์ เมิ่งเอ๋อร์ต้องการแบ่งเบาภาระเหนียงเหนียง ต้องการกำจัดกงซุนซูผู้นั้นเสียก่อนค่อยกราบทูลเหนียงเหนียงเพคะ…” หากมิจนตรอก นางย่อมไม่บอกเรื่องนี้กับฮองเฮาเป็นอันขาด นางรู้ดีว่าเมื่อฮองเฮาเข้าใจกระจ่างแล้วว่าอวิ๋นซูในยามนี้ควรค่าให้ใช้ประโยชน์ ย่อมจะไม่คิดฆ่านางชั่วคราว
คิดไม่ถึงว่าองค์ชายใหญ่จะพาบุคคลที่รับมือได้ยากเช่นนี้กลับแคว้นมาจริงๆ ดวงเนตรของฮองเฮาหยุดอยู่บนใบหน้าของสตรีบนพื้นที่มีสภาพน่าอนาจ ความจริงนางรู้ว่าเด็กสาวผู้นี้ถูกผู้อาวุโสพากลับมาจากแคว้นเฉิน เชื่อว่าคำพูดของนางคงไม่เท็จ อย่างไรก็ตาม ตนกลับอยากจะเห็นเสียจริง กงซุนซูผู้นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่
“ฮะ ฮองเฮาเพคะ! เมิ่งเอ๋อร์ยังพบว่ากงซุนซูและคุณชายแห่งตระกูลหนาน หนานฟางเฟย มีความสัมพันธ์ที่ไม่อาจบอกผู้ใดได้!”
“ความสัมพันธ์ที่มิอาจบอกผู้ใดได้หรือ?”
“เพคะ เมิ่งเอ๋อร์เห็นพวกเขาลอบพบกันเป็นการส่วนตัวที่สวนบุปผา ผลกลับกลายเป็นว่าถูกกงซุนซูเห็นเข้า ครั้งนี้เมิ่งเอ๋อร์จึงถูกนางเล่นงาน!”
ฮองเฮาพลันคิดถึงเรื่องก่อนหน้านี้ขึ้นมา ตนต้องการมอบสาวงามให้หนานฟางเฟย แต่กลับถูกเขาปฏิเสธ เขากล่าวว่ามีคนในใจอแล้ว คงมิใช่ว่าเป็นกงซุนซูผู้นี้อีกกระมัง? เพียงแต่เขารู้ฐานะที่แท้จริงของกงซุนซูหรือไม่? ด้วยนิสัยของตระกูลหนาน ย่อมไม่ปล่อยให้คนตระกูลหนานมีความสัมพันธ์อันใดกับแคว้นเฉินเป็นแน่ แม้ตระกูลหนานจะร่ำรวย แต่พวกเขาเกลียดชังเรื่องที่จะทำให้พัวพันกับราชสำนักยิ่งนัก หากฐานะของกงซุนซูสำคัญเพียงนี้จริงๆ เช่นนั้นดูจากลักษณะนิสัยการกระทำเรื่องราวในหลายปีมานี้ของตระกูลหนาน พวกเขาจะต้องหลีกเลี่ยงเป็นแน่ เพื่อมิให้เกี่ยวพันกับความยุ่งยาก
“อีกประเดี๋ยว เปิ่นกงต้องการดูจดหมายที่จักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้ส่งให้เจ้า”
“พะ เพคะ เมิ่งเอ๋อร์จะรีบสั่งให้คนไปนำมาเดี๋ยวนี้”
ดูแล้วเด็กสาวผู้นี้ยังนับว่ามีประโยชน์อยู่บ้าง ฮองเฮาในยามนี้เปลี่ยนพระทัยแล้ว “ครั้งนี้ชีวิตเปิ่นกงจะไว้ชีวิตเจ้า แต่หากเจ้ากล้าไปเกี่ยวพันกับองค์ชายพระองค์ใดโดยไม่ขอความเห็นชอบจากเปิ่นกงอีก เปิ่นกงจะแยกร่างเจ้าเป็นแปดส่วน กำจัดอุปสรรคไปตลอดกาล!”
“ขอบพระทัยเหนียงเหนียงที่ทรงไว้ชีวิต! ขอบพระทัยเหนียงเหนียงที่ทรงไว้ชีวิต”
ฮองเฮาโบกพระหัตถ์ครั้งหนึ่ง ไม่เปลืองสายตาไปกับซ่างกวนเมิ่งอีก เบนสายตาออกไปยังทิศทางอื่น
แคว้นเฉิน แคว้นอี้? ดูแล้วกงซุนซูผู้นี้คงนำพาความยินดีอันไร้ขีดจำกัดมาให้ตนเสียแล้ว ฮ่าๆ นางจะทำให้องค์ชายใหญ่ได้เข้าใจกระจ่าง อะไรที่เรียกว่าเดินหมากพลาดตาเดียวล้มทั้งกระดาน
Venus36
โอ๊ยยย อวิ๋นซู จะรอดไหม ตัวร้ายผนึกกำลังกันแล้ว องค์ชายใหญ่จะช่วยอะไรได้บ้าง