หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 23 ตอนที่ 661 ตกที่นั่งลำบาก
เล่มที่ 23 ตอนที่ 661 ตกที่นั่งลำบาก
ในพระเนตรอัดแน่นไปด้วยรอยสรวล ทอดมองท่าทีอันย่ำแย่ในยามนี้ของแม่ทัพกงซุน รู้สึกว่าในพระทัยมีความสุขยิ่งนัก มิแน่ว่าต่อแต่นี้เป็นต้นไป ตนอาจไม่ได้เห็นแม่ทัพกงซุนผู้หยิ่งยโสมีท่าทีสับสนลังเลเช่นนี้อีกก็เป็นได้
“ท่านพ่อ เหตุใดท่านไม่ยอมรับเยี่ยนเอ๋อร์? เยี่ยนเอ๋อร์ทำผิดอันใดหรือเจ้าคะ? เยี่ยนเอ๋อร์อยากพบท่านมาโดยตลอด หรือท่านมิได้หวังเช่นนี้?”
สตรีผู้นั้นร้องไห้อย่างโศกเศร้า ทำให้ในใจของทุกคนพลันรู้สึกไร้รสชาติ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าสงสัยก็คือวันนี้มีคุณหนูกงซุนถึงสองคน ยิ่งไปกว่านั้นการทดสอบเลือดยังเข้ากันได้ทั้งคู่ หรือเมื่อปีนั้นฮูหยินท่านแม่ทัพจะให้กำเนิดคุณหนูออกมาสองคน? จะมีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ? ทุกคนอดไม่ได้ที่จะคาดเดาไปต่างๆ นานา
แม่ทัพกงซุนมิได้หันกลับไป อวิ๋นซูเห็นประกายความสับสนที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาของเขา คิดไม่ถึงว่าเรื่องจะกลายเป็นเช่นนี้ได้
“ไม่…ซูเอ๋อร์ต่างหากที่เป็นบุตรีของข้า ซูเอ๋อร์ต่างหาก!”
บุรุษร่างสูงใหญ่กัดฟันพูด ยังคงยืนหยัดในคำพูดเมื่อครู่นี้ของตน ขุนนางทั่วทั้งราชสำนักจมลงสู่ความงุนงง นี่จะทำเช่นไรดี คุณหนูกงซุนทั้งสองต่างไม่ยอมลงให้กัน จะอย่างไรใต้หล้านี้คงไม่มีบิดาที่จำบุตรีของตนผิดเป็นแน่ เพียงแต่คุณหนูอีกท่านหนึ่งหน้าตาเหมือนฮูหยินท่านแม่ทัพเพียงนั้น ความจริงนี้ทำให้ผู้คนสับสนยิ่ง
ฮองเฮาเลิกขนงขึ้นเล็กน้อย ดวงเนตรหยุดอยู่บนร่างของอวิ๋นซูที่อยู่ด้านข้าง แม่ทัพกงซุนยังคงดื้อรั้นเช่นนี้ ดูแล้วคงต้องลงมือจากสตรีผู้นี้
“ไม่ทราบว่า…คุณหนูกงซุนซูมีสิ่งใดจะกล่าวหรือไม่?”
อวิ๋นซูเบนสายตาขึ้นมองไปยังฮองเฮาโดยพลัน นางรู้ว่าอีกฝ่ายคิดอยากเห็นท่าทีทำอะไรไม่ถูกของตน
กำลังคิดจะเอ่ยปาก ไม่นึกว่าบุรุษข้างกายกลับยื่นมือออกไปปกป้องนาง มือใหญ่ที่สั่นไหวเล็กน้อยแฝงไปด้วยความแข็งแกร่งและเชื่อมั่นอันไร้ขีดจำกัด “ฮองเฮา กระหม่อมทูลแล้ว กระหม่อมรู้ดีว่าผู้ใดเป็นบุตรีของตน!”
เขาแน่วแน่เพียงนี้กลับทำให้ฮองเฮาจัดการได้ยากอยู่บ้าง ในสมองของพระนางพลันปรากฏความคิดขึ้นมาอย่างหนึ่ง จากนั้นจึงแย้มรอยสรวลเล็กน้อย “เปิ่นกงรู้ดีว่าท่านแม่ทัพคงมิอาจรับความจริงนี้ได้ในเวลาเพียงชั่วครู่ อย่างไรก็ตาม เปิ่นกงหวังว่าจะได้เห็นวันที่ท่านแม่ทัพและบุตรีรวมตัวกันอีกครั้ง ในเมื่อเป็นเช่นนี้ กงซุนเยี่ยนก็กลับมาแล้ว เช่นนั้นก็ให้อาศัยอยู่ในจวนแม่ทัพไปเถิด เช่นนี้ถึงจะสามารถเพิ่มพูนความสัมพันธ์กับแม่ทัพได้ เมื่อถึงตอนนั้นความเข้าใจผิดนี้อาจแก้ไขได้”
ใช่แล้ว คำพูดนี้มีเหตุผล! พวกเขาเองก็รู้สึกว่าการที่แม่ทัพกงซุนยอมรับกงซุนซูเป็นเพราะเข้ามาอาศัยอยู่ก่อน ขอเพียงให้กงซุนเยี่ยนเข้าไปอาศัยในจวนแม่ทัพ เมื่อเวลานานไป บางทีผลลัพธ์อาจแตกต่าง
“ไม่…”
“ท่านพ่อเจ้าคะ! ข้อเสนอของฮองเฮานับว่ามีเหตุผลจริงๆ ซูเอ๋อร์เองก็อยากทราบเช่นกัน จู่ๆ ก็มีพี่สาวปรากฏตัวออกมากะทันหัน เรื่องมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” อวิ๋นซูรีบส่งเสียงหยุดแม่ทัพกงซุนพลางมองไปยังสตรีที่มีความโกรธเกรี้ยวเต็มใบหน้าด้วยสายตาลึกล้ำแฝงความหมาย หากนางเป็นหมากที่ฮองเฮาต้องการวางแทรกเข้ามา ทางที่ดีไม่ควรพลั้งพลาด เพียงแต่หากนางเป็นบุตรีของแม่ทัพกงซุนจริงๆ เช่นนั้นตนไม่จำเป็นต้องแยกสองพ่อลูกที่พรากจากกันมาหลายปีเช่นนี้
นางเข้าใจดีว่าการที่แม่ทัพกงซุนอดทนทุกอย่างก็เพื่อตน เขาเห็นตนเป็นบุตรีของเขาด้วยใจจริง และเพราะเป็นเช่นนี้ อวิ๋นซูจึงไม่หวังให้ตนกระทำผิดต่อเขา สิ่งที่ควรได้คืนก็ควรได้คืน
“คุณหนูกงซุนซูรู้จักมองภาพรวมเป็นสำคัญจริงๆ เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้ ฝ่าบาททรงคิดเห็นอย่างไรเพคะ?”
ฮองเฮาทรงสรวลออกมา ทอดพระเนตรไปยังจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนที่นิ่งเงียบอยู่ด้านข้าง อีกฝ่ายทำเพียงตอบรับอย่างเรียบเฉย ขุนนางทั่วทั้งราชสำนักพากันผงกหัวเห็นด้วย กงซุนเยี่ยนที่อยู่บนพื้นมีความยินดีเต็มหน้า “ท่านพ่อ เยี่ยนเอ๋อร์จะทำให้ท่านรู้ว่าผู้ใดเป็นบุตรีที่แท้จริงของท่าน!”
“…”
รถม้ารออยู่นอกพระราชวังนานแล้ว แม่ทัพกงซุนคล้ายจงใจหลีกเลี่ยงกงซุนเยี่ยนผู้นั้น “ซูเอ๋อร์ ตอนนี้องค์ชายใหญ่มิอยู่ในวัง ทว่าวางใจเถิด พ่อไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกเจ้าเป็นแน่”
ระยะนี้องค์ชายใหญ่ออกไปข้างนอกบ่อยครั้ง เห็นได้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ตึงเครียดยิ่งนัก เขาไม่อาจปล่อยให้เกิดเรื่องเหนือคาดอันใดในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้เป็นอันขาด
“ท่านพ่อ หากนางคือบุตรีของท่านจริงๆ…”
“ซูเอ๋อร์ไม่ต้องกังวล พ่อรู้ว่าตัวเองกำลังทำสิ่งใดอยู่” แม่ทัพกงซุนเผยสีหน้าจริงจังออกมา พลันนั้นด้านหลังกลับมีเสียงเปี่ยมความยินดีดังขึ้น
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อ! รอเยี่ยนเอ๋อร์ด้วย!”
บุรุษรีบเร่งฝีเท้าขึ้น “ซูเอ๋อร์ พวกเราไปกันเถิด” ราวกับเขามิได้ยินเสียงเรียกด้านหลังก็มิปาน เพียงพริบตาก็ประคองอวิ๋นซูขึ้นรถม้าไป
“ท่านพ่อ!” บนใบหน้าของกงซุนเยี่ยนเต็มไปด้วยความร้อนรน มิใช่กล่าวกันดีแล้วว่าจะพาตนเองกลับจวนไปด้วยหรือ? เหตุใดจึงไปเช่นนี้เล่า…
“คุณหนู…กงซุน หากไม่รังเกียจก็ใช้รถม้าตระกูลหนานของพวกเราเถิด” ด้านหลังมีเสียงอันอ่อนโยนดังแว่วมา กงซุนเยี่ยนหันไป ใบหน้าหล่อเหลางดงามพลันสะท้อนสู่ม่านสายตา หนานฟางเฟยยากจะบรรยายอารมณ์ของตนในยามนี้ยิ่งนัก ท่านพ่อกล่าวว่าสตรีเบื้องหน้าเหมือนกับฮูหยินท่านแม่ทัพเมื่อปีนั้นทุกกระเบียดนิ้ว นางจะเป็นคุณหนูกงซุนจริงๆ หรือไม่?
เพียงแต่…
เมื่อเผชิญหน้ากับบุรุษรูปงามเพียงนี้ กงซุนเยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะกระสับกระส่าย “ข้า…ไปได้หรือ?”
หนานฟางเฟยพยักหน้าเล็กน้อย นายท่านหนานเดินมาจากด้านหลัง “คุณหนูกงซุนโปรดวางใจ พวกเราจะพาเจ้าไปส่งที่จวนแม่ทัพอย่างปลอดภัยแน่นอน”
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ขอบพระคุณคุณชายและนายท่านหนาน…”
ข้ารับใช้เดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง ประคองกงซุนเยี่ยนเข้าไปในรถม้า หนานฟางเฟยจึงค่อยเอ่ยปากขึ้น “ท่านพ่อเชื่อหรือไม่ว่าสตรีเบื้องหน้าคือคุณหนูกงซุนตัวจริง?”
นายท่านหนานเงียบไปครู่หนึ่ง “บนโลกใบนี้…หากจะหาคนที่เหมือนกันเพียงนี้ย่อมมิใช่เรื่องง่าย แต่พ่อเองก็พูดอะไรมากไม่ได้ ฟางเฟย…” เขายื่นมือออกไปตบไหล่หนานฟางเฟยเบาๆ ราวกับต้องการส่งมอบข้อมูลอันลึกล้ำบางอย่าง
ยามนี้คนที่มีจิตใจสับสนว้าวุ่นมิได้มีเพียงแม่ทัพกงซุน สำหรับหนานฟางเฟยแล้ว เขาไม่มั่นใจจริงๆ ว่าตนควรจะยืนอยู่ฝั่งใดกันแน่ สำหรับเขา เรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงความยุติธรรมของภรรยาในอนาคตของตน หากยืนอยู่ผิดฝั่ง จะเป็นการทำร้ายคุณหนูกงซุนตัวจริงอย่างลึกล้ำ
นายท่านหนานทอดถอนใจเบาๆ สถานการณ์ในตอนนี้ ไม่รู้ว่าน้องกงซุนคิดจะทำเช่นไร?
…
รถม้าค่อยๆ หยุดลงที่จวนแม่ทัพกงซุน พ่อบ้านชรารีบออกมาต้อนรับ “นายท่าน คุณหนู กลับมาแล้วหรือขอรับ?”
อย่างไรก็ตาม เมื่อบุรุษร่างกำยำลงมาจากรถม้า บนร่างกลับเจือไปด้วยบรรยากาศที่แตกต่างออกไป ในใจของพ่อบ้านชราพลันสั่นไหว นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
“ซูเอ๋อร์ พวกเราเข้าไปกันเถิด” แม่ทัพกงซุนที่ยืนอยู่ในประตูหันมา เพียงแต่อวิ๋นซูกลับยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน มองไปยังรถม้าที่ค่อยๆ ใกล้เข้ามา นางรู้ว่ามีบางคำที่แม่ทัพกงซุนไม่ยินยอมกล่าว แต่จะอย่างไรก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง
“พ่อบ้าน เตรียมห้องเถิด ในจวนจะมีแขก”
แม่ทัพกงซุนขมวดคิ้วแต่กลับไม่ได้กล่าวคำใด ท่ทีเช่นนี้ ความจริงเขาคงยอมรับเงียบๆ
แขก? พ่อบ้านชรามองไปตามสายตาของนาง อวิ๋นซูจัดอาภรณ์ของตนแล้วเดินเข้าไปในจวน นางรู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ตนจะปะทะกับกงซุนเยี่ยน
รถม้าตระกูลหนานหยุดลงบริเวณประตู กงซุนเยี่ยนลงจากรถม้า เงยหน้าขึ้นมองไปยังป้ายจวนอันงดงาม ในดวงตาเปล่งประกายยินดี นี่คือจวนแม่ทัพ เป็นอะไรที่หมู่บ้านในภูเขาอันห่างไกลมิอาจเทียบได้จริงๆ ความโอ่อ่างดงามเช่นนี้ทำให้นางคาดหวังยิ่งนัก
หนานฟางเฟยเดินมาเบื้องหน้าพ่อบ้านชราที่อยู่ในอาการตกตะลึง “พ่อบ้าน ท่านนี้คือ…คุณหนูกงซุนเยี่ยน”
กงซุน…เยี่ยน… “ฮู ฮูหยิน…” เป็นเขาตาพร่าไปหรือ? สตรีอายุน้อยผู้นี้ เหตุใดจึงเหมือนฮูหยินแม่ทัพที่ตายจากไปแล้วถึงเพียงนี้?! อย่างไรก็ตาม เพียงไม่นานพ่อบ้านก็ได้สติกลับมา คิดไปถึงสีหน้าเมื่อครู่นี้ของท่านแม่ทัพ ดูแล้วจะต้องมีเรื่องยุ่งยากเกิดขึ้นเป็นแน่
“ในจวนมีห้องหรือไม่?”
“มีขอรับ! มีขอรับ! เมื่อครู่คุณหนูกำชับมาแล้ว สั่งให้คนไปเตรียมห้องแล้วขอรับ”
ดวงตาของหนานฟางเฟยเปล่งประกาย เป็นคุณหนูกงซุนกำชับหรือ? ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ คุณหนูกงซุนยังเข้าใจเหตุผลเพียงนี้เชียว…
กงซุนเยี่ยนยืนอยู่เบื้องหน้าสิงโตหินที่ดูน่าเกรงขาม อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบ ท่าทีเช่นนี้คล้ายสตรีไม่เคยเห็นโลกเพิ่งเข้าเมืองใหญ่มาจริงๆ
“…คะ คุณหนู เชิญทางนี้ขอรับ” พ่อบ้านชรายากจะเก็บสายตากลับมาจากใบหน้าของอีกฝ่าย ทั้งยังไม่รู้ว่าควรจะเรียกขานอย่างไรจึงอดไม่ได้ที่จะกระอักกระอ่วนไปชั่วครู่
“เรียกข้าเยี่ยนเอ๋อร์ก็พอแล้ว!” กงซุนเยี่ยนเผยรอยยิ้มออกมา จากนั้นจึงยกชายกระโปรงเดินเข้าไปในจวนแม่ทัพ
หนานฟางเฟยรู้สึกว่าจวนแม่ทัพในยามนี้ไม่เหมาะที่จะรับรองแขก อีกทั้งเขาเองก็ต้องการเวลาเพื่อทำให้อารมณ์ของตนชัดเจน “พ่อบ้าน คุณหนูกงซุนท่านนี้…รบกวนท่านดูแลแล้ว”
“เอ๋? นี่…ขะ ขอรับ”
หลังจากกล่าวประโยคนี้ทิ้งไว้หนานฟางเฟยก็เดินกลับเข้าไปในรถม้า ค่อยๆ หายไปจากสายตาของพ่อบ้านชรา
ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดพ่อบ้านชราจึงรู้สึกว่าบรรยากาศไม่สงบกำลังแผ่ขยายอยู่ในใจ ราวกับว่าอีกไม่นานในจวนจะเกิดเรื่องไม่ดีบางอย่างขึ้นก็มิปาน
“ว้าว เป็นสวนบุปผาที่งดงามยิ่งนัก!” ท่าทีของกงซุนเยี่ยนราวกับกลับมาถึงจวนของตนแล้วจริงๆ มิได้มีท่าทีไม่คุ้นเคยหรือขลาดเขลาแม้แต่น้อย ราวกับเดิมทีนางก็เป็นเจ้านายของที่นี่อยู่แล้ว
บริเวณไม่ไกล อวิ๋นซูมองสตรีผู้นั้นหมุนตัวเดินเข้าไปในเรือนที่จัดเตรียมไว้ดีแล้ว ชุนเซียงที่อยู่ข้างกายเดินมาเบื้องหน้าด้วยความสงสัย “คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูท่านนี้คือ…”
“เป็นไปได้ว่า คุณหนูกงซุนตัวจริงจะกลับมาแล้ว” นางต้องการให้ชุนเซียงเตรียมใจ
อะไรนะ?! คุณหนูกงซุนตัวจริง!
ยามอาหารเย็น ท่าทีของแม่ทัพกงซุนเจือไปด้วยความหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขามองไปยังถ้วยตะเกียบบนโต๊ะที่เพิ่มขึ้นมา เดิมทีจะให้คนนำออกไป ทว่ามือที่ยกขึ้นกลับแข็งค้างอยู่กลางอากาศ
“ไป บอกให้คุณหนูออกมาทานข้าว”
“ขอรับ ท่านแม่ทัพ”
เพียงไม่นานสตรีสุขุมเยือกเย็นก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องโถงใหญ่ ตามติดมาด้วยกงซุนเยี่ยน
ดวงตาของนางเปล่งประกาย ทำท่าทีจะนั่งลงข้างกายแม่ทัพกงซุน ไม่คิดว่าอีกฝ่ายกลับเอ่ยปากขึ้นก่อน “ซูเอ๋อร์ มานั่งกับพ่อเถิด”
อวิ๋นซูปรายตามองไปยังท่าทีแข็งทื่อของกงซุนเยี่ยน เดินเข้าไปนั่งด้วยความรู้สึกทอดถอนใจ สตรีผู้นั้นเม้มปากเล็กน้อย ดวงตาแดงระเรื่อ จากนั้นจึงนั่งลงในตำแหน่งที่ห่างจากแม่ทัพกงซุนที่สุด ท่าทีเช่นนั้นราวกับได้รับความอยุติธรรมก็มิปาน
ชุนเซียงที่อยู่ด้านหลังเห็นสถานการณ์เบื้องหน้ายิ่งรู้สึกไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดคล้ายกับว่าท่านแม่ทัพเกลียดชังคุณหนูผู้มาใหม่ท่านนี้เป็นอย่างยิ่งเล่า?
“ซูเอ๋อร์ กินข้าว” แม่ทัพกงซุนยังคีบอาหารให้อวิ๋นซูเฉกเช่นปกติ
กงซุนเยี่ยนสูดหายใจลึก เช็ดน้ำตาที่พร่าเลือนบริเวณหางตา ดวงตาเจือไปด้วยประกายแน่วแน่ก่อนจะหยิบตะเกียบขึ้นมา “ท่านพ่อ เยี่ยนเอ๋อร์ให้ท่าน…”
เสียงแกรกดังขึ้น แม่ทัพกงซุนวางตะเกียบในมือลงอย่างแรง “จวนกงซุนของข้ามีคุณหนูเพียงผู้เดียว!” เสียงอันโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ทำให้บ่าวไพร่ภายในห้องโถงทุกคนตกใจจนร่างกายแข็งเกร็ง
nitnit
สนุกมากรอลุ้นกันต่อไปกงซุนเยี่ยนน่าจะเป็นตัวปลอม
Venus36
เป็นแผนของใครสักคนแน่ อาจเป็นฮองเฮานี่แหละ