หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 22 ตอนที่ 658 ทดสอบความเข้ากันของเลือด
เล่มที่ 22 ตอนที่ 658 ทดสอบความเข้ากันของเลือด
จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนมิได้ตรัสสิ่งใด ทำเพียงเบนดวงเนตรขึ้นมองสตรีเบื้องหน้าอย่างเรียบเฉย ฮองเฮาอดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนก ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงรู้สึกว่าพระเนตรขององค์จักรพรรดิเจือไปด้วยความลึกล้ำอยู่หลายส่วน
“ฮองเฮากว้างขวางเสียจริง ถึงกับรู้ว่าเจิ้นคิดจะประทานป้ายหัตถ์เซียนให้คุณหนูกงซุน”
สุรเสียงของพระองค์เจือไปด้วยความเย้ยหยันอยู่หลายส่วน เหตุใดฮองเฮาจะฟังไม่ออก พระนางรีบอธิบายพร้อมรอยสรวล “หม่อมฉันเพียงได้ยินมาว่าพระองค์ทรงสั่งให้คนไปนำป้ายทองหัตถ์เซียนออกมา รวมกับที่เมื่อครู่คุณหนูกงซุนเข้าวังมา จึงบังอาจคาดเดา ขอฝ่าบาทโปรดอภัยด้วยเพคะ”
จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนมิได้สนใจจะเปิดโปงคำโกหกของฮองเฮา ทำเพียงเอ่ยพระโอษฐ์อย่างเรียบเฉย “คราวนี้หากคุณหนูกงซุนรักษาลูกสี่ได้ ผลงานยิ่งใหญ่เพียงนี้ เจิ้นย่อมให้หน้านาง”
“เจตนาของพระองค์หม่อมฉันเข้าใจดี เพียงแต่หม่อมฉันกลัวว่าหากป้ายหัตถ์เซียนที่แสดงถึงอำนาจในโลกของการแพทย์แห่งแคว้นเหลียนตกไปอยู่ในมือของผู้ที่มีฐานะไม่ชัดเจนจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าหวาดกลัวเพคะ” สุรเสียงของฮองเฮาเจือไปด้วยความอันตราย จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนเลิกขนงเล็กน้อย “ฐานะมิชัดเจนหรือ?”
ฮองเฮาเงียบไปครู่หนึ่ง “หรือพระองค์ไม่เคยสงสัยฐานะที่แท้จริงของคุณหนูกงซุนผู้นี้มาก่อน?”
พระนางไม่เชื่อเด็ดขาดว่าฝ่าบาทจะไม่ทราบว่าคุณหนูกงซุนเป็นคนที่องค์ชายใหญ่พามา องค์ชายใหญ่กล่าวว่านางเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของแม่ทัพกงซุนที่หายตัวไปนานหลายปี มีเรื่องบังเอิญเพียงนี้จริงหรือ? เกรงว่าเป็นเพราะความรักความโปรดปรานที่ฝ่าบาทมีต่อองค์ชายใหญ่จึงจงใจมองข้ามกระมัง
ยามนี้เอง จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนกลับสรวลออกมา “กระทั่งแม่ทัพกงซุนยังไม่เคยสงสัย ฮองเฮามีเหตุผลอันใดไปสงสัยเล่า?”
ความหมายของพระองค์ก็คือแม่ทัพกงซุนที่มีฐานะเป็นบิดายังมิรังเกียจ ฮองเฮาจะไปร้อนใจทำไมกัน
“ฝ่าบาท! หม่อมฉันกลัวว่าความคิดถึงบุตรีของแม่ทัพกงซุนจะถูกผู้มีใจคิดไม่ซื่อหลอกใช้! ความจริงหม่อมฉันได้ยินเรื่องบางอย่างมาเพคะ คุณหนูกงซุนผู้นี้เป็นไปได้มากว่าจะมีความสัมพันธ์กับจักรพรรดิเซียวแห่งแคว้นอี้และรัชทายาทแห่งแคว้นเฉิน ฝ่าบาทเองก็ทรงทราบ แคว้นเหลียนของพวกเรามีพื้นที่กว้างขวางทั้งยังอุดมสมบูรณ์ ไม่เคยติดต่อกับโลกภายนอกมาหลายปี แต่จิตใจอันทะเยอทะยานของพวกเขากลับไม่เคยหยุดนิ่ง หากตำแหน่งที่ตั้งแคว้นเหลียนของพวกเรามิเป็นความลับ เกรงว่าจะกลายเป็นเป้าหมายของแคว้นใหญ่!”
ฮองเฮามีท่าทีราวกับคิดเพื่อแคว้นเหลียน เอ่ยพระโอษฐ์กล่าวต่อไปว่า “หากคุณหนูกงซุนผู้นี้เป็นสายลับที่แคว้นอี้และแคว้นเฉินส่งมา เช่นนั้นมิแน่ว่านางอาจมีใจทะเยอทะยาน ต้องการวิชาลับตระกูลอู่แห่งแคว้นเหลียนของพวกเรา จึงใช้ฐานะคุณหนูกงซุนลอบปะปนเข้ามา หากมีป้ายหัตถ์เซียนนี้จะสามารถเข้าออกหอแพทย์สวรรค์ของสำนักหมอหลวงได้ ด้านในมีวิชาลับมากมาย หากแพร่ออกไปและถูกผู้มีใจคิดไม่ซื่อใช้ประโยชน์จะไม่เป็นผลดีกับแคว้นเหลียนของพวกเราอย่างยิ่ง!”
อีกฝ่ายพูดจาผ่าเผยเพียงนี้ ทำให้ผู้คนมิอาจไม่สนใจ “เช่นนั้นฮองเฮาคิดจะทำอย่างไร?”
ฮองเฮาสรวลเล็กน้อย “หม่อมฉันมีวิธีหนึ่งสามารถทำให้คุณหนูกงซุนเผยฐานะดั้งเดิมออกมาได้ ขอเพียงให้คุณหนูกงซุนและแม่ทัพกงซุนทดสอบเลือดต่อหน้าขุนนางทุกคน เช่นนั้นความสงสัยย่อมถูกกำจัด”
ความจริงทั้งสองต่างรู้อยู่แก่ใจว่าอวิ๋นซูมิใช่บุตรีแท้ๆ ของแม่ทัพกงซุน คราวนี้ฮองเฮาตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องการทำลายอีกฝ่าย ไม่คิดปล่อยให้เฟิ่งหลิงลำพองใจ
เมื่อเห็นว่าจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนเงียบลงไม่เอ่ยคำใด ฮองเฮาจึงรุกโจมตีต่อไป “หม่อมฉันทราบว่าฝ่าบาททรงเป็นกังวลว่าหากคุณหนูกงซุนมิใช่บุตรีแท้ๆ ของแม่ทัพกงซุนจะทำให้แม่ทัพกงซุนดีใจเสียเปล่า แต่เรื่องนี้เกี่ยวพันกับความปลอดภัยของแคว้นเหลียน หม่อมฉันคิดว่าจำเป็นต้องทำ” พระนางขยับเล็กน้อย “เรื่องนี้หม่อมฉันจะไปกราบทูลไท่ซ่างหวงให้ทรงทราบ หากได้รับอนุญาต หม่อมฉันย่อมคืนความจริงให้แม่ทัพกงซุน ทูลลาเพคะ”
หลังจากกล่าวประโยคนี้ทิ้งเอาไว้ สตรีสูงศักดิ์ก็ค่อยๆ เดินจากไป มิให้โอกาสจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนได้เอ่ยพระโอษฐ์
พระอังคุฐเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะหินเบาๆ ดวงเนตรของจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนเจือไปด้วยประกายลึกล้ำไม่ชัดเจน ทดสอบเลือดตรวจหาความเป็นญาติหรือ? จากความเข้าใจที่พระองค์มีต่อฮองเฮา อีกฝ่ายต้องกระทำอย่างเอิกเกริกเป็นแน่ ต่อให้นางรู้ว่าคุณหนูกงซุนมิอาจเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่แท้จริงของแม่ทัพกงซุนก็จะไม่อนุญาตให้มีเรื่องเหนือคาดอันใดเกิดขึ้น
ควรจะทำเช่นไรดี? ตนจะช่วยพวกเขาสักครั้งดีหรือไม่?
ไม่…หากการทดสอบเล็กๆ เพียงเท่านี้ยังมิอาจผ่านไปได้ เช่นนั้นก็ไม่สามารถยืนอยู่ข้างกายหลิงเอ๋อร์ สิ่งที่พวกเขาต้องรับมือมิใช่ฮองเฮาเพียงผู้เดียว จักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนต้องการให้สตรีอายุน้อยผู้นั้นทราบว่า เมื่อตัดสินใจอยู่ข้างกายหลิงเอ๋อร์ ย่อมมีเรื่องอันตรายมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ภายในจวนตระกูลหนาน
บุรุษรูปงามเดินใกล้เข้ามา มองเพียงปราดเดียวก็พบนายท่านหนานอยู่ในศาลา “ท่านพ่อ เรียกข้าหรือ?”
นายท่านหนานหมุนตัวไป ในมือถือจดหมายอยู่ฉบับหนึ่ง “ฟางเฟย ในวังส่งข่าวมา เพียงแต่พ่อไม่รู้ว่าควรให้เจ้าดูหรือไม่”
หนานฟางเฟยเห็นท่าทีจริงจังของอีกฝ่ายจึงมีท่าทีเคร่งขรึมลง “ท่านพ่อ มีเรื่องอันใดหรือ?”
“คนข้างกายฮองเฮากล่าวว่าคุณหนูกงซุนมิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของแม่ทัพกงซุน ด้วยเหตุนี้ฮองเฮาจึงคิดจะทำการทดสอบเลือดต่อหน้าขุนนางทุกคน”
อะไรนะ?! ในดวงตาของหนานฟางเฟยมีความตื่นตะลึงพาดผ่าน มิใช่บุตรตรีที่กำเนิดจากแม่ทัพกงซุนหรือ? นี่หมายความว่าอย่างไร…
เมื่อเห็นท่าทีของบิดาตน เขาจึงเข้าใจว่านายท่านหนานเชื่อข่าวลือนี้แล้ว “ท่านพ่อ ข่าวลือซุบซิบในวังมิอาจเชื่อถือได้”
“เดิมทีพ่อก็ไม่เชื่อ แต่เมื่อคิดถึงปฏิกิริยาของน้องกงซุน พ่อจึงรู้สึกว่าบางทีข่าวลือนี้อาจจะเป็นเรื่องจริง” จากความเข้าใจที่เขามีต่อแม่ทัพกงซุนในหลายปีมานี้ อีกฝ่ายมิใช่คนที่ชอบผิดคำพูด ก่อนหน้านี้พวกเขาล้วนคิดว่าคุณหนูกงซุนตายไปแล้ว ท่านแม่ทัพกังวลว่าจะเป็นการยืดเยื้อเรื่องดีงามของฟางเฟยออกไปจึงกล่าวเรื่องการถอนหมั้น เพียงแต่ฟางเฟยยืนหยัดแน่วแน่มาจนถึงทุกวันนี้ กระทั่งคุณหนูกงซุนกลับจวนมา หากกล่าวกันตามเหตุผล น้องกงซุนควรรีบทำการหมั้นหมายให้สำเร็จ คิดไม่ถึงว่าเขากลับบอกปัด เมื่อดูเช่นนี้แล้ว นายท่านหนานจึงคิดว่าแม่ทัพกงซุนอาจจะรู้ว่าคุณหนูกงซุนมิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของเขา
ในเมื่อมิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของเขา ย่อมมิจำเป็นต้องทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับตระกูลหนาน ทุกสิ่งทุกอย่างนี้นับว่าเป็นไปตามเหตุผล
“ท่านพ่อ แม่ทัพกงซุนคงไม่จำบุตรีของตนเองผิดหรอกกระมัง”
นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นายท่านหนานไม่เข้าใจ ด้วยนิสัยของแม่ทัพกงซุนย่อมมินำสตรีด้านนอกเข้ามาตามแต่ใจเป็นแน่ หากเขาคิดหาตัวแทนบุตรีมาปรนนิบัติ ควรทำก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว “คุณหนูกงซุนผู้นี้จะมีที่มาที่ไปอย่างไรก็ยังไม่ชัดเจน ฟางเฟย เจ้าเข้าออกจวนตระกูลกงซุนหลายครั้ง ไม่พบอะไรบ้างหรือ?”
คำพูดของนายท่านหนานทำให้หนานฟางเฟยคิดถึงภาพที่เขาได้เห็นในวังก่อนหน้านี้ ระหว่างคุณหนูกงซุนและองค์ชายใหญ่…พวกเขารู้จักกันได้อย่างไร? ปัญหานี้ติดอยู่ในใจเขามาโดยตลอด หรือจะกล่าวว่าเรื่องนี้…ไม่ เขาไม่อาจคิดเหลวไหลได้อีก!
“ท่านพ่อคิดจะบอกเรื่องนี้กับแม่ทัพกงซุนหรือไม่?”
“พ่ออยากรู้ความคิดของเจ้า”
หนานฟางเฟยใคร่ครวญครู่หนึ่ง ในสมองปรากฏใบหน้าสุขุมเยือกเย็นของอวิ๋นซูขึ้นมาโดยพลัน หากนางมิใช่บุตรตรีที่กำเนิดจากแม่ทัพกงซุน ตนจะมองนางตกลงสู่กับดักไปต่อหน้าต่อตาหรือ? หากเป็นเช่นนั้น ย่อมมิใช่การกระทำของบุรุษ
“ท่านพ่อ วันนี้ฟางเฟยจะไปจวนตระกูลกงซุน”
หลังจากกล่าวประโยคนี้ทิ้งไว้ ชายหนุ่มพลันหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
เมื่อเห็นบุตรของตนตัดสินใจเด็ดเดี่ยวแน่วแน่เช่นนี้ นายท่านหนานจึงอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจเบาๆ ความจริงสิ่งที่เขาคิดก็คือ หากคุณหนูกงซุนมิใช่บุตรีที่เกิดจากแม่ทัพกงซุนจริงๆ เช่นนั้นก็ดี ตอนนี้ในวังมีเรื่องมากมาย คล้ายกับว่ามีคนเพ่งเล็งคุณหนูกงซุนอย่างไรอย่างนั้น หากฟางเฟยมีเจตนาต้องการแต่งงานกับนาง ตระกูลหนานต้องถูกม้วนตลบเข้าสู่ความยุ่งยากเป็นแน่ นี่ไม่เข้ากับนิสัยของนายท่านหนานอย่างยิ่ง เพียงแต่เขาเองก็รู้นิสัยของบุตรชายของตนเป็นอย่างดี เรื่องที่ตัดสินใจแล้วย่อมมิอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย เรื่องมาถึงขั้นนี้ นายท่านหนานทำได้เพียงมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้หนานฟางเฟยจัดการ
เด็กคนนั้นมองภาพรวมเป็นสำคัญมาโดยตลอด
ภายในจวนแม่ทัพกงซุน
“ฝ่าบาทจะประทานป้ายหัตถ์เซียนให้เจ้าหรือ? ซูเอ๋อร์ นี่เป็นเรื่องที่ดียิ่ง! ฝ่าบาทปูทางให้เจ้าแล้ว!” ความรู้สึกกล่าวโทษในใจของแม่ทัพกงซุนพลันสลายหายไป ท่าทางฝ่าบาทก็มิใช่สามัญ เดิมทีเขาโกรธเคืองฝ่าบาทที่หลายปีมานี้ล้วนฟังแต่ฮองเฮา ในที่สุดตอนนี้ก็ทำเรื่องรู้ความออกมาแล้ว!
ยามนี้เอง พ่อบ้านชราวิ่งเข้ามาด้วยท่าทีกระวนกระวาย “นายท่าน คุณหนู คุณชายหนานขอพบขอรับ!”
คุณชายหนาน?! แม่ทัพกงซุนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว เหตุใดเขาถึงมาอีกแล้ว พลันนั้นจึงมองไปทางอวิ๋นซูอย่างขออภัย ล้วนต้องตำหนิที่เขามิอาจคิดหาวิธีคลี่คลายเรื่องนี้ ทำให้อวิ๋นซูตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก
“ข้าจะไปดูเสียหน่อย…”
“แม่ทัพกงซุน…” ไม่รอให้แม่ทัพกงซุนเดินก้าวออกไป หนานฟางเฟยก็เดินเข้ามาโดยมิสนใจการขัดขวางของทุกคน เขามองไปยังสตรีสุขุมเยือกเย็นกลางห้องโถงอย่างลึกล้ำ จากนั้นจึงคารวะแม่ทัพกงซุนครั้งหนึ่ง “ฟางเฟยมาในคราวนี้เพราะมีเรื่องต้องการบอกกล่าว!”
อีกฝ่ายมิใช่คนไม่รู้จักมารยาท แม่ทัพกงซุนรู้ได้โดยพลันว่ามีเรื่องตึงเครียดอันใดเกิดขึ้นแล้ว “หลานชายพูดมาเถิด!”
“ท่านพ่อได้รับข่าวจากในวัง กล่าวว่าฮองเฮามีเจตนาทำการทดสอบเลือดต่อหน้าขุนนางทุกคน ต้องการพิสูจน์ว่าคุณหนูกงซุนเป็นบุตรีที่เกิดจากแม่ทัพกงซุนหรือไม่!”
“อะไรนะ?!” แม่ทัพกงซุนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มองไปยังสตรีที่เงียบมาโดยตลอดโดยมิรู้ตัว ฮองเฮา พระนาง…
ในใจของอวิ๋นซูสั่นไหว หนานฟางเฟยกล่าวต่อไป “ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะได้ยินอะไรบางอย่างมา จึงมั่นใจว่าคุณหนูกงซุนมิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของท่านแม่ทัพ ด้วยเหตุนี้จึงเคลื่อนไหวเช่นนี้”
“…ชะ ช่างเหลวไหลเสียจริง! ฮองเฮาว่างมากจึงต้องมายุ่งเรื่องตระกูลกงซุนของข้าหรือไร?!” แม่ทัพกงซุนตื่นเต้นเสียจนพูดอึกอัก อย่างไรก็ตาม ในใจของเขากลับร้อนรนยิ่ง ทดสอบเลือดต่อหน้าขุนนางทุกคนหรือ หากทดสอบออกมาแล้ว เขาเชื่อว่าฮองเฮาต้องถือโอกาสลงโทษอวิ๋นซูเป็นแน่!
บนใบหน้าของอวิ๋นซูมิได้มีท่าทีแปลกใจมากนัก คล้ายกับว่านางคาดเดาได้นานแล้วว่าจะต้องมีวันนี้ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าจะช้ากว่าที่นางคาด ซ่างกวนเมิ่ง อ้อมิใช่ ความจริงคือหลิ่วอวิ๋นฮว๋า นางรู้ฐานะของตนนานแล้ว เหตุใดเพิ่งมาบอกกับฮองเฮาตอนนี้
“ซูเอ๋อร์วางใจเถิด พ่อต้องทวงความยุติธรรมแทนเจ้าแน่นอน! นี่เป็นเรื่องในตระกูลกงซุนของข้า ยังไม่ถึงคราวที่จะปล่อยให้ผู้อื่นมาวุ่นวาย!” กล่าวจบบุรุษตึงเครียดผู้นี้ก็ทำท่าจะพุ่งออกไปจากห้องโถง ทว่าอวิ๋นซูกลับหยุดเขาไว้ได้ทันเวลา “ท่านพ่อโปรดสงบใจ อย่าได้บุ่มบ่าม”
Venus36
งานเข้าอีกแล้วอวิ๋นซู