หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 22 ตอนที่ 656 สยบอันตรายให้ปลอดภัย
เล่มที่ 22 ตอนที่ 656 สยบอันตรายให้ปลอดภัย
ทุกคนพลันพบการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของหมอหลวงฟู่จึงรีบเดินเข้าไป “หมอหลวงฟู่ ในที่สุดท่านก็มาแล้ว! องค์ชายทรงถูกพิษอีกแล้วขอรับ!”
ยามนี้หมอหลวงฟู่จึงค่อยได้สติกลับมา อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว จากนั้นจึงไปมองไปยังพวกเขาด้วยความคาดหวัง “วิธีนึ่งรักษานี้เป็นความคิดของผู้ใด?!”
หมอหลวงทั้งหลายสบตากัน “เป็น…คุณหนูกงซุนขอรับ”
เอ๋? ถึงกับเป็นคุณหนูกงซุนเชียวหรือ! หมอหลวงฟู่คิดไม่ถึงว่าคุณหนูกงซุนอายุยังน้อย กลับเรียนรู้วิชาแพทย์ได้อย่างลึกซึ้งเพียงนี้ ความจริงตนต้องการทดลองวิธีนี้นานแล้ว เพียงแต่วิธีนึ่งรักษาเช่นนี้ แม้ประสิทธิภาพจะชัดเจนแต่ก็มีความอันตราย หากไม่ระวัง เป็นไปได้มากว่าจะนึ่งจนผู้ป่วยสุก! ถึงตอนนั้นไม่เพียงแต่จะรักษาไม่หาย กลับเกิดโศกนาฏกรรมเสียด้วยซ้ำ!
“น้ำในหม้อใส่สมุนไพรอะไรบ้าง?”
พลันมีคนส่งเทียบยาฉบับนั้นให้หมอหลวงฟู่ ความจริงพวกเขาไม่มีผู้ใดมั่นใจ เพียงแต่อวี้กุ้ยเฟยทรงตรัสว่าจะให้คุณหนูกงซุนรักษาองค์ชายสี่ พวกเขาจึงทำได้เพียงทำตาม ส่วนเทียบยาฉบับนี้พวกเขาดูไม่เข้าใจจริงๆ
“วิเศษ! วิเศษ! วิเศษ!” หมอหลวงฟู่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากออกมา “เหตุใดข้าจึงคิดไม่ถึง?!”
“หมอหลวงฟู่ นี่…” เทียบยานี้มหัศจรรย์จนทำให้หมอหลวงฟู่ชมไม่ขาดปากจริงหรือ?
“ตลอดมาข้าคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะแก้ปัญหาเรื่องอุณหภูมิของน้ำได้อย่างไร ไม่คิดว่าคุณหนูกงซุนจะคิดวิธีการอันยอดเยี่ยมเพียงนี้ออกมาได้! พวกเจ้าดูเทียบยาฉบับนี้เถิด ด้านในเพิ่มสมุนไพรที่ต้มเดือดได้ยากลงไปหลายตัว ทำให้อุณหภูมิของไอน้ำลดลงมาก จึงรักษาอุณหภูมิของน้ำให้คงที่ไว้ได้ เช่นนี้ก็รับประกันได้ว่าองค์ชายสี่จะไม่ถูกต้มจนบาดเจ็บแล้ว!”
อะไรนะ? เป็นเช่นนี้เองหรือ…หมอหลวงทั้งหลายรีบศึกษาเทียบยาฉบับนี้อีกครั้ง สิ่งที่พวกเขารู้ไม่ลึกล้ำกว้างขวางเฉกเช่นหมอหลวงฟู่ ยามนี้เมื่อได้รับการชี้นำจึงเข้าใจกระจ่าง
“เป็นเพราะความแตกต่างระหว่างหญิงชาย คุณหนูกงซุนจึงรออยู่ที่ลานตำหนักติดกันนี้ขอรับ”
หมอหลวงฟู่พยักหน้า ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้น้ำสมุนไพรในหม้อ จากนั้นจึงมองไปยังบุรุษที่นอนอยู่บนตาข่าย พบว่าผิวของเขาค่อยๆ ถูกนึ่งจนกลายเป็นสีเขียวม่วง บาดแผลเน่าเปื่อยมีน้ำไหลออกมาไม่หยุด วิธีการนึ่งรักษามหัศจรรย์เพียงนี้เชียว เห็นผลเร็วยิ่งนัก!
หมอหลวงฟู่ปวดหัวกับอาการป่วยนี้มาหลายวัน คิดไม่ถึงว่าพริบตาเดียวคุณหนูกงซุนจะมีวิธีแก้ปัญหาแล้ว! นี่นาง…เป็นนางเซียนจากที่ใดกันแน่?
“หมอหลวงฟู่ ในที่สุดท่านก็มาแล้ว! เร็ว รีบดูโอรสของเปิ่นกงเร็วเข้า!” อวี้กุ้ยเฟยได้ยินว่าหมอหลวงฟู่เข้าวังมาจึงเดินออกมาต้อนรับจากอีกด้านหนึ่ง นั่นคือบุตรชายของนาง ต่อให้มิอาจคลายความสงสัยก็ไม่มีผู้ใดกล่าวออกมา ทว่าใจของอวี้กุ้ยเฟยยังไม่เชื่อใจอวิ๋นซูมากนัก หมอหลวงฟู่มาได้จังหวะพอดี อี้เอ๋อร์ของนางมีทางช่วยแล้ว!
ไหนเลยจะรู้ว่าหมอหลวงฟู่กลับคารวะเล็กน้อย จากนั้นจึงลูบเคราของตน “ในเมื่อคุณหนูกงซุนลงมือแล้ว ที่นี่ย่อมไม่มีเรื่องให้กระหม่อมทำอีก”
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้หมอหลวงฟู่ต้องเปลี่ยนมุมมองก็คือยาที่คุณหนูกงซุนมอบให้ฟู่หย่า เขารู้สึกว่าคุณหนูกงซุนผู้นี้มหัศจรรย์เกินไปแล้วจริงๆ หย่าเอ๋อร์กินยาที่นางมอบให้ จากนั้นจึงจมลงสู่การหลับลึก หมอหลวงฟู่คอยจับชีพจรให้นาง พบว่าชีพจรมีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดียิ่ง! หากกล่าวว่ายาลูกกลอนนั้นคือยาเซียน เขาก็เชื่อ!
อะไรนะ? อะไรที่เรียกว่าไม่มีเรื่องใดให้เขาทำ? “หมอหลวงฟู่ วันนี้อี้เอ๋อร์ถูกพิษอีกแล้ว เปิ่นกงอับจนหนทางจริงๆ…”
“เหนียงเหนียงไม่จำเป็นต้องกังวล กระหม่อมเชื่อในความสามารถของคุณหนูกงซุน!” คำพูดนี้ของหมอหลวงฟู่ทำให้อวี้กุ้ยเฟยกล่าวคำใดไม่ออก “แต่ว่า…แต่ว่า…” แต่ว่ามีนางข้าหลวงชี้ตัวว่านางเป็นผู้วางยาพิษ!
หมอหลวงผู้หนึ่งเห็นว่าอวี้กุ้ยเฟยมีท่าทีอยากพูดแต่ก็พูดไม่ออกจึงเดินเข้ามา กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูหมอหลวงฟู่
หมอหลวงชราพลันมีสายตาเปลี่ยนไป คิดไม่ถึงว่าคุณหนูกงซุนจะถูกลากเข้ามาพัวพันกับความยุ่งยากอันใหญ่หลวงเพียงนี้ มิน่าเล่าอวี้กุ้ยเฟยจึงต้องการให้ตนจับชีพจรให้องค์ชายสี่เสียให้ได้! ดูแล้วคงสงสัยคุณหนูกงซุนเป็นแน่
“แม่ทัพกงซุนก็รออยู่ด้านข้างเช่นกัน หมอหลวงฟู่…อีกสักครู่ยามกล่าวก็หลีกเลี่ยงเสียหน่อย” หมอหลวงผู้นี้กล่าวเตือนด้วยความหวังดี ด้วยกลัวว่าหมอหลวงฟู่จะล่วงเกินแม่ทัพกงซุนโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องราว ท่านแม่ทัพผู้นั้นไม่ใช่คนที่หาเรื่องได้
หมอหลวงฟู่สูดหายใจลึก หากตนเป็นแม่ทัพกงซุนจะต้องโกรธจนกระอักเลือดเป็นแน่! บุตรีของตนเข้าวังมารักษาองค์ชายด้วยเจตนาดี กลับต้องถูกใส่ร้ายป้ายสีเพียงนี้ เป็นผู้ใดจะไม่โกรธบ้างเล่า? อีกอย่าง นี่เป็นเพราะอวี้กุ้ยเฟยขอร้องให้ฝ่าบาทออกราชโองการ คุณหนูกงซุนจึงเข้าวังมา นางมีเหตุผลอันใดที่ต้องให้นางข้าหลวงผู้นั้นวางยาพิษในยามนี้ด้วยเล่า? นี่มิใช่เป็นการสาดน้ำโคลนใส่ตนเองหรือไร?!
เพียงแต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังใช้ประโยชน์จากความเป็นห่วงจนร้อนใจของอวี้กุ้ยเฟย หากองค์ชายสี่เป็นอะไรไปจริงๆ อวี้กุ้ยเฟยย่อมต้องการหาคนมาระบายอารมณ์ของตนเป็นแน่ เช่นนั้นคุณหนูกงซุนที่ถูกใส่ร้ายจะต้องรวมอยู่ในนั้นด้วยแน่นอน
“อา! อี้เอ๋อร์! นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” ยามนี้เอง น้ำเสียงของอวี้กุ้ยเฟยพลันเปลี่ยนไป ทุกคนจึงค่อยพบว่าผิวหนังและเนื้อทั้งร่างของบุรุษบนต่าข่ายเน่าเปื่อยลงด้วยระดับความเร็วที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า มีคนรีบวิ่งไปยังลานอีกแห่งหนึ่งโดยพลัน “คุณหนูกงซุน แย่แล้ว! แย่แล้ว!”
เพียงไม่นาน หมอหลวงผู้นั้นก็วิ่งกลับมา อวี้กุ้ยเฟยรีบมองไปด้านหลัง เหตุใดจนกระทั่งตอนนี้คุณหนูกงซุนยังไม่ออกมาอีก?!
พบว่าหมอหลวงผู้นั้นพาคนมาหลายคน ช่วยกันหามหวงฝู่อี้ลงมาจากตาข่าย ใช้ผ้าสะอาดผืนหนึ่งเช็ดน้ำที่ไหลซึมออกมาจากบาดแผลเบาๆ จากนั้นจึงมีคนหยิบยาข้นเหนียวถ้วยใหญ่ออกมา ค่อยๆ ทาไปบนร่างของหวงฝู่อี้ ยามนี้เอง บุรุษที่เดิมทีสลบไสลไม่ได้สติถึงกับมีปฏิกิริยากลับมา
“อา! เจ็บ เจ็บ…”
“อี้เอ๋อร์?!” อวี้กุ้ยเฟยอุทานออกมาอย่างยากจะเชื่อ รีบเดินเข้าไป “อี้เอ๋อร์ เจ้าฟื้นแล้วหรือ?!”
อย่างไรก็ตาม หวงฝู่อี้ทำเพียงพึมพำออกมาหลายคำท่ามกลางสติที่พร่าเลือน จากนั้นจึงจมลงสู่การหลับใหลอีกครั้ง
หมอหลวงฟู่สวมถุงมือ วางมือลงบนชีพจรของหวงฝู่อี้ ทุกคนพลันกลั้นหายใจ จากนั้นใบหน้าของเขาจึงเผยรอยยิ้มยินดีออกมา “วิธีหนึ่งรักษาช่างมหัศจรรย์เหลือเกิน!”
“อะไรนะ? พิษบนร่างของอี้เอ๋อร์ถูกกำจัดไปแล้วหรือ?!” ดวงตาของอวี้กุ้ยเฟยเต็มไปด้วยความหวัง
“มิใช่พ่ะย่ะค่ะ พิษยังอยู่ในพระวรกายขององค์ชาย เพียงแต่ชีพจรขององค์ชายมีพลังกว่าก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน นี่เป็นการอธิบายได้ว่าวิธีนึ่งรักษามีประสิทธิภาพยิ่งนัก!”
พิษยังไม่ถูกกำจัดหรือ? อวี้กุ้ยเฟยก้มหน้าลงอย่างเศร้าหมอง จากนั้นจึงราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “เร็ว! รีบให้คุณหนูกงซุนเข้ามา…”
“เหนียงเหนียงโปรดช้าก่อน รอให้พวกกระหม่อมพันแผลและสวมฉลองพระองค์ให้องค์ชายเสียก่อนค่อยเรียกคุณหนูกงซุนมาก็ยังมิสาย” พวกเขาคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างชายหญิงมาโดยตลอด เพียงแต่เพื่อชีวิตโอรสของตน อวี้กุ้ยเฟยจึงไม่สนใจชื่อเสียงของผู้อื่นแล้ว
อวี้กุ้ยเฟยขมวดคิ้ว มองไปยังหมอหลวงที่เอ่ยปากพูดเมื่อครู่นี้ด้วยท่าทีไม่พอใจ เพียงแต่ตอนนี้อี้เอ๋อร์ยังต้องการการดูแลจากพวกเขา หากตนชักสีหน้าในยามนี้คงไม่ค่อยเหมาะสมนัก
เมื่อสวมอาภรณ์ให้หวงฝู่อี้เรียบร้อยแล้ว อวิ๋นซูจึงเดินเข้ามาจากลานอีกด้านหนึ่ง
“พวกข้าทำตามคำสั่งของคุณหนูกงซุน ทายาให้องค์ชายแล้วขอรับ”
อวิ๋นซูพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นจึงมองไปยังผ้าที่ถูกทิ้งไว้ที่พื้น ด้านบนเต็มไปด้วยน้ำของพิษที่ซึมออกมาจากร่างกายของหวงฝู่อี้
“คุณหนูกงซุน อี้เอ๋อร์จะได้สติเมื่อใด?!”
ยามนี้พิสูจน์ได้แล้วว่าหวงฝู่อี้มิได้เป็นกามโรค เพียงแต่ถูกยาพิษ ดังนั้นอวิ๋นซูจึงสวมถุงมือ สัมผัสข้อมือของเขาอย่างมิรังเกียจ รอบด้านพลันจมลงสู่ความเงียบงัน
เพียงไม่นาน สตรีสุขุมเยือกเย็นจึงเงยหน้าขึ้น “พิษร้ายแรงที่อยู่ในกระดูกขององค์ชายสี่ถูกไอยานึ่งให้ออกมาแล้วเพคะ ตอนนี้พิษทั้งหมดไปรวมอยู่ที่ผิวหนังขององค์ชาย ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป บนพระวรกายขององค์ชายจะเน่าเปื่อยไม่หยุด น้ำพิษจะไหลออกมาจากบาดแผลเน่าเปื่อย ดังนั้นทุกวันต้องเปลี่ยนยาทาให้พระองค์บ่อยๆ นอกจากนี้ยังต้องนึ่งรักษาวันละหนึ่งชั่วยามจึงจะทำให้พิษถูกกำจัดออกมาเร็วยิ่งขึ้น”
“กล่าวเช่นนี้ อี้เอ๋อร์มีทางช่วยแล้วหรือ?!” บนใบหน้าของอวี้กุ้ยเฟยเต็มไปด้วยความยินดี อวิ๋นซูพยักหน้าเล็กน้อย “เพียงแต่…ลักษณะภายนอกขององค์ชายอาจจะ…”
สายตาของทุกคนหยุดอยู่บนใบหน้าของหวงฝู่อี้ที่ถูกพันแผลเอาไว้ ยามนี้สามารถรักษาชีวิตไว้ได้ก็นับเป็นวาสนาแล้ว เสียโฉมไปบ้างจะนับเป็นอะไรได้
“โอ้! นี่…นี่มัน…” ขันทีใหญ่เพิ่งจะกลับมาจากการเข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียน กำลังคิดจะมาดูเสียหน่อยว่าสภาพขององค์ชายเป็นอย่างไร คิดไม่ถึงว่าจะเห็นผู้คนเต็มลานตำหนัก มีตาข่ายและหม้ออันแปลกประหลาด ทั้งยังมีองค์ชายสี่ที่ถูกพันจนกลายเป็นขนมบ๊ะจ่างอีกด้วย
“กงกง องค์ชายสี่มีทางช่วยแล้ว! คราวนี้ลำบากคุณหนูกงซุนมากจริงๆ!” หมอหลวงทั้งหลายกล่าวชื่นชมจากใจจริง สายตาที่พวกเขามองไปทางอวิ๋นซูเต็มไปด้วยความนับถือ
สตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นั้นทำเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่หยิ่งทะนงไม่ร้อนรน
ขันทีใหญ่มีความยินดีเต็มใบหน้า “เป็นเรื่องจริงหรือ?! ดียิ่งนัก! ดียิ่ง! บ่าวจะกลับไปกราบทูลองค์จักรพรรดิ!” ในระหว่างที่เขากำลังหมุนตัวยังมองไปยังอวิ๋นซูอย่างลึกล้ำครั้งหนึ่ง สายตานี้ทำให้นางรู้สึกแปลกประหลาดอยู่บ้าง
หวงฝู่อี้ถูกหามเข้าไปอย่างระมัดระวัง อวิ๋นซูเขียนเทียบยาอีกหลายเทียบ “ระยะนี้ต้องคิดหาวิธีให้องค์ชายเสวยกระยาหารให้ได้ มิเช่นนั้นหากพระวรกายอ่อนแอเกินไปจะทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง”
“ได้ ได้!”
“ในเมื่ออาการขององค์ชายสี่ทรงตัวแล้ว ซูเอ๋อร์ ไปรายงานผลกับฝ่าบาทด้วยกันกับพ่อเถิด!” น้ำเสียงของแม่ทัพกงซุนเต็มไปด้วยความอดรนทนไม่ไหว เขาจ้องมองไปยังอวี้กุ้ยเฟยที่มีความยินดีเต็มหัวใจอย่างเย็นชา สายตานี้ราวกับกำลังกล่าวว่า หนี้ระหว่างพวกเขายังมิได้ชำระให้กระจ่าง!
ในใจของอวี้กุ้ยเฟยพลันเกิดเสียงดังสนั่น แย้มยิ้มอย่างไม่เป็นธรรมชาติอยู่บ้าง นางย่อมเข้าใจความหมายในคำพูดของแม่ทัพกงซุน เพียงแต่ผู้ที่ได้รับความอยุติธรรมควรเป็นตนกระมัง?! ต้องให้คุณหนูกงซุนรักษาอี้เอ๋อร์ด้วยความกังวลและหวาดกลัว โอรสที่น่าสงสารของนางเกือบจะถูกส่งไปเยือนประตูผีแล้ว!
นางข้าหลวงที่กัดลิ้นฆ่าตัวตายผู้นั้นถูกนำตัวออกไปแล้ว จนกระทั่งแม่ทัพกงซุนและอวิ๋นซูจากไป อวี้กุ้ยเฟยจึงเปลี่ยนท่าที “เด็กๆ ส่งคนไปคุ้มครององค์ชายสี่เพิ่ม! หากไม่มีคำอนุญาตจากเปิ่นกง นอกจากหมอหลวงแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าออกตำหนักนี้เป็นอันขาด!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ซ่างกวนเมิ่งที่รออยู่ด้านนอกมาโดยตลอดเห็นขันทีใหญ่เดินออกมาจากด้านในด้วยสีหน้ายินดี ในใจพลันเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี
คงมิใช่ว่า… นังสารเลวนั่นรอดไปได้อีกแล้วกระมัง?
Venus36
อวิ๋นซูยอดเยี่ยมๆๆๆๆ